เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 44 กำปั้นทุบกระสุนปืนใหญ่

     ลูกระเบิดที่เข้ามาอย่างกะทันหัน แตกตื่นจนทำให้ประชาชนแตกฮือกันกระจายกันออกไป โดยที่คอยหลบเลี่ยงไปทุกสารทิศ และคนบางส่วนเองถึงกับร้องออกมาด้วยความแตกตื่น เสียงร่ำไห้เสียงระทมปะปนกันเป็นสาย ตว่อเอ๋อกับท่านลุงจ้าว ท่านป้าจ้าวเองก็แตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูกไปจนหมด โดยเฉพาะกับตว่อเอ๋อที่อายุยังน้อยอยู่ มือน้อยคู่หนึ่งดึงชายเสื้อของเจวี๋ยหวู่หมิงเอาไว้อยู่ ใบหน้าน้อย ๆ ที่ดูละเอียดละมุนถึงกับไร้ซึ่งสีเลือดไปแล้ว “ไม่ต้องกลัวนะ ยังมีข้าอยู่” เจวี๋ยหวู่หมิงตบไปที่มือน้อยของตว่อเอ๋อ แล้วพูดปลอบโยน “ตูม!” เสียงระเบิดได้ดังจากด้านนอกของเมือง ปีกกำแพงเมืองที่อยู่ด้านหน้าของคนของตระกูลจ้าวถึงกับแตกจากกับเต้าหู้ แตกแยกออกจากกันไปในทันที คล้ายกับว่าในเวลาเดียวกัน กระสุนลูกหนึ่งที่มีขนาดกลมโตได้ลอยออกมาพร้อมกับควัน แฝงไว้ด้วยอิฐศิลาที่แตกร้าวพุ่งชนเข้าไปยังทางด้านของตระกูลจ้าวหลายคนนั้น ลูกเหล็กทรงกลมตันลูกหนึ่ง ภายใต้แรงดันที่เกิดจากดินปืน ก็ได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงของสายลม ร่วงลงมาจากด้านบนท้องฟ้า ภายในสายตาของตระกูลจ้าวหลายคนนั้นที่กำลังจะถูกกระสุนปืนใหญ่และเศษก้อนอิฐกระแทกจนตัวตาย ตว่อเอ๋อเองก็ถึงกับแตกตื่นกันแล้ว โดยที่ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ภายใต้วิกฤติกาลครั้งสำคัญเช่นนี้ กลับมีเงาร่างสายหนึ่งกระโจนลอยขึ้นสู่กลางอากาศ “เปรี้ยง!” พริบตานั้นเจวี๋ยหวู่หมิงได้ออกแรงทั้งสองเท้า ระเบิดพลังลมปราณออกมา จนทำให้พื้นดินที่แข็งทนทาน เหยียบจนพื้นดินยุบตัวลงด้วยรอยเท้าเล็กๆ สองข้าง บริเวณโดยรอบของหลุมได้ปกคลุมเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว แผ่ขยายออกไปยาวหลายสิบหมี่ กลุ่มควันลอยคลุ้งกระจาย ตัวของเจวี๋ยหวู่หมิงคล้ายกับติดเอาไว้ด้วยสปริง กระโดดเข้ารับกระสุนปืนใหญ่ ที่ได้ยิงผ่านเข้ามา “พี่ยี่……” ตว่อเอ๋อก็ตะลึงลานไปแล้ว กู่ยี่ในใจของนางที่ตลอดมานี้เป็นเพียงช่างเคลือบตัวน้อย ๆ ที่อ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น แต่วันนี้ เงาร่างสายนั้น ชั่วพริบตาที่ได้พุ่งออกไป พร้อมกับระเบิดพลังจากทั้งร่างจนเกิดเป็นสีแดงเลือด แฝงเอาไว้ด้วยบรรยากาศของมารคลั่งเอาไว้ กลางเวหา เจวี๋ยหวู่หมิงใช้เพียงสองหมัด ออกแรงหนุนส่งพลังดั่งค้อนเหล็กทุบออก แฝงเอาไว้ด้วยแรงลมที่แสนรุนแรง ชั่วลัดนิ้วมือก็ถึงกับทำให้เกิดระยะห่างไปกว่าสิบหมี่ไป “ระวัง!” จิตใจของคนในตระกูลจ้าวทั้งสามแทบจะหล่นออกมาจนถึงตาตุ่ม แฝงเอาไว้ด้วยความกังวลหันไปมองที่เงาของคนผู้นั้น “ตูม!” เพียงเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในครั้งเดียว กำปั้นของเจวี๋ยหวู่หมิงได้กระแทกเข้าใส่ใจกลางลูกระเบิดเข้าไปด้วยกันอย่างรุนแรง ลูกเหล็กที่มีขนาดกลมโตที่ลอยเข้ามา ภายใต้ที่กำลังจดจ่อกันเข้ามา ได้กระแทกชนกับกำปั้นของเจวี๋ยหวู่หมิงไปพร้อมกัน ในจุดที่กำปั้นและลูกเหล็กปะทะเข้าหากัน พริบตานั้นก็ได้เกิดแรงระเบิดจนเกิดเป็นเสียงแตกกระทบกันจนดังสนั่นหวั่นไหว แล้วตามมาด้วยกระสุนปืนใหญ่ที่พุ่งเข้ามานั้นได้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งผืนฟ้า ต่อมา กระสุนปืนใหญ่ก็ถูกซัดจนลอยกระเด็นไปในหมัดเดียว และฝังจนจมลึกอยู่ภายในกำแพงเมือง วินาทีนั้นบนกำแพงได้ปรากฏหลุมขนาดใหญ่ขึ้น ไม่นานนักภายในใจกลางรอบบริเวณของกระสุนปืนใหญ่ได้เกิดเป็นรอยแตกน้อยใหญ่ขึ้นอีกนับไม่ถ้วน ภายใต้พลังทำลายที่รุนแรงซึ่งเกิดจากกระสุนปืนใหญ่ เจวี๋ยหวู่หมิงที่คล้ายกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยด้วยซ้ำ ก็ได้ค่อย ๆ ร่อนกายกลับไปถึงยังบนหัวเมือง “แม้แต่กระสุนปืนใหญ่ก็ยังทำอะไรเราไม่ได้แล้ว เคล็ดกายาหลอมโลหิตจะต้องเป็นเคล็ดบ่มกายาที่เต็มไปด้วยพลังที่มหัศจรรย์ไร้ขอบเขตอย่างแน่นอน” สายตาของเจวี๋ยหวู่หมิงได้มองไปที่ด้านบนกำปั้นที่ไร้อาการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ในสายตายังได้แฝงเอาไว้ด้วยความคิดความอ่านบางอย่าง พึ่งจะออกหมัดไป เขาที่อาศัยแค่เพียงพลังจากกายหยาบเท่านั้น โดยที่แทบจะไม่ได้ไหลเวียนพลังลมปราณออกมาใช้เลยแม้สักครึ่งส่วน ช่างเป็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งกันเกินไปแล้ว! อีกทั้งยังปะทะกับกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกมาด้วยความเร็วสูงอีก แต่กลับถูกกระแทกจนลอยออกไปเหมือนกับท่อนซุงต้นหนึ่ง กับผลลัพธ์แบบนี้ เจวี๋ยหวู่หมิงก็รู้สึกพึงพอใจมากแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็ยังพึ่งจะเริ่มบ่มเพาะเท่านั้น เดิมเขาเองก็ไม่ใช่คนที่มีความมักใหญ่ใฝ่สูงอะไร ทั้งยังรู้ถึงเหตุผลที่ว่าหากกินข้าวก็จำเป็นต้องกินทีละคำ จะหัดเดินก็ต้องค่อย ๆ เดินทีละก้าว “พึ่งจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ทันใดนั้นก็มีคนมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับคืนมาได้ โดยที่กำลังมองเจวี๋ยหวู่หมิงอย่างไร้อารมณ์ จนคล้ายกับได้พบเห็นเทพเซียนอยู่ก็มิปาน “รีบดูเร็ว! บนกระสุนปืนใหญ่นี้ ถึงกับมีรอยประทับจนกำปั้นด้วยล่ะ” ภายใต้ความอยากรู้อยากเห็น ก็ขยับเดินกันเข้ามา และตะโกนออกมาเสียงดังทันที ระหว่างช่วงเวลาสั้น ๆ ตอนเกิดแสงแลบขึ้นเมื่อครู่นี้ เจวี๋ยหวู่หมิงได้พลันเคลื่อนไหวดุจสายฟ้าแลบ คล้ายกับว่าเมื่อครู่นี้ใกล้จะจบอยู่แล้ว และยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่ไม่ทันได้มองเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนนัก ยามนี้ ก็น่าที่จะได้สติกันแล้ว ผู้คนโดยส่วนใหญ่ก็เกิดความประหลาดใจอย่างฉับพลัน คนคนหนึ่งกระโดดลอยขึ้นฟ้า กระแทกปะทะกระสุนปืนใหญ่! นี่แทบจะเป็นความจริงที่น่าแตกตื่นเหนือความคาดหมายกันเลยทีเดียว ทำให้จิตใจของชาวประชาที่แต่เดิมสับสนวุ่นวายกันอยู่นั้นสามารถสงบลงได้บ้างแล้ว อีกทั้งยังมีผู้คนอีกมากมายหลายที่ล้วนแต่เงียบเชียบกัน จากนั้นก็ได้รีบวิ่งออกไปในทันที จนกระทั่งได้พบเห็นรอยหมัดที่อยู่บนกระสุนปืนใหญ่ เพียงแต่พบเห็นที่ด้านบนกระสุนปืนใหญ่ ก็จะมองเห็นรอยกำปั้นนั้น ที่จมลึกเข้าไปอยู่หลายนิ้ว บนกระสุนปืนใหญ่ที่ร้อนระอุ มิหนำซ้ำยังมีควันที่ลอยโชยออกมา “นี่ยังเป็นพละกำลังของมนุษย์อีกหรือไงกัน?” ถึงกับมีคนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแตกตื่นตกใจ ท่านลุงจ้าวกับท่านป้าจ้าวต่างก็ทอแววตาโง่งมกันขึ้นมาแล้ว ต่อให้พวกเขาจะฝันก็ยังไม่อาจฝันได้ว่า คนที่อาศัยอยู่บ้านของตัวเอง เด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เป็นช่างฝีมือน้อยที่ชอบเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับตว่อเอ๋อฟังจะถึงกับเก็บงำพลังฝีมือที่สะท้านฟ้าไว้กับตัวได้ถึงขนาดนี้ ชั่วขณะหนึ่งทั้งสองคนเหมือนกับตกอยู่ในความฝัน จนถึงกับไม่อยากที่จะเชื่อเลยด้วยซ้ำ “พี่ยี่ ท่านไม่เป็นอะไรนะ?” ตว่อเอ๋อที่ถือเป็นคนที่ตอบสนองกลับมาได้เร็ว ก็ได้รีบวิ่งออกไป พร้อมกับมองไปที่เจวี๋ยหวู่หมิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและเป็นห่วงเป็นใย สายตาที่มองเห็นหยาดน้ำตาของแม่นางน้อยที่หลั่งออกมา เจวี๋ยหวู่หมิงจึงค่อยบิดกำปั้นไปมาให้ดู หัวเราะแล้วถามไปว่า: “เด็กขี้แง เจ้าก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่เป็นอะไรไม่ใช่หรอกหรือ?” พูดจบ ตว่อเอ๋อก็ถูกหยอกจนต้องยิ้ม ขยี้ปลายเท้าแสดงสีหน้าเอียงอายแล้วกล่าว: “พี่ยี่ ข้าจึงไม่ใช่เด็กขี้แง……” ผู้คนรอบด้านต่างก็กำลังมองกันไปที่เจวี๋ยหวู่หมิง ล้วนแต่เผยแววตาหวั่นเกรงออกมา ถึงแม้เจวี๋ยหวู่หมิงจากดูไปแล้วเหมือนคนที่ผอมแห้งแรงน้อย แม้คำพูดคำจารวมไปถึงกิริยาท่าทางที่ดูอ่อนโยนไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลนเลยแม้สักคนเดียว เมื่อครู่นี้ เด็กหนุ่มที่ดูผอมแห้งแรงน้อยคนนี้ ถึงกับสามารถกระแทกกระสุนปืนใหญ่ออกไปโดยที่ไม่เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ บัดนี้ ที่พึ่งทางใจของเหล่าประชาชนกำลังจะอพยพกันนั้น แม้แต่รองแม่ทัพอย่างเหอหยงฝูที่คอยเฝ้าดูแลเมือง ก็ยังไม่อาจเทียบกับเจวี๋ยหวู่หมิงได้อีกแล้ว “ท่านจอมยุทธ์ พาพวกเราจากไปด้วยเถอะ” “ท่านจอมยุทธ์จะต้องเป็นเทพบันดาลที่สวรรค์ส่งมาช่วยชีวิตอย่างแน่นอน ขอร้องท่านเทพบันดาล ช่วยพาผู้คนหนีออกไปด้วยเถอะ” “……” พริบตานั้น ทุกคนที่คล้ายกับพบกับความหวังภายใต้ความสิ้นหวัง ไม่ทันไรก็ได้เข้ามารายล้อมเจวี๋ยหวู่หมิงโดยที่แทบจะไม่เหลือช่องว่างพอที่จะทำให้แม้แต่น้ำรั่วไหลเลยด้วยซ้ำ เจวี๋ยหวู่หมิงที่เป็นเหมือนกับที่พึ่งสุดท้ายของพวกเขา พวกเขายังไงก็มีแต่ต้องกุมโอกาสนี้เอาไว้ให้แน่นไว้ ภายใต้การโจมตีที่ทำให้แตกตื่นตกใจโดยทั่วกันเมื่อครู่นี้ ก็ถูกกองทัพหมิงที่เฝ้าดูแลเมืองสังเกตเห็นเหมือนกัน โดยเฉพาะกับเป็นเชียนฮู่ฉินอวิ๋น ที่เหมือนกับได้เป็นสักขีพยานเองกับตา เขาจึงได้รีบไปรายงานต่อเหอหยงฝูในทันที...