บทที่ 3 การฝึกยุทธ์ระดับสิบห้า กลืนกิน์และโลก
หลี่มู่ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ปรากฏในสายตาคือเพดานห้องนอนที่คุ้นเคย
"เป็ความฝันจริง ๆ สินะ?"
เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง
ทันใดนั้นความรู้สึกหนักอึ้งในมือขวาก็ทำให้เขาได้สติ
สิ่งที่อยู่ในมือขวาของเขาคือหัวลูกธนูสีเงิน!
หัวลูกธนูยาวประมาณห้าเิเ เป็สีเงินทว่ามีคราบสนิม เพียงแค่จับเอาไว้ในมือและััดู
อย่างน้อยก็มีน้ำหนักเกินกว่าร้อยกิโลกรัม!
นี่คือ...
หัวลูกธนูวิเศษของซวีเหรินกุ้ย
หลี่มู่กำลังจะพิจารณาอย่างจริงจัง
ทว่าทันใดนั้นก็มีความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมา
[กลืนกิน์และโลก]
ตำราการฝึกยุทธ์ของซวีเหรินกุ้ย
มุ่งไปยังระดับสิบห้าโดยตรง
หลังผ่านไปครู่หนึ่ง แววตาของหลี่มู่พลันเปล่งประกายแวววาว
"ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็เื่จริง..."
ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววปีติยินดีอย่างล้นพ้น
ไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ลงได้
หลังใช้ชีวิตอย่างอิสระมานานหลายปี
ความผิดหวังทั้งในชีวิตและการเรียน
สิ่งเ่าั้ได้หล่อหลอมให้หลี่มู่มีจิตใจที่เข้มแข็ง
เขาหยิบหัวลูกธนูขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
บริเวณปลายแหลมของหัวลูกธนูมีประกายเย็นเยียบจับตัวแน่น
นั่นคือแสงสว่างอันแหลมคม ที่ดูเหมือนจะสามารถทะลวงทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ได้
เพียงแค่มองไม่กี่วินาที หลี่มู่ก็รู้สึกว่าดวงตาทั้งสองของเขาเจ็บแปลบ จึงรีบเบือนสายตาหนีโดยไม่รู้ตัว
"สมแล้วที่เป็อาวุธวิเศษของซวีเหรินกุ้ย หัวลูกธนูของอาวุธศักดิ์สิทธิ์"
"น่าเสียดายที่เป็เพียงหัวลูกธนู ถ้าได้ศรพิสุทธิ์ทะยานฟ้าทั้งคันก็คงจะดี นั่นเป็อาวุธวิเศษระดับสิบห้าจริง ๆ"
"แต่วัสดุของหัวลูกธนูนี้..."
มันมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่กลับมีน้ำหนักมากถึงขนาดนี้
วัสดุแบบนี้หลี่มู่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
ยิ่งไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ
แต่ของแบบนี้หลี่มู่ก็ไม่กล้าเอาไปให้ใครตรวจสอบ
หลังจากเล่นอย่างไม่อยากวางมือสักพัก เขาก็ห่อหัวลูกธนูอย่างดีแล้วซ่อนเอาไว้ใต้เตียง
"บางทีในอนาคตฉันอาจจะหลอมหัวลูกธนูนี้ เพื่อสร้างอาวุธของตัวเอง"
นอกจากหัวลูกธนูนี้ สำหรับหลี่มู่แล้ว
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ทักษะกลืนกิน์และโลก!
ผู้กลืนกินฟ้าดิน
วิชานี้แบ่งออกเป็เก้าขั้น
ใช้อาหารเป็ยาบำรุง เปลี่ยนอาหารเป็พลัง จากนั้นก็ใช้พลังฝึกฝนร่างกาย
ขั้นแรกของ วิชานี้สามารถย่อยอาหารได้เท่านั้น
ดูเหมือนจะธรรมดามาก
เพราะร่างกายมนุษย์เองก็มีระบบย่อยอาหารอยู่แล้ว แต่การย่อยและเปลี่ยนแปลงของวิชานี้นั้น สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์!
มันจะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานแม้แต่น้อย แม้แต่ส่วนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ ก็สามารถย่อยได้อย่างสมบูรณ์
และเมื่อวิชานี้ถึงขั้นสูงสุด
หิน ูเา ดิน ไม้ ทองคำ เหล็ก หยก และทองแดง ทั้งหมดสามารถกินเพื่อประทังชีวิตได้
ทั้งหมดสามารถเปลี่ยนเป็พลังบำรุงเลี้ยงร่างกายและขัดเกลาร่างกาย
"สมแล้วที่เป็วิชาที่นักรบระดับสิบห้าซวีเหรินกุ้ยฝึกฝน!"
"ไม่น่าแปลกใจเลยที่ในละครชาติก่อน ซวีเหรินกุ้ยกินจุมาก ถ้าเป็ซวีเหรินกุ้ยตัวจริงคงกินจุกว่านี้อีกเป็พันเท่าหรือหมื่นเท่า"
หลังจากดูความทรงจำเกี่ยวกับวิชานี้ หลี่มู่ก็รู้สึกอยากลองทำอย่างแรงกล้า
ชายหนุ่มรีบไปยังห้องครัวทันที
เขาหุงข้าว ภายในหม้อเต็มไปด้วยข้าว
เนื้อเค็มที่ปกติไม่กล้ากินก็ถูกนำมาต้มในหม้อ
ข้าวหนึ่งจานและเนื้อหนึ่งจานถูกวางลงบนโต๊ะอาหาร
แม้จะต้มเนื้อหมูแห้งทั้งชิ้น แต่หลี่มู่ก็ยังไม่กล้าหั่นมันทั้งหมด
"เริ่มกินได้!"
"ไม่ถูก ต้องเริ่มฝึกฝน!"
หลี่มู่ตักข้าวคำใหญ่เข้าปากทันที
พร้อมกันนั้นก็เริ่มฝึกฝนทักษะกลืนกิน์และโลก
เนื่องจากวิชาทั้งหมดได้ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของหลี่มู่แล้ว การใช้จึงเป็ไปอย่างเป็ธรรมชาติ ไม่มีความยากลำบากเลยแม้แต่น้อย
ข้าวเข้าปาก เคี้ยวเล็กน้อย แล้วเข้าสู่ลำคอ
ชั่วขณะถัดมาข้าวดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็กระแสอุ่น ๆ ไหลจากลำคอของหลี่มู่ลงสู่หลอดอาหาร กระเพาะ แล้วแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย
ชายหนุ่มยังคงกินและย่อยต่อไป
ไม่นานข้าวครึ่งชามและเนื้อครึ่งจานก็เข้าไปอยู่ในท้องของหลี่มู่แล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกอิ่มเลยแม้แต่น้อย
เขาจมดิ่งอยู่ในความสุขของการฝึกฝนไปแล้ว
กระแสอุ่น ๆ ที่เกิดจากอาหารกำลังหล่อเลี้ยงร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มพูนลมปราณและเื เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย
ไม่นานอาหารบนโต๊ะก็ถูกกินจนหมด
"หยุดแค่นี้ไม่ได้!"
หลี่มู่รู้สึกว่าตนเองกำลังเข้าสู่จุดวิกฤติแล้ว!
จุดวิกฤติที่กำลังจะก้าวข้ามไปสู่นักรบระดับหนึ่ง!
ดังนั้นเนื้อหมูแห้งที่ยังไม่ได้หั่นอีกเกือบครึ่ง ก็เข้าไปอยู่ในท้องของหลี่มู่ทั้งหมด
ยังไม่พอ!
ภายในบ้านมีอาหารหลากหลายชนิดที่สามารถรับประทานได้ทันที ทั้งขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป...
ิัของหลี่มู่เริ่มลอกออก
"ยังขาดอีกนิดหน่อย..."
เขากลืนผักสดในตู้เย็นลงไปทันที
กินไข่ไก่ดิบลงไปอีกหลายฟอง
เคี้ยวข้าวสารและแป้งแห้ง ๆ
สุดท้ายแม้แต่เนื้อดิบแช่แข็งก็ยังกิน
ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของกลืนกิน์และโลก
เมื่อหลี่มู่ใช้ทักษะ ความสามารถในการย่อยอาหารของเขาก็ถึงขั้นน่าสะพรึงกลัว
ขอเพียงเป็อาหาร แค่เข้าปากไปนั่นก็หมายความว่าสามารถย่อยได้ทั้งหมด!
อาหารเกือบร้อยกิโลกรัม และภายในนั้นก็มีข้าวสารหลายสิบกิโลกรัม
หลังจากกินของมากมาย ท้องของหลี่มู่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
สิ่งของในบ้านถูกกินจนเกือบหมดแล้ว
และถ้ากินต่อไป คงต้องแทะแผ่นไม้บนเตียงแล้วจริง ๆ
แต่ก็เพียงพอแล้ว
การสะสมพลังงานเพียงพอแล้ว!
"เฮ้อ~"
หลี่มู่ถอนหายใจยาว กระแสความอบอุ่นทั่วร่างหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายอย่างสมบูรณ์ ร่างกายของเขาเริ่มร้อนและพองขึ้น ิัเริ่มคัน
ิัใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมเริ่มผลัดออกมา
"กำลังจะทะลวงแล้ว..."
ดวงตาของหลี่มู่วาววับด้วยประกายแห่งความตื่นเต้น
พรวด!
ร่างกายราวกับมีบางสิ่งะเิออกมามากมาย กระแสความอบอุ่นหลายสายไหลซึมเข้าสู่ิัของหลี่มู่โดยตรง ทำให้ิัของเขาแข็งแกร่งขึ้น
"เป็นักรบระดับหนึ่งแล้ว..."
ชั่วขณะนั้นเขาอดรู้สึกสับสนไม่ได้
สิ่งที่รบกวนเขามาเป็สิบกว่าปี จู่ ๆ ก็ทะลวงได้เช่นนี้
หากสามารถทะลวงได้ก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะดีเพียงใด อย่างน้อยเขาก็น่าจะสอบวิชาศิลปะการต่อสู้ได้ห้าถึงหกร้อยคะแนน
ต้องทราบก่อนว่าในบรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมด ผู้ที่สามารถบรรลุถึงนักรบระดับหนึ่งได้ใน่สอบเข้ามหาวิทยาลัยมีไม่ถึงหนึ่งในห้า
และหากเป็เช่นนั้นเร็วกว่านี้ เขาคงสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนักรบแล้ว…
"ฉันได้รับโชคลาภอันยิ่งใหญ่แล้ว ยังจะมีอะไรให้ไม่พอใจอีกล่ะ?"
ไม่นานหลี่มู่ก็ยิ้มอย่างปลงตก
ความโลภของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับงูกลืนกินช้าง นั่นไม่ใช่นิสัยที่ดีเลย
"ฉันควรลองทดสอบดูว่า ตอนนี้ิัของฉันแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่"
"ฉันจำได้ว่าที่โรงเรียนเคยบอกเอาไว้ว่า แค่ิัระดับหนึ่งก็แข็งแกร่งราวกับหนังวัวแล้ว"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่มู่จึงตรงไปที่ห้องครัวและหยิบมีดทำครัวขึ้นมา
เขาวางมีดลงบนแขน และค่อย ๆ กรีดลงไปบนผิว
"หืม? ไม่รู้สึกอะไรเลย?"
หลี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเพิ่มแรงขึ้นอีก
คมของมีดทำครัวจมลงไปในิับนแขนของหลี่มู่อย่างสมบูรณ์แล้ว
มีดทำครัวเคลื่อนไหวไปมาเพื่อตัดผ่าิั แต่กลับไม่ปรากฏแม้แต่รอยแดงบาง ๆ เลย
"นี่ไม่ใช่พลังป้องกันที่นักรบระดับหนึ่งควรมีแน่นอน!"
เนื่องจากหลี่มู่มักจะทำอาหารเองเพื่อประหยัดเงิน เขาจึงลับมีดทำครัวในบ้านบ่อย ๆ และตอนนี้พละกำลังของเขาก็มีความก้าวหน้าอย่างมหาศาลแน่นอน
"ลองอีกครั้ง!"
ครั้งนี้หลี่มู่ใช้แรงทั้งหมดที่มี
ใบมีดจมลึกลงไปในเนื้อ
แต่แขนของเขาก็ยังคงไม่เป็อันตรายแม้แต่น้อย
"เป็เพราะวิชากลืนกิน์และโลกเหรอ? ความแข็งแกร่งของวิชาคงทำให้ฉันมีพลังป้องกันที่เหนือกว่านักรบระดับหนึ่งทั่วไป..."
"พละกำลังเองก็เพิ่มขึ้นหลายร้อยหน่วยแล้ว ตอนนี้น่าจะมีราวหนึ่งพัน ซึ่งไม่ใช่ระดับปกติของนักรบที่เพิ่งเข้าสู่ระดับหนึ่งเช่นกัน"
หลี่มู่วางมีดทำครัวลง เขารู้ดีว่าเพียงมีดทำครัวไม่สามารถทำลายการป้องกันของตนเองได้
นี่เป็เื่ปกติ เส้นทางของนักรบนั้นเป็เส้นทางแห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
มีเื่เล่าว่าหนึ่งในแปดเทพแห่งการต่อสู้ของประเทศหลง ‘เทพแห่งเปลวเพลิง’ เคยใช้ร่างกายต้านทานการะเิของะเินิวเคลียร์ และสุดท้ายก็ไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
"สักวันหนึ่งฉันก็จะสามารถทำได้ถึงระดับนั้น"
ดวงตาของหลี่มู่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้