บทที่ 30
ตามหาเคล็ดวิชา
ซือเหยียนคิดว่าตนเองนั้นคงไม่รอดชีวิต ร่างกายของเขามีแต่ความเ็ปทุกข์ทรมาน การขับเอาพลังและไอของปีศาจออกจากเส้นลมปราณนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ในขณะที่เขาหมดสติไปนั้นกลับพบนิมิตบางอย่าง
สถานที่แห่งนั้นสวยงามราวกับเป็โลกที่ไม่มีจริง กลิ่นหอมของหมู่มวลบุปผาลอยมากับสายลม
พลันร่างกายก็รู้สึกเย็นสงบเย็นสบาย อาการบีบรัดหายใจไม่สะดวกค่อยทุเลาลง ซือเหยียนมองไปรอบกายด้วยความสงสัย หรือเขานั้นสิ้นใจไปแล้วจึงได้มาเยือนดินแดนนี้
“ซือเหยียน..”
น้ำเสียงอ่อนนุ่มฟังรื่นหูเอ่ยเรียกชื่อเขาอยู่ไกลๆ หัวใจของซือเหยียนเริ่มเต้นถี่ขึ้น คล้ายกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังออกมาจากอกซ้ายของเขา
อึก!
โลหิตวิหคสีชาดออกจากหัวใจของเขาและวนเวียนโอบล้อมกายของซือเหยียน ก่อนจะเปลี่ยนเป็พลังงานที่คอยช่วยบรรเทาอาการเ็ปในร่างกาย มีไอสีดำแผ่ซ่านปะทะกับโลหิตวิหคสีชาด เขาทรุดตัวลงไปนอนกองด้วยความเ็ป ก่อนที่จะกระอักโลหิตสีดำออกมาอีกรอบ
อาการที่เหมือนเืลมจะเดินไม่สะดวกก็ค่อยดีขึ้น ความเ็ปลดลงเมื่อได้อาเจียนมันออกมา เขาฝืนหยัดกายลุกขึ้นนั่งเพื่อต่อสู้กับอาการที่เป็ โลหิตวิหคสีชาดกำลังช่วยเขาขับพลังปีศาจ
“สัญญามีข้อแลกเปลี่ยน นางสละมันเพื่อเ้าก็เท่ากับเลือกแล้ว”
เสียงที่ซือเหยียนได้ยินนั้นลอยมากับสายลม มองไม่เห็นตัวของผู้พูด ทว่าเขานั้นก็เลือกที่จะฟังโดยไม่โต้ตอบ เมื่อพลังปีศาจที่ถูกขจัดออกเหลือน้อยลงมาก พลังเทพของซือเหยียนที่ถูกพี่ชายจอมปลอมสะกดไว้ก็กลับมา มันผสานเข้ากับโลหิตวิหคสีชาดจนเป็หนึ่งเดียวกัน
“ไม่ว่านางจะเลือกอะไรข้าก็พร้อมเคียงข้างนาง”
คำตอบของซือเหยียนก็เป็ไปอย่างที่คาดเอาไว้ ทั้งสองผูกพันธะกันมาไม่รู้กี่ร้อยชาติ ต่างสละตนเองเพื่อกันและกันโดยไม่คิดลังเล ก่อนจะมีเสียงจากสายลมแว่วมาเป็ครั้งสุดท้าย
“ผู้ที่คิดเปลี่ยนชะตากรรม จะมีลมหายใจได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น”
ซือเหยียนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าท้องฟ้ามืดสนิท ข้างกายคือชิงมู่ที่กำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาอยู่ รู้สึกว่าพละกำลังฟื้นคืนกลับมาแล้วเจ็ดส่วน ที่เหลือคงต้องค่อยขับพลังปีศาจออกไปทีละนิด
“...”
“นายท่าน! ข้าใหมด อยู่ๆท่านก็กระอักโลหิตออกมา เปรอะเปื้อนไปทั้งตัวเลย”
“อื้ม! ข้าไม่เป็อะไรแล้วตอนนี้”
“พลังเทพของท่านกลับมาแล้วหรือ?”
“ก็คิดว่าน่าจะสักเจ็ดส่วนเห็นจะได้” ซือเหยียนพูดไปก็ยันกายลุกนั่ง นี่ก็ก้าวเข้าสู่ราตรีที่สามแล้วกับการที่เขาร่อนเร่กับชิงมู่เพื่อล่อพวกนั้น ป่านนี้จิ่วเหรินและสหายคงกลับออกไปด้านนอกได้อย่างปลอดภัย โลหิตวิหคสีชาดในเขามันบอกเช่นนั้น
“ท่านเป็กังวลเื่แม่นางจิ่วเหรินอยู่ใช่ไหม?”
“...”
“ข้าว่านางปลอดภัยอย่างแน่นอน แม่นางไป๋หลี่นั้นฝีมือร้ายกาจ อย่างไรก็ปกป้องแม่นางจิ่วเหรินได้อยู่แล้ว”
“ไป๋หลี่เป็ธิดาของเทพา นางคือหายนะของศัตรู”
“...”
“หากว่าเ้าอยากเขาหานาง ก็ฝึกการต่อสู้ไว้สักหน่อยแล้วกัน”
“ข้าเปล่านะ!”
ชิงมู่ส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเ้านายกำลังเข้าใจเป็อื่น เขาน่ะไม่กล้าเข้าหาไป๋หลี่หรอก นางหักแขนเขาได้ในพริบตาเดียวแบบนั้นน่ากลัวจะตาย สู้เขาอยู่อย่างอิสระแบบนี้ไปวันๆยังดีเสียกว่า
“ทางออกสุดท้ายอยู่ที่ใด?”
“อยู่ในถ้ำขอรับ ต้องข้ามแม่น้ำนี้ไป” ชิงมู่ตอบผู้เป็นาย เขาไม่ได้บอกจิ่วเหรินว่าทางออกที่นางไปกันนั้นปีศาจมิอาจข้ามไปได้ ด้วยเกรงว่านางจะไม่ยอมกลับออกไป และนั่นจะเป็อันตรายมากกว่าเดิม
แสงสว่างวาบตกลงสู่ป่าเค่ออี้ทางใต้ จิ่วเหรินและสหายทั้งสามกลับออกมาอย่างปลอดภัย
หน้าเรือนเล็กที่ห่างไกลจากที่อยู่ของพวกเซียนพอสมควร ที่นี่เป็ที่พักของเซียนเฒ่าาุโ ซ้ำยังเป็อาจารย์ของไป๋หลี่และผู้มีพระคุณที่คอยช่วยรักษาซ่งจื้อ
“เสียงเอะอะโวยวายอะไร?”
“ท่านอาจารย์! ข้ากลับมาแล้ว!!!”
ไป๋หลี่ปรี่เข้าไปคาราวะเซียนเฒ่าที่เดินบ่นออกมาจากด้านใน ซึ่งซ่งจื้อเองก็เดินตามออกมาด้วยเช่นกัน
“จิ่วเหริน!!”
เพียงเขาเห็นหน้าสตรีที่หายไปจากป่าเค่ออี้ในวันนั้น ก็วิ่งตรงมาจับไหล่ซ้ายขวาสำรวจอย่างถี่ถ้วน แววตาแสดงถึงความโล่งอกและดีใจเป็อย่างมาก ดีเหลือเกินที่เขาไม่ได้เสียนางไป
“ศิษย์พี่”
“เ้ากลับมาอย่างปลอดภัย ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว”
“ท่านหายหรือยังเ้าคะ?”
“ข้าสบายดี”
ซ่งจื้อเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย แม้ั์ตานั้นจะฉายแววโศกเศร้าอยู่บ้าง ป่าเค่ออี้ที่เคยสงบสุขถูกทำลายจนไม่เหลือเค้าเดิม หนำซ้ำตนเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด มันคงไม่มีผู้ใดรู้สึกดีขึ้นในเวลานี้
“ข้าขอโทษ เพราะข้าศิษย์พี่เลย..”
“เกี่ยวอะไรกันจิ่วเหริน? เ้านั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยซ้ำ ทุกอย่างเป็ความผิดของพวกละโมบ”
“...”
“เอาล่ะๆ ในเมื่อกลับมาแล้วก็เข้าไปพักก่อน” เซียนเฒ่าเห็นว่าอยู่คุยด้านนอกนั้นไม่เป็ผลดี จึงบอกให้ทุกคนเข้าไปในเรือนเสียก่อน ทุกอย่างภายในเรือนถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย มีเพียงของไม่กี่ชิ้นหรอกสำหรับวิถีของเซียน
ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามอายุ ส่วนเซียนเฒ่านั้นย้ายไปนั่งบนแคร่ที่ตนชอบเข้าฌาน ปากก็เอ่ยถามศิษย์สาวไป๋หลี่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงได้พากันหนีตายมาถึงที่นี่
“ฟังจากท่านซ่งจื้อแล้วก็ยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก”
“เอ่อ.. ก็..” ไป๋หลี่เริ่มอึกอักที่จะเล่าเื่ที่พบเจอ สุดท้ายจิ่วเหรินก็ต้องเป็คนเล่าทุกอย่างแทน
“ขออภัยเ้าค่ะ ข้านั้นหลงเข้าไปในดินแดนเผ่าฝูถูกับคนผู้หนึ่ง พอดีว่าไป๋หลี่กับศิษย์พี่ช่วยกันตามหาข้า จนบังเอิญได้ไปล่วงรู้ความลับบางอย่างเข้า ก็เลยทำให้พวกนั้นตั้งใจมาตามล่าปิดปากเ้าค่ะ”
“หือ!... ความลับอันใดกัน ถึงกับต้องฆ่าแกงกันเชียวรึ?”
“ท่านอาจารย์.. อย่าทำไขสือได้หรือไม่เล่า! นี่มันเื่ที่ท่านรู้ดีกว่าใครมิใช่หรืออย่างไร?” ไป๋หลี่เห็นเซียนเฒ่ายวนไม่เลิก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ยังเคยบอกให้ไป๋หลี่ระมัดระวังตัว
“ข้าอยากให้นังหนูนี่พูดความจริงออกมา จะได้วางแผนได้ถูก”
“...”
“ความลับที่เ้าซ่อนน่ะเลิกเถอะ ยิ่งซ่อนก็ยิ่งยุ่ง”
“ความลับอะไรจิ่วเหริน?”
ซ่งจื้อไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร แต่เซียนเฒ่าผู้นี้ทำเหมือนรู้อะไรบางอย่าง เขาไล่ต้อนจิ่วเหรินจนไม่มีทางลง นางก้มหน้าถอนหายใจออก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าเป็วิหคสีชาด ข้าเป็บุตรของจิ่วหรูเฟิ่งและเสิ่นซ่างฉือ เป็หลานสาวของท่านวิหคเทพ”
“!!!”
“เสิ่นซ่างฉือ!! น..นี่มันท่านปู่ของเ้ามิใช่หรือ!! เ้าพูดอะไรออกมาจิ่วเหริน” ไป๋หลี่กับซ่งจื้อนิ่งค้างไปถนัดตา มีเพียงเซียนเฒ่าที่หัวเราะอย่างพอใจ จิ่วเหรินก้มหน้างุดเพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรออกมา
“ถูกอย่างที่นังหนูผู้นี้ว่า นางเป็ลูกสาวของจิ่วหรูเฟิ่ง ส่วนเสิ่นซ่างฉือนั้นก็เป็มารดานาง หากจะให้เล่าเื่ก็คงยาว เอาเป็ว่าปัดผ่านเื่ครอบครัวไปก่อน”
จิ่วเหรินพยักหน้าและเริ่มเล่าต่อ “ข้าสละโลหิตของตนเพื่อให้ซือเหยียนฟื้นจากความตาย ทว่าข้าไม่เคยศึกษาการใช้โลหิตวิหคสีชาดมาก่อน ซือเหยียนกลับมาจากความตายและกลายเป็ประมุขเผ่าปีศาจ”
“โอ้!!!”
ไป๋หลี่จะเป็ลมกับคำสารภาพของเพื่อนที่เก็บซ่อนมาตลอด ส่วนซ่งจื้อนั้นยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกแย่เสียยิ่งกว่าเดิม นางเป็ทุกข์ตลอดเวลาก็เพราะหาทางเปลี่ยนชะตากรรม สิ่งที่นางทำลงไปมีผลเลวร้ายต่อทุกสรรพชีวิต
“ข้าขอโทษนะเ้าคะศิษย์พี่”
“...”
“จิ่วเหรินไม่ได้ตั้งใจจะทำเื่แบบนี้นะเ้าคะ ข้ายืนยันได้ นางยินดีรับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดโดยไม่คิดหนี” ไป๋หลี่แก้ต่างแทนสหายของตนเอง ซ่งจื้อนั้นเพียงแค่รับฟังอย่างนิ่งเฉยโดยไม่คิดโต้ตอบ
“ดังนั้นเ้าก็เลย.. ตามหาเคล็ดวิชาที่พ่อเ้าเขียนเอาไว้สินะ จึงได้พากันบุกไปหาท่านวิหคเทพถึงในถ้ำ”
พอฟังคำสารภาพของจิ่วเหรินจบ เซียนเฒ่าก็เดาเื่ราวที่จิ่วเหรินคิดอยู่ในหัวได้ในทันที
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด