“นายไม่ได้ถ่าย MV ของฟูจิอิอยู่หรือ” ลู่ซือหยวนถาม
หลิงหานแปลกใจ ไม่นึกว่าลู่ซือหยวนจะรู้ว่าตัวเองกำลังถ่าย MV ของอีซวี่ เขาเป็ถึงจักรพรรดิจอเงินลู่ผู้ยิ่งใหญ่ วันๆ คบค้าสมาคมแต่กับคนชั้นสูง เอาเวลาที่ไหนมาสนใจดาราต๊อกต๋อยน่ารังเกียจคนหนึ่งว่ากำลังทำอะไรอยู่
เขาตอบอย่างรวดเร็ว “ไม่แล้ว”
“โอ๊ะ” ลู่ซือหยวนเลิกคิ้ว กอดอก “ทำไมล่ะ”
สีหน้าเขาดูเยาะเย้ยอย่างหนัก สายตาที่มองหลิงหานก็เหมือนกำลังมองคางคกน้อยผู้ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เกรงว่าในใจของเขาคงกำลังคิดว่า ‘คางคกน้อยนี่คิดจะเลียแข้งเลียขาหงส์ตัวไหนอีกล่ะ’
หลิงหานตักเตือนตัวเองในใจครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าโมโห อย่าโมโห เขาดูถูกหลิงหานคนก่อน ไม่ใช่ตัวเขาเอง อย่าได้ลดตัวลงไปเทียบชั้นกับนกยูงตัวนี้เลย จะว่าไปแล้ว วันนี้เขามีเื่สำคัญมาหาลู่ซือหยวน ไม่อาจให้อารมณ์มาทำลายอาชีพของตัวเองได้
“ผู้อำนวยการจูบอกว่าผมกับโอวอิ่งมีข่าวซุบซิบกัน บริษัทอีกฝ่ายกลัวว่าผมจะสร้างความเสียหายให้โอวอิ่ง จึงไม่ให้ผมกับโอวอิ่งปรากฏตัวอยู่ในฉากเดียวกัน โอวอิ่งเป็นางเอก เพราะฉะนั้นจึงทำได้แค่ไล่ผมออกไป” หลิงหานยักไหล่อย่างไม่แยแส
“ผู้อำนวยการจูหรือ”
“ใช่สิ จูเป่ยเสียน” หลิงหานเหยียดยิ้มเย็น “เขาคนนั้นหน้าซื่อใจคด ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ชื่นชอบการลอบใช้กลอุบายเป็ที่สุด”
ลู่ซือหยวนเลิกคิ้วอันสวยงามของเขา “นายมาพูดอย่างนี้ต่อหน้าฉัน ไม่กลัวข้างห้องจะได้ยินหรือไง”
ฉันกลัวที่ไหนล่ะ!
เมื่อชาติก่อนสองคนนี้ก็ไม่ถูกกัน แม้แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเกิดความขัดแย้งกันซึ่งๆ หน้า แต่หลิงหานรู้ว่าสองคนนี้เกลียดกันเอามากๆ
นี่ก็เป็แผนการเล็กๆ ของเขา ทำให้ชัดเจนว่าตัวเองถูกจูเป่ยเสียนใช้กลอุบายเพื่อไล่เขาออกมา ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร ลู่ซือหยวนน่าจะลดความรู้สึกไม่เป็มิตรกับเขาลงไปได้มาก
“เจี่ยงอี้บอกว่าจักรพรรดิจอเงินลู่ซื่อตรงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับความสามารถมากๆ แนะนำให้ผมมาที่นี่อย่างแข็งขัน” หลิงหานยกยอปอปั้นหน้าไม่เปลี่ยนสี พูดไปพลางเหยียดตัวเองในใจ ไป๋จื่อเช่อ นายมันหน้าไม่อาย
“ซื่อตรงยุติธรรมหรือ” คำของหลิงหานไม่รู้ไปสะกิดเส้นประสาทไหนของลู่ซือหยวนเข้า จู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมา ปล่อยมือออก “ถ้าฝืนใจนักก็ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่แน่ว่านายอาจจะแอบด่าฉันอยู่ในใจก็ได้นะ”
สองมือปล่อยออกจากอกเป็สัญญาณของการลดความระมัดระวังอย่างหนึ่ง ในฐานะจักรพรรดิจอเงิน หลิงหานต้องเข้าใจภาษากายอย่างแน่ชัด เห็นเขาปล่อยสองมือที่กอดอก ก็ลอบถอนหายใจ แต่ลู่ซือหยวนพูดได้ตรงกับความคิดเขาจริงๆ หลิงหานยากจะวางใจได้อีก “จะเป็ไปได้อย่างไร ผมจริงใจนะ”
“นายเอากระจกส่องหน้าหน่อยไหมล่ะ สีหน้านายไม่บอกแบบนี้นะ อย่ามาหลอกฉัน อย่างไรก็อยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี นายปกปิดความคิดจากฉันไม่ได้หรอก” ลู่ซือหยวนมองค้อนคนตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าไม่เต็มใจสักนิดเดียว แต่ต้องฝืนใจพูดชื่นชม ราวกับการที่มาขอร้องตัวเขาเองคือการทำบาปครั้งใหญ่หลวง
นี่ทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ เมื่อก่อนตอนที่ได้เจอเขา คนตรงหน้าก็ช่างประจบ แทบอยากจะเลียแข้งเลียขาตัวเอง เจออีกครั้งไม่นึกว่าจะไม่เต็มใจทำเสียแล้ว ดูจากสีหน้า การกระทำของเขาแล้วเต็มไปด้วยการต่อต้านตัวเขาเองจริงๆ
หลิงหานนิ่ง คิดว่าที่จริงตัวเองทำอย่างนี้ดูเสแสร้งทันที เขามาขอความช่วยเหลือชัดๆ แต่ดันทำเหมือนกระทำสิ่งไม่ดี ไม่ดูเสแสร้งไปหรือ จะว่าไปลู่ซือหยวนกับตัวเองไม่ใช่มิตรไม่ใช่ศัตรู ยังเคยช่วยเหลือตัวเขาเองไว้ด้วย ตอนนี้ความคิดตัวเองที่มีต่อเขามันไม่สมควรเลยจริงๆ
พูดไปพูดมา ตัวเขาเองเกลียดลู่ซือหยวน แต่เพราะอีกฝ่ายกระตุ้นความน่าสงสารของตัวเอง บวกกับบุญคุณความแค้นในชาติก่อน ดังนั้นต้องวัดกำลังกับอีกฝ่ายเสียหน่อย แต่หาก้าสืบหาขึ้นมาจริงๆ แม้เป็ชาติก่อน ลู่ซือหยวนก็ไม่ได้ทำเื่อะไรผิดต่อตัวเขาเองเลยจริงๆ
หลิงหานไม่ใช่คนซับซ้อน เมื่อคิดได้ก็ขอโทษทันที “ขอโทษครับ ที่จริงเมื่อก่อนผมคิดว่าคุณไม่ชอบผม เลยไม่อยากมาหาคุณ เป็เจี่ยงอี้ที่ลากผมมาขอร้องคุณ ดังนั้นเลยออกมาเป็แบบนี้ จุดประสงค์ที่ผมมาวันนี้ก็คืออยากถามว่าคุณขาดคนไหม ถ้าคุณว่าผมใช้ได้ ผมรับประกันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ถ้าคุณคิดว่าผมไม่ได้ ผมจะไปทันที”
พูดเป็ชุดแบบซื่อๆ โง่ๆ อย่างหาที่เปรียบมิได้ ทำให้ลู่ซือหยวนพูดไม่ออก
คนซื่อสัตย์แบบนี้มีน้อยมาก ซื่อจนใกล้โง่แล้ว ทำให้เขาไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างไร
ลู่ซือหยวนไม่ใช่คนเห็นใจใคร จึงถามกลับทันที “นายคิดว่าเหตุผลที่ฉันต้องเลือกนายคืออะไร”
“ฝีมือการแสดงผมใช้ได้ หน้าตาก็ไม่เลว” คนทั่วไปคงเขินที่จะต้องชมตัวเองขนาดนี้ แต่หลิงหานไม่ใช่คนทั่วไป เขาเป็คนที่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างล้นเหลือ ดังนั้นการชื่นชมตัวเองก็เหมือนเป็การเล่าข้อเท็จจริง ทำให้คนฟังตาค้างจนพูดไม่ออก
ลู่ซือหยวนเหล่ตาน้อยๆ ในใจลอบแปะป้าย ‘หน้าไม่อาย’ ให้หลิงหาน
“ั้แ่นายเข้ามาในห้องนี้ ก็เริ่มทำฉันเสียเวลาแล้ว...” ลู่ซือหยวนยกแขนดูนาฬิกาข้อมือยี่ห้อสวิสที่ดูเรียบง่ายของเขา “เวลาสิบนาที ในเมื่อนายบอกว่านายแสดงดี ถ้าอย่างนั้นแสดงให้ฉันดูสักหน่อยสิ”
เขาพูดแล้วเดินไปหยิบแฟ้มข้างโต๊ะหนังสือโยนให้หลิงหาน “นี่คือเนื้อเื่ MV ของหนึ่งในเพลงใหม่ในอัลบั้มฉัน เนื้อหาง่ายมาก แต่ฉากต้องมีการแสดงพลัง นอกเสียจากนายต้องแสดงออกมาให้ได้ตามที่ฉัน้าแล้ว มิฉะนั้นฉันจะให้นายอับอาย”
พูดจาไม่เกรงใจกันสักนิด ความหมายของการข่มขู่ก็หนักมาก ถ้าคนทั่วไปมาได้ยินอย่างนี้เกรงว่าคงสูญเสียความมั่นใจ กลัวคนอื่นเขาไม่เกรงใจตัวเอง แต่หลิงหานเข้าใจนิสัยของเขา เ้านกยูงตัวนี้บางครั้งปากร้ายจริงๆ แต่ด้านนิสัยก็งั้นๆ
หลิงหานรับแฟ้มมาเปิดโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ดูบทในเล่มรอบหนึ่งอย่างรวดเร็วที่สุด ชื่อเพลง ‘ราชินี’ เพลงสไตล์ EDM เพลงประเภทนี้เน้นทำนองกับการเต้น เื่ราวอ่อนกว่าเมื่อเทียบกับเพลงประเภทอื่นๆ บทในแฟ้มนั้นมีอยู่แค่สามหน้าสั้นๆ MV ที่ถ่ายออกมา กระทั่งบทพูดอาจจะไม่ดึงออกมาเลยก็ได้ แต่ระหว่างถ่ายจริงแน่นอนว่า้าบทพูดและฉาก
เนื้อหาสำคัญคร่าวๆ คือ ยกย่องความสง่างามชั้นสูงและความเซ็กซี่ของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเหมือนกับราชินีทำให้คนมากมายลุ่มหลงเธอ พระเอกเองก็หลงใหลเธออย่างลึกซึ้ง เทียบกับ ‘สามวัน’ ของอีซวี่แล้ว เนื้อหาน่าสงสารน้อยกว่า แต่อุปกรณ์ประกอบฉากและการจัดเวทีตอนสุดท้าย ยังมีเพลงแทรกส่วนของการเต้นที่น่าจะอัศจรรย์พอๆ กัน
สำหรับเนื้อหาการแสดง การแสดงสำคัญของ MV เพลงนี้หลิงหานยังคุมได้อยู่ แม้ชาติก่อนเป็คนอื่นที่หลงใหลเขา แต่เขาก็พยายามคิดถึงอารมณ์หลงใหลของคนคนหนึ่งได้
“ให้ผมแสดงเป็ชายที่ราชินีทำให้สับสนหรือ” เขาเงยหน้าถาม
ใครจะรู้ว่าพอพูดออกไป ลู่ซือหยวนกลับยิ้ม รอยยิ้มเขานั้นยากจะเข้าใจ “ใครบอกให้นายแสดงเป็ชายที่ราชินีทำให้สับสนล่ะ”
หลิงหานสงสัย “อย่างนั้นแสดงเป็อะไร”
ในเล่มทั้งหมดมีอยู่สองบท ให้แสดงเป็อุปกรณ์ประกอบฉากหรือ
ลู่ซือหยวนเดินไปนั่งบนโซฟา ยกขาขึ้น พูดอย่างเรียบๆ “แสดงบทนางเอก”
นางเอก!
หลิงหานเบิกตากว้าง เดี๋ยวนะ เขาไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม ไม่ได้แสดงเป็พระเอกแต่แสดงเป็นางเอกหรือ
“ใช่ เนื้อหาที่สื่อออกมาของเพลงนี้คือความเซ็กซี่ ความสวยงาม และแรงดึงดูดของผู้หญิง พระเอกแค่รับผิดชอบถูกทำให้หลงใหลก็พอแล้ว จะแสดงยากอะไร รับบทนางเอกถึงจะท้าทาย แบบนั้นถึงจะมองออกว่าฝีมือการแสดงเป็อย่างไร”
เวลานี้ในใจหลิงหานมีสัตว์นับพันตัววิ่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง คุณให้ผู้ชายอย่างเขารับบทผู้หญิงเซ็กซี่ สวย มีแรงดึงดูดหรือ ล้อเล่นใช่ไหม
ไป๋จื่อเช่อชาติก่อนเติบโตมาอย่างงดงาม แต่ความงามนั้นเป็ความงามของผู้ชาย ไม่ทำให้ใครเข้าใจผิดคิดว่าเป็ผู้หญิงแน่ๆ พอเกิดใหม่ร่างกายหลิงหานก็บางลงหน่อย แต่มองแล้วก็เป็โครงร่างของผู้ชายเช่นกัน ผู้ชายสามารถแสดงความงดงามของเพศหญิงได้ แต่ต้องอาศัยพื้นฐานความจริง เช่น ใบหน้า รูปร่าง การแต่งหน้าหนักๆ หากไม่มีพื้นฐานความจริงพวกนี้แล้ว แม้ทักษะการแสดงจะดี ถ้าหากแสดงออกมาก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรู้สึกสะอิดสะเอียน
สถานการณ์ตอนนี้ ลู่ซือหยวนราวกับไม่ได้หมายความว่าให้เขาไปห้องแต่งหน้าเพื่อหวีผมแต่งหน้าแต่งตัว
เื่ราวดำเนินมาจนถึงตรงนี้ หลิงหานคิดไปคิดมาทำได้เพียงอาศัยความเป็มืออาชีพแสดงต่อไป สำหรับผลจะเป็อย่างไร ก็ปล่อยให้เป็ไปตามชะตาฟ้าลิขิต
หลิงหานหายใจเข้าลึก ให้ตัวเองเข้าสู่โหมดของการทำงานอย่างรวดเร็ว “ได้”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302