“คุณเวียร์น่า คนของเรากระจายตัวออกไปได้ราว 3 กิโลเมตรแล้วครับ”
นักเรียนปี 1 สวมใส่แว่นตารายงานผลของการสำรวจที่เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาจัดกลุ่มย่อยเพื่อแยกนักเรียนออกไปสำรวจและเก็บเสบียงรอบๆค่ายมาไว้สำหรับใช้ชีวิต 15 วัน หญิงสาวผมสีม่วงที่มองดูแผนที่การทดสอบที่สร้างขึ้นคร่าวๆนี้เองนั้น เธอก็เริ่มย่นคิ้วคิดเกี่ยวกับแผนการต่อไปที่ต้องทำ เพื่อให้ค่ายของวิทยาลัยเฟลิกซ์ของเธอกลายเป็ที่ 1 ด้วยความรู้และความเข้าใจในการวางแผนที่ฝึกฝนมาจากตระกูล เธอจะทำให้วิทยาลัยเฟลิกซ์เป็อันดับ 1 ของการทดสอบให้ได้
“ส่งกองกำลังสำรวจชุดที่สองเข้าไปสมทบเลย”
“ครับ”
การสำรวจในพื้นที่ที่พึ่งเข้ามาไม่ใช่เื่ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้คนให้ถูกต้องและต้องรู้จักเปลี่ยนคนเพื่อลดอาการตื่นตระหนกใกับสภาพแวดล้อมอันไม่คุ้นชิน การสร้างหน่วยสำรวจขึ้นมาสองชุดนี้เอง นอกจากจะสับเปลี่ยนกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ออกไปเจอสิ่งแปลกประหลาดเพื่อลดความวิตกของพวกเขาลงได้ การเจอมอนสเตอร์และป่าไม้เพียงแค่ในบทเรียน อาจจะทำให้พวกเขาล้มเหลวในการทอดสอบเพราะเกิดความกลัว ดังนั้นจึงต้องนำทุกคนออกไปัักับสิ่งน่ากลัวเพื่อให้พวกเขาสามารถวิเคราะห์และคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่กำลังเผชิญหน้ามีความน่ากลัวในระดับใด
—------------------------
“คุณปีแอร์ เราน่าจะวกไปทางทิศเหนือ หากไปไกลกว่านี้มอนสเตอร์น่าจะแข็งแกร่งขึ้น”
นักเรียนด้านข้างเสนอความคิดให้เปลี่ยนทิศทางในการสำรวจ ชายผมสีทองชื่อปีแอร์จึงหยุดกวัดแกว่งดาบแล้วมองจ้องรอบทิศทางเพื่อสำรวจพลังเวทย์ว่าเขาและหน่วยสำรวจของวิทยาลัยกฤตินควรจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ หลังจากััได้ว่าด้านหน้ามีพลังเวทย์เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากหลายเท่า เขาจึงพาทุกคนเปลี่ยนทิศทางการสำรวจ
ด้วยการที่เขามีพลังเวทย์ 30 ปีส่งผลให้เขาเป็หัวหน้าของค่ายวิทยาลัยกฤติน นอกจากนั้นยังเป็หัวหอกในการพาทุกคนออกสำรวจและเก็บเสบียงในวันแรกเตรียมไว้ใช้ใน่เวลาการทดสอบ
“ไปกันเถอะ ลึกเข้าไปมีมอนสเตอร์แข็งแกร่งอาศัยอยู่ ยังไม่ใช่เวลาที่เราจะปะทะกับมัน”
นักเรียนปี 1 ของวิทยาลัยกฤตินพุ่งตัวตามปีแอร์ไปยังทิศเหนือเพื่อสำรวจ ระหว่างวิ่งพวกเขาก็ช่วยกันจดจำทิศทางเพื่อนำกลับไปสร้างแผนที่อย่างคร่าวๆ หากเกิดเหตุการณ์อันตรายฉับพลันพวกเขาจะได้หาหนทางหนีได้
—------------------------------
[แจ้งเตือน ท่านก้าวเข้าสู่อันตราย]
แอนเดอร์สันหยุดเท้าตัวเองลง หลังจากเขาพึ่งก้าวขาออกจากกลุ่มสำรวจได้ยังไม่ถึง 10 เมตร ระบบก็ได้แจ้งเตือนถึงอันตรายที่สามารถฆ่าเขาได้ ซึ่งเขาตัดสินใจออกห่างจากกลุ่มสำรวจที่นำโดยโซเดียร์ก็เพราะว่าเขาพอจะรู้ว่าเขตทดสอบยังไม่ได้น่ากลัวจนฆ่าเขาได้แค่ก้าวพลาด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจออกมาหาความตายที่จะช่วยเพิ่มจำนวนตั๋วสุ่มรางวัล
หลังจากได้ยินเสียงแจ้งเตือนแอนเดอร์สันจึงกวาดตามองรอบข้างเพื่อหาความอันตรายที่กำลังแจ้งเตือน ทันทีที่เขาพบว่ามีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งกำลังเตรียมลอบสังหารจากพุ่มไม้ห่างออกไป 20 เมตร เขาจึงรู้สึกโล่งใจเพราะมันเป็มอนสเตอร์ 5 ปีเพียงเท่านั้น ยังไม่ถือว่าเป็สิ่งที่น่ากลัวพอจะฆ่าเขาได้ในครั้งเดียว
“ศรสายลม”
ปิ้ว!
มือข้างขวายกขึ้นมาขีดเขียนวงเวทย์กลางอากาศก่อนจะปลดปล่อยเวทย์ศรสายลมมุ่งตรงไปยังตำแหน่งมอนสเตอร์หลบซ่อนตัว ทันทีที่ศรสายลมพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ บนใบหน้าของแอนเดอร์สันถึงขั้นใเพราะเวทย์พื้นฐานของเขาสามารถฆ่ามอนสเตอร์ 5 ปีได้ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว ไม่เพียงแค่ฆ่ามอนสเตอร์ 5 ปีให้ตกตาย มันยังทะลวงต้นไม้ไปไกลถึง 10 เมตรสร้างความใให้เขาเป็อย่างมาก
หากวัดกันด้วยระดับพลังเวทย์ตัวของเขามีพลังมากกว่ามันเพียง 1 ปีเท่านั้น เวทย์ศรสายลมของเขาควรจะสร้างความเสียหายให้มันอย่างหนักไม่ใช่การฆ่าให้ตาย แต่ความสามารถของฉายาผู้ใช้สายลมที่ได้จากการสุ่มของระบบ ทำให้เวทย์สายลมทุกบทที่เขาใช้รุนแรงกว่าเดิม 1 เท่า ส่งผลให้เวทย์ศรสายลมเมื่อครู่ทะลวงร่างมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายกระต่ายจนตกตายไปในทันที
[แจ้งเตือน ท่านได้รับตั๋ว 1 ใบ]
รอยยิ้มน้อยๆค่อยๆฉีกกว้างหลังจากรู้ว่าการฆ่ามอนสเตอร์ที่ซุ่มสังหารได้รับตั๋วเช่นเดียวกัน ถึงมันจะไม่มากแต่การสุ่มรางวัลได้ใน 1 ครั้งมันก็อาจจะส่งผลให้เขาพลิกฟ้าได้ด้วยสิ่งที่สุ่มเพียงครั้งเดียว
“เอาล่ะ ได้เวลาทดสอบข้อจำกัดของความตายแล้ว”
แอนเดอร์สันเดินเข้าไปมองร่างมอนสเตอร์ 5 ปีที่ตายไปก่อนจะควักเอาคอร์ 5 ปีของมันออกมาเก็บเอาไว้ ด้วยสิ่งนี้สามารถแลกแต้มในการทดสอบได้เขาจึงต้องเก็บไปยืนยัน
สำหรับคอร์มอนสเตอร์ที่แอนเดอร์สันเก็บมานี้เองนั้น มันเป็แหล่งพลังเวทย์ของมอนสเตอร์ มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ด้วยการนำไปหลอมสกัดให้เกิดเป็ตัวยาร่วมกับสมุนไพร จะทำให้ได้เม็ดยาที่สามารถเพิ่มพลังเวทย์สะสมได้ตามสูตรที่แต่ละบริษัทใช้ บางบริษัทสามารถสร้างยาเพิ่มพลังเวทย์ 1 ปีออกมาได้ บางบริษัทสร้างยาพลังเวทย์ 10 ปี โดยจำนวนพลังเวทย์ยิ่งมากระดับของคอร์ที่ใช้ก็ยิ่งสูงขึ้นไปด้วย แต่สำหรับแอนเดอร์สัน เขายังมองไม่เห็นประโยชน์จากคอร์นอกจากนำไปขาย หากจะให้ดูดซับตรงๆเขายังไม่สามารถทำได้ จำเป็ต้องมีระดับพลังเวทย์ที่สูงกว่านี้ก่อน ไม่เพียงเท่านั้นเขาก็ยังไม่มีวงเวทย์สำหรับดูดกลืนพลัง จึงยังไม่สามารถใช้งานคอร์ได้โดยตรง
“นายออกจากกลุ่มมาทำไม”
น้ำเสียงเรียบนิ่งเต็มไปด้วยความกดดันส่งผ่านมายังร่างของแอนเดอร์สันทำให้เขาขนลุกชันจนต้องหันกลับไป ยังดีที่ระบบไม่ได้แจ้งเตือนให้เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะตายจึงรู้ว่าคนที่เข้ามาด้านหลังโดยไม่ให้เกิดเสียงยังไม่้าจะฆ่าเขา จากเดิม้าจะนำเืมอนสเตอร์มาทาตัวเพื่อล่อมอนสเตอร์ตัวอื่นให้เขามาหาเพื่อทดสอบระบบยั่วยุความตายตอนนี้เขาต้องหยุดความคิดเอาไว้ก่อน
“แอนเดอร์สัน นายออกจากกลุ่มมาทำไม”
น้ำเสียงเ็ายังคงถามย้ำ แอนเดอร์สันจึงหันมองโซเดียร์ที่เดินมาตามเขากลับเข้าไปในกลุ่ม การแยกตัวของเขาจะทำให้คนอื่นเกิดอันตราย
“พอดีอยากลองเวทย์ ”
“ตามมา เราต้องไปเป็กลุ่ม อย่าออกมาอีก”
แอนเดอร์สันพยักหน้า จากแผนที่วางเอาไว้เขาจะแยกตัวออกไปสำรวจ ดูท่าคงเป็ไปไม่ได้ เดิมทีเขาคิดว่าวันแรกในการทดสอบคงไม่มีเื่น่าเป็ห่วงใดๆ เขาสามารถแยกตัวออกมาได้ แต่เมื่อลองนึกย้อนกลับไปใหม่โดยใช้มองในมุมของภาพรวม การแยกตัวออกมาของเขากำลังทำให้ทุกคนเกิดอันตรายเพราะอาจจะไปกระตุ้นให้มีบางอย่างไล่ล่าเขาจนเชื่อมโยงไปถึงค่าย ดังนั้นเขาจึงต้องตามโซเดียร์กลับไปรวมกลุ่มเพื่อสำรวจ การเก็บตั๋วสุ่มรางวัลคงต้องเก็บเอาไว้ก่อนเพราะวันข้างหน้า นักเรียนปี 1 จะต้องแยกตัวกันเพื่อตามหาของล้ำค่า เขาสามารถใช้่เวลานั้นแยกตัวออกไปสำรวจด้วยตัวคนเดียวได้
“ไปกันเถอะ”
โซเดียร์บอกทุกคนให้เดินทางสำรวจต่อไป ถึงจะเป็กลุ่มที่ใหญ่เพราะมีนักเรียนหลายพัน แต่มันก็เป็กลุ่มที่ปลอดภัย นอกจากนั้นยังสามารถเปิดหูเปิดตานักเรียนให้ได้ัักับของจริงในมิติมิสเทอรี่อีกด้วย
“นั่น! มันคือผลไม้อาหาร ลูกสนไก่อบชีส”
เสียงร้องะโด้วยความตื่นเต้นทำให้นักเรียนปี 1 มองจ้องไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่ บนต้นของมันมีลักษณะคล้ายกับต้นสน เพียงแต่ว่าลูกสนที่ทุกคนเห็นมีลักษณะเหมือนกับเนื้อไก่อบ รอบๆผิวของมันยังมียางที่รสชาติเหมือนกับชีสป้ายเต็มไปหมด ส่งผลให้นักเรียนที่มองเห็นและได้กลิ่นน้ำลายไหลเพราะผลไม้ภายในมิสเทอรี่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับของกินมาก ไม่เพียงแค่เหมือนเท่านั้น รสชาติและััยังเหมือนอาหารแล้วยังสามารถทานเข้าไปได้อีกด้วย
หลังจากมองเห็นสนไก่อบชีส นักเรียนปี 1 ก็เริ่มปีนขึ้นไปเก็บมาเป็เสบียง แอนเดอร์สันที่ไม่เคยเจอผลไม้อาหารเป็ๆจึงได้ขึ้นไปเก็บมากินผลหนึ่ง ก่อนจะทำตาโตเพราะความรู้สึกที่ััได้ผ่านลิ้นหลังจากกินผลไก่อบชีสเข้าไปมันละมุนเป็อย่างมาก หากให้เทียบกับไก่อบชีสในโลกของเขา นับว่าเป็ไก่อบชีสที่อร่อยกว่าที่เคยกินมาไม่รู้กี่เท่า แล้วการที่มันมีพลังเวทย์ภายในลูกสนไก่อบชีสนี้เอง ทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมา ถึงมันจะเป็การฟื้นฟูที่น้อยนิดแต่ก็ให้ผลดีกว่ากินอาหารทั่วไปในโลกของเขา
“หัวมันโคล่า เราเจอหัวมันโคล่า มีหลายพันต้นเลยรีบเก็บเร็วเข้า”
แอนเดอร์สันมองไปยังมันที่มีหัวฝังอยู่ใต้ดิน เขาจึงดึงขึ้นมาจากดินหนึ่งต้นเผยให้เห็นหัวมันทรงกลมสีแดงด้านในเหมือนกับว่ามีน้ำบรรจุอยู่ เขาจึงใช้นิ้วเจาะเข้าไปดูก่อนจะพบว่าด้านในมีน้ำสีน้ำตาลคล้ายกับน้ำอัดลมไหลออกมา แอนเดอร์สันไม่รอช้ากระดกดื่มก่อนจะแสดงท่าทางใกับความซ่าและความสดชื่นจากน้ำที่ดื่มกิน
“ต้นไม้นี่ก็กินได้ ข้างในมันเหมือนขนมปังเราจะเก็บไปไหม”
“ตัดเลย”
การเก็บอาหารเริ่มต้นขึ้นจากนักเรียนหลายพัน แอนเดอร์สันไม่ได้ช่วยทุกคนเก็บ เนื่องจากนักเรียนมีมากเกินไป จึงมีหลายคนนอกเหนือจากเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเดินตาม ถึงอย่างนั้นการเดินของพวกเขาก็ได้รับประสบการณ์เป็จำนวนมาก นอกจากจะเจอเข้ากับผลไม้อาหารหน้าตาแปลกประหลาดที่สามารถสร้างอาหารรสชาติเหมือนอาหารโลกของพวกเขาได้แล้ว ยังเจอเข้ากับมอนสเตอร์หน้าตาแปลกประหลาดมากมายที่เคยเห็นในห้องเรียน ถึงอย่างนั้นคนที่จัดการกับมอนสเตอร์มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น จึงทำให้นักเรียนหลายพันทำเพียงแค่มอง
“อืม ไอ้นี่อร่อยแฮะ”
แอนเดอร์สันเด็ดผลไม้จากต้นไม้เตี้ยๆสูงไม่ถึงเข่ามากิน หน้าตาผลของมันเหมือนกับไข่ดาวราดซอสพริก จากนั้นเขาก็มองไปยังผลไม้ที่หน้าตาเหมือนถ้วยมีฝาปิดเอาไว้ ด้านในเป็ซุปเนื้อชิ้นใหญ่เขาจึงแกะแล้วกินไม่สนสายตาที่จ้องมอง ภายใต้การเดินสำรวจรอบๆ แอนเดอร์สันได้พบเจอเข้ากับผลไม้อาหารมากมายและพวกมันส่วนมากถูกเขากลืนลงท้องไปด้วยความอยากอาหาร
“การที่มันเป็พื้นที่ทดสอบจึงมีการเตรียมผลไม้อาหารเหล่านี้เอาไว้มากมายสินะ”
แอนเดอร์สันหันซ้ายมองขวา เขาพบว่าห่างจากค่ายราว 5 - 6 กิโลเมตรล้วนเต็มไปด้วยอาหาร พวกมันเพียงพอจะทำให้นักเรียนแต่ละค่ายอยู่จนครบ 15 วัน จากการคาดการณ์ของเขาคิดว่าอาหารเหล่านี้คงจะมีการเตรียมการจากทางอาจารย์ของแต่ละวิทยาลัยเพื่อให้นักเรียนได้เก็บไปใช้งาน อย่างไรก็ตามพระอาทิตย์ของวันที่ใกล้จะลาลับขอบฟ้า ทำให้กลุ่มคนที่ออกมาเก็บอาหารในวันแรกจำเป็ต้องกลับ ด้วยปริมาณอาหารที่นักเรียนหลายพันแบกอยู่บนหลัง มากพอจะเลี้ยงพวกเขาได้เป็เดือน
“ไปไปไป ฟ้าใกล้มืดแล้ว ยิ่งมืดมอนสเตอร์ก็ยิ่งแข็งแกร่ง รีบเดินเร็วเข้า!”
โซเดียร์มองไปรอบๆพยายามรักษาความปลอดภัยให้กับนักเรียนที่มากับเธอ ระหว่างให้เพื่อนของเธอช่วยร้องะโสั่งการ เธอก็เหลือบไปเห็นแอนเดอร์สันกำลังแกะผลไม้อาหารกินโดยไม่คิดจะเหลือเก็บเอาไว้ สร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยว่าเขากำลังจะทำอะไรถึงได้กินอาหารไปมากมายแทนที่จะเก็บไว้เป็อาหารสำรองของตัวเอง