7 1-2
ตอนที่12 แค่เดินผ่านมาเฉยๆ
ระหว่างทางมุ่งสู่ตลาดมืด เซิ่งเต๋าอันเลี้ยวไปยังสถานีตำรวจก่อนเป็อันดับแรก
ฮ่าวกั๋วฉิง สารวัตรประจำสถานีตำรวจแห่งนี้ถึงกับต้องปั้นหน้าประหลาดใจทันทีที่พบว่า เซิ่งเต๋าอันเดินทางมาหาตนด้วยตัวเอง
“ลูกพี่เซิ่ง มาทำอะไรแถวนี้ครับ? ฮ่าฮ่า ไม่ได้พบเจอกันตั้งนาน เข้ามาสิครับ เข้ามานั่งก่อน! ผมมีเื่อยากพูดคุยกับลูกพี่เซิ่งเยอะแยะเลย!”
เซิ่งเต๋าอันโบกมือไปมาส่งสัญญาณว่ากำลังรีบร้อน
“ฮ่าวน้อย นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคุยเล่น วันนี้ฉันคาบผลงานชิ้นใหญ่มาให้แกโดยเฉพาะ!”
“ห๊ะ..ครับ??”
ฮ่าวกั๋วฉิงถึงกับนั่งตัวตรงแน่ว เริ่มสนอกสนใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน
ต้องเป็เื่ใหญ่ระดับไหนกัน ถึงขั้นทำให้ลูกพี่เซิ่งต้องออกโรงด้วยตัวเองแบบนี้?
เซิ่งเต๋าอันไม่พูดพล่ามทำเพลง กระชากแขนอีกฝ่ายออกมาจากสถานีตำรวจทันที ระหว่างวิ่งสลับเดินก็ได้อธิบายรายละเอียดให้ฟังคร่าวๆไปพลาง ยิ่งได้ฟังเื่ราวที่เล่าสู่กัน ฮ่าวกั๋วฉิงก็ยิ่งตาสว่างเป็ประกายเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
“จริงเหรอครับลูกพี่?! รอเดี๋ยวนะพี่ รอแป๊ปนึง! ผมขอเรียกกำลังเสริมก่อน! งานนี้จับปลาใหญ่ไม่ควรประมาท!”
แสงสว่างรำไรเริ่มส่องไสวคมชัดภายใต้ดวงตาคู่นั้นของเซิ่งเต๋าอัน เขารีบอธิบายขยายความต่อทันที
“เท่าที่คิดๆดู ในตลาดมืดคงจะไม่มีใครอีกแล้วที่กล้าทำเื่อุกอาจขนาดนี้ได้นอกจากไอ้พี่หลง แล้วลูกน้องของมันก็มีอยู่เต็มตรอกนั่น การเรียกกำลังเสริมก็ถูกต้องแล้ว”
ย้อนกลับไปเล็กน้อย ตอนที่ซูหนี่บอกกับเขาว่ากู่หวานหวานกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงตาย เซิ่งเต๋าอันก็อดรู้สึกเป็กังวลไม่ได้
เพราะภายในตรอกนั่นจะมีก็เพียงไอ้พี่หลงเท่านั้น ที่กล้าทำเื่ผิดประเวณีแบบไม่อายฟ้าอายดินเช่นนี้ สิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุดก็คือ หากวันใดวันหนึ่งกลับเป็ซูหนี่ที่ตกเป็เหยื่อของมันแทนล่ะ? ต่อให้ต้องตาย เขาก็ไม่มีวันยอมอย่างแน่นอน!
เมื่อถึงตอนนั้นใครจะรู้เล่าว่า เขาอาจขาดสติจนถึงขั้นพลั้งมือฆ่าคนจริงๆก็เป็ได้!
เซิ่งเต๋าอันใจเต้นตึกตักสั่นระทึก ั์ตาเข้มขลับสีดำมืดยิ่งทวีความทมิฬเืเย็นออกมาให้เห็น ไม่ว่ายังไง เขาก็จะต้องรีบตัดไฟั้แ่ต้นลม จะปล่อยให้อันธพาลแบบนั้นยุ่งเกี่ยวกับซูหนี่ไม่ได้เด็ดขาด!
แต่ถึงอย่างนั้น การที่มีใครสักคนให้ต้องคอยรู้สึกเป็ห่วงอยู่ในใจ แทนที่เขาควรจะต้องรู้สึกหงุดหงิด ทว่าความจริงกลับตรงกันข้าม สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ฮ่าวกั๋วฉิงตะเบ๊ะรับทราบและรีบดำเนินการทันที เขาเรียกหาลูกน้องคนสนิทกลุ่มหนึ่ง แล้วรีบติดตามไปถึงที่ตลาดมืดอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่อยู่หน้าปากทางเข้าตลาดมืด เซิ่งเต๋าอันได้หยุดคิดชั่วครู่ แล้วจึงสั่งการให้ตำรวจสองนายอ้อมไปดักที่หลังตรอกไว้ เพื่อปิดเส้นทางทั้งหมดที่พี่หลงอาจใช้หลบหนีได้ จากนั้น ทั้งหมดจึงค่อยเคลื่อนกำลังบุกเข้าไปทันที
เข้าใกล้จุดเกิดเหตุในระยะทำการ เซิ่งเต๋าอันและนายตำรวจกลุ่มนั้นจึงลดเสียงฝีเท้าเปลี่ยนเป็ย่องเบา
สิ้นสัญญาณมือเท่านั้น ทุกคนต่างเผยตัวเข้าล้อมจับกุมผู้คนในที่เกิดเหตุไว้ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า เซิ่งเต๋าอันหรี่ตากวาดมองทั่วทุกสารทิศ เแต่น้นใส่ใจกับปฏิกิริยาการเคลื่อนไหวของพี่หลงเป็พิเศษ
และก็เป็อย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด อาศัยจังหวะที่กำลังชุลมุนวุ่นวาย พี่หลงได้แอบย่องหลบหนีออกไปทางด้านหลังตรอกพร้อมกับใครบางคนในอ้อมแขน
แม้ใครบางคนที่ว่าจะมีผ้าผืนใหญ่คอยปกปิดซ่อนไว้ แต่เซิ่งเต๋าอันก็สามารถจดจำได้ในทันที บุคคลที่อยู่ในอ้อมแขนพี่หลงนั้นก็คือกู่หวานหวาน เลขาประจำสหพันธ์สตรีนั่นเอง ด้วยความที่เขาเป็ทหาร จึงมีทักษะในเื่การสังเกตและจดจำใบหน้าของผู้คน และเซิ่งเต๋าก็นับว่ามีความสามารถในด้านนี้สูงมากด้วย
เห็นพี่หลงกำลังจะหลบหนีลอยนวลไปได้ เซิ่งเต๋าอันก็ชักปืนพกออกมาพร้อมเหนี่ยวไกยิงอย่างใจเย็น เสียงปืนหนึ่งนัดดังสนั่นออกจากปลายกระบอก รู้สึกตัวอีกที พี่หลงก็ถูกยิงเข้าที่ขาจนสูญเสียการทรงตัวล้มคะมำลง ธารเืแดงสดไหลรินไม่หยุด
ส่งผลให้กู่หวานหวานต้องล้มหัวทิ่มพื้นไปอีกคนด้วย นอนขดตัวกลมสั่นผวาขวัญเสียสุดขีด เสื้อผ้าของเธอที่สู้อุตส่าห์หอบหิ้วมาด้วยก็ได้กระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้น
เซิ่งเต๋าอันยกปลายกระบอกปืนขึ้นเป่าเขม่าควัน ก่อนจะหายวับไปจากตรอกซอยแห่งนั้น ส่วนตำรวจสองนายที่ปิดช่องทางหนีด้านหลังตรอกไว้ ก็ได้ปรี่เข้ามารวบจับ คล้องใส่กุญแจมือทั้งพี่หลงและกู่หวานหวานไว้ได้พร้อมกัน
ในเวลาเดียวกันนั้น อีกฟากฝั่งหนึ่งของตรอกก็ปรากฏคนอีกกลุ่มหนึ่งวิ่งปรี่เข้ามาด้วยความไม่พอใจ
คนกลุ่มนั้นนำโดยเฉินหยุนถิง เ้าตัวสับเท้าปรี่เข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมร้องะโถามด้วยเสียงดังลั่นว่า
“เกิดอะไรขึ้น! ทำไมจู่ๆก็มีเสียงปืน!?”
เขาเพิ่งจะนำกำลังทหารเดินตรวจตราความสงบเรียบร้อยอยู่ที่บริเวณใกล้เคียงกันนี้ แต่จู่ๆก็พลันได้ยินเสียงโกลาหลวุ่นวายขึ้นภายในตรอก จึงรีบปรี่เข้าดูเหตุการณ์โดยเร็ว
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น กู่หวานหวานก็ถึงกับใจหายวาบร่วงไปถึงตาตุ่ม ผิวหน้าละเอียดอ่อนของหญิงสาวซีดเผือดลงทันที รูม่านตาดำหดวูบลงเหลือเท่ารูเข็มเพราะความใสุดขีด ไม่ว่ายังไงก็ห้ามให้เฉินหยุนถิงล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเด็ดขาด!!!
กู่หวานหวานแอบบิดเกลียวขยับร่างกายให้พ้นห่างจากพี่หลงโดยเร็ว ก่อนจะพูดเสียงสะอื้นทั้งน้ำตาขึ้นว่า
“กะ-เกิด…เกิดอะไรขึ้น? ฉันก็แค่มาซื้อไข่ไก่แถวนี้เอง ดูสิ เสื้อผ้าสวยๆที่ฉันอุตส่าห์ซื้อให้พี่ซูหนี่ ตกพื้นสกปรกหมดแล้ว… นี่มันเื่อะไรกันคะคุณตำรวจ? อยากได้ผลงานจนตัวสั่น ถึงขั้นใส่ความกล่าวหาว่าฉันล่วงประเวณีกับผู้ชายเชียวเหรอ? ถ้าเมื่อครู่ยิงโดนฉันขึ้นมาจริงๆ พวกคุณจะรับผิดชอบยังไง?!”
ได้ฟังคำแก้ตัวหน้าด้านๆของกู่หวานหวาน กระทั่งพี่หลงยังต้องก้มหน้าสลดด้วยความละอายใจ เพราะอะไรน่ะเหรอ? เห็นริมฝีปากสีแดงสดแถมบวมเป่งของผู้หญิงคนนั้นมั้ยล่ะ นั่นแหละผลงานชิ้นเอกของเขาเอง…
แต่ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว พี่หลงจึงได้แต่พยักหน้าพูดเสียงอ่อนว่า
“นะ-นั่นน่ะสิ ตัวผมเองก็มาซื้อน้ำปลาให้เมีย…”
ระหว่างนั้น กู่หวานหวานก็แสร้งทำเป็หันไปเก็บชุดเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ขณะเดียวกันก็เร่งมือแอบติดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยด้วย
ทว่าใครจะไปคาดคิด ทุกอย่างกลับไม่ได้สวยหรูดั่งใจนึก เฉินหยุนถิงบังเอิญหันไปเห็นจังหวะที่หญิงสาวกำลังก้มติดกระดุมเสื้อเข้าพอดี จึงร้องทักทายด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“สหายกู่เหรอ?”
กู่หวานหวานได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นปฏิเสธต่อทั้งน้ำตา
“สหายเฉิน ฮึกๆ…ฉันแค่เดินผ่านมาแถวนี้จริงๆนะคะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ทำไมจู่ๆตำรวจพวกนี้ถึงต้องใส่กุญแจมือฉันด้วย??”
ใบหน้าขาวกระจ่างใสดุจหิมะของหญิงสาวในตอนนี้ คล้ายมีมลทินให้จับผิด ไหนจะรอยจ้ำสีแดงหลายดวงที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งผิวแก้มและลำคอ อีกทั้งยังร่องรอยของผลงานชิ้นเอกที่พี่หลงฝากไว้บนริมฝีปากของเธออีก
นอกจากนี้ ทั้งเสื้อผ้าผมเผ้าของเธอก็ยังกระเซอะกระเซิงดูไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยเลยสักนิด
เฉินหยุนถิงใจหายวูบ เบี่ยงหน้าหันไปทางเ้าหน้าที่ตำรวจ และพยายามจะสอบถามว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
ฮ่าวกั๋วฉิงชูตราสัญลักษณ์ตำรวจประจำตัวของตนเองขึ้นแสดงต่อหน้า แล้วจึงค่อยอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง
“สหายทหาร ผมมาจากสถานีตำรวจใกล้ๆนี่ ได้รับแจ้งข่าวมาว่าเกิดคดีล่วงประเวณีในตรอกแห่งนี้ จึงได้รีบรุดเข้ามาตรวจสอบดู”
พูดประโยคสุดท้ายจบ เขายังยกมือขึ้นชี้ไปที่หลักฐานต่างๆตามร่างกายของกู่หวานหวาน
“สหายทหาร นอกจากหลักฐานตามเนื้อตามตัวของผู้ก่อเหตุแล้ว ทางเราเองยังแบ่งกำลังอีกส่วนคอยเฝ้าสกัดอยู่ท้ายตรอก และพบว่าชายหญิงคู่นี้พากันวิ่งหนีออกมาจริงๆ อีกอย่าง ถ้าแค่บังเอิญผ่านมาซื้อของจริง ทำไมจะต้องร้อนตัววิ่งหนีด้วยล่ะ?”
ยิ่งเป็ถ้อยประโยคสุดท้าย ฮ่าวกั๋วฉิงก็ยิ่งจงใจเน้นเสียงมากเป็พิเศษ