การจากไปของบัณฑิตเหวินเซี่ยนทิ้งความรู้สึกว่างเปล่าไว้ในใจของซูซินอยู่บ้าง แต่ด้วยความเข้าใจในหน้าที่และอนาคตที่รออยู่ นางก็พยายามทำใจและกลับมาทุ่มเทให้กับการสอนคุณหนูหลี่เหมยอย่างเต็มที่ บัณฑิตหนุ่มได้ส่งจดหมายมาหานางตามที่สัญญาไว้ เล่าถึงการเดินทางและชีวิตการศึกษาในเมืองหลวง ซึ่งทำให้ซูซินรู้สึกอบอุ่นใจและคลายความกังวลลงไปได้มาก
ในจดหมายฉบับแรก บัณฑิตเหวินเซี่ยนเขียนถึงความประทับใจในการต้อนรับของตระกูลหลี่ และความชื่นชมในความสามารถของซูซิน เขาเล่าว่าระหว่างทางกลับเมืองหลวง เขาได้คิดถึงซูซินและความอบอุ่นในจวนตระกูลหลี่อยู่เสมอ นางอ่านจดหมายแล้วรู้สึกหวานใจ ความรักที่มีต่อคู่หมั้นยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น
บัณฑิตเหวินเซี่ยนได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณหนูหลี่เหมยด้วย จากเด็กที่ดื้อรั้นและไม่ยอมเรียนหนังสือ กลายเป็เด็กที่มีความกระตือรือร้นและให้ความสนใจในบทเรียน เขาประทับใจในวิธีการสอนของซูซินที่อ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ และเห็นว่าซูซินเป็หญิงสาวที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่ในด้านความงาม แต่ยังรวมถึงความรู้ความสามารถและคุณธรรมอันดีงาม
หลังจากบัณฑิตเหวินเซี่ยนจากไป บรรยากาศในจวนตระกูลหลี่ก็กลับมาเป็ปกติ ซูซินยังคงทุ่มเทให้กับการสอนคุณหนูหลี่เหมยอย่างไม่ลดละ และความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์อาจารย์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ คุณหนูหลี่เหมยเริ่มแสดงความรักและความผูกพันต่อซูซินอย่างเปิดเผย นางมักจะโอบกอดซูซินและเรียกนางว่า "อาจารย์พี่" ซึ่งทำให้ซูซินรู้สึกอบอุ่นใจเป็อย่างมาก นางรู้สึกราวกับว่าได้พบกับครอบครัวอีกครั้งในจวนแห่งนี้
ความก้าวหน้าในการเรียนของคุณหนูหลี่เหมยทำให้ทุกคนในจวนรู้สึกดีใจ ฮูหยินหลี่มักจะมาชมผลงานการเขียนพู่กันของบุตรสาว และยิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นลายมือที่สวงามขึ้นเรื่อยๆ นายท่านผู้เฒ่าหลี่ก็แสดงความพอใจเมื่อได้ฟังคุณหนูหลี่เหมยเล่าเื่ราวประวัติศาสตร์ที่เรียนมา และมักจะเสริมเื่ราวด้วยประสบการณ์ของท่านเอง
"เหมยเก่งขึ้นมากเลยนะ" ฮูหยินหลี่กล่าวขณะลูบหัวบุตรสาวอย่างรัก "แม่ดีใจมากที่เห็นลูกตั้งใจเรียน ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ซูเป็อย่างมาก"
ซูซินรู้สึกอบอุ่นใจกับคำชมเชยของฮูหยินหลี่ นางมองเห็นว่าความพยายามของตนเองได้ผลแล้ว และคุณหนูหลี่เหมยกำลังเติบโตเป็หญิงสาวที่มีความรู้และคุณธรรม
แต่ในขณะที่ซูซินกำลังมีความสุขกับชีวิตที่สงบสุขในจวนตระกูลหลี่ ใต้เท้าหลี่กลับเริ่มแผนการร้ายของเขาอย่างเงียบๆ หลังจากที่คู่หมั้นของซูซินจากไป เขาก็เริ่มทำทีเรียกซูซินไปพบเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการศึกษาของคุณหนูหลี่เหมยบ่อยขึ้น จากเดิมที่นานๆ ครั้งจะเรียกพบ ก็กลายเป็สัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง บางครั้งก็เป็เื่เล็กน้อยที่สามารถพูดคุยกับฮูหยินหลี่ได้ แต่ใต้เท้าหลี่ก็ยังคงยืนกรานที่จะพูดคุยกับซูซินด้วยตนเอง โดยอ้างว่า้าความเห็นจากอาจารย์ผู้สอนโดยตรง
ใต้เท้าหลี่มีเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลเสมอ บางครั้งเขาจะบอกว่า้าปรึกษาเื่การเพิ่มวิชาใหม่ให้กับคุณหนูหลี่เหมย บางครั้งก็เป็เื่การจัดหาหนังสือเรียนเพิ่มเติม หรือการวางแผนการศึกษาระยะยาว ซูซินเองก็ไม่คิดอะไร เพราะเห็นว่าใต้เท้าหลี่เป็บิดาที่เอาใจใส่บุตรสาวเป็อย่างมาก
ในการพูดคุยแต่ละครั้ง ใต้เท้าหลี่จะใช้โอกาสนี้ค่อยๆ สืบข้อมูลรายละเอียดของซูซินอย่างแเี เขาถามถึงชีวิตในวัยเด็กของนาง ความฝัน ความปรารถนา รวมถึงความสัมพันธ์กับบัณฑิตเหวินเซี่ยน ซูซินเองก็ไม่คิดระแวง นางตอบคำถามของใต้เท้าหลี่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะคิดว่าเขาเป็นายจ้างที่ห่วงใยในตัวนางและอนาคตของคุณหนูหลี่เหมย นางเล่าถึงบิดามารดาที่อบรมสั่งสอนให้นางยึดมั่นในคุณธรรม ความผูกพันกับคู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกัน และความตั้งใจที่จะใช้ความรู้ความสามารถของตนให้เป็ประโยชน์ต่อสังคม
"อาจารย์ซูเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ นะ" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนชื่นชม "ข้าเห็นว่าอาจารย์มีคุณธรรมและความซื่อสัตย์เป็อย่างมาก สิ่งเหล่านี้หาได้ยากในยุคสมัยนี้"
ซูซินรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำชมเชย "ข้าได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี บิดามารดาของข้ามักจะสอนให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า"
"แล้วบัณฑิตเหวินเซี่ยนล่ะ เขาเป็คนอย่างไร?" ใต้เท้าหลี่ถามต่อ ดวงตาจ้องมองซูซินอย่างใส่ใจ
"เซี่ยนเป็คนดี มีความรู้ความสามารถ และมีความมุ่งมั่นสูง" ซูซินตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "เขาตั้งใจจะเข้ารับราชการเพื่อรับใช้แผ่นดิน ข้าภาคภูมิใจในตัวเขามาก"
ใต้เท้าหลี่ได้เรียนรู้ว่าซูซินเป็หญิงสาวที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจารีตประเพณีอย่างเคร่งครัด นางมีความซื่อสัตย์และภักดีต่อคู่หมั้นของนางเป็อย่างมาก สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ใต้เท้าหลี่รู้สึกท้าทายมากขึ้น เขาไม่ได้้าเพียงแค่ร่างกายของซูซิน แต่เขา้าที่จะทำลายความบริสุทธิ์และคุณธรรมที่นางยึดมั่น เพื่อพิสูจน์อำนาจและบารมีของตนเอง และเพื่อเติมเต็มความปรารถนาอันมืดมิดที่ซ่อนอยู่ในใจ
เขาเริ่มสังเกตรูปแบบการใช้ชีวิตของซูซิน ่เวลาที่นางมักจะอยู่คนเดียว สถานที่ที่นางชอบไป และพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจเป็ประโยชน์ต่อแผนการของเขา ใต้เท้าหลี่พบว่าซูซินมีนิสัยชอบเดินเล่นในสวนหย่อมตอนเย็น หลังจากเสร็จสิ้นการสอน นางมักจะนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไผ่ หรือฝึกเขียนพู่กันริมบ่อบัว ่เวลาเหล่านี้นางมักจะอยู่คนเดียว เป็โอกาสที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินแผนการของเขา
นอกจากนี้ ใต้เท้าหลี่ยังสังเกตว่าซูซินเป็คนที่ไว้ใจง่าย ไม่ค่อยคิดร้ายต่อผู้อื่น และมักจะมองในแง่ดีของทุกสิ่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เขามั่นใจว่าแผนการของเขาจะสำเร็จได้ไม่ยาก เพราะซูซินจะไม่สงสัยในเจตนาที่แท้จริงของเขา
เมื่อได้ข้อมูลมากพอ ใต้เท้าหลี่ก็เริ่มวางแผนในการจัดการซูซินอย่างเป็ขั้นเป็ตอน เขาได้สั่งให้คนสนิทไปหาน้ำหอมชนิดพิเศษจากแดนไกล ซึ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ช่วยกระตุ้นกำหนัดสตรีได้อย่างแยบยล กลิ่นหอมนี้จะออกฤทธิ์เมื่อัักับความร้อนในร่างกาย และจะยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ชาย กลิ่นหอมนี้ถูกปรุงขึ้นอย่างประณีต ไม่มีใครสามารถจับพิรุธได้ว่ามันเป็เพียงน้ำหอมธรรมดา หรือเป็ยาพิษร้ายแรงที่กำลังจะทำลายชีวิตของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์
น้ำหอมชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากดินแดนตะวันตกไกล ที่ซึ่งมีพ่อมดและแม่มดที่เชี่ยวชาญในการปรุงยาวิเศษ มันถูกสกัดจากดอกไม้หายากที่บานเพียงคืนเดียวในรอบปี ผสมกับสมุนไพรลึกลับหลายชนิด และต้องใช้เวลาหลายเดือนในการปรุงแต่ง ราคาของมันแพงมาก แต่สำหรับใต้เท้าหลี่แล้ว เงินทองไม่ใช่ปัญหา เมื่อเทียบกับความปรารถนาที่จะได้ซูซิน
การหาซื้อน้ำหอมนี้ไม่ใช่เื่ง่าย ใต้เท้าหลี่ต้องใช้สายสัมพันธ์และเงินทองจำนวนมาก รวมทั้งต้องรอคอยนานหลายเดือน เขาส่งคนไปยังเมืองท่าไกลโพ้น ติดต่อกับพ่อค้าที่ค้าขายสินค้าต้องห้าม และจ่ายเงินเป็จำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้น้ำหอมนี้มา ในระหว่างที่รอคอย เขาก็ไม่ได้นิ่งเฉย แต่คอยสังเกตและเรียนรู้เกี่ยวกับซูซินมากขึ้นเรื่อยๆ
ใต้เท้าหลี่ได้นำน้ำหอมนี้มาผสมอยู่กับเสื้อผ้าของเขา โดยเฉพาะชุดที่เขาสวมใส่เป็ประจำ เมื่อซูซินถูกเรียกไปพบ เขาก็จะสวมชุดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมซ่อนพิษนี้ และพยายามเข้าใกล้ชิดนางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เช่น การชี้ให้ดูแผนการศึกษาบนโต๊ะทำงาน การปรับตำแหน่งโคมไฟ หรือแม้แต่การหยิบหนังสือที่อยู่ใกล้ๆ ตัวนาง
เขาได้ทดลองใช้น้ำหอมนี้ในปริมาณเล็กน้อยก่อน เพื่อดูว่าจะมีผลกับตัวเขาเองหรือไม่ ปรากฏว่าน้ำหอมนี้ไม่มีผลต่อผู้ชาย แต่จะออกฤทธิ์เฉพาะกับสตรีเท่านั้น ยิ่งเป็สตรีที่บริสุทธิ์และไม่เคยัักับความปรารถนาทางกาย ยิ่งจะได้รับผลกระทบมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้ใต้เท้าหลี่ยิ่งมั่นใจว่าซูซินจะเป็เหยื่อที่สมบูรณ์แบบ
ครั้งแรกที่ซูซินถูกเรียกไปพบใต้เท้าหลี่หลังจากที่เขาเริ่มใช้กลิ่นหอมนี้ นางรู้สึกถึงความผิดปกติทันที เมื่อใต้เท้าหลี่เดินเข้ามาใกล้เพื่อชี้ให้ดูแผนการศึกษาบนโต๊ะทำงาน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ไม่คุ้นเคยก็โชยมาแตะจมูกของนาง กลิ่นนั้นหอมหวานเย้ายวนอย่างประหลาด ทำให้นางใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ ใบหน้าของนางเริ่มแดงระเรื่อ และรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง ลมหายใจของนางเริ่มหายใจแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าอากาศในห้องนั้นเบาบางลงไปถนัดตา
อาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ซูซินใและสับสนอย่างมาก นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่เคยััมาก่อนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ทำให้นางรู้สึกอ่อนแอและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะได้ยินเสียง และมีความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้เกิดขึ้นในส่วนลึกของร่างกาย
ซูซินพยายามสงบสติอารมณ์ นางคิดว่าอาจเป็เพราะอากาศร้อน หรืออาจเป็เพราะนางรู้สึกประหม่าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับใต้เท้าหลี่ ซึ่งเป็ประมุขของจวน แต่ความรู้สึกผิดปกติเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ และดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ใต้เท้าหลี่เข้าใกล้ นางพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาเขา และพยายามรักษาระยะห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ใต้เท้าหลี่สังเกตเห็นอาการของซูซินทุกอย่าง เขายิ้มในใจอย่างเ้าเล่ห์ แผนการของเขากำลังดำเนินไปอย่างที่คาดไว้ เขาจงใจลดระยะห่างระหว่างเขากับซูซินลงอีกเล็กน้อย ทำให้กลิ่นหอมซ่อนพิษนั้นทำงานได้อย่างเต็มที่ เขายื่นเอกสารให้ซูซินดูใกล้ๆ โดยที่มือของเขาแทบจะัักับมือของนาง ทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นไปทั่วทั้งร่าง
เมื่อมือของทั้งสองเกือบจะัักัน ซูซินรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของใต้เท้าหลี่ กลิ่นหอมนั้นยิ่งแรงขึ้น ทำให้นางรู้สึกมึนงงและไม่สามารถคิดอะไรได้อย่างชัดเจน ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อย และนางต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการยืนให้มั่นคง
"อาจารย์ซูซิน ดูเหมือนว่าอาจารย์จะไม่สบายหรือเปล่า" ใต้เท้าหลี่แสร้งถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ใบหน้าของอาจารย์แดงก่ำ และดูเหมือนจะหายใจแรง"
คำถามของใต้เท้าหลี่ทำให้ซูซินตระหนักได้ว่าอาการของนางเห็นได้ชัด นางรู้สึกอายและพยายามปกปิดความผิดปกติของตนเอง แต่ร่างกายของนางกลับไม่เชื่อฟัง ยิ่งนางพยายามควบคุมมากเท่าไหร่ อาการก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น
ซูซินรู้สึกอับอาย นางพยายามควบคุมตัวเอง "ข้า...ข้าไม่เป็ไรค่ะใต้เท้าหลี่ อาจเป็เพราะอากาศร้อนไปหน่อย หรือข้าอาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอ" นางพยายามหาเหตุผลมาอธิบายอาการของตนเอง เพื่อไม่ให้ใต้เท้าหลี่จับพิรุธได้
แต่เสียงของนางออกมาสั่นเครือ และคำพูดก็ไม่ค่อยชัดเจน นางรู้สึกเหมือนลิ้นของตนเองไม่เชื่อฟัง และไม่สามารถพูดได้อย่างปกติ ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายทำให้นางไม่สามารถมีสมาธิได้
ใต้เท้าหลี่ยิ้ม "อย่างนั้นหรือ" เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซูซิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมซ่อนพิษนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น ทำให้ซูซินรู้สึกมึนงงไปหมด ร่างกายของนางอ่อนปวกเปียก และแทบจะยืนไม่ไหว นางต้องใช้มือยันโต๊ะทำงานไว้เพื่อพยุงตัวเอง
ความใกล้ชิดนี้ทำให้ซูซินได้กลิ่นหอมจากร่างกายของใต้เท้าหลี่อย่างเต็มที่ กลิ่นนั้นหอมหวานและเย้ายวนอย่างแปลก ทำให้ความรู้สึกร้อนรุ่มในร่างกายของนางยิ่งรุนแรงขึ้น นางรู้สึกเหมือนร่างกายของตนเองไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป มันกำลังตอบสนองต่อสิ่งที่นางไม่เข้าใจ
"ข้าเพียงแต่เป็ห่วงอาจารย์เท่านั้น" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใย "ข้าสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้กัน อาจารย์มักจะมีอาการเช่นนี้เสมอ... หรือว่าที่นี่จะมีอะไรที่ทำให้อาจารย์รู้สึก... ไม่มั่นคง?"
คำพูดของใต้เท้าหลี่มีความหมายซ่อนเร้น เขาไม่ได้พูดตรงๆ ว่าซูซินมีความรู้สึกพิเศษต่อเขา แต่เขาใช้คำพูดที่กำกวมและให้นางเดาเอาเอง วิธีการนี้จะทำให้ซูซินเริ่มสงสัยในตัวเองและคิดไปเองว่าอาจจะมีความรู้สึกที่ไม่ควรมีต่อเขา
คำพูดของใต้เท้าหลี่ทำให้ซูซินใอย่างมาก นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ใบหน้าของนางยิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีกด้วยความสับสนและความอับอาย นางไม่เข้าใจว่าทำไมใต้เท้าหลี่ถึงพูดเช่นนั้น และทำไมร่างกายของนางถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้จริงๆ
การที่ใต้เท้าหลี่ชี้ให้เห็นว่านางมีอาการผิดปกติทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา ทำให้ซูซินเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง หรือว่าจริงๆ แล้วนางจะมีความรู้สึกพิเศษต่อใต้เท้าหลี่โดยที่ไม่รู้ตัว? ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกผิดบาปและสับสนอย่างมาก
"ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นค่ะใต้เท้าหลี่" ซูซินพยายามปฏิเสธเสียงสั่น "ข้า... ข้าสบายดี"
ใต้เท้าหลี่ยิ้มเล็กน้อย "จริงหรือ" เขาไม่ได้เอื้อมมือไปััตัวนาง แต่กลับใช้สายตาที่คมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาของซูซินอย่างไม่วางตา ราวกับจะอ่านความคิดของนาง "แต่ข้าเห็นว่าอาจารย์ดูไม่เป็ปกติเลยนะ ใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรง หายใจถี่รัว... ข้าเกรงว่าอาจารย์จะเจ็บป่วย"
ซูซินรู้สึกเหมือนถูกจับได้ นางพยายามดึงสายตาออกจากเขา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ สายตาของใต้เท้าหลี่ราวกับมีพลังสะกดจิต ทำให้นางไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ นางเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าอาการเหล่านี้คืออะไรกันแน่ มันไม่ใช่ความเจ็บป่วยทางกายอย่างแน่นอน แล้วมันคืออะไรกัน?
ความสงสัยนี้เริ่มกัดกินจิตใจของนาง นางเริ่มคิดว่าหรือว่าอาการเหล่านี้จะเป็สัญญาณของความรู้สึกที่ไม่ควรมี? ความรู้สึกที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน? ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกกลัวและผิดบาปอย่างมาก
"ข้า... ข้าไม่ทราบค่ะ" ซูซินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา นางรู้สึกสับสนและอ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความรู้สึกร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ความปรารถนาที่ไม่รู้จักที่มา กำลังกัดกินจิตใจของนาง นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง และทำไมร่างกายของนางถึงได้ทรยศต่อจิตใจเช่นนี้
การยอมรับว่าไม่ทราบสาเหตุของอาการเหล่านี้ ทำให้ซูซินรู้สึกยิ่งอ่อนแอและไร้ที่พึ่งมากขึ้น นางรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมตัวเอง และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ใต้เท้าหลี่ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแต่จ้องมองซูซินด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา ทำให้ซูซินยิ่งรู้สึกประหม่าและสับสนมากขึ้นไปอีก นางเริ่มคิดว่า หรือว่าอาการเหล่านี้จะเป็สัญญาณของ... ความรู้สึกบางอย่างที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน? ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่เท่านั้น? นางพยายามปฏิเสธความคิดนี้ในใจ แต่ร่างกายของนางกลับไม่เชื่อฟัง
ความเงียบในห้องทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น ซูซินได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นแรง และเสียงลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ นางรู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง และมีเพียงเธอกับใต้เท้าหลี่เท่านั้นที่อยู่ในโลกนี้
หลังจากวันนั้น ซูซินก็เริ่มค้นหาคำตอบให้กับอาการผิดปกติของตัวเอง นางเริ่มสังเกตตัวเองทุกครั้งที่อยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่ และสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายอย่างละเอียด นางพบว่าอาการใจเต้นแรง หน้าแดง และหายใจถี่รัว จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ใต้เท้าหลี่เข้าใกล้ หรือแม้แต่เพียงแค่สบตากับเขา นางพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบาย แต่ก็ไม่พบคำตอบที่น่าพอใจ
ความสับสนนี้ทำให้นางเริ่มถลำตัวเข้าไปในวังวนแห่งความคิด นางเริ่มเปรียบเทียบความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่ กับความรู้สึกที่มีต่อบัณฑิตเหวินเซี่ยน คู่หมั้นของนาง ความรู้สึกที่มีต่อบัณฑิตเหวินเซี่ยนนั้นเป็ความรักที่มั่นคง อบอุ่น และเคารพ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่นั้นกลับเป็ความร้อนรุ่ม ความปรารถนาที่ไม่รู้จักที่มา และความตื่นเต้นที่นางไม่เคยััมาก่อน
ใต้เท้าหลี่สังเกตเห็นความสับสนในแววตาของซูซิน เขารู้ดีว่าแผนการของเขากำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่ก็มั่นคง เขาจะค่อยๆ บ่อนทำลายความบริสุทธิ์ของซูซิน และทำให้นางตกเป็ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่นางไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะนางจะเชื่อว่าความรู้สึกเ่าั้เกิดขึ้นจากใจของนางเอง
ในห้องของซูซิน นางนอนอยู่บนเตียงโดยไม่สามารถหลับได้ ความคิดต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัว ทำให้นางรู้สึกเหนื่อยล้าแต่ก็ไม่สามารถพักผ่อนได้ นางคิดถึงบัณฑิตเหวินเซี่ยน และรู้สึกผิดที่มีความรู้สึกแปลกๆ ต่อใต้เท้าหลี่
นางไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตกเป็เหยื่อของแผนการอันชั่วร้าย และความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง แต่เป็ผลจากยาพิษที่กำลังค่อยๆ ทำลายจิตใจของนาง นางเพียงแต่รู้สึกสับสนและผิดบาป ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกับความรู้สึกที่ไม่ควรมีเหล่านี้