Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 16


    “โอ้ .. ประสิทธิภาพของยาเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ เอาละเราได้ช่วยนายไปแล้ว ยมทูตกิ่งกรุณาแจ้งเขาด้วย เกี่ยวกับกฎวิญญาณพิเศษ หวังว่าเจ้าคงจะรู้” “เจ้าค่ะท่าผู้แทนความตาย” เธอโค้งหัวให้กับ แล้วนทีก็ใช้ก้าวพริบตาหายออกไปยังในเงามืดของป่า พร้อมกับคิดในใจ ‘โครตเท่ห์เลย หายตัวไปในเงามืด ฮ่าๆ’ ก่อนที่เข้าจะก้าวพริบตากลับมายังที่คอนโดของเขาแล้วกลับไปนอน ทางด้านของยมทูตกิ่งรุ่นที่ 105 กับนายทหาร “เจ้าคงจะโชคดีมากที่ได้ท่านผู้แทนช่วยไว้ เอาละมาฟังกฏของวิญญาณพิเศษก่อนแล้วกัน” นายทหารยังดูงงๆกับเหตุการณ์อยู่บ้างแต่เขาก็เข้าใจอะไรหลายๆอย่างได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบว่า “ครับ” “กฎของห้ามข้อที่ 1 ห้ามเปิดเผยข้อมูลของเราเหล่ายมทูตให้กับผู้คนทั่วไปได้รับรู้ และข้าคิดว่าเจ้าควรจะหาข้ออ้างดีๆไปบอกลูกทีมของเจ้าด้วยนะ” แล้วตูจะอธิบายยังไงดีละเนี่ย ก่อนจะตอยกลับไป “ครับ” “กฎข้อห้ามที่สอง ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการอัญเชิญดวงวิญญาณเขาเหล่ายมทูตก่อนถึงเวลาอันควร แม้ว่าดวงวิญญาณนั้นจะเป็นดวงวิญญาณที่เจ้ารักก็ตาย เอาละหมดแล้วที่เหลือเจ้าจะทำอะไรก็แล้วแต่เจ้าจะจุดธูปเลี้ยงข้าวดวงวิญญาณ เจ้าป่าเจ้าเขาก็แล้วแต่เจ้าเลย ข้าไปละ” “ได้ครับ แต่ผมมีคำถามครับ” ยมทูตกิ่งมองมาที่เขาเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ท่านผู้นั้นคือผู้แทนเทพแห่งความตาย และยังเป็นสหายสนิทของท่านเทพที่ลงมาจุติใหม่ หวังว่าเจ้าจะตอบแทนท่านในการทำราชกิจของท่านในโลกมนุษย์นี้ ท่านผู้แทนชื่อท่านนทีจำเอาไว้” แล้วยมทูตตนนั้นก็หายไปจากสายตาของเขา และมันทำให้เขาคิดในใจ “ท่านผู้แทนเทพนทีอย่างนั้นหรอ ผมจะจำใบหน้าของท่านไว้ เพื่อสนับสนุนท่านตลอดชีวิตที่เหลืออยู่” พูดจบเขาก็สังเกตเห็นตัวเองที่เสื้อผ้าที่มีรอยขาดมีเลือดซึมๆติดเสื้อ แต่ไม่มีแผลเลย แล้วเขาจะไปบอกกับลูกทีมยังไงละเนี่ย ทางด้านทหารลูกทีม “ปล่อยกูนะไอ่สิงค์ หัวหน้าต้องการความช่วยเหลือ มาห้ามกูทำไม” เปี้ยง เสียงตบหน้าที่ดังสะนั่น “ต้องสติหน่อย พวกกูก็ไม่ต่างจากมึง มึงคิดว่ากูดีใจมากนักหรือไงห๊ะ กูไม่อยากให้มีคนตายเพิ่มมึงเข้าใจกูไหม หัวหน้าเองก็คิดเหมือนกับกูมึงไม่ได้ยินที่เขาสั่งหรือยังไง” “กูได้ยิน!! ... เออกูขอโทษ” ตอนนี้พวกเขาอยู่จุดที่นัดหมาย หน่วยวิทยุสามารถรายงานได้อีกครั้ง “หมาป่าเรียกฐาน หมาป่า เรียกฐาน ได้ยินเราแล้วกรุณาตอบกลับด้วยเปลี่ยน” “นี่ฐาน หมาป่ารายงานมา เปลี่ยน” “เกิดการปะทะ ขอย้ำ เกิดการปะทะ เรา...เราสูญเสียหัวหน้าหน่วย ขอกำลังเสริมด้วย เปลี่ยน” ทางด้านฐานที่ได้ยินก็นิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับมาว่า “ทราบแล้ว เรากำลังไปที่จุดนัด เปลี่ยน” ผู้คนในศูนย์บัญชาการต่างร้อนล้นจิตใจ ก่อนที่ผู้ที่มียศสูงสุดของปฏิบัติการนี้คือพันโท จะโทรหาใครบางคน ตุ๊ด ๆ ๆ “ขออนุญาตครับท่านผู้บัญชาการ ที่รบกวนเวลาดึกขนาดนี้ แต่ผมมีเรื่องจะรายงาน ... ร้อยเอกพิสุทธิ์ แสงสิทธิวงค์ ได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไง แต่อยากจะขอให้ท่านทำใจไว้สักหน่อยครับ จบรายงาน” ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับมาอย่างเสียงนิ่งๆ “ค้นหาเขาให้เร็วที่สุด ถ้าบาดเจ็บก็รีบนำตัวไปรักษา ถ้าตายก็ขอให้เจอร่าง รายงานทุกการเคลื่อนไหว” “ได้ครับท่าน ผมจะรีบดำเนินการ” แล้วปฏิบัติการค้นหาก็เกิดขึ้น หลังจากได้รับคำสั่ง ทางด้านของบ้านตระกูลแสงสิทธิวงค์ “คุณค่ะ มีเรื่องอะไรหรือป่าว เห็นทำหน้าเคลียดเฉียว หรือว่าต้องปฎิวั...(เดี๋ยวบินครับไม่เล่น ฮ่าๆ)” “คุณหญิงทำใจดีๆไว้นะ พันโทหน่วยปฏิบัติการพิเศษโทรมารายงานเรื่อง ...เรื่องลูกของเรา” เขาทำใจได้ลำบากที่จะพูดออกไป แต่เขาก็ต้องพูด “ไม่จริง!! ใช่ไหมค่ะ ลูกของเราเป็นอะไรค่ะ หรือว่าจะเป็นไข้ป่า” คุณหญิงพูดออกมาอย่างล้นลาน ส่วนสามีของเธอทำหน้าแบบเอือม ก่อนที่เขาจะพูดว่า “เห็นว่ามีการปะทะกับผู้ก่อการร้าย และไม่รู้ว่ารอดหรือไม่รอด” เขาหลับตาแล้วก็พูดขึ้นมา “โล่งอก นึกว่าเป็นไข้ป่า เห้อ .... อะไรนะค่ะ จะเป็นลม” แล้วคุณหญิงก็เป็นลมไป ส่วนเขาก็ยกคุณหญิงขึ้นมานอนบนเตียงก่อนเรียกคนใช้ให้มาดูแลคุณหญิง และเข้าก็แต่งตัวชุดทหารเตรียมจะออกจากบ้าน แต่ประตูบ้านก็ถูกเปิดมาก่อน “เอ๊ะ คุณพ่อ..คุณพ่อจะไปไหนค่ะ หรือว่ามี...(ไม่เล่นรอบสอง ฮ่าๆ)” หญิงสาววัน 30 นิดๆเดินเข้ามา เธอเป็นลูกสะใภ้ของบ้านแสงสิทธิวงค์ หรือภรรยาของร้อยเอกพิสุทธิ์นั้นเอง และเธอยังเป็นผู้บริหารสูงสุดของโรงพยาบาลชื่อดังใจจังหวัดเชียงใหม่อีกด้าน “เออ ... หนูกานดาพึ่งมาถึงบ้านพักผ่อนก่อนเถอะ” เขาคิดว่าให้เธอพักผ่อนก่อนจะดีกว่าที่เธอจะมารับรู้เรื่องที่ยังไม่ได้รับการยื่นยัน แต่ก่อนจะได้เดินออกไปเสียงของคุณหญิงก็ดังขึ้น “คุณค่ะ อย่าให้พิสุทธิ์เป็นอะไรนะค่ะ คุณต้องช่วยลูกด้วยนะ” เธอพูดจบก็ซุสลงไปกับพื้นบันได เมื่อกานดาได้ยินก็ตกใจ มันเกิดอะไรขึ้นกับสามีของเธอ “คุณพ่อค่ะนี่มันเรื่องอะไรกันค่ะ” พ่อตาของเธอไม่ตอบ เขาเดินออกไปจากบ้านทันที กานดาเลยเดินเข้าไปประครองแม่ยายของเธอก่อนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหญิงก็เล่าให้ฟังตั้งแต่นึกว่าเป็นไข้ป่า เหล่าไปน้ำตาไหลไป กว่ากานดาจะรู้เรื่องทั้งหมด ก็ผ่านไปแล้ว 10 นาที “ขอให้พระคุณเจ้าช่วยเหลือคนดีๆอย่างสามีฉันด้วย” บรรยากาศเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งเศร้า เป็นห่วง ความหวัง ทางด้านของร้อยเอกพิสุทธิ์ “เอายังไงดีเรา ต้องทำให้มีแผล ไม่งั้นไม่เนียน ต้องอยู่ใกล้ๆกับหินลูกนั้นที่โดนRPG แล้วก็แกล้งนอนสลบอยู่ตรงนั้น แล้วบอกว่าจำอะไรไม่ได้หลังจากRPG” เขาจัดท่าทางให้เหมือนคนกำลังเจ็บ จัดสถานที่ให้ดูสมจริง นำหินมากีดตามตัวเล็กน้อย ไม่นานกำลังเสริมก็เดินทางมาถึงจุดที่เขาอยู่ ทหารรีบเซ็คสถานที่เผื่อมีผู้ก่อการร้ายเหลืออยู่ แต่เมื่อไม่พบอะไร หน่วยพยาบาลก็วิ่งเขามาที่ผู้กองพิสุทธ์ เขาทำการจับชีพจร แล้วก็เอยขึ้นว่า “ยังมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนจะบาดเจ็บภายใน รีบนำเป้มาเคลื่อนย้าย”