วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 40 คำมั่นสัญญาที่มิอาจทำได้

            ณ สำนักปราณพิทักษ์ฟ้ายามนี้ ได้มีผู้คนจำนวนมากมารวมกัน ส่วนหนึ่งคือคนของสำนักเอง อีกส่วนคือคนของสำนักกระบี่พิรุณทองที่มีนักพรตหลันอวี้เป็นเจ้าสำนัก และอีกส่วนหนึ่งคือ ผู้ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง แต่ถูกหลันอวี้เชิญชวนให้ดูเหตุการณ์ในวันนี้ ตัวมันคาดไว้สองสิ่ง


             

             สิ่งหนึ่งคือ เมื่อได้รับกระบี่เขี้ยวหมาป่ามาไว้ในครอบครอง ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ก็จะได้ร่วมชื่นชมแสดงความยินดี กับมัน และสอง นี่คือสิ่งที่หลันอวี้ปรารถนายิ่งกว่าการได้กระบี่ล้ำค่ามา ซึ่งก็คือการที่ได้เห็น วู่เทียนหลางผู้ยิ่งใหญ่ คุกเข่าขอขมามันต่อหน้าทุกคน และดูเหมือนว่าสิ่งที่คาดอย่างที่หลังกำลังจะเป็นจริงแล้ว เพราะยามนี้ ห่าวหรานน่าจะกลับมาไม่ทันเวลาที่ได้รับปากไว้ หรือต่อให้กลับตอนนี้ก็คงมิอาจเอาศิลาดำมาหลอมเป็นกระบี่ได้ทัน...


             

            "ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอแสดงความยินดีด้วยที่ความปรารถนาของท่านสัมฤทธิ์ผล ท่านจะให้วู่เทียนหลางคุกเข่าขอขมาเลยหรือไม่ขอรับ" ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดนักพรตสีเทา ผู้มีใบหน้าเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายคนหนึ่งได้เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาข้างหูของหลันอวี้ที่นั่งอยู่

             

            "ใจเย็นก่อน เฉินเซียง ศิษย์ข้า บัดนี้ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงตรง ตามที่ข้าได้ลั่นวาจาไว้ ข้าอดทนรอมาถึงเพียงนี้แล้ว จะอดทนอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป แม้นจะเสียดายที่ไม่ได้กระบี่เขี้ยวหมาป่าไปถวายองค์ชายสี่แต่ก็คุ้มค่าไม่น้อยที่จะได้เห็นภาพอันน่าสมเพชของเจ้าแก่วู่เทียนหลาง"

             

            หลันอวี้เอ่ยตอบ เฉินเซียงลูกศิษย์ของมัน ก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาที่มุมปาก และถึงแม้ผู้ที่มองดูจะไม่ทราบว่าสองคนนั้นกระซิบกระซาบสิ่งใด แต่ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่า มันต้องหาใช่เรื่องดีเป็นแน่


             

            บรรยากาศภายในสำนักยามนี้ ล้วนปนเปไปด้วยความรูสึกที่หลากหลาย หลายคนโกรธแค้นที่ห่าวหรานมิอาจทำตามในสิ่งที่ตนเองเสนอตัวไปทำได้ และสิ่งนั้นกำลังจะนำมาซึ่งความน่าอับอายของสำนัก ร่วมไปถึงตัวของวู่เทียนหลาง มีน้อยเหลือเกินที่จะเห็นใจห่าวหราน หากจะมีก็คงมีเพียงผู้ที่ผิดหวังอย่างเช่นฮุ่ยเฟิ่น และชินอี้ เป็นต้น แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็คือ กลับมีคนในคนของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าบางคนที่รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ห่าวหรานทำงานใหญ่พลาดในครานี้ ซึ่งก็คงจะเป็นผู้ใดไปมิได้นอกจาก เฟยฮุ่น และอาฟงนั้นเอง


             

            "ดูท่าแล้วเจ้าห่าวหรานคงมิอาจกลับมาได้ทันเวลาสินะ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ถึงแม้นว่าคนที่เจ้าส่งไปจะทำงานพลาดก็ตาม…" เฟยฮุนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชัย ก่อนที่มันจะโบกสะบัดในมือ จากนั้นก็ชำเรืองมองคนรับใช้ผู้ต่ำต้อยของมันด้วย แววตาโกรธจัด เจ้าอาฟงรีบประสานสองมือ ก้มหัวปลก ๆ 

             

            "เรื่องนั้นข้าต้องขออภัยคุณชายเป็นอย่างยิ่ง ข้าไม่ทราบเลยว่าเจ้าห่าวหรานมันเล่นลูกไม้อันใดถึงจัดการเจ้าสองนักฆ่าลงได้"

             

            "ลูกไม้หรือ เจ้าโง่…!! ลูกไม้อันใดของเจ้า แค่เด็กน้อยมองดูก็รู้แล้วว่าสิ่งที่เจ้าห่าวหรานใช้ก็คือวรยุทธ์ไม่ผิดแน่"

             

            "ขะ ขออภัยคุณชาย นะ นั้นสินะขอรับ ลูกไม้ประเภทใดจะเอาชนะสองนักฆ่าได้ ย่อมต้องเป็นวรยุทธ์อยู่แล้ว ว่าแต่เป็นวรยุทธ์แบบไหนหรือขอรับ แล้วเจ้าห่าวหรานมันแอบไปฝึกตั้งแต่เมื่อใดกัน"

             

            "เรื่องนั้นข้าจะไปรู้ได้ยังไงเจ้าโง่ แต่ถึงจะแอบไปฝึกมาจากใครก็คงไม่สำคัญแล้ว เพราะจากนี้อีกไม่นานเจ้าห่าวหรานก็คงไม่มีสิทธิ์มาเสนอหน้าเดินลอยชายอยู่ในสำนักแห่งนี้อีกต่อไป เจ้าก็อย่าลืมทำตามแผนที่ข้าได้บอกเอาไว้ และครั้งนี้…จงอย่าทำพลาดอีกเป็นอันขาด"

             

            "ขอรับคุณชาย ครั้งนี้ข้าจะไม่ทำผิดซ้ำสองเป็นแน่ เมื่อเจ้าห่าวหรานเดินออกจากสำนักแห่ง มันจะไม่มีที่ใดให้ไป ไม่สิ ต้องกล่าวว่า แม้แต่ชีวิตของมันก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้อีก"

             

            เมื่ออาฟงกล่าวจบ เฟยฮุ่นก็หันไปทางหลันอวี้ และเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นระหว่างมันกับอาฟง…

             

            เวลาในยามนี้ช่างผ่านไปเนินนานเชื่องช้าเสียเหลือเกิน ทว่า…ในที่สุด ยามเที่ยงก็มาถึงในที่สุด หลันอวี้เลิกคิ้วสูงก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเอ่ยว่า

             

            "เอาล่ะ ยามนี้ก็ถึงเวลาแล้ว ขอเชิญท่านเจ้าสำนักวู่ทำในสิ่งที่ได้รับปากข้าไว้ด้วย" วาจาของหลันอี้ดูเย่อยิ่งจองหองเป็นอย่างมาก แถมยังมิใช่มันผู้เดียว เหล่าลูกศิษย์ของมันที่ติดตามมาด้วยก็มีท่าทางไม่ต่างกัน ซึ่งนั้นก็สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าศิษย์ของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าเป็นอย่างมาก สองฝ่ายเริ่มส่งเสียงด่าทอกัน และกำลังจะกลายเป็นใช้ความรุนแรงดีว่า วู่เทียนหลางได้ตวาดเสียงดังให้ลูกศิษย์ของมันสงบลงเสียก่อน

             

            "พวกเจ้าทุกคนห้ามเสียมารยาท…!! เรื่องนี้ข้าเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว พวกเจ้าไม่เกี่ยว"

             

            "แต่ท่านเจ้าสำนัก…" ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผิดหวัง แต่พอเห็นวู่เทียนหลางที่จ้องกลับมาพร้อมสั่นหน้าช้า ๆ มันจึงก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ จากนั้นวู่เทียนหลางก็ก้าวเดินออกมาอย่างสง่างาม และมาหยุดอยู่ต่อหน้าของหลันอวี้

             

            ปรมาจารย์เจ้าสำนักยกสองมือประสานก่อนจะกล่าวขึ้นว่า 

             

            "ในเมื่อข้าเป็นผู้ผิดคำพูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนทำให้ท่านหลันผิดหวัง เช่นนั้นข้าก็จะคุกเข่าขอขมาท่านตามที่เคยได้ลั่นวาจาไว้ ส่วน ห่าวหรานคนของข้า เมื่อเขากลับมาข้าจะทำการขับออกจากสำนักเช่นกัน"

             

            "ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม มันต้องแบบนี้สิถึงจะสมกับเป็น วู่เทียนหลาง ผู้ปกครองสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าที่ยิ่งใหญ่ ข้าล่ะนับถือท่านยิ่งนัก เชิญทำตามที่รับปากเถิด ข้ามีธุระสำคัญอีกมากมายที่ต้องไปจัดการ" 

            แค่เด็กน้อยไร้เดียงสาได้ฟังก็รู้ว่า วาจาที่หลันอวี้เอ่ยออกมานั้น เป็นคำเสแสร้ง ประชดประชันที่น่ารังเกียจ แต่ถึงทุกคนจะทราบก็มิมีผู้ใดทำอะไรมันได้ เพราะยามนี้นักพรตเฒ่าถือไพ่เหนือกว่าวู่เทียนหลางมากมายนัก

             

            วู่เทียนหลางผู้ซึ่งไม่สนใจเรื่องชื่อเสียง เกียรติยศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงไม่อายที่จะคุกเข่าขอโทษต่อหน้าผู้คนมากมายที่เฝ้ามองอยู่ ทว่า…วู่เทียนหลางในยามนี้กลับรู้สึกเป็นห่วง ห่าวหรานเสียมากกว่า เพราะกลัวว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเป็นแน่

             

            หลันอวี้เพ่งมองวู่เทียนหลางที่กำลังจะย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเพื่อขอขมาของมัน ด้วยใจเต้นระทึก ทว่า…ในยามนั้นเอง เสียงของใครบางคนก็ร้องดังขึ้นมาเสียก่อน

             

            "ช้าก่อนผู้อาวุโส…!!!"

             

            ซึ่งจะเป็นใครไปมิได้ หยวน ห่าวหรานที่พึ่งจะกลับมาถึงสำนักนั้นเอง...

             

            จบบท


    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน