แต่เธอก็ยังดูดดื่มมันต่ออย่างหลงใหลถึงแม้มันจะกำลังค่อย ๆ หดลงก็ตาม ซึ่งก็ทำให้ผมเสียวจนแทบยืนไม่อยู่ ต้องช้อนตัวแม่ขึ้นมาจูบปากอีกครั้ง แล้วเราก็สะดุ้งพร้อมกัน เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"แม่ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ" เสียงน้องมิลคนั่นเอง
"เสร็จแล้วจ้า ออกไปรอแป๊บเดียว เดี๋ยวแม่ตามออกไป" ผมก็นึกขำในใจ ใช่สิ... เพิ่งเสร็จเลยล่ะ
"ค่ะ เร็ว ๆ นะคะแม่ มิลคง่วงนอน" เรากอดจูบกันอีกครั้งก่อนผมจะออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อขึ้นรถได้ยัยมิลคตัวแสบนั่งแบะหลังก็หลับปุ๋ย ระหว่างทางผมเอื้อมมือไปลูบขาแม่ เธอรีบจับมือผมออกทันที
"อย่า! กล้า"
"โทษครับนึกว่าเกียร์"
"นี่เกียร์ออโต้ จะเปลี่ยนอะไรอีกจ๊ะ ใกล้จะถึงอยู่แล้ว มิลคอยู่ข้างหลังนะ"
"มิลคหลับแล้วครับ" แม่เหลียวไปดู
"แม่อย่าลืมนะครับ แม่บอกว่าถ้าผมอยากเย็ดเมื่อไหร่ก็ให้บอก"
"บ้า... กล้าเนี่ย... เย็ดเยิดอะไร จอมวางแผนจริงนะเรา ั้แ่ในสระว่ายน้ำแล้วใช่ไม๊" แม่ค้อนใส่ผม
"ก็แม่พูดเองหนิครับ... แม่ค้อนแบบนี้น่ารักจัง" ผมพูดพลางเอามือวางที่ต้นขาแม่ใหม่ คราวนี้แม่ไม่จับออกแต่เอามือมากุมไว้ พอถึงหน้าบ้าน ระหว่างที่กดรีโหมดรอประตูเปิด
"ผมขอจูบแม่อีกครั้งนะครับ" เราต่างคนเขยิบเข้ามาจูบกันโดยไม่กลัวว่ามิลคจะตื่นมาเห็น ผมชักรู้สึกเหมือว่า ผมกับแม่เป็คู่รักกันจริง ๆ...
กันตามปกติ คงมีแต่ผมที่กินเยอะเป็พิเศษเนื่องจากั้แ่เช้ายังไม่มีข้าวตกถึงท้องซักเม็ด ได้กินก็แต่หอยใหญ่ ๆ อวบ ๆ ของพี่แพรเท่านั้น แล้วทุกคนก็ต้องเหวอ
"นี่ค่ะแม่เล็ก อะนี่กล้า ปีกไก่เหล้าแดงที่เราชอบ" พี่แพรลุกขึ้นตักกับข้าวให้แม่กับผม ทุกคนมองเป็ตาเดียวโดยเฉพาะแม่นก มองหน้าพี่แพรอย่างงงเป็ไก่ตาแตก ที่ลูกสาวแกมาญาติดีกับฝั่งผม ไอ้ผมก็รู้สึกสะใจอยู่ลึก ๆ แต่ก็หวั่นใจว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังเท้ามันจะทำให้จับได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่แพร
"ขอบใจจ้ะ" แม่ผมพูดพลางยิ้มให้ด้วยสายตาจริงใจ แต่แม่นกกลับมองเหยียด ๆ
"เป็อย่างนี้ได้ก็ดีนะ ครอบครัวเราจะได้อบอุ่น" คุณพ่อผมพูดเสริมขึ้นใบหน้ายิ้มแย้มแสดงถึงความสุข
"ก็พรุ่งนี้วันรวมนิคะ แพรอยากให้เราสามัคคีกัน จะได้ไม่ขายหน้าญาติ ๆ และบรรดาแขกที่มา"
"คุณคะ ชั้นอิ่มแล้วขอตัว" แม่นกเก็บอาการไม่อยู่ลุกออกจากโต๊ะอาหารขึ้นห้องทันที สุดยอดครับสะใจจริง ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผมกลัวคือ รังสีอมหิตที่แผ่มาจากดวงตาทั้ง 2 คู่ของน้องครีมกับน้องพลอย หรือว่าพวกเธอจะรู้...
ตุ๊ด.ตุ๊ด.ตุ๊ด.ตุ๊ด... ตุ๊ด.ตุ๊ด.ตุ๊ด.ตุ๊ด... เสียงนาฬิกาปลุกดังเตือนว่าให้ตื่น วันหยุดแบบนี้แทนที่จะได้ตื่นสาย แต่ช่วยไม่ได้วันนี้วันรวม แม่บอกให้ลงไปช่วยดูงานหน่อย อาบน้ำเสร็จสรรพก็ 9 โมงพอดี ออกไปดูสนามซะหน่อยจัดไปถึงไหนแล้ว
"อ้าวพี่แพรจะออกไปไหน" ผมจ๊ะกับเธอหน้าบ้านพอดี
"เดี๋ยวก็รู้" พูดไม่พูดเปล่าเขย่งหอมแก้มผมฟอดใหญ่ แล้วเดินไปที่รถ โดยไม่กลัวใครจะเห็นทั้ง ๆ ที่มีช่างกำลังประดับไฟที่สนามอยู่ตั้งหลายคน กลายเป็ผมซะอีกที่กลัวว่าใคร ๆ จะรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอ
"พี่กล้า"
"เฮ่ย!!!" ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อมีคนมาสะกิด
"เป็อะไร ครีมเรียกแค่นี้ทำเป็ขวัญอ่อน เอ่อ... แล้วนั่นพี่แพรไปไหนเหรอ"
"ไม่รู้สิอย่าไปยุ่งเื่ของเค้าเลย เข้าไปช่วยในบ้านดีกว่า ไปเ้าหญิง"
เกือบ 4 โมงเย็นทุกอย่างก็เรียบร้อย ต่างคนต่างแยกย้ายรีบอาบน้ำอาบท่า เพราะวันนี้ต้องแต่งตัวให้ดูดีเป็พิเศษโดยเฉพาะพวกสาว ๆ เพื่อให้สมฐานะไม่ขายหน้าบรรดาญาติ ๆ และแขกที่มาร่วมงาน ผมอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีเทาดำแขนยาวพับแขน กางเกงสแลค รองเท้าหนัง ผมเป็คนง่าย ๆ จึงใส่แค่นี้ ส่วนไอ้เทพก็เหมือนทุกปีที่แม่นกให้ใส่สูท แขกเริ่มทยอยเข้างาน น้องครีมกับน้องพลอยเดินลงมาด้วยกัน เ้าหญิงใส่เสื้อซีทรูสีเหลืองอ่อนแบบคล้องคอชายเสื้อตัดเฉียงภายในมีเกาะอกผ้ายืดสีขาวปิดบังประทุมถันไว้ส่วนกระโปรงเป็สีครีมอ่อน ๆ ผ้าพลิ้วบางเบา น้องพลอยก็ไม่น้อยหน้าใส่เอี๊ยมสีเทาผูกที่ท้ายทอยเปลือยอวดแผ่นหลังขาว กระโปรงสีดำผ้าหนายาวไม่ถึงเข่าดี ถ้าผมดูไม่ผิดทั้งคู่ต้องโนบราเพื่อแกล้งยั่วผมแน่นอน โดยเฉพาะน้องพลอยที่นมแข็งพุ่งดันเอี๊ยมออกมา ผมแทบจะไปบอกทั้งคู่ว่าไม่ต้องลงมาขอให้พี่เย็ดก่อน แต่ก็ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ยั่วดีนักคืนนี้จะจับเย็ดให้หนำใจ
"พี่กล้า ๆ พ่อบอกให้ไปหา" เสียงน้องมิลคเรียก เธออยู่ในชุดสายเดี่ยวสีเขียว กระโปรงขาวมีลูกไม้ประดับดูน่ารักใส ๆ แต่นมนี่สิใหญ่เกินเด็ก
"มีอะไรครับพ่อ"
"นี่คุณคุณลุงประยุทธ์ กับน้าศรีพรรณ ท่านเป็เพื่อพ่อที่ทำงาน"
"สวัสดีครับ" ผมยกมือไหว้ด้วยใบหน้าตายิ้มแย้ม
"โตเป็หนุ่มเลยนะเราเนี่ย" คุณลุงตบที่ไหล่ผมแบบเอ็นดู
"แล้วนี่ก็น้องมุก รู้จักกันไว้สิ"
"สวัสดีค่ะ" เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวอมชมพูแบบลูกผู้ดี ผมยาวแต่รวบเป็ทรงสวยงาม แก้มชมพูริมฝีปากอิ่มได้รูป เธอยกมือไหว้ผมก่อนด้วยน้ำเสียงหวาน
"สวัสดีครับ" ผมรับไหว้แบบตะลึงเล็กน้อย มารู้ทีหลังว่ามุกอายุ 16 ปี เป็ลูกคนเดียว แต่ยังไม่ทันได้เสวนาใด ๆ ทุกคนในห้องโถงก็หันไปมองที่บันใด สาวผมยาวแต่เกล้าขึ้น คอประดับด้วยสร้อยเพชรเป็แผงแบบพอดีลำคอ ยิ่งทำให้ดูมีสง่า เธอเดินลงมาในชุดเกาะอกรัดรูปยาวสีม่วงออกดำมีลายทางเฉียงเป็เงาตัดกับผ้าที่มันเป็เลื่อม หน้าอกอวบอิ่มเบียดอัดกันเป็ร่อง สะโพกผายจนชุดรัดติ้ว รองเท้าส้นสูงสีเข้ากับชุด เหมือนเดินแฟชั่นในปารีสก็ไม่ปาน พี่พิมจะทำให้ทุกคนตะลึงทุกครั้งที่มีการจัดงาน โดยเมื่อก่อนผมไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ผมชักอยากลองมีอะไรกับเธอซักครั้ง
"นี่ลูกสาวคุณหรือ คุณสิทธิพงษ์" คุณลุงเอ่ยถาม
"ครับคนโต"
"เอ... ผมรู้สึกว่ามีอีกคนไม่ใช่หรือครับ" คุณลุงพูดก็ทำให้ผมเอะใจ พี่แพรหายไปไหน
"อ๋อ ถ้าหมายถึงหนูแพร... คนนี้ค่อนข้างกระโดกกระเดก เหมือนผู้ชายน่ะครับ" พลันสายตาทุกคู่หันกลับไปตะลึงที่บันใดอีกครั้ง ใจผมเต้นรัวเมื่อเห็นภาพที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน พี่แพรที่ผมสั้นอยู่แล้ว ไปซอยออกอีกแต่จัดทรงสวยเหมือนนางเอกในหนังเื่กุมภาพันธุ์ ติ่งหูประดับเพชรเม็ดเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มความเป็หญิง สร้อยทองคำขาวประดับจี้เพชรเม็ดกำลังพอเหมาะเปล่งแสงให้เนินอกมีประกาย ยิ่งได้ชุดราตรียาวเปลือยแขนสีมุกผ้าพลิ้วทิ้งแนบเนื้อยิ่งส่งให้เธอเจิดจรัส ความแข็งกระด้านไม่มีเหลือให้เห็นแม้การเดินก็เป็แบบลูกผู้หญิงเต็มตัว ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แล้วเธอก็เดินมาที่ผมกับพ่อ
"คนนี้รึเปล่าที่บอกว่ากระโดกกระเดก"
"สวัสดีค่ะ" พี่แพรยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากคุณพ่อ
"ถ้าคุณเลี้ยงลูกได้แบบนี้แล้วบอกว่าเหมือนผู้ชาย ผมคงต้องอบรมหนูมุกใหม่ซะแล้ว" คุณลุงพูดพลางหัวเราะ แต่ผมยังคงตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่
"เป็อะไรนายกล้าไม่เคยเห็นพี่หรือไง" ผมพูดไม่ออกได้แต่มองเธอ
"มานี่ พี่มีอะไรจะให้" พี่แพรเดินนำเข้าไปในครัว ซึ่งไม่มีใครอยู่ พอเธอหันมาผมจับเธอประกบจูบทันที มือซุกซนลูบไล้ไปที่ก้นงามงอนยิ่งได้ผ้าลื่น ๆ ยิ่งปลุกเล้าให้ความเป็ชายผมครุโชน แลกลิ้นนุ่ม ๆ กันซักพัก พี่แพรก็ผละออก
"พอแล้วกล้าเดี๋ยวลิปพี่ลอก คืนนี้ก็ได้ ไว้พี่จะไปหา"
"เออ... ผมอยากถามหน่อย พี่เดินไม่เจ็บบางเหรอ"
"ก็หน่วง ๆ แหละ แต่พี่อยากทำให้เธอประทับใจมากกว่า เอ้านี้... พี่ให้เธอ เปิดดูสิชอบไม๊" พี่ยื่นกล่องให้ พอเปิดออกมันเป็นาฬิกาโรเล็กซ์แต่ไม่ล้อมเพชรราคาคงไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นแน่ ๆ
"ผมชอมมากเลย ขอบคุณครับพี่แพร" ผมหอมแก้มเธออีกครั้ง โดยอดคิดในใจไม่ได้ว่า ถ้าพี่แพรไปมีแฟนหรือมีอะไรกับคนอื่นที่ไม่ใช่ผม เธอคงประเคนสมบัติทุกอย่างให้จนหมดเนื้อหมดตัว ดีที่เป็ผมอย่างน้อยเงินทองก็ไม่รั่วไหล จากนั้นเราก็ต่างแยกย้ายรับแขกคุยกับญาติ ๆ ในห้องโถงบ้าง ที่สนามหญ้าบ้าง น้อง ๆ