ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้เธอหลุดจากภวังค์พอหันกลับไปก็พบว่าเพื่อนสนิทสองคนของเธอยืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
“ลมอะไรหอบพวกแกมาถึงที่นี่?”เธอเดินไปรับถุงอาหารที่เพื่อนทั้งสองคนหอบหิ้วกันมาอย่างพะรุงพะรัง
“ก็ไอ้อันมันไปลากฉันถึงเตียงแถมยังพาฉันออกไปวิ่งั้แ่ไก่โห่ ไม่รู้ว่าจะฟิตไปไหนหนักหนา”นิลินหอบของไปวางที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟาพลางทำหน้ามุ่ยอย่างหงุดหงิด
“ก็วัน ๆแกเอาแต่ทำงานแล้วก็นอน แถมยังชอบกินแต่ของหวาน ๆระวังเถอะเดี๋ยวจะกลายเป็หมูโดยไม่รู้ตัว” อันดาบ่นพลางมองเดินตามนิลินไปที่โซฟา
“ชิ! ไม่มีทางหรือย่ะฉันไม่มีทางปล่อยให้เป็แบบนั้นแน่” นิลินะโตอบกลับ แต่อันดาก็ไม่ยอมแพ้
“แต่ที่ฉันเห็นตะเข็บกระโปรงแกนะปริแล้วนะ”
“ไอ้อัน!”
เธอมองเพื่อนสองคนที่ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ แล้วเดินปิดประตูที่เปิดคาไว้ก่อนที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานที่มีรูปปั้นคนแคระตัวเล็กวางคู่อยู่กับรูปปั้นดอกฟรีเซียตั้งอยู่
พิมพ์พายแตะไปที่ฐานของรูปปั้นดอกฟรีเซียเบาๆ แล้วรอให้มันทำงาน แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่จริงน่า...นี่พลังเธอรวนขนาดนี้เลยหรือ?!
เธอแตะไปที่ฐานของรูปปั้นดอกฟรีเซียอีกครั้งและพยายามเค้นพลังออกมา
วึบ!
กระแสพลังสีรุ้งไหลออกไปตามผนังห้องพื้นและเพดาน ก่อนที่จะกลับมาที่รูปปั้นอีกครั้งและนี่คือการบ่งบอกว่าห้องนี้ได้กลายเป็อีกมิติเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้คนภายนอกจะไม่มีใครได้เห็นและได้ยินในสิ่งที่พวกเธอทำหรือพูดพวกเขาจะเห็นเพียงภาพมายาที่เธอกำหนดไว้เท่านั้น!
“เฮ้อ...”พิมพ์พายถอนหายใจออกมาเบา ๆแล้วเดินกลับไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนที่โซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศในห้องทำงานเธอเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะพร้อมกับจำนวนอาหารที่พร่องไปเกือบหมด
“ไอ้พาย แกจะเอาขนมฉันไปไหน?”นิลินหันขวับมามองเธอทันทีที่เธอแตะขนมเอแคร์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ก็ฉันี้เีฟังแกบ่นนะซิตอนกินละไม่คิด พอกินเสร็จก็มาบ่นว่าอ้วนอย่างงั้นอย่างงี้”เธอจิ๊กขนมออกมาสองสามอันแล้วยื่นให้อันดาหยิบจนเหลือเอแคร์สองสามชิ้นก่อนที่จะส่งคืนให้นิลิน
“กินเท่านี้พอเอแคร์หนึ่งก้อนเท่ากับวิ่งสิบนาที จำเอาไว้แค่สามก้อนนี้แกต้องวิ่งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”คำพูดของเธอทำให้ดวงตาสวยเฉี่ยวของนิลินตวัดมองเธอด้วยสายอัดอั้นแต่ทำอะไรเธอไม่ได้
“แกเป็แม่ค้าขายขนมยังไงวะ?ถึงมาห้ามลูกค้ากินขนมแบบนี้”
“ฉันไม่ได้ห้ามแต่ถ้าแกยังอยากมีหุ่นเพรียวบางไว้หลอกพวกเด็ก ๆ ละก็ ทำตามที่ฉันบอกเถอะน้าไม่งั้นแกโดนพวกเสี่ยมาทาบไปเลี้ยงแน่ ๆ”
เธอมองนิลินที่มีทรวงทรงชัดเจนโดยเฉพาะทรวงอกแถมมันยังชอบแต่งตัวแซ่บ ๆ เปิดโน่นเปิดนี่แล้วส่ายหน้าดูยังไงก็ไม่น่ารอดพวกบรรดาเสี่ยทั้งหลาย
“อย่าพูดดิ ฉันไม่ชอบคนแก่ถึงยังไงพวกเด็กมหาลัยก็กรุบกรอบกว่าเยอะ”นิลินทำท่าขนลุกขนพองแล้วยอมเลิกงอนพวกเธอทันที
“เฮ้อ... แกนี่มันจริง ๆเลย” อันดาบ่นพลางหยิบรีโมตขึ้นมาเปลี่ยนช่องทีวี
“เมื่อเย็นวานนี้เ้าหน้าที่ได้พบศพนายธันวา อดิสรในห้องพักย่าน...”ชื่อที่คุ้นเคยทำให้พวกเธอหันขวับไปมองภาพในทีวีพร้อม ๆกับภาพของชายหนุ่มที่คุ้นตาถูกทำร้ายจนเสียชีวิตอยู่ในห้องถูกฉายขึ้นมากลางจอ
ข่าวนี้คงไม่ทำให้เธอในักถ้าคนที่ตายไม่ใช่... ธันวา แฟนเก่าของเธอ!
แม้ว่าภาพข่าวถูกเปลี่ยนไปเป็ข่าวอื่นแล้วแต่บรรยากาศในห้องยังคงเงียบจนได้เสียงลมหายใจของคนในห้อง
“เอ่อ... พาย แกไหวไหมวะ?”อันดาที่นั่งอยู่อีกด้านเลื่อนเข้ามานั่งข้างเธอทันทีและตามมาด้วยนิลินที่มานั่งขนาบอีกด้าน
พิมพ์พายชำเลืองมองเพื่อนทั้งสองกันแล้วผ่อนลมหายใจออกเพราะคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินข่าวร้ายที่ไม่คาดฝันแบบนี้“ฉันแค่อึ้งนะ แต่ก็ไม่ได้เป็อะไรมาก ฉันแค่ไม่คิดว่าธันจะจากไปเร็วขนาดนี้...”
“พาย ถ้ามีอะไรก็พูดออกมาเลยพวกฉันพร้อมรับฟัง” สายเป็ห่วงของอันดาทำให้เธอยิ้มบาง ๆแล้วดึงมือเพื่อนทั้งสองคนมาตบหลังมือเบา ๆ
“ฉันไม่เป็อะไรจริง ๆแค่ใจหายนะ ถึงยังไงฉันก็เคยคบกันธันวามาหลายปี”
“แกแน่ใจนะว่าทำใจได้?ฉันเห็นแกจริงจังกับคนนี้มากแล้วที่ไม่ยังไม่ยอมมีแฟนใหม่นี่ก็เพราะยังตัดใจจากหมอนั่นไม่ได้ใช่ไหม?” แม้ว่านิลินจะพูดแบบนี้แต่สายตาห่วงใยของเพื่อนก็ทำให้เธอจำพูดตรง ๆ
“แรก ๆ ก็ใช่แต่ฉันกับธันก็มีเื่ให้ต้องทะเลาะกันตลอด บางทีก็เื่เพื่อนผู้หญิงของเขาบ้างลูกค้าฉันบ้าง พอปรับจูนกันได้สักพักก็เกิดเื่อีกมันก็เลยทำให้เราหมดรักกันไปตอนไหนก็ไม่รู้ หลัง ๆเลยคบกันไปงั้นเพราะต่างคนต่างยังไม่เจอใครใหม่ จนธันมีแฟนจริงจังนั่นแหละถึงได้เลิกกันจริงๆ” เธอเอนหลังพิงโซฟาแล้วยิ้มให้ แต่ถึงอย่างนั้นคนถามก็ยังไม่หมดข้อสงสัย
“ถ้างั้นทำไมแกถึงไม่ยอมมีแฟนใหม่สักทีแถมยังปล่อยให้พลังแปรปรวนแบบนี้อีก ขนาดจะใช้อุปกรณ์เวทรีฟแกยังต้องเค้นพลังเลย” อุปกรณ์เวทรีฟที่นิลินพูดถึงก็คืออุปกรณ์เวทที่ใช้สามารถมิติในพื้นที่จำกัดและมันก็คือสิ่งที่เธอใช้อยู่ตอนนี้
“นี่แกเห็นด้วยหรือ? ตาไวจริง ๆ เลยนะแก” เธอตวัดตามองนิลินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเซ็ง ๆ
“คนเผ่าฉันถ้าตาไม่ไวคงตายเอาง่าย ๆ แกอย่ามาเฉไฉ ตอบมา!”น้ำเสียงคาดคั้นของเพื่อนสนิททำให้เธอผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด
“ก็่นี้มีแต่มนุษย์มาจีบฉันแกก็รู้ว่าการคบกับมนุษย์มันวุ่นวายขนาดไหนแถมยังไม่มีโอกาสพัฒนาไปเป็คู่ครองจริง ๆ ได้ ฉันก็เลยไม่อยากเสียเวลา”
“เฮ้อ... ก็วัน ๆแกเอาแต่ทำงานงก ๆ ชวนไปเที่ยวไหนก็ไม่ค่อยยอมไป แถมลูกค้าในร้านก็มีแต่พวกเด็ก ๆซึ่งแกก็ไม่ชอบอีก แล้วแบบนี้แกจะไปเจอุ์ได้ยังไง?”
เธอได้แต่ยิ้มคำบ่นของเพื่อนเพราะเถียงไม่ออกแต่เธอก็ไม่ชอบไปเที่ยวกลางคืนอย่างนิลินนี่น่าแถมอันดาเองก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะมัวแต่ยุ่งกับการทำงานและดูแลยายที่ป่วย
“เอาน่าเดี๋ยวฉันก็เจอเองแหละ ว่าแต่แกเถอะไอ้อัน แกเป็อะไร? นั่งเงียบมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว”
“ฉันรู้สึกแปลก ๆ วะ่นี้ฉันได้ยินแต่ข่าวฆาตกรรม แค่ในเขตที่แกอยู่ก็ปาไปหกเจ็ดคดีแล้วและถ้าจำไม่ผิด ธันวาก็อยู่แถว ๆ นี้ไม่ใช่หรือ?” ข้อสังเกตของอันดาทำให้เธอชะงักในขณะที่นิลินเองก็ขมวดคิ้วจนแทบจะกลายเป็โบ
“อัน ไหนแกบอกมาซิว่ามันแปลกอย่างไง?” นิลินหันไปถามอันดาที่กำลังเคาะโต๊ะคล้ายกำลังใช้ความคิด
“ก็คนที่ตายส่วนใหญ่จะทุกคนอยู่บ้านคนเดียวตอนเกิดเื่และอีกอย่างธันก็เป็ุ์ แถมเก่งเื่การต่อสู้มาก ฉันไม่คิดว่าโจรธรรมดา ๆจะทำร้ายเขาได้ ถ้าเป็มนุษย์อย่างฉันก็ว่าไปอย่าง”
ข้อสงสัยของอันดานั่นทำให้เธอกับนิลินหันกลับไปมองอันดาเป็ตาเดียวเพราะุ์อย่างพวกเธอนอกจากจะมีพลังเวทแล้วพวกเธอยังใช้มนตราเพต้าในการปกป้องบ้านและคุ้มครองตัวเองอีกด้วย
เพราะฉะนั้น...โอกาสที่โจรธรรมดาจะปล้นบ้านนั้นแทบเป็ศูนย์!
ข้อสันนิษฐานของอันดาทำให้นิลินหลุบตาลงชั่วครู่ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ “จริงอย่างที่อันมันพูดคนร้ายคนนั้นต้องไม่ใช่มนุษย์แน่ แต่น่าจะเป็...เอเบรียน!!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอยู่ครู่ใหญ่เพราะต่างคนต่างยังคงคิดถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินจนกระทั่งนิลินเอื้อมไปหยิบขวดแก้วอันหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เธอ
“อะไร?”
“ยาเวอร์ดิสกินเพิ่มพลังไว้ก่อนเลย” สายตาห่วงใยของเพื่อนทั้งสองทำให้เธอยิ้มบาง ๆออกมาแล้วยอมยื่นมือไปรับยาเวอร์ดิส หรือก็คือยาฉุกเฉินที่ใช้เพิ่มพลังให้กับุ์ชั่วคราวแต่ทว่ายานี้ไม่ใช่ยารักษาและมีฤทธิ์แค่ป้องกันไม่ให้ช็อกเท่านั้น
เอาจริง ๆเธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีเพื่อนสนิทต่างเผ่าพันธุ์แบบนี้เพราะโดยปกติแล้วุ์มักจะมีเพื่อนในเผ่าเดียวกันมากกว่า
แต่พวกเธอสามคนนั้นมาจากสามเผ่าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงชารีส เนซ่าและมนุษย์!
นิลินขมวดคิ้วแล้วมองหน้าเธอด้วยสายตานิ่งๆ จนเธอเริ่มขนลุก “ฉันชักสังหรณ์ใจแปลก ๆทางที่ดีแกรีบไปจัดการเื่พลังให้เรียบร้อยไม่ก็หาแฟนเป็ตัวเป็ตนให้ได้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้น...แกอาจจะกลายเป็เหยื่อรายถัดไปของมัน!”
“เชื่อลินมันเถอะลองมันเข้าถึงตัวธันได้ ดีไม่ดีมันอาจจะได้ข้อมูลของแกไปบ้างไม่มากก็น้อยถึงยังไงการเตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีที่สุด ฉันไปก่อนนะ แกก็รักษาตัวด้วยล่ะ”อันดาเอื้อมมือมาจับมือเธอแน่นจนเธอต้องพยักหน้า
พิมพ์พายมองตามเพื่อนสองคนที่เดินออกไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกแต่แล้วจู่ ๆความรู้สึกเสียวสันหลังวาบแล่นเข้ามาจนเธอต้องกลับหลังหันไปมองรอบข้าง
เธอกวาดตาไปทั่วทั้งชั้นสองและสามอย่างพิจารณาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดปกติแต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่เื่ที่จะวางใจได้
เห็นทีเธอคงต้องจัดการเื่พลังให้เร็วที่สุด!