กระแสลมยามค่ำคืนหวีดหวิวบาดผิวหน้า ทว่าความเย็นะเืของอากาศไม่อาจเทียบได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินเฟิง เด็กหนุ่มในชุดดำสวมหน้ากากเหล็กธรรมดาทะยานร่างผ่านความมืดมิดดั่งมัจจุราชไร้เงา
*‘ก้าวที่สาม... พลิกฟ้าดิน!’*
เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องชี้นำในจิตสำนึก พร้อมกับการปลดปล่อยเทคนิค **"ย่างก้าวมรรคาไร้ลักษณ์"** ขั้นสูงสุดเท่าที่ร่างกายของหลินเฟิงในระดับแก่นแท้จะรับไหว พลังิญญาสีทองบริสุทธิ์สลักลึกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงบนความว่างเปล่า มิติตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวและหดระยะทางลงอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างของเขาเลือนหายไปจากจุดเดิมและไปปรากฏตัวห่างออกไปอีกหลายลี้ในชั่วพริบตา
ความเร็วระดับนี้สร้างภาระให้แก่เส้นชีพจริญญาอย่างมหาศาล เสียงเนื้อหนังและกระดูกในร่างของหลินเฟิงลั่นประท้วง *กร๊อบแกร๊บ* ทว่าแววตาเื้ัหน้ากากเหล็กกลับไม่มีความเ็ปแม้แต่น้อย มีเพียงความกังวลและเพลิงโทสะที่ลุกโชนจนแทบจะะเิทะลักออกมา
*‘ตระกูลจ้าว... หากพวกเ้ากล้าแตะต้องเส้นผมของท่านแม่แม้เพียงเส้นเดียว ข้าจะล้างบางพวกเ้าไม่ให้เหลือแม้แต่สุนัขหรือไก่สักตัวเดียวในเมืองชิงหยางแห่งนี้!’* หลินเฟิงคำรามลั่นในใจ
ในเวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลหลินอันเงียบสงบ บรรยากาศภายนอกที่เคยร่มรื่นบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเืจางๆ
*ฉัวะ!*
"อั่ก..." ร่างของยามเฝ้าประตูตระกูลหลินคนสุดท้ายล้มคว่ำลงจมกองเื ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่ยินยอม คมดาบอาบพิษสีม่วงคล้ำของนักฆ่าชุดดำแทงทะลุหัวใจของเขาอย่างโเี้
นักฆ่าชุดดำจำนวนหกคนก้าวข้ามซากศพเข้ามาในลานบ้านอย่างย่ามใจ พวกมันทุกคนแผ่กลิ่นอายพลังในระดับมนุษย์ ขั้นที่ 1 ระดับก่อตั้งขั้นสูงสุด และผู้ที่เดินนำหน้าคือ **"จ้าวเหว่ย"** ผู้าุโรองของตระกูลจ้าว ยอดฝีมือระดับหลอมรวมขั้นต้น ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและลำพองใจ
"ค้นหาตัวหลินซู่ซู่ให้เจอ! นายน้อยจ้าวคังส่งสัญญาณมาแล้วว่าแผนการในป่าหมอกทมิฬราบรื่นดี ยามนี้เราต้องจับตัวนางแพศยาหลินซู่ซู่ไปไว้ที่ตระกูลจ้าว เพื่อบังคับให้ตระกูลหลินเซ็นสัญญาโอนย้ายที่ดินและเหมืองทั้งหมดมาให้เรา!" จ้าวเหว่ยสั่งการเสียงต่ำ
"น้อมรับคำสั่งครับผู้าุโรอง!" นักฆ่าทั้งหกคนแยกย้ายกันพุ่งเข้าสู่เรือนนอนหลักทันที
*ปัง!*
ประตูห้องโถงใหญ่ถูกเตะจนพังพินาศ เศษไม้ปลิวว่อน ภายในห้องนั้น แสงตะเกียงน้ำมันกะพริบไหวอย่างอ่อนแรง เผยให้เห็นร่างของสตรีวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีเรียบพราก... **หลินซู่ซู่** ผู้เป็มารดาของหลินเฟิง นางนั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าที่ยังคงหลงเหลือเค้าความงดงามในอดีตไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาของนางจับจ้องไปยังผู้บุกรุกด้วยความเ็า
"ผู้าุโรองตระกูลจ้าว... ลอบเข้าคฤหาสน์ตระกูลอื่นในยามวิกาล พร้อมทั้งสังหารคนงานบริสุทธิ์ ตระกูลจ้าวของพวกท่านช่างไร้ยางอายและไม่เห็นกฎหมายของเ้าเมืองอยู่ในสายตาเลยรึ?" หลินซู่ซู่เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง
จ้าวเหว่ยหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "กฎหมายรึ? หลินซู่ซู่... ในเมืองชิงหยางแห่งนี้ กำปั้นและเงินตราคือกฎหมาย! ตระกูลหลินของเ้าตกต่ำจนเหลือแค่ขยะสองแม่ลูก หนี้สินห้าพันศิลาิญญาก็ไม่มีปัญญาจ่าย ยามนี้ลูกชายของเ้าป่านนี้คงกลายเป็ศพเฝ้าป่าหมอกทมิฬด้วยน้ำมือของสำนักอสรพิษทมิฬไปแล้ว! เ้ายังจะหวังพึ่งสิ่งใดอีก?!"
เมื่อได้ยินคำว่าลูกชายกลายเป็ศพ หัวใจของหลินซู่ซู่พลันกระตุกวูบ ความเ็ปแล่นพล่านทว่านางกลับสูดหายใจเข้าลึกและระงับอารมณ์ไว้ได้ *‘เฟิงเอ๋อร์... แม่เชื่อในตัวเ้า เ้าไม่มีวันตายง่ายๆ เช่นนั้นแน่’*
"จับตัวนางไป! หากนางดิ้นรน ก็หักแขนหักขานางซะ!" จ้าวเหว่ยโบกมือสั่ง
นักฆ่าสองคนพุ่งเข้าหาหลินซู่ซู่พร้อมกุญแจมือเหล็กิญญา ทว่าในยามที่พวกมันกำลังจะก้าวเท้าเข้าใกล้ระยะสามก้าว...
*วูมมมมม!*
กระแสลมปราณสีฟ้าครามสายหนึ่งพลันะเิออกจากร่างของหลินซู่ซู่! พลังิญญาอันหนาแน่นและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกพุ่งทะยานออกมารอบทิศทาง บดขยี้ร่างของนักฆ่าทั้งสองคนจนปลิวละลิ่วกระแทกเสาเรือนกระอักเืคำโต!
"อะไรกัน?!" จ้าวเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เ้า... เ้ามีพลังิญญารึ?! แถมยังเป็ระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด?! เป็ไปไม่ได้! เส้นชีพจริญญาของเ้าถูกทำลายไปั้แ่วิบัติการณ์เมื่อสิบปีก่อนแล้วไม่ใช่รึ?!"
หลินซู่ซู่ลุกขึ้นยืนช้าๆ กลิ่นอายพลังิญญาสีฟ้าครามรอบตัวนางทวีความเข้มข้นจนทำให้อากาศในห้องเริ่มจับตัวเป็เกล็ดน้ำแข็ง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว *‘ข้าอุตส่าห์ปิดผนึกพลังและแสร้งทำเป็คนพิการมานับสิบปีเพื่อไม่ให้ศัตรูในเมืองหลวงจับตามอง... แต่ในเมื่อยามนี้พวกเ้ากล้าคิดจะทำลายลูกชายของข้า ข้าก็ไม่มีความจำเป็ต้องซ่อนมันอีกต่อไป!’*
"จ้าวเหว่ย... พวกเ้าประเมินตระกูลหลินต่ำเกินไปแล้ว" หลินซู่ซู่เอ่ยเสียงเย็น นางสะบัดฝ่ามือ พลังไอเย็นควบแน่นกลายเป็ศรน้ำแข็งนับสิบเล่มพุ่งเข้าใส่นักฆ่าที่เหลือทันที!
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงปะทะอาวุธดังสนิทดังก้องคฤหาสน์ตระกูลหลิน จ้าวเหว่ยชักดาบใหญ่ของตนออกมาแผ่พลังธาตุปฐีเข้าต้านทานศรน้ำแข็งอย่างยากลำบาก มันพบว่าพลังน้ำแข็งของหลินซู่ซู่นั้นบริสุทธิ์และแกร่งกร้าวอย่างเหลือเชื่อ ราวกับเป็พลังที่มาจากสายเืระดับสูง!
"พวกเ้าทั้งหมดล้อมนางไว้! นางเพิ่งฟื้นฟูพลัง รากฐานยังไม่มั่นคงแ่า! ใช้ค่ายกลตัดกำลังนาง!" จ้าวเหว่ยะโลั่น มันมองออกว่าแม้หลินซู่ซู่จะมีพลังระดับสูง แต่ใบหน้าของนางกลับเริ่มซีดขาวและมีเหงื่อกาฬผุดพราย เนื่องจากเส้นชีพจรที่เคยเสียหายในอดีตยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย
นักฆ่าที่เหลืออีกสี่คนรวมกำลังกับจ้าวเหว่ย ล้อมหน้าล้อมหลังหลินซู่ซู่และสลับกันเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง คมดาบอาบพิษกรีดผ่านชายเสื้อผ้าไหมของนางหลายครั้ง สถานการณ์ของหลินซู่ซู่เริ่มตกลงเป็รองอย่างช้าๆ
"ฮ่าฮ่าฮ่า! หลินซู่ซู่ เ้าต้านทานได้ไม่นานหรอก! ยอมสยบเสียดีๆ!" จ้าวเหว่ยได้ใจ มันสะบัดดาบใหญ่ปลดปล่อยทักษะ "ดาบศิลาทลายภูผา" คลื่นดาบสีเหลืองหม่นขนาดใหญ่พุ่งเข้ากระแทกเกราะน้ำแข็งของหลินซู่ซู่จนแตกกระจาย
*เพล้ง! อึ่ก...*
หลินซู่ซู่ถูกแรงกระแทกจนร่างถอยครูดไปกับพื้น มุมปากมีโลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมา เส้นชีพจริญญาในร่างของนางเริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความเ็ปจากการฝืนใช้พลังงานเกินขีดจำกัด
"หมดเวลาสนุกแล้วจับนางซะ!" จ้าวเหว่ยพุ่งเข้ามา เงื้อมมือขวาเตรียมจะสกัดจุดตายของหลินซู่ซู่
หลินซู่ซู่หลับตาลงในใจคิดถึงใบหน้าของลูกชาย *‘เฟิงเอ๋อร์... แม่ขอโทษที่ปกป้องตระกูลไว้ไม่ได้...’*
ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็ตายนั้นเอง...
*ตูมมมมมมมมม!*
หลังคาห้องโถงใหญ่พลันะเิแตกกระจายกลายเป็เศษอิฐเศษหินร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน แสงสีทองเจิดจ้าดุจดั่งดวงอาทิตย์อุทัยะเิพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ความกดดันิญญาอันมหาศาลและหนักแน่นดั่งจักรพรรดิเทพจุติลงมาบดขยี้ทั่วทั้งคฤหาสน์ในพริบตา!
"อั่ก!" นักฆ่าทั้งสี่คนรวมถึงจ้าวเหว่ยถูกแรงกดดันิญญาบีบอัดจนเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นดิน ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ราวกับมีขุนเขานับสิบลูกมากดทับไว้บนบ่า!
ท่ามกลางกลุ่มควันและเศษฝุ่นที่คละคลุ้ง เงาร่างในชุดดำสวมหน้ากากเหล็กก้าวเดินออกมาจากรอยแตกของพื้นดิน มือขวากระชับกระบี่เพลิงมรรคาที่บัดนี้เปลวไฟลุกโชนสีแดงฉานสลับทอง แผ่รังสีความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวออกมารอบตัว
"ใคร... ใครกัน?!" จ้าวเหว่ยเงยหน้าขึ้นด้วยความยากลำบาก ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แรงกดดันนี้... มันเหนือกว่าผู้นำตระกูลจ้าวเทียนฮวาหลายเท่า! นี่มันคือตัวตนระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดหรือระดับนภากันแน่?! เหตุใดเมืองชิงหยางถึงมียอดฝีมือระดับนี้ปรากฏตัวขึ้น?!
หลินเฟิงไม่สนใจจ้าวเหว่ย เขารีบหันไปมองมารดา เมื่อเห็นรอยเืที่มุมปากของหลินซู่ซู่ ดวงตาเบิกกว้างเื้ัหน้ากากเหล็กก็พลันเปลี่ยนเป็สีแดงฉานด้วยโทสะอันคลั่งแค้นถึงขีดสุด! ทั่วร่างของเด็กหนุ่มสั่นสะท้าน คลื่นพลังิญญาสีทองะเิออกจนโครงสร้างคฤหาสน์ไม้เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจวนจะพังทลาย
"พวกเ้า... กล้าดียังไงถึงทำร้ายท่านแม่ของข้า!!!"
เสียงคำรามของหลินเฟิงดั่งสายฟ้าฟาดกึกก้องสะท้อนไปทั่วน่านฟ้าเมืองชิงหยาง
"ท่านแม่... ลูกมาสายไป ขออภัยด้วยขอรับ" หลินเฟิงรีบทรุดกายลงประคองหลินซู่ซู่ พร้อมทั้งส่งผ่านพลังิญญาสีทองอันอบอุ่นเข้าสู่ร่างของนางเพื่อช่วยระงับอาการาเ็และชะล้างเส้นชีพจร
หลินซู่ซู่เบิกตากว้าง มองเด็กหนุ่มใต้หน้ากากเหล็กตรงหน้า แม้น้ำเสียงจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยและแฝงไปด้วยความทรงพลังอันน่าเหลือเชื่อ แต่นางผู้เป็มารดาย่อมจำััและแววตาของลูกชายตนเองได้ในพริบตา!
"เฟิงเอ๋อร์... เ้า... เ้าจริงๆ หรือ?!" น้ำตาของหลินซู่ซู่ไหลพรากด้วยความตื้นตันและไม่ยากจะเชื่อ พลังระดับแก่นแท้นี้... กระบี่เพลิงเล่มนี้... ลูกชายของนางกลายเป็ยอดฝีมือระดับนี้ั้แ่เมื่อไหร่?!
"ขอรับท่านแม่... ยามนี้ลูกมีพลังพอจะปกป้องท่านและตระกูลหลินแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนเถิด... ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่ของลูก" หลินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุด ก่อนจะหันกลับมามองพวกตระกูลจ้าว แววตาแปรเปลี่ยนเป็ความเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งหมื่นปี
หลินเฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่เพลิงมรรคาในมือส่งเสียงครางฮึ่มๆ ดั่งสัตว์ร้ายที่กระหายเื เขาเดินเข้าหาจ้าวเหว่ยและนักฆ่าทีละก้าว แรงกดดันิญญาร้อยส่วนบีบอัดจนนักฆ่าคนหนึ่งทนไม่ไหว กระดูกทั่วร่างแหลกเหลวตายคาทันทีภายใต้แรงกดดัน!
"อ๊ากกกก! ปีศาจ! แกมันเป็ปีศาจ!" นักฆ่าอีกคนร้องโหยหวนด้วยความสติแตก
*ฟับ!*
หลินเฟิงสะบัดกระบี่เบาๆ คลื่นดาบเพลิงสีแดงฉานพุ่งตัดผ่านร่างของนักฆ่าทั้งสามคนที่เหลือจนขาดเป็สองท่อนในพริบตา เปลวไฟเพลิงมรรคาเข้าแผดเผาเศษซากเ่าั้จนสลายกลายเป็เถ้าถ่านสีดำร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ฝัง!
ยามนี้ ในห้องโถงเหลือเพียงจ้าวเหว่ย ผู้าุโรองตระกูลจ้าวที่นอนสั่นเทาดั่งสุนัขจนตรอกจมกองเืของตัวเอง มันมองดูสมุนฝีมือดีของตนถูกฆ่าล้างบางในชั่วพริบตา ความหยิ่งผยองและเกียรติยศของผู้าุโตระกูลใหญ่พังทลายลงสิ้นเหลือเพียงความกลัวตาย
"ได้โปรด... ได้โปรดละเว้นชีวิตข้าด้วย! ข้าเพียงทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูลจ้าวเทียนฮวาและจ้าวคังเท่านั้น! พวกมันเป็คนวางแผนทั้งหมด ข้าไม่เกี่ยว!" จ้าวเหว่ยโขกศีรษะลงกับพื้นจนเือาบ อ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าอนาถ
"ละเว้นชีวิตเ้างั้นหรือ?" หลินเฟิงเดินมาหยุดตรงหน้ามัน ใช้ปลายเท้าเหยียบลงบนมือขวาของจ้าวเหว่ยจนกระดูกมือนวดแหลกพินาศ
"อ๊ากกกกกก!" จ้าวเหว่ยร้องลั่นด้วยความเ็ป
"ตอนที่พวกเ้าสังหารคนงานตระกูลหลิน... พวกเ้าเคยละเว้นชีวิตพวกเขารึไม่? ตอนที่พวกเ้าเงื้อดาบใส่ท่านแม่ของข้า... เคยมีความปรานีรึไม่?!" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบดุจมัจจุราช "จ้าวเหว่ย... จงกลับไปบอกจ้าวเทียนฮวาและจ้าวคัง... ให้พวกมันเตรียมโลงศพไว้รอได้เลย เพราะในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ณ วันสิ้นสุดการแข่งขันล่าสัตว์ิญญา... ข้าหลินเฟิงจะเป็คนไปถอนรากถอนโคนตระกูลจ้าวให้สิ้นซากด้วยมือของข้าเอง!"
"เ้า... เ้าคือหลินเฟิงจริงๆ รึ?!" จ้าวเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีดก่อนที่คำพูดทั้งหมดจะถูกกลืนหายไป
หลินเฟิงสะบัดเท้าเตะเข้าที่จุดตันเถียนของจ้าวเหว่ยอย่างรุนแรง พลังิญญาสีทองพุ่งเข้าทำลายเส้นชีพจรและฐานพลังบ่มเพาะของมันจนหมดสิ้น กลายเป็คนพิการไร้ค่าในพริบตา ร่างของจ้าวเหว่ยปลิวละลิ่วออกไปนอกประตูคฤหาสน์ นอนร้องครวญครางด้วยความทรมานแสนสาหัส
"ไสหัวไป! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจตัดหัวเ้าตรงนี้!" หลินเฟิงตวาดเสียงต่ำ
จ้าวเหว่ยใช้มือข้างที่เหลือกระเสือกกระสนคลานหนีออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลินไปดั่งสุนัขข้างถนนที่น่าเวทนา
หลังจากความวุ่นวายสิ้นสุดลง หลินเฟิงรีบหันกลับมาดูอาการของหลินซู่ซู่ ทว่านางกลับยิ้มบางๆ และโบกมือปฏิเสธ "แม่ไม่เป็ไรแล้วเฟิงเอ๋อร์... พลังิญญาของเ้าช่างมหัศจรรย์และบริสุทธิ์ยิ่งนัก มันช่วยประสานเส้นชีพจรของแม่ได้ดีกว่ายาทิพย์ใดๆ"
หลินเฟิงถอดหน้ากากเหล็กออก เผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย "ท่านแม่... พลังของท่านเมื่อครู่... ท่านไม่ใช่ผู้ใช้ิญญาธรรมดาใช่ไหมขอรับ? เหตุใดท่านต้องปิดบังข้าและคนทั้งเมืองมานับสิบปี?"
หลินซู่ซู่ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความลึกล้ำและปนเศร้า นางเอื้อมมือไปลูบแก้มของลูกชาย "เฟิงเอ๋อร์... มีหลายเื่ที่แม่ยังบอกเ้าไม่ได้ในยามที่เ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ... ตระกูลหลินของพวกเราเดิมทีไม่ใช่คนของเมืองชิงหยางอันห่างไกลนี้ แต่เื้ัของพวกเราเชื่อมโยงกับตัวตนระดับสูงในเมืองหลวงอันเป็สายเืราชวงศ์... การที่แม่ต้องผนึกพลังและแสร้งทำเป็คนพิการ ก็เพื่อปกป้องเ้าจากศัตรูเ่าั้ที่จ้องจะล้างบางสายเืของพวกเราให้สิ้นซาก"
นางจับบ่าของหลินเฟิงแน่น แววตาทอประกายภูมิใจ "แต่ในยามนี้... เ้าเติบโตขึ้นจนก้าวเข้าสู่ระดับแก่นแท้ั้แ่อายุเท่านี้ ัหลับเช่นเ้าได้ตื่นขึ้นแล้ว แม่ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีกต่อไป จงทำในสิ่งที่เ้าเห็นสมควรเถิดเฟิงเอ๋อร์ ตระกูลจ้าวช่างกล้าดีมาล่วงเกินพวกเรา ยามนี้ถึงเวลาที่พวกมันต้องชดใช้ด้วยโลหิตแล้ว!"
*‘หึหึ มารดาของเ้าช่างไม่ธรรมดาจริงๆ เ้าหนู’* เสียงิญญามรรคาภพดังก้องชี้นำ *‘สายเืของนางแฝงไปด้วยกลิ่นอายของ "เทพวารีา" ระดับสูง ไม่แปลกใจเลยที่เ้าจะมีพร์ทะเลิญญาร้อยส่วนที่สามารถรับสืบทอดมรรคาภพของข้าได้! เื้ัของตระกูลเ้าในเมืองหลวง... ต้องมีความลับระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินซ่อนอยู่เป็แน่!’*
หลินเฟิงกำหมัดแน่น ความจริงเื่เื้ัตระกูลทำให้เขายิ่งทวีความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้น "ข้าเข้าใจแล้วครับท่านแม่... ข้าจะจัดการตระกูลจ้าวให้เสร็จสิ้นในการแข่งขันครั้งนี้ จากนั้นเราจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อทวงทุกสิ่งที่เป็ของพวกเราคืนมา!"
ในค่ำคืนเดียวกันนั้น จ้าวเหว่ยผู้าุโรองตระกูลจ้าวในสภาพสะบักสะบอม เส้นชีพจรขาดสะบั้น กลายเป็คนพิการ คลานกลับมาถึงประตูคฤหาสน์ตระกูลจ้าว สร้างความตื่นตระหนกและโกรธแค้นให้แก่ จ้าวเทียนฮวา ผู้นำตระกูลอย่างที่สุด
"เกิดอะไรขึ้น?! ใครเป็คนทำร้ายเ้าขนาดนี้?! หลินซู่ซู่งั้นรึ?!" จ้าวเทียนฮวาตวาดลั่น แววตาแดงฉานด้วยโทสะ
จ้าวเหว่ยกระอักเืคำโต ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "ไม่ใช่... ไม่ใช่หลินซู่ซู่... แต่เป็... เป็ยอดฝีมือชุดดำสวมหน้ากากเหล็ก... มัน... มันบอกว่ามันคือหลินเฟิง! พลังของมันอยู่ระดับแก่นแท้หรือสูงกว่านั้น! มันฆ่าคนของเราหมดสิ้น... และมันฝากมาบอกท่านว่า... ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า มันจะมาล้างบางตระกูลจ้าวเราให้สิ้นซาก... อั่ก!" พูดจบจ้าวเหว่ยก็ทนพิษาแไม่ไหวสลบไสลไปทันที
"หลินเฟิงงั้นรึ?! เป็ไปไม่ได้! ไอ้ขยะนั่นจะมียอดฝีมือระดับแก่นแท้หนุนหลังขนาดนั้นได้อย่างไร?!" จ้าวเทียนฮวาหน้าถอดสี จิตใจเริ่มเกิดความหวั่นไหวและหวาดกลัวขึ้นมาเป็ครั้งแรก
ทว่า มันไม่มีทางถอยอีกต่อไปแล้ว "ดี! ในเมื่อเ้าอยากเล่นาล้างตระกูล... ข้าจ้าวเทียนฮวา ก็จะขอเดิมพันด้วยทุกสิ่ง! ข้าจะส่งสารไปถึงเ้าสำนักอสรพิษทมิฬโดยตรง ให้ท่านส่งยอดฝีมือระดับนภาลงมาจัดการกับแกในการแข่งขันล่าสัตว์ิญญา! ข้าอยากจะเห็นนักว่า ระดับแก่นแท้ของแกจะต้านทานระดับนภาได้อย่างไร!"
กระแสลมแห่งสมรภูมิกำลังพัดโบก เมืองชิงหยางในอีกเจ็ดวันข้างหน้าจะกลายเป็ลานปะาขนาดมหึมา ที่เดิมพันด้วยการอยู่รอดหรือล่มสลายของตระกูลใหญ่! และหลินเฟิง... มัจจุราชใต้หน้ากากเหล็ก บัดนี้พร้อมแ
ล้วที่จะกรีดเืล้างแค้นและพลิกชะตาสามภพให้ทุกคนได้ประจักษ์!