เปลี่ยนลิขิตสวรรค์

    บทที่ 7 ปะทะแก่นแท้ลมปราณครั้งแรก!

    ในหอตำราที่เต็มไปด้วยตำรามีค่ามากมาย เด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งสัปหงบอยู่หน้ากองตำรากองหนึ่ง เด็กสาวที่อายุมากกว่าเล็กน้อยที่นั่งอยู่ตรงข้ามแอบยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นเด็กชายหลับปัง!“หว่า!” เด็กชายสะดุ้งตื่นทำหน้าเหรอหรา เด็กสาวหัวเราะคิกคักที่เห็นเด็กชายตกใจเว่ยเมิ่งเกาหัว ตอนแรกมันตั้งใจจะมาอ่านคัมภีร์พระธรรมเพื่อจะได้แข็งแกร่งเหมือนพระยูไล แต่พริบตาที่อ่านไปได้สองสามคำสติของเขาก็หลุดลอยเข้าไปในห้วงความฝันทันที“ไม่เอาแล้ว” เว่ยเมิ่งเดินเอาคัมภีร์พระธรรมไปเก็บ เด็กน้อยส่ายหน้าดูเหมือนเขากับพระธรรมจะไปด้วยกันไม่ได้....เว่ยเมิ่งเดินไปหยิบตำราที่ดูแล้วน่าจะเข้าท่ากว่า ร่างเต๋าห้าธาตุ เคล็ดวิชากายเนื้อที่ได้ชื่อว่าจะแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกฝน เนื่องจากเงื่อนไขที่ของมัน เฉพาะผู้ที่เกิดมามีร่างกายห้าธาตุเท่านั้นถึงจะฝึกฝนวิชานี้ได้ คนส่วนมากเกิดมาจะมีธาตุประจำตัวแค่ธาตุเดียว แต่มีอัจฉริยะในรอบร้อยปีเท่านั้นที่จะเกิดมาพร้อมร่างกายที่มีสองธาตุ ส่วนผู้ที่เกิดมามีธาตุที่มากกว่าสองธาตุขึ้นไปแทบจะไม่ปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์เว่ยเมิ่งนั่งอ่านตำราร่างเต๋าห้าธาตุไปก็หงุดหงิดไป อ่านพระธรรมก็หลับอ่านวิชาต่อสู้ก็ฝึกไม่ได้ เด็กน้อยขบฟันไปพลางอ่านตำราร่างเต๋าห้าธาตุ ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งอยากฝึกวิชานี้ กายเนื้อที่มีพลังของธาตุทั้งห้าเกื้อกูลกันกลบจุดด้อยเสริมจุดแข็ง เมื่อฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดแล้ว สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าไร้เทียมทานเด็กน้อยเคยได้ยินจากปู่ของเขาแล้วว่าร่างของเขาเป็นธาตุน้ำ เด็กน้อยกระดิกเท้าไปมาเหมือนครุ่นคิดว่าทำอย่างไรดีถึงจะฝึกฝนวิชานี้ได้ และเมื่อเด็กน้อยอ่านตำราเล่มนี้จนจบความคิดบางอย่างก็แวบขึ้นมาในหัว ‘ช่างมัน! ข้าไม่ฝึกแล้ว!’ เด็กน้อยโยนความคิดที่จะแข็งแกร่งเช่นพระยูไลไปจนหมดหัวเด็กน้อยเดินไปหาตำราเล่มอื่นมาคัดลอกด้วยความที่หมดไฟในการเรียนรู้ เด็กน้อยจึงเลือกหยิบตำราที่อยู่ใกล้ๆกันมาหลายๆเล่ม พื้นฐานกระบี่ พื้นฐานดาบ พื้นฐานทวนและกระบอง พื้นฐานอาวุธลับ พื้นฐานการทำนา พื้นฐานการเล่นดนตรี พื้นฐานการเกี้ยวหญิง พื้นฐานมือสังหาร พื้นฐานมีหลายภรรยาหลายอนุ พื้นฐานการใช้ลมปราณเว่ยเมิ่งนั่งคัดตำราไปก็นั่งอ่านไปตำราไปถึง สีหน้าแปลกๆปรากฏขึ้นเมื่อเปิดไปเจอตำราประหลาดๆ เว่ยเมิ่งนั่งคัดเนื้อหาจนถึงมืดค่ำเช่นเคย สองพี่น้องเดินกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิมทุกครั้งวันนี้เว่ยเมิ่งเข้านอนคนเดียว ในห้องที่มืดมิดเด็กน้อยยังคงนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะกลัวความมืดแต่เพราะความค้างคาใจ ข้ายังอยากฝึกต่อ เด็กน้อยคิดในใจ เพราะหลายวันที่ผ่านมาเอาแต่คัดลอกตำรา ตอนนี้เด็กน้อยเริ่มเบื่อแล้วร่างน้อยๆ เดินออกไปยามค่ำคืน เด็กชายตรงไปที่ลานประลองที่ตอนนี้ไร้วี่แววของผู้คน เว่ยเมิ่งเดินไปกลางลานประลอง เด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายขยับไปมาช้าๆทำท่าฟันกระบี่ทั้งๆที่ในมือไม่มีกระบี่ และก็เริ่มแทงกระบี่ ฟาดฟันกระบี่ไปมาด้วยความว่างเปล่าในมือ ตอนนี้เว่ยเมิ่งกำลังจินตนาการ จินตนาการว่าในมือของมันมีกระบี่อยู่เล่มหนึ่งและตรงหน้าก็มีเหล่าบุรุษชุดในคืนนั้น.....เหล่าบุรุษชุดดำพุ่งมาหาเด็กน้อยพร้อมกระบี่ที่ฟันมาทางเว่ยเมิ่ง เว่ยเมิ่งมีสีหน้าเรียบเฉยเอียงหัวเอียงร่างหลบอย่างง่ายดาย ร่างของเด็กน้อยหายไปพริบตาก็ไปอยู่กับเหล่าบุรุษชุดดำกระบี่ในมือสะบัดไปมาในเสี้ยววิ ร่างของเหล่าบุรุษชุดกลายเป็นชิ้นๆพร้อมกับทุกสิ่งทุอย่างที่หายไปเว่ยเมิ่งมีสีหน้าเรียบเฉยก่อนถอนหายใจออกมาแปะ แปะ แปะเสียงตบมือปริศนาดังขึ้นมาปลุกเว่ยเมิ่งให้รู้สึกตัวว่าไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว เว่ยเมิ่งหันไปมองก็เห็นชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ เว่ยเมิ่งไม่เคยเห็นชายชราคนนี้แต่เมื่อเห็นการแต่งกายของชายชราตรงหน้าก็รู้ได้เลยทันที่ว่าชายชราคนนี้คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้าน“เว่ยเมิ่งคารวะผู้อาวุโสผู้คุมกฎ” เว่ยเมิ่งประสานมือให้กับผู้คุมกฎผู้คุมกฎชราไม่ได้พยักหน้ารับแต่กับพูดสิ่งอื่น “เป็นกระบี่ที่ไม่เลว” ผู้คุมกฎชราประทับใจกับอัจฉริยะตัวน้อยตรงหน้า เว่ยเมิ่งยิ้มตอบเบาๆแต่ดวงตาเหมือนส่องประกายด้วยความอยากรู้บางอย่าง ผู้คุมกฎชราที่ผู้ว่าเว่ยเมิ่งคิดอะไรอยู่ก็พูดออกมา “เจ้าสงสัยว่าข้าแข็งแกร่งขนาดไหนหรือ?”“................”“งั้นทำไมเจ้าไม่มาพิสูจน์เล่า?” ร่างของผู้คุมกฎชราหายไป พริบตาเว่ยเมิ่งสัมผัสได้ถึงการโจมตีที่อยู่ข้างหลัง เด็กน้อยสะบัดมือด้วยท่วงท่าของซูอวิ้น ฝ่ามือของเด็กชายที่ราวกับมีพายุล้อมรอบกระแทกไปด้านหลัง สีหน้าของผู้คุมกฎชราไม่เปลี่ยนแปลง มือขวาคว้าจับข้อมือที่สะบัดมา ราวกับว่าการโจมตีของเว่ยเมิ่งไม่มีความหมาย ฝ่ามือที่เกรี้ยวกราดถูกหยุดไว้อย่างง่ายดาย ดวงตาของเว่ยเมิ่งวาวโรจน์ ผู้คุมกฎชรารู้สึกเย็นเฉียบที่ฝ่ามือเมื่อมองดูก็พบว่าฝ่ามือของเว่ยเมิ่งคล้ายถูกปกคลุมด้วยละอองหิมะ เว่ยเมิ่งแค่นยิ้มความหนาวเย็นพุ่งขึ้นถึงจุดที่พื้นรอบๆที่พวกเขายืนอยู่ค่อยถูกปกคุลมด้วยละอองหิมะไปแล้ว“มือหิมะแช่วิญญาณ? ยายเฒ่าสกุลหลี่ยอมถ่ายทอดให้กับคนอื่นตั้งแต่เมื่อไรกัน?” ผู้คุมกฎชราแม้เอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจแต่กับไม่สะทกสะท้านกับฝ่ามือของเว่ยเมิ่งเลยแม้แต่น้อยเว่ยเมิ่งกัดฟันขาซ้ายเบี่ยงตัวแตะไปที่ศีรษะของชายชราอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันเท้าการโจมตีจะไปถึงเว่ยเมิ่งพลันรู้สึกเหมือนร่างกายลอยขึ้นและก็เช่นนั้นจริงๆ เป็นผู้คุมกฎชรายกมือขวาขึ้นทำให้ร่างของเว่ยเมิ่งลอยตามขึ้นไปข้างบน สายตาของชายชราราบเรียบเหวี่ยงร่างของเว่ยเมิ่งลอยไปไกล“อัก!” ร่างของเด็กน้อยไถลไปตามพื้น เว่ยเมิ่งรีบลุกขึ้นมาแต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้นได้เต็มสองขา มือของผู้คุมกฎชรานาบกับใบหน้าของเว่ยเมิ่งและกดลงไปกับพื้นอย่างรุนแรงตู้ม! ร่างของเว่ยเมิ่งถูกกระแทกจมพื้น เว่ยเมิ่งนอนนิ่งไม่ขยับ ผู้คุมกฎชรามองร่างของเด็กน้อยที่นอนสลบ “ก็พอใช้ได้สำหรับยอดฝีมือสามแก่นลมปราณ” ชายชรามองร่างที่แน่นิ่งด้วยสายตาชื่นชม ทันใดนั้นเองชายชราพลันรู้สึกเสียววาบ ผู้คุมกฎแห่งหมู่บ้านมองไปที่ด้านหลังเด็กสาวสิบสองสิบสามใบหน้างดงาม ชายชรารู้จักเด็กสาวผู้นี้ ตงฟางเสวี่ยฟาง เสวี่ยฟางมองชายชราด้วยสายตาเย็นชา ก่อนหน้านี้เธอเหมือนยินเสียงคนเดินอยู่หน้าห้องเลยออกมาดู และเมื่อเห็นว่าเป็นเว่ยเมิ่งที่กำลังออกจากบ้านก็เลยแอบตามมา ตอนแรกที่เห็นเว่ยเมิ่งยืนรำกระบี่อยู่ที่สนามก็ไม่เท่าไร แต่เมื่อชายชราปรากฏตัวขึ้นและเว่ยเมิ่งถูกทำร้ายนางเลยออกมา“มันยังไม่ตายหรอก” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเสวี่ยฟางยังคงจ้องมองผู้คุมกฎชราด้วยสายตาเย็นชา โดยไม่รู้ตัวดวงตาของเธอเริ่มส่องประกายด้วยแสงสีทองจางๆ รอบตัวของเธอค่อยๆแผ่แรงกดดันออกมาจนแม้แต่ชายชราผู้คุมกฎยังขมวดคิ้ว“แค่ก แค่ก” เว่ยเมิ่งที่พึ่งได้สติไอปนเลือดออกมาและพยายามลุกขึ้น เสวี่ยฟางที่เห็นเว่ยเมิ่งได้สติก็เลิกจ้องชายชราและเดินไปหาน้องชายของเธอ “เดี่ยว” เสียงของผู้คุมกฎชราเรียกเสวี่ยฟางเด็กสาวไม่แม้แต่จะหันมามองเธอยังคงเดินไปหาเว่ยเมิ่ง ผู้คุมกฎชราขมวดคิ้วความสงสัยในใจเริ่มได้คำตอบ มันกระจายพลังออกมากดเด็กสาว “ข้าบอกให้รอเดี่ยว”ทั่วทั้งเสวี่ยฟางคล้ายรู้สึกหนักอึ่งเหมือนถูกแรงกดทับที่มองไม่เห็น ร่างของเธอทรุดเล็กน้อย เว่ยเมิ่งที่ไม่รู้ว่าพี่สาวโผล่มาจากไหนแต่เมื่อเห็นว่าร่างของนางทรุดลง ดวงตาของเด็กน้อยก็ไหววูบผู้คุมกฎชรากำลังจะอ้าปากถามเด็กสาวก็พลันรู้สึกอันตรายขึ้นมา ชายชรากำหมัดต่อยไปข้างหน้า เสียงกระหึมเหมือนสายฟ้าฟาด หมัดของชายชราปะทะกับหมัดของเว่ยเมิ่งจนรอบๆสั่นสะเทือน“อวิชชาเทพอสนีบาต!?” ชายชราเบิกตากว้าง ในชั่วพริบตาเหมือนหมัดของเว่ยเมิ่งจะสามารถดันหมัดของชายชราให้ถอยหลังลงไปได้ ชายชราดวงตาไหววูบเพียบตาพลังของแก่นแท้ลมปราณก็ระเบิดออกมา ร่างของเว่ยเมิ่งปลิวถอยหลังกลับไปหาเสวี่ยฟางดวงตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความเย็นชา ในขณะที่จะลงมืออีกครั้ง เสียงดังขัดจังหวะก็ดังขึ้นเสียก่อน “หยุดเดี่ยวนี้!” เป็นตงฟางซานและปู่ฟงตงฟางซานรีบขออภัยกับผู้คุมกฎชรา “ผู้อาวุโสข้าต้องขอ-” ทว่าผู้คุมกฎชรากลับยกมือขึ้นเป็นการบอกว่าไม่ต้องพูดต่อ สายตาของชายชรามองไปที่เด็กชายที่ขวางกั้นมันกับเสวี่ยฟาง ดวงตาของเด็กชายเต็มไปด้วยความเย็นชา“เรื่องนี้ข้าที่ผิดเอง...ดูท่าข้าคงใจร้อนไปหน่อย พาพวกมันกลับบ้านซะ” ผู้คุมกฎชราโบกมือก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทว่าตงฟางซานและปู่ฟงกลับได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหู “ดูแลเด็กทั้งสองให้ดีไม่แน่......พวกเราอาจะยังมีโอกาสรอด”เสียงที่เย็นของผู้คุมกฎชรามีประกายของความตื้นเต้นอยู่ในนั้น