ตอนที่ 2 โจรร้องจับโจร
เ้าของร่างเดิมหลินหร่วนมิทราบแม้แต่วันเดือนปีเกิดมิทราบว่าบิดามารดาเป็ผู้ใด อายุราว 13 ปี เมื่อแปดปีที่แล้วมิทราบว่าเพราะเหตุใดถึงระเหเร่ร่อนมาถึงที่นี่ดังนั้นนางจึงถูกบุตรคนที่สามของตระกูลหลินหรือหลินจงรับมาเลี้ยงดู
เพื่อให้สมาชิกในตระกูลหลินยอมรับหลินหร่วนหลินจงจึงเสนอความคิดให้หลินหร่วนเป็เ้าสาวของ ‘หลินหาน’ บุตรชายของเขาที่พึ่งอายุได้สองขวบ
เมื่อห้าปีที่แล้ว ภรรยาคนแรกของหลินจงตกตายจากไปเหตุเพราะคลอดยากนางเหลือทิ้งทารกหญิงตัวน้อยเอาไว้ เพื่อเลี้ยงดูบุตรสาวตัวน้อย ‘หลินซิ่ว’ ให้มีชีวิตรอดต่อไปเขาจึงจำต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของครอบครัว โดยการแต่งงานกับหลานสาวม่ายของนางหลิน อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระเพิ่มเพราะนางมีลูกสาวติดมาด้วยหนึ่งคน
‘หวังซื่อ’ ถือตัวว่ามีนางหลินคอยหนุนหลัง เมื่ออยู่ในบ้านตระกูลหลินจึงทำตัวเอาแต่ใจนางมักจะหาวิธีต่าง ๆ มาทารุณหลินหร่วน รวมไปถึงบุตรทั้งสองที่ภรรยาเก่าของหลินจงเหลือทิ้งไว้ส่วนหลินจงเนื่องจากเป็คนซื่อ อ่อนแอและกตัญญูอย่างโง่งม จึงทำได้เพียงปกป้องบุตรทั้งสามคนอย่างลับๆ เท่านั้น เพราะเขามิกล้าขัดแย้งกับหวังซื่อเนื่องจากกลัวว่าจะทำให้ท่านแม่ของตนมิพอใจ
สาเหตุที่ทำให้เ้าของร่างเดิมต้องมาตกตายเช่นนี้ก็เพราะว่าหวังซื่อบังคับให้หลินหร่วนไปทำงานท่ามกลางแสงสุริยาที่ร้อนระอุในทุ่งนาดังนั้นจึงทำให้นางมิสบายและจำต้องหยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้านในวันนี้
หวังซื่อที่วางแผนเอาไว้เนิ่นนาน รอจนกระทั่งหลินจงพาบุตรชายหญิงทั้งสองไปทำงานในนาจากนั้นนางจึงละลายยาสลบลงในน้ำแล้วบังคับจับกรอกปากของเ้าของร่างเดิมที่ไร้ซึ่งกำลังต่อต้านอาจเป็เพราะฤทธิ์ยารุนแรงจนเกินไป เ้าของร่างเดิมจึงเสียชีวิตลงทำให้หลินหร่วนที่ถูกกรงเล็บซอมบี้แทงทะลุหน้าอกในยุคปัจจุบัน ย้อนมาอยู่ในร่างนี้
หลินหร่วนหรี่ตาลงชีวิตของเ้าของร่างเดิมค่อนข้างซับซ้อน ตอนที่นางกำลังรับข้อมูลความทรงจำเ่าั้นางเห็นภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว มีคานไม้แกะสลัก มีศาลาอันสง่างาม มีหอสูง มีบ่าวรับใช้มากมายทั้งยังมีสตรีสูงศักดิ์ที่ใบหน้าค่อนข้างอ่อนโยนเป็พิเศษอีกนางหนึ่ง
จากภาพในความทรงจำเหล่านี้ชาติกำเนิดของเ้าของร่างนี้ต้องมิธรรมดาเป็แน่ แต่นางกลับมิพบข้อมูลว่า...เหตุใดเ้าของร่างเดิมถึงระเหเร่ร่อนมาจนถึงที่นี่ได้
เมื่อลองตริตรองดูแล้ว อาจเป็เพราะว่าในตอนนั้นเ้าของร่างเดิมอายุยังน้อยทั้งยังต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงคราใหญ่ จึงทำให้สูญเสียความทรงจำ เหตุผลนี้ก็ใช่ว่าจะเป็ไปมิได้
เยี่ยงไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มิสำคัญเพราะมิว่าฐานะที่แท้จริงของเ้าของร่างเดิมจะเป็เยี่ยงไร แต่จากนี้ต่อไปร่างนี้มีนางเป็เ้านายดังนั้นนางจะใช้ชีวิตเยี่ยงไรก็เป็เื่ของนางแล้ว
บัดนี้สิ่งที่นาง้าทำก็คือลงโทษ‘หวังซื่อ’ สตรีชั่วร้ายนางนั้น !
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าระคนเสียงสนทนาแว่วดังมาแต่ไกลมุมปากของหลินหร่วนยกขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน นางหวังซื่อผู้นี้เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ นางได้ทุ่มเทอย่างมาก ถึงขนาดเชิญชาวบ้านมาร่วมชมความสนุกสนานมากถึงเพียงนี้เช่นนั้นข้าจะฉีกหน้ากากของนางอสรพิษนี่ให้ทุกคนได้เห็น
หลินหร่วนลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง จากนั้นก็หยิบถุงเท้าคู่นั้นขึ้นมาแล้วยัดกลับเข้าไปในปากของหวังไฉที่ยังคงสลบมิได้สติหลังจากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้เพียงตัวเดียวในซึ่งมันจะพังมิพังแหล่ เพื่อรอการมาถึงของชาวบ้าน
“ท่านพี่ เร็วหน่อย อาการของอาหร่วนมิค่อยดีเท่าใดนักหากมิรีบส่งนางให้ท่านหมอรักษา กลัวว่าจะมิรอดชีวิตแล้ว”
เมื่อหลินจงได้ยินคำเอ่ยของนางหวังซื่อ จึงอดมิได้ที่จะแบกบุตรสาวตัวน้อยขึ้นบนหลังแล้วออกวิ่ง
แม้ว่าหลินหร่วนจะเป็เด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง ทว่าหลายปีมานี้เขาได้เลี้ยงดูประดุจบุตรแท้ๆ ของตน น่าท้อใจที่ตัวเขาไร้ความสามารถ มิสามารถปกป้องเด็กทั้งสามได้ทำให้หลินหร่วนต้องได้รับความทุกข์ทรมานเช่นนี้
หวังซื่อเมื่อเห็นท่าทีรีบร้อนของหลินจง มุมปากของนางจึงเผยรอยยิ้มเย็นออกมาดูสิว่านางเด็กนั่นจะพลิกสถานการณ์เยี่ยงไร !
คราก่อนอุตส่าห์เกลี้ยกล่อมอย่างดี ให้นางตบแต่งเข้าบ้านตระกูลหวังไปเป็สะใภ้นางมิเพียงมิรับปากเท่านั้น ทว่ายังแสดงท่าทีรังเกียจหลานชายของนาง ครานี้นางตั้งใจทำให้ชื่อเสียงของนางเด็กนั่นป่นปี้จนมิสามารถเงยหน้าขึ้นมาได้อีกชั่วชีวิตนี้
หวังซื่อพุ่งตรงไปที่ประตู จากนั้นก็นำกุญแจมาเปิดประตูใหญ่ออก
แม้ว่าจะร้อนใจเป็อย่างมาก ทว่าหลินจงก็ยังมิลืมที่จะหลีกเลี่ยงคำครหาเขาวางบุตรสาวคนเล็กลง จากนั้นก็เคาะประตูแล้วร้องถามอย่างร้อนใจว่า “อาหร่วนเ้าเป็เยี่ยงไรบ้าง ? ”
ภายในห้องมีเพียงความเงียบ มิมีผู้ใดตอบกลับมา
หลินจงจึงะโเรียกอีกครา บัดนี้นางหวังซื่อได้ก้าวขึ้นมาด้านหน้าแล้วเอ่ยว่า“อย่ามัวแต่รีรอเลย อาหร่วนป่วยหนักถึงเพียงนั้น หากยังเสียเวลาต่อไป นางอาจจะตายเอาได้”
เอ่ยยังมิทันจบ หวังซื่อก็ได้ผลักบานประตูออกเท้ายังมิทันได้ก้าวเข้าไปก็เริ่มกรีดร้องเสียงแหลมออกมา “อาหร่วน เหตุใดเ้าถึงมิใส่เสื้อผ้า์... ในห้องของเ้าเหตุใดถึงมีบุรุษด้วยกัน ! ”
เสียงของหวังซื่อทำให้ชาวบ้านที่มารอชมความสนุกพากันตกตะลึงจากนั้นก็เริ่มแสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็นพร้อมทั้งเขย่งเท้ามองเข้าไปด้านใน
ในหัวของหลินจงส่งเสียงดังอื้ออึง สีหน้าของหลินหานมืดครึ้มลงทันใดจะมีก็แต่หลินซิ่วที่มีสีหน้าร้อนรน
หวังซื่อรีบขวางหลินซิ่วเอาไว้“รีบออกไปเร็วเข้า ข้างในนี้สกปรก เ้าเป็สตรี เป็เด็กเป็เล็กมิกลัวตาเป็กุ้งยิงหรือเยี่ยงไร”
เมื่อเอ่ยจบหวังซื่อจึงผลักบานประตูให้เปิดออกจนสุดแล้วสาวเท้าเข้าไป
“หลินหร่วน เ้าช่างไร้ยางอายยิ่งนักโกหกว่าป่วย หลอกให้ข้าออกจากบ้านไปตามคน แท้จริงแล้วเ้ากลับ...”
ระหว่างที่หวังซื่อเดินเข้าไป ปากก็พลันส่งเสียงดังไปด้วยทันใดนั้นสายตาของนางก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอยู่ ๆ เสียงของนางก็ติดค้างในลำคอ
มุมปากของหลินหร่วนยกยิ้มเย้ยหยัน ทว่าสายตากับเย็นะเืราวกับธารน้ำแข็ง“ข้าเป็เยี่ยงไรหรือ ? ”
เพียงชั่วพริบตาเดียว สมองของหวังซื่อพลันขาวโพลน
นางเด็กนี่ เหตุใดถึงยังนั่งอยู่ได้อีกกัน ?
เมื่อก้มหน้ามองเห็นหวังไฉที่จมูกช้ำหน้าบวมเนื้อตัวเปลือยเปล่า ถูกมัดไว้กับขาเตียงราวกับหมูตัวหนึ่ง หวังซื่อตื่นใจนร้องเสียงหลงออกมา“อาไฉ...เ้าเป็อันใดไป ? ”
“วางใจได้ ยังมิตายง่าย ๆ หรอก”
หวังซื่อรีบพุ่งไปเบื้องหน้าหวังไฉเมื่อเห็นบริเวณหว่างขาเต็มไปด้วยรอยช้ำและรอยเื ก็พลันกังวลจนหน้าซีดเผือด หากหลานชายผู้นี้ของนางพิการแล้วนางจะอธิบายกับทางบ้านตระกูลหวังเยี่ยงไร เพราะเขาเป็ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหวัง!
“นางสารเลว เ้าทำอันใดเขา ? ”
หลินหร่วนนั่งอยู่บนเก้าอี้ เหยียดยิ้มแล้วตอบว่า“ข้าต้องถามเ้ามิใช่หรือ ? หวังซื่อ... เ้านำเอาตัวน่ารังเกียจนี่ยัดเข้ามาในห้องของข้าเ้าคิดจะทำอันใดกันแน่ อีกอย่างเมื่อครู่เ้าคิดจะเอ่ยว่า...ตัวข้าไร้ยางอาย ลอบนัดพบบุรุษในบ้านใช่หรือไม่ตัวข้า หลินหร่วนต้องตาบอดเพียงใดกัน ถึงจะลอบนัดพบกับสิ่งที่คล้ายกับคางคกนี่ ! ”
บ้านมุงจากที่แสนทรุดโทรมหลังนี้มิสามารถปิดกั้นเสียงได้ดังนั้นบทสนทนาของทั้งสองคนจึงได้ยินไปถึงข้างนอก เมื่อหลินจงได้สติกลับมาจึงะโถามว่า“อาหร่วน เ้าเป็เยี่ยงไรบ้าง ? ”
“ท่านพ่อ ข้ามิเป็อันใดหรอกพวกท่านทั้งหมดเข้ามาเถิด ชาวบ้านที่รอชมความสนุกอยู่ข้างนอกก็เข้ามาด้วยเถิดมาดูว่าชายหนุ่มที่หลินหร่วนผู้นี้ลอบนัดพบเป็ชายหนุ่มบ้านใดกันแน่”
หลินจงยังมิทันได้ขยับ หลินหานก็ได้พุ่งเข้าไปแล้ว
เมื่อเห็นสภาพของหวังไฉ ดวงตาของเขาเยือกเย็นลงทันใดมือพลางคว้าข้าวของในห้อง หมายจะทุ่มใส่ร่างของหวังไฉ ทว่าสุดท้ายถูกคนผู้หนึ่งขวางเอาไว้
เมื่อหลินจงตามเข้ามาและได้เห็นสถานการณ์นี้ ใบหน้าของเขาพลันมืดครึ้มลงทันใด
บรรดาชาวบ้านที่มาชมความสนุกรีบพากันเข้ามาในห้องพวกเขาจ้องมองไปที่หลินหร่วนซึ่งปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ดูสงบมั่นคง แม้ผมสักเส้นก็มิกระดิกจากนั้นก็มองไปยังหวังไฉซึ่งถูกทุบตีจนหน้าบวมเป็หัวหมู ทันใดนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นมา
สตรีหลายคนเมื่อเห็นหวังไฉเปลือยกายล่อนจ้อนนอนอยู่เบื้องหน้าต่างก็ร้องอุทานออกมาแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ส่วนบรรดาหญิงสาวทั้งหลายรวมถึง‘หลินซิ่ว’ ถูกผู้ใหญ่ไล่ให้ออกไปอยู่ข้างนอก
“คนผู้นี้เหตุใดถึงดูคล้ายหวังไฉจากตระกูลหวังเล่า? เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน ? ”
“เหมือนอันใดกัน... เมื่อครู่นางหวังซื่อได้เอ่ยออกมาด้วยตนเองว่านี่คือหลานชายของนาง”
“นางหวังซื่อะโโหวกเหวกในหมู่บ้านว่า...หลินหร่วนป่วยหนักจำต้องส่งไปพบหมอ แล้วเหตุใดหลานชายของนางถึงเปลือยกายล้อนจ้อนอยู่ในห้องของหลินหร่วนได้ล่ะ? ”