วันนี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจ ความสับสนที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวั้แ่ที่เจอไอ้ทีมเมื่อคืนยังคงไม่จางหายไป เมื่อคืนเราเมาหนักกันมาก เหล้าปั่นร้านนั้นเล่นผมกับมันจนเก็บทรงแทบไม่อยู่ แต่ว่าหลังจากที่เราเมา สายตาของไอ้เพื่อนบ้าก็แสดงออกชัดเจนขึ้น ทำเอาเพื่อนในกลุ่มของมันแซวพวกเราจนจับมาเป็คู่จิ้นประจำกลุ่มไปแล้ว
“แม่ง...” ใครจะไปคิดว่าเพื่อนที่โตมาด้วยกันจะลงเอยด้วยเหตุการณ์แบบนั้น เราสองคนเคยเป็เพื่อนสนิทกันมาก แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากคืนนั้นในวันปัจฉิมนิเทศ...
่สายของวันนี้ หลังจากที่เรียนเสร็จ ผมตัดสินใจเดินไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัย แสงแดดร้อนแรงเหมือนจะทะลุผ่านต้นไม้ใบเขียวที่ให้ร่มเงา ผมพยายามทำตัวตามปกติ แต่เมื่อเห็นไอ้บ้าทีมเดินมาแต่ไกล ความรู้สึกสับสนก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าผมกับมันจะคุยกันแล้วปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่สายตาและกิริยาของมันเมื่อคืนยังทำให้ผมปวดหัวไม่หยุด
ผมไม่ได้รังเกียจมันหรอกนะ...
แต่สิ่งที่มันทำกับผมเมื่อคืนทำให้ผมสับสนกับตัวเองไปยกใหญ่ หรือว่ามันจะเป็แบบนั้นจริงๆ แต่ไม่ได้บอกผม?ไม่สิ! ผมว่ามันแค่แกล้งเล่น ปั่นให้ผมสับสน เพื่อสร้างคู่จิ้นในโลกออนไลน์ เพราะมันก็เคยแคสซีรีส์มาหลายเื่ หน้าตาแบบมันเป็ดาราได้สบายๆ
“ไอ้ต้า!” ทีมเรียกผมด้วยเสียงร่าเริงเหมือนเคย ผมพยักหน้ารับและพยายามส่งยิ้มกวนๆ กลับไปตามปกติ แม้ว่าข้างในจะรู้สึกอึดอัดก็ตาม
“เออ... ว่าไง?” ผมตอบกลับเสียงเรียบ พยายามไม่แสดงออกถึงความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนในหัว
“ว่างป่ะ?ไปกินข้าวกัน” ทีมชวนผมเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้า ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง
“ได้ดิ…กูกำลังหิวอยู่พอดี”
ถัดจากนั้นเราสองคนก็เดินเคียงคู่กันไปที่โรงอาหารของตึกวิศวะซึ่งอยู่ใกล้กันกับตึกนิเทศศาสตร์
ระหว่างที่นั่งกินข้าว ไอ้ทีมก็เริ่มคุยเื่เรียนและเื่ราวต่างๆ ของคณะนิเทศฯ ผมก็แค่ฟังมันพล่ามไปเรื่อยๆ ระหว่างที่รออาหารตามสั่งที่คิวโคตรยาว
‘แม่ง... หิวชิบ’ ผมบ่นในใจเพราะเริ่มโมโหหิว
เหตุที่ต้องรอนานนั่นก็เพราะวันนี้มีเด็กคณะอื่นเข้ามากินที่นี่ด้วย สงสัยโรงอาหารพวกนั้นคงปิดปรับปรุงเลยทำให้โรงอาหารของตึกคณะวิศวะคึกคักเป็พิเศษ
แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมากก็คือสายตาของไอ้เพื่อนบ้าที่จ้องมาที่ผมอยู่ตลอด มันเหมือนกับว่าทีมกำลังพยายามสังเกตผมอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้ผมอึดอัด และสับสนกับตัวเองมากขึ้น
ถ้าหากใครโดนใบหน้าหล่อๆ ของไอ้ทีมจ้องแบบนี้นานๆ คงต้องคิดหนักเหมือนผมแน่ๆ ผมกล้ารับประกันได้เลย
ในขณะที่ผมเริ่มหงุดหงิดจากการรอและความรำคาญจากสายตาไอ้ทีม
ทันใดนั้น์ก็เห็นใจผม
ผมเห็นร่างสูงของไอ้เตเดินเข้ามาในโรงอาหารแต่ไกลมันก็คงเป็อีกคนหนึ่งที่ต้องมาฝากท้องที่โรงอาหารคณะวิศวะ ผมจึงรีบโบกมือเรียกมันอย่างไวพลางะโเรียกชื่อมันดังๆ
“เฮ้ย! ไอ้เต มานั่งด้วยกัน!” ผมะโเสียงดัง และรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นมันเดินมาหา
เตเดินมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ตามสไตล์ของมัน ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม บรรยากาศที่อึดอัดระหว่างผมกับทีมเริ่มผ่อนคลายเมื่อเตเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ แต่ผมกลับเห็นว่าไอ้ทีมเริ่มมองระหว่างผมกับเตด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก ผมจึงรู้สึกไม่สบายใจอีกครั้ง
“ไอ้ทีม นี่ไอ้เต เพื่อนร่วมห้องกู” ผมแนะนำเตให้ทีมรู้จัก
ทีมยิ้มรับและทักทายเตอย่างเป็มิตร แต่ผมสังเกตเห็นแววตาของทีมที่เหมือนกำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ ผมไม่อยากคิดมากไปเอง จึงควักโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วปล่อยให้คนทั้งสองพูดคุยกัน
หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมจึงตัดสินใจขอตัวกลับหอพักทันที โดยปล่อยให้พวกมันสองคนคุยกันต่ออย่างสนุกสนาน
ดูเหมือนว่าทีมกับเตจะเข้ากันได้ไว เพราะถึงอย่างไรคนอย่างไอ้ทีมก็เข้ากับคนง่าย และอีกอย่างไอ้เตก็ดูเหมือนว่าชอบพูดคุยเสียด้วย ไม่งั้นตอนแรกที่เจอกันกับผมมันคงไม่ทำให้ผมรำคาญได้ขนาดนั้น
…
่เย็น ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องพัก พยายามตั้งสมาธิกับการบ้านที่กองอยู่ตรงหน้า แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็ปกติเหมือนทุกครั้ง นั่นก็เพราะความคิดผมมันกำลังฟุ้งซ่าน ในหัวของผมมีแต่ภาพไอ้บ้าทีมรวมถึงยิ้มของมัน...
ยิ่งตอนที่ผมโดนเพื่อนของมันจับเป็คู่จิ้นในวงเหล้าแทนที่ผมจะโมโหแต่ผมในตอนนั้นกลับทำตัวไม่ถูกเหมือนจะเขินอายก็ไม่ใช่ มันอธิบายไม่ถูก ทำไมมันถึงทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ แบบนี้นะ?
หรือผมคิดมากไปเอง?
ทว่าภาพคืนนั้นที่เราเมาด้วยกัน แล้วลงเอยด้วยการจูบ... มันยังติดอยู่ในหัวไม่จางหาย ผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเื่นี้ถึงเกิดขึ้น ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็แค่ความผิดพลาดเพราะแอลกอฮอล์ แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจตัวเองอีกแล้ว
ใช่! ผมมั่นใจว่าผมยังชอบผู้หญิงอยู่ ความคิดนี้ผมยึดมั่นมาตลอด
ยิ่งคิด ความรู้สึกอึดอัดก็ทวีขึ้น ผมตัดสินใจลุกจากโต๊ะ เดินไปมาในห้อง พยายามหาทางระบายความรู้สึกออก แล้วในที่สุด ผมก็ตัดสินใจไปหาไอ้ทีมที่ห้องของมัน
บางทีการคุยกับมันตรงๆ อาจจะช่วยให้ผมเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น
ผมเดินไปที่หอของทีมซึ่งอยู่คนละตึก ใจยังคงวนเวียนไปกับคำถามต่างๆ ผมไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือ ผม้าคำตอบว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นกับผม
เมื่อมาถึงห้องหมายเลข 306 ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ใจหนึ่งอยากหันหลังกลับ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเคาะประตู หวังว่าไอ้ทีมจะตอบรับ แต่ทุกอย่างกลับเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา
ผมลองเคาะอีกครั้ง
ก่อนจะค่อยๆ หมุนลูกบิดตรงประตูแล้วเดินเข้าไป
“ไอ้ทีม” ผมเรียกชื่อมันพร้อมกับกวาดตาสำรวจ
ภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่ แต่สิ่งที่ผมเห็นกลับทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
นั่นก็เพราะบนเตียงที่อยู่ด้านในมีร่างของไอ้ทีมที่กำลังนอนอยู่บนนั้น แต่ทว่าท่อนล่างของมันกลับเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งปกปิดใดๆ เสื้อยืดสีขาวของมันเปิดออกจนถึงหน้าอกเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเป็ลอนที่พอมีให้เห็น
บนหน้าท้องที่แบนราบของมันยังมีคราบน้ำสีขาวขุ่นกระจายไปทั่ว สิ่งที่ผมกำลังเห็นอยู่ตอนนี้แม้ว่าจะคบกับมันมานานแต่ก็ทำให้ผมใไม่น้อย
‘ไอ้เชี้ยทีม...’ ผมด่ามันในใจอย่างไม่เชื่อสายตา
‘มึงคือว่าที่พระเอกซีรีส์ในอนาคตนะโว้ยแล้วทำไมถึงทำเื่แบบนี้โดยไม่ระวังตัว?’ ผมได้แต่ตั้งคำถามกับมันพร้อมกับมองสำรวจภาพตรงหน้าอย่างใ
ตอนนี้มันเพลียหลับไปแล้ว…
ทว่ามือถือที่มันถือไว้ หน้าจอยังคงสว่างกะพริบวูบวาบด้วยแสงจากคลิปวิดีโอที่เปิดค้างอยู่ ผมรู้ว่าคลิปนั้นคืออะไร แต่เมื่อสังเกตดีๆ สีหน้าของผมถึงกับซีดเผือดลง…
แม่ง... วิดีโอที่เล่นอยู่เป็ฉากผู้ชายกับผู้ชายที่มีอะไรกัน
ในวินาทีนั้นผมก็เข้าใจได้ทันที
มันเป็เกย์จริงๆ?
มิน่าล่ะ คืนนั้นมันถึงจูบกับผมได้หน้าตาเฉย
เอาเถอะ มันจะเป็อะไรก็ช่าง ผมไม่สนใจ แต่ผมโกรธที่มันไม่บอกผมตรงๆ กลับทำให้ผมสับสนตัวเองมาตั้งนาน อย่างน้อยตอนนี้ผมก็รู้ว่าไอ้ทีมชอบผู้ชายด้วยกัน และจูบของผมกับมันในคืนนั้นคงเป็ไอ้ทีมที่เป็คนริเริ่มไม่ใช่ผมอย่างแน่นอน
เหตุผลข้างๆ คูๆ ที่คิดขึ้นมากลับไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะตอนนี้ความรู้สึกขัดแย้งในตัวผมกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ผมไม่เคยคิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้กับเพื่อนสนิท
ตอนนี้ผมไม่แค่เคยจูบกับมัน
แต่ผมยังได้เห็นไอ้ทีมน้อยของมันเต็มสองตา...
ผมยืนมองมันนอนหลับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ แล้วตัดสินใจเดินออกไปเงียบๆ อีกทั้งยังกดล็อกประตูเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาเห็น
จะอย่างไรมันก็ยังเป็เพื่อนผม อีกอย่าง ในอนาคตมันต้องเป็พระเอกซีรีส์สักเื่อย่างแน่นอน ถ้ามีภาพเปลือยกายของมันหลุดออกไป ชีวิตของมันคงพังทลาย…
ระหว่างเดินกลับห้องพัก ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสับสน ทั้งเขินอาย และไม่เข้าใจ ผมนั่งลงบนเตียง พยายามหาคำตอบ แต่ยิ่งคิดมาก ความรู้สึกสับสนก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
“ผู้ชายด้วยกันทำไมต้องคิดมากวะไอ้ต้า...” ผมพยายามบอกตัวเอง
ขณะที่ผมกำลังจมอยู่กับความคิด ประตูห้องด้านหน้าก็เปิดออก ทันใดนั้นร่างสูงของไอ้เตก็เดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเหม็นเขียวของใบหญ้า มันคงไปเตะบอลมาอีกแล้วสินะผมรู้ได้ในทันที
ร่างของมันในตอนนี้เหลือเพียงกางเกงบอลสีเขียวตัวเดียวเท่านั้น ร่างของมันที่เปลือยท่อนบนทำให้ผมรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน และในทันทีที่มองเอวคอดๆ ของมันที่ขยับไปมาตามจังหวะการเดิน ทันใดนั้น หัวใจของผมก็เริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
จู่ๆ ภาพเปลือยกายของไอ้ทีมก็ผุดขึ้นมาอีกครั้งจนผมต้องสะบัดหัวเพื่อขับไล่ความคิดที่เกิดขึ้น
คืนนั้น…ผมนอนหลับไปด้วยความสับสนและขัดแย้งในใจ การหลับคงทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
“ฝันดี... ชาวโลก” ผมพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหลับไปอย่างรวดเร็ว