หลังจากวันนั้นมาอึนฮันก็ทำงานเป็นักฟอกเงินให้คามินสกีมากว่าหนึ่งปีแล้วชายหนุ่มเป็คนมีเหตุผลมากกว่าที่คิด เขามักจะนัดวันให้มาที่เรือยอชต์ไว้ล่วงหน้า(แม้ว่าจะเป็การแจ้งเพื่อทราบเฉยๆ ก็เถอะ)นอกจากนั้นยังไม่เคยบ่นเื่ค่าตอบแทนเลยสักครั้งและถึงจะบอกให้อึนฮันถ่อไปถึงเรือยอชต์กลางทะเลแต่ในความเป็จริงพวกคนรวยที่รวยพอจะฟอกเงินได้ส่วนใหญ่ก็มักจะมีพฤติกรรมบ้าๆ บอๆแบบนี้อยู่แล้ว คามินสกีจึงไม่นับว่ามีอะไรแปลกประหลาดจากคนอื่นถึงกระนั้นอึนฮันก็ยังกลัวคามินสกีไม่หายและไม่เคยไปเจออีกฝ่ายอย่างสบายใจเลยสักครั้งดังเช่นวันนี้ที่เขากำลังเตรียมตัวไปหาคามินสกีด้วยความรู้สึกว่าตายเสียยังดีกว่า
อึนฮันถอนเงินหมื่นดอลลาร์สุดท้ายออกมาใส่กระเป๋าทีนี้ก็ครบหกล้านดอลลาร์พอดิบพอดี จะโอเคไหมนะอึนฮันมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกธนาคาร เขาแต่งตัวเหมือนครั้งที่แล้วกางเกงตัวเดิม เสื้อยืดตัวเดิม และกระเป๋าใบเดิมชายหนุ่มจงใจไม่ใช้กระเป๋าที่คามินสกีให้มาเมื่อสองเดือนก่อน
จะไม่เป็ไรจริงๆ ใช่ไหม อึนฮันได้แต่ถามตัวเอง คามินสกีคงจะไม่กระทืบกันเพียงเพราะไม่ยอมสะพายกระเป๋าที่เขาให้หรอกมั้งความจริงแล้วตอนแรกอึนฮันตั้งใจจะสะพายกระเป๋านั่นมาเขาเป็พวกถือคติปลอดภัยไว้ก่อน ดังนั้นจึงไม่อยากทำอะไรให้คามินสกีหงุดหงิดแต่อีกใจหนึ่งคำพูดของลูกน้องคนนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในใจไม่ยอมหายไปไหน คำพูดที่บอกว่าคามินสกีถูกใจเขาถ้าเป็อย่างนั้นเขาจะสะพายกระเป๋าที่อีกฝ่ายให้เป็ของขวัญไม่ได้เด็ดขาดเพราะการใช้ของขวัญที่ใครสักคนให้มาในครั้งถัดไปที่เจอกันเป็เสมือนสัญญาณอย่างหนึ่งสัญญาณที่บอกว่ามาชอบฉันได้เลย สนใจฉันได้เต็มที่ ฉันพร้อมเปิดใจรับอยู่แล้ว ให้ตายเถอะพระเ้าให้ส่งสัญญาณแบบนั้นไปหาคนอย่างคามินสกีน่ะเหรอ อึนฮันไม่มีทางทำเื่แบบนั้นเป็อันขาดเว้นเสียแต่ว่าจะความจำเสื่อม
อย่าแสดงออกว่าไม่ชอบ แต่ก็อย่าทำให้เขาเข้าใจผิดอึนฮันรู้ดีว่าคามินสกีไม่ได้ชอบเขาแบบคนรัก แต่เื่ที่อีกฝ่ายสนใจเขาก็เป็ความจริงอีกเช่นกัน วางตัวให้ดีแล้วกัน อึนฮันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สะพายกระเป๋าใบนั้นไปแต่ก็จะไม่แสดงออกว่าไม่ชอบ
หนทางสู่ท่าเรือยังคงเต็มไปด้วยขวากหนามเช่นเคยชายหนุ่มหนักใจจนทนไม่ไหวต้องล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบยาพื้นบ้านอูฮวังช็องชิมฮวันห่อทองคำเปลวซึ่งช่วยระงับอาการตื่นตระหนกมาแกะใส่ปากแล้วเคี้ยวทั้งเม็ดอึนฮันรออยู่ที่ท่าเรือไม่นานก็เห็นเรือสปีดโบ๊ตแล่นเข้ามาจากไกลๆเขาละเกลียด่เวลานี้จริงๆ อึนฮันได้แต่เก็บความรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลเอาไว้
“โย่ เลดี้ยุน!”
ลูกน้องคนนี้เป็คนละคนกับครั้งที่แล้ว ถึงอย่างนั้นคำเรียกก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด เฮอะถ้างั้นจะบอกอีกครั้งก็ได้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงหากินนะเว้ย เขามองสบตานิดหนึ่งเป็เชิงทักทายก่อนจะก้าวลงเรือสปีดโบ๊ตลูกน้องคนนั้นอมยิ้มแล้วถามอย่างสงสัย
“เลดี้ แล้วกระเป๋าที่วาซยาให้ไปครั้งก่อนล่ะ”
อึนฮันได้แต่กลอกตา ไม่ตอบอะไรกลับไปเห็นแบบนั้นลูกน้องก็เดาะลิ้น
“ตายละ นี่คุณทิ้งไปจริงๆ เหรอ วาซยาต้องไม่พอใจแน่”
“คือ ผมไม่ได้ทิ้งสักหน่อย...”
เมื่ออึนฮันตอบอ้อมแอ้มกลับไปอย่างกล้าๆ กลัว ๆลูกน้องก็หันมามองอย่างสงสัยทันที
พอเห็นอึนฮันไม่ตอบอะไรเพิ่ม ลูกน้องก็ยักไหล่เหมือนไม่ใช่เื่ของตนเขาติดเครื่องเรือพลางยิ้มมุมปากก่อนจะะโออกมาว่า “จับแน่นๆ ล่ะ!”ทันใดนั้นเรือสปีดโบ๊ตก็พุ่งทะยานไป ลมทะเลพัดมาปะทะได้ไม่เท่าไรเรือยอชต์สีขาวก็ค่อยๆ โผล่เข้ามาในสายตา เรือนั่นลำใหญ่มากจริงๆใหญ่จนหัวใจของอึนฮันเหมือนถูกทับด้วยน้ำหนักของเรือยอชต์ั์ที่แข็งแรงทนทานเสียจนคิดว่าบรรทุกเครื่องบินไว้ด้วย
สปีดโบ๊ตลดความเร็วลงช้าๆ ก่อนจะไปจอดเทียบกับเรือยอชต์
“หือ”
ชายที่รอเรือสปีดโบ๊ตอยู่คือลูกน้องคนที่ไปส่งอึนฮันตรงชายหาดเมื่อคราวก่อนสายตาของเขาก็พุ่งตรงมายังกระเป๋าซึ่งอึนฮันสะพายอยู่เช่นเดียวกับลูกน้องคนแรกเมื่อเห็นอึนฮันเริ่มห่อไหล่ เขาก็เพียงแค่เดาะลิ้น รู้อย่างนี้สะพายมาก็ดีหรอก อึนฮันได้แต่ห้ามใจไม่ให้เกาะติดลูกน้องคนนี้ไว้ถ้าเขาโพล่งไปว่า ‘เรากลับกันดีไหมครับ!’ นี่จะกลายเป็เื่ใหญ่หรือเปล่าคามินสกีจะฆ่าเขาแน่แล้วใช่ไหม!
ลูกน้องคนนั้นรู้สึกถึงสายตาของอึนฮันและคล้ายจะรับรู้ความรู้สึกเขาได้อีกฝ่ายนำทางอึนฮันไปยังห้องในตัวเรือพลางยิ้มอย่างขมขื่น
“วันนี้วาซยาอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรผมเลยอยากให้เลดี้สะพายกระเป๋าใบนั้นมาน่ะ”
เขากล่าว ก่อนจะพูดต่อว่านั่นเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
“ก็นะ ถ้าเลดี้ไม่ชอบก็ช่วยไม่ได้”
ที่ไม่ได้สะพายมานั่นไม่ใช่เพราะไม่ชอบสักหน่อย อึนฮันอยากจะแก้ตัวออกไปแบบนั้นแต่ก็ต้องเก็บเงียบไว้ เขากลัวที่ต้องยอมรับความรู้สึกดีๆ จากคามินสกียิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายสนใจเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขายิ่งกลัวที่จะยอมรับมันตอนจบที่มีความสุขสำหรับอึนฮันในสถานการณ์นี้ก็คือการที่คามินสกียอมปล่อยเขาไปแล้วหานักฟอกเงินคนอื่นมาทำงานให้แทนเท่านั้นเขาไม่เคย้าจะฟอกเงินมหาศาลเพื่อให้มาเฟียคนนี้โปรดปรานเลยอึนฮันผู้กินยาอูฮวังช็องชิมฮวันก้าวเข้าไปในห้องเคบินด้วยความมุ่งมั่นว่าจะไม่ให้สะดุดตาคามินสกีทว่าทันทีที่ประตูเปิดออกคามินสกีก็หันมามองบานประตูด้วยสีหน้าน่ากลัวอึนฮันแทบจะทรุดลงไปทั้งอย่างนั้น แม้สุดท้ายจะไม่ได้ทรุดลงไปจริงๆแต่ขาเขาก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“...อ้อ ยุน”
คามินสกีไม่แม้แต่จะทักทายเขาด้วยประโยคไม่เจอกันนานนะเหมือนปกติด้วยซ้ำชายหนุ่มมองไปยังลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างอึนฮันแล้วขมวดคิ้วก่อนจะพยักพเยิดให้ออกไปจากนั้นลูกน้องคนเดิมถึงได้บอกว่า “ขอโทษครับ ผมต้องพาคุณไปที่ห้องรับรองต่างหาก”แล้วพาอึนฮันออกมาแต่ก่อนออกจากห้องเคบินที่ดูเหมือนห้องอ่านหนังสือของคามินสกีมากกว่า อึนฮันก็ยังไม่วายหันกลับไปเหลือบมองเ้าของห้องคามินสกีถือโทรศัพท์แนบหูเหมือนติดสายอยู่แต่กลับเม้มปากแน่นสนิทคล้ายกับจะรอให้เขาออกไปก่อนเมื่ออึนฮันออกมาจากห้องและลูกน้องที่อยู่ด้านหลังหันไปปิดประตูเสียงะโของคามินสกีก็ดังลอดออกมาจากห้องนั้นทันที
“จนป่านนี้ยังหาประวัติไอ้เวรนั่นไม่ได้อีกงั้นเหรอถ้างั้นก็...”
ถ้างั้นก็...แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกอึนฮันเข้ามาในห้องรับรองทั้งที่ยังกัดริมฝีปากแน่นดูเหมือนวันนี้เขาควรจะสะพายกระเป๋าที่คามินสกีให้มาจริงๆ นั่นละแต่แล้วอึนฮันก็เป็อันต้องลุกพรวดขึ้นด้วยความใเมื่อได้ยินเสียงดังโครมทว่าลูกน้องกลับโบกไม้โบกมือให้เขาเหมือนไม่มีอะไร
“วาซยาแค่โกรธนิดหน่อย คุณรับกาแฟหรือเครื่องดื่มอะไรไหมครับโมฮิโตก็ดีนะ บนเรือยอชต์นี่มีทั้งพ่อครัวทั้งบาร์เทนเดอร์ประจำตลอดอยู่แล้ว”
“มะ...ไม่ครับ ไม่เป็ไรครับ”
อึนฮันส่ายหน้า จากนั้นลูกน้องก็ไม่ได้เอ่ยแนะนำอะไรอีกชายหนุ่มนั่งรออยู่เฉยๆ โดยไม่มีเครื่องดื่มแม้แต่แก้วเดียว แต่แล้วจู่ๆเขากลับกังวลที่ต้องหยิบเงินออกมาต่อหน้าคามินสกี เขาต้องหยิบเงินจากกระเป๋าและนั่นจะทำให้คามินสกีมองมาที่กระเป๋าอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้เลย อึนฮันกังวลเื่นั้นจึงรีบหยิบเงินมาจัดไว้บนโต๊ะล่วงหน้าก่อนคามินสกีจะมาบางทีหลังจากมอบเงินให้อีกฝ่ายแล้วเขาอาจจะได้กลับไปโดยที่ไม่ถูกจับผิดเื่กระเป๋าก็ได้
ไม่นานอึนฮันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาแต่ไกลเขารู้ได้โดยสัญชาตญาณว่านั่นคือคามินสกีจึงลุกขึ้นยืนรอ และแล้วประตูห้องรับรองก็เปิดออกสีหน้าของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาไร้อารมณ์เหมือนกำลังโกรธเขาเข้ามาในห้องรับรองด้วยสีหน้าเ็าไม่เหมือนปกติอึนฮันผลักเงินที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าทั้งหกล้านดอลลาร์ซึ่งฟอกมาจากเงินแค่หนึ่งหมื่นดอลลาร์ออกไปก่อนจะเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง
“เงินหกล้านดอลลาร์ตามที่คุณบอก แล้วก็ใบเบิกค่าตอบแทนครับ”
คามินสกีเหมือนจะฟังที่อึนฮันพูดแต่ขณะเดียวกันสายตากลับจ้องเขม็งไปที่กระเป๋าของเขาก่อนจะถามขึ้นด้วยสีหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อ
“ทิ้งไปแล้วจริงเหรอ”
“มะ...ไม่ได้ทิ้งนะครับ” อึนฮันปฏิเสธทันที
“แล้วยังไง”
คำพูดของคามินสกีทำให้อึนฮันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆตัวเขานึกอยากจะคืนกระเป๋าให้ด้วยซ้ำแต่ก็พกมาไม่ได้เพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะให้ความสำคัญกับของขวัญเล็กๆชิ้นนี้มากทีเดียว และมันจะน่าขำขนาดไหนกันหากอึนฮันบอกว่าเขารับมันไว้เฉยๆไม่ได้ทั้งที่คามินสกีก็แค่ให้เขามาเฉยๆ เหมือนกันเขาลำบากใจเกินกว่าจะใช้กระเป๋าใบนั้น เพราะไม่อยากรับความรู้สึกของคามินสกีไว้ไม่ว่าจะเป็ความชอบหรือความสนใจก็ตามการไม่ต้องมารู้จักบุคคลที่บ้าระห่ำที่สุดในโลกคือหนทางที่ดีที่สุดแต่ในเมื่อรู้จักแล้ว การภาวนาให้ความสัมพันธ์นี้จบลงก็เป็หนทางที่ดีรองลงมาเพราะอย่างนั้นอึนฮันจึงตัดสินใจว่าจะไม่พกของที่อีกฝ่ายให้ติดตัวและจะไม่ทำตัวให้คามินสกีสนใจเขาอีกต่อไปถึงกระนั้นเขาก็พูดออกไปตามตรงไม่ได้จึงต้องเปลี่ยนคำพูดแต่ก็นึกไม่ออกว่าควรพูดอย่างไรดี
“นายคงไม่ชอบสินะ”
คามินสกีพูดถึงเหตุผลที่ดูจะเป็ไปได้มากที่สุดอึนฮันไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด เพราะหากทำอย่างนั้นตัวเขาเองนี่ละที่ต้องหาเหตุผลอื่นมาตอบอีกและเขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะหาเหตุผลใดได้
“เอาเถอะ ไว้คราวหน้าก็ไปซื้อด้วยกันสิรสนิยมนายมันค่อนข้างเป็เอกลักษณ์ ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้สไตล์ของเด็กประถมเท่าไรเพราะงั้นไว้เราไปร้านเสื้อผ้าเด็กด้วยกันเถอะ ไปร้านโจนาสเลยดีไหมล่ะ”
อีกฝ่ายหัวเราะคิกคัก คามินสกีคนเมื่อกี้ยังโกรธขึ้งอยู่เลยแต่ตอนนี้ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อเห็นว่าอึนฮันไม่พูดอะไรชายหนุ่มก็ลุกขึ้น
“วันนี้อากาศดีนะ ไม่ว่ายน้ำหน่อยเหรอ”
อึนฮันคิดหาข้ออ้างเพื่อบอกปัดคำชวนนั้นโดยไม่แสดงออกว่าไม่ชอบ
“ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวน่ะครับ”
คามินสกีมองอึนฮันชายหนุ่มหรี่ตาลงเมื่อรู้สึกว่าท่าทีของอึนฮันดูต่างไปจากที่เคยเป็วันนี้คามินสกีสวมเสื้อยืดที่เปิดให้เห็นไหล่และกระดูกไหปลาร้าน้อยๆ กระดูกตรงนั้นเป็ร่องเด่นชัดจนหากหยดน้ำลงไปก็คงค้างอยู่ภายในดูเซ็กซี่เป็บ้าไม่รู้ว่าเป็เพราะความโกรธหรือไม่แต่ใบหน้าที่มักจะน่ายำเกรงเสมอวันนี้กลับดูเร้าอารมณ์อยู่หน่อยๆและแน่นอนว่าใบหน้าแบบวันนี้ย่อมหล่อกว่าอึนฮันแอบประเมินใบหน้าหล่อเหลาของคามินสกีอยู่เงียบๆ วันนี้ชายหนุ่มได้เกรด A++ปกติเขาก็ได้ A+อยู่แล้วแต่วันนี้ได้คะแนนเสริมด้วยการให้คะแนนใบหน้าของคามินสกีเป็เพียงความสุขเดียวในการทำงานกับผู้ชายคนนี้อึนฮันจึงชอบแอบมองเขาบ่อย ๆ (สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนนั้นชุดว่ายน้ำเมื่อเดือนที่แล้วถือเป็ A+++ วันนั้นคือที่สุดแล้วจริงๆ)
“แสดงว่าถ้านายสบายดีก็จะว่ายสินะเอาเป็ว่าตอนไปซื้อกระเป๋าก็ซื้อชุดว่ายน้ำด้วยเลยแล้วกันสไตล์นายดูจุกจิกเสียขนาดนั้น ฉันเลือกให้ไม่ได้หรอก”
รู้งี้สะพายกระเป๋ามาด้วยก็ดี
อึนฮันได้แต่นึกเสียดายอย่างสุดซึ้งไอ้กระเป๋านั่นมันทำไมนักนะแค่ไม่สะพายมาแล้วเขาต้องมาฟังอะไรไร้สาระพวกนี้ด้วยเหรอแม้จะคิดว่าคำพูดเ่าั้คงไม่ได้ออกมาจากใจจริง แต่อึนฮันก็ยังกังวลอยู่ดีเพราะปกติแล้วเขาแทบจะไม่เคยเห็นคามินสกีพูดอะไรไร้สาระเลย
“คราวหน้าเจอกันในตัวเมืองนะ”
เป็อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด คามินสกีเอาจริงอึนฮันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะบอกว่าชอบก็ไม่ได้ ไม่ชอบก็ไม่ได้เขาจึงได้แต่ปิดปากเงียบ แม้จะเดินออกมาเพื่อลงเรือกลับเข้าฝั่งแล้วแต่ใบหน้าของอึนฮันก็ยังดูหม่นหมอง แค่คิดว่าครั้งหน้าจะต้องมาเจอคามินสกีแค่สองต่อสองเขาก็ปวดหัวรอไปเรียบร้อย ในทางตรงกันข้ามสีหน้าไม่สบอารมณ์ของคามินสกีเมื่อครู่นี้กลับปลิวหายไปไกลลิบเขาเดินเคียงข้างอึนฮันไปจนถึงฝั่งที่มีเรือสปีดโบ๊ตอยู่อย่างที่ปกติแล้วไม่เคยทำอึนฮันตัวแข็งทื่ออยู่ข้างคามินสกี แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามเดินให้ทันชายหนุ่มอย่างระมัดระวังนี่คามินสกีมาส่งเขาอย่างนั้นเหรอ ไม่ได้น่าซาบซึ้งเลยสักนิด น่ากลัวละสิไม่ว่า
จู่ๆ ลมก็พัดวูบมาจนอึนฮันต้องหลับตาลงลมทะเลนั้นทั้งเค็มทั้งชุ่มชื้น เขารู้สึกว่ามีบางอย่างเข้าตาจึงยกมือขึ้นขยี้ตาทันใดนั้นคามินสกีก็จับข้อมือเขาไว้แน่นััของชายหนุ่มติดตรึงยิ่งกว่าลมทะเลเสียอีก
“เดี๋ยวเจ็บตา”
แหมนี่เป็ครั้งแรกเลยมั้งที่มีคนบอกเขาว่าถ้าขยี้ตาแล้วจะเจ็บตาเนี่ย อึนฮันพยายามผ่อนคลายร่างกายที่แข็งทื่อไปแล้วเขาควรจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ง่ายเลย ยิ่งพยายามทำเหมือนไม่เป็ไรก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้เรี่ยวแรงลงไปอีกครั้งหน้าเขาต้องสะพายกระเป๋าเ้ากรรมนั่นมาด้วยแล้วสินะแต่การพกสิ่งของที่ใครคนหนึ่งซื้อให้ติดตัวมาด้วยตอนพบกันมันดูโรแมนติกชอบกลแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ในความหมายอย่างว่าก็เถอะ โดยเฉพาะกับคามินสกีที่นอกจากเงินค่าตอบแทนแล้วอึนฮันก็ไม่เคย้าอะไรจากเขาแม้แต่เครื่องดื่มสักแก้ว
จู่ๆสายตาของอึนฮันก็มองไปยังบรรดาลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังคามินสกีโดยไม่ได้ตั้งใจเ้าพวกนั้นต่างก็ยิ้มกว้างกันทุกคน เขาจึงรีบก้าวลงเรือทันทีและคามินสกีก็ช่วยประคองเขาลงโดยยังจับข้อมือเขาไว้ทำให้ตอนนี้ดูราวกับว่าชายหนุ่มกำลังดูแลอึนฮันอยู่ก็ไม่ปานใครสักคนเผลอหัวเราะออกมา อึนฮันรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงจนต้องรีบก้มหน้างุดเขาอายที่ตัวเองทำตัวสมกับที่เ้าพวกนั้นเรียกว่าเลดี้แต่คามินสกีไม่สนใจว่าใครหัวเราะอยู่ข้างหลัง เขาพูดกับอึนฮันว่า
“เดือนหน้าฉันจะกลับมาไมแอมีใหม่ ไว้จะติดต่อหานะ”
ว่าแล้วคามินสกีก็ปล่อยข้อมืออึนฮันเขาได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะลงเรือไปเห็นแบบนั้นนีโคไลที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับก็มองเขาด้วยแววตาขบขันคามินสกีถอยหลังกลับ จากนั้นเรือก็ติดเครื่องขึ้นทันที อึนฮันก้มหน้าเมินหนีจากคามินสกีอย่างสับสนเขาไม่เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอีกเลยจนกระทั่งเรือแล่นออกไป