ตอน 4 อับอาย
เช้าวันหยุดของเด็กน้อย
"แม่ครับ... เขาแย่งขนมผม"ลูกชายของน้าคนนั้นร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่ ทั้งที่แจ้หลีไม่ได้ทำอะไรเลย
"แก!! ไอ้เด็กเหลือขอ แกมันก็แค่ผู้อยู่อาศัยกล้าดียังไงมาทำให้ลูกของฉันไม่พอใจเป็แบบนี้ฉันเลี้ยงแกไม่ไหวหรอกนะ"คำพูดของผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ไตร่ตรองทำร้ายจิตใจเด็กน้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งเธอยังเป็แม่เลี้ยงใจร้ายที่คอยทุบตีทำร้ายร่างกายและใช้งานแจ้หลีอย่างหนักอีกทั้งเธอและลูกยังปฏิบัติกับแจ้หลีเหมือนเขาเป็คนใช้
จิตใจที่ห่อเหี่ยวของเด็กน้อยที่โดนทำร้ายเรื่อยมาทำให้เขาเปลี่ยนเป็คนที่มีจิตใจดิ่งลึก กลายเป็คนเก็บตัวเงียบมีปมใหญ่ในใจที่หาทางออกไม่ได้
แม่หม้ายสาวซีซีทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเงินให้เสี้ยวเว่ยตลอดไม่เคยขาดหวังให้เธอนำไปจ่ายค่าเทอมและเป็ค่าใช้จ่ายความเป็อยู่ของแจ้หลี หารู้ไม่ว่าน้าสาวเ้าเล่ห์แซ่เว่ยคนนี้คิดไม่ซื่อฮุบเงินทั้งหมดไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเมื่อเงินไม่พอใช้...เธอก็ตัดอนาคตแจ้หลีด้วยการให้เขาหยุดเรียนสักพักโดยบีบบังคับให้เด็กน้อยต้องออกไปทำงาน ใช้คำว่าทดแทนบุญคุณมาค้ำยัน
แจ้หลีใช้ชีวิตหก-ระ-เหแบบนี้หลายปีไปเรียนบ้าง ไม่ไปเรียนบ้าง กระทั่งเขาเริ่มเข้าสู่มัธยม กลายเป็เด็กหนุ่มวัย 15 ปีที่พร้อมจะเข้าใจโลก แต่มันกลับไม่เป็อย่างที่คิดแจ้หลีเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมชั้นกลางของเขตเมืองเขากลับถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกหนักมาก โดนหัวโจกที่เป็ผู้นำกลุ่มนักเรียนเกเรคือลูกชายของน้าเสี้ยวเว่ยที่ให้ที่ซุกหัวนอนมาั้แ่เด็กเพราะเขารู้สึกอับอายขยะแขยงเป็ที่สุดที่ได้อยู่ร่วมชายคากับคนไม่เอาไหนอย่างแจ้หลีเด็กไม่รู้ความอย่างเขาเลยหาวิธีกลั่นแกล้งแจ้หลีสารพัด
แจ้หลีอดทนอดกลั้นทุกการกระทำครั้งแล้วครั้งเล่าซ้ำกันไปมา กลายเป็เด็กเฉิ่มเนิร์ด แว่นหนา ทรงผมกะลาครอบที่ดูยังไงก็คล้ายๆดอกเห็ด ใครๆต่างเรียกเขาว่าไอ้เฉิ่มหัวเห็ด บ้างก็เรียกไอ้หัวเห็ดโง่ เพื่อหลีกเลี่ยงเื่เลวร้าย เขาอยู่อย่างเจียมตัว พูดเท่าที่จำเป็ก้มหน้ามองต่ำ กว่าจะผ่านไปแต่ละวันมันช่างเลวร้ายมีหลายครั้งที่เขาคิดจะฆ่าตัวตาย แต่นึกถึงแม่ซีซีที่ทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลส่งเสียเขาทีไรเด็กน้อยก็ทำไม่ลง
**********
"เอาล่ะนักเรียนทุกคนวันนี้มีเพื่อนใหม่จะมาร่วมชั้นเรียนกับพวกเธอ ทำความรู้จักกันให้ดีล่ะ"ครูประจำชั้นเดินเข้าห้องมา พร้อมกับเด็กสาวเนื้อตัวอวบอ้วนในมือของเธอยังคงถือห่อขนมถุงใหญ่
"ฮะฮ่า... ดูสิ ยัยอ้วน น่าเกลียดชะมัด"ทันทีที่เธอเดินเข้ามาหน้าชั้นเรียน เพื่อนๆไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แนะนำตัวก็ต้อนรับเธอด้วยการล้อเลียนรูปร่างซะแล้ว แต่....แต่!!!เจียงผิงหว่านคนนี้ยอมซะที่ไหน ตอบกลับอย่างทันควัน
"อ้วนแล้วมันหนักหัวพวกแกหรอ ฉันอ้วนเพราะบ้านฉันมีแต่ของอร่อยไม่เหมือนพวกเธอ ที่ตัวผอมแห้งเหมือนกุ้งแบบนั้นคงหาความสุขจากการกินไม่ได้สินะ" เอ้ออออ เอาซิ้ผิงหว่านก็ปากแซ่บไม่เบานะจ๊ะ
คำพูดเล็กน้อยที่เธอตอบกลับเพื่อนทั้งชั้นดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากแต่มันทำให้เพื่อนทั้งห้องที่ชอบบลูลี่คนอื่นสะดุ้งโหยง
"เอาล่ะๆเด็กๆ อย่าทะเลาะกัน มีมารยาทกันด้วยเธอเพิ่งมาเป็วันแรกควรให้เกียรติเธอ หากใครยังไม่หยุดพูดล่ะก็ครูจะให้ไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้อง" ครูประจำชั้นเริ่มจะดุทุกคนในห้องแต่พอได้ทีผิงหว่านของเราก็แสบไม่เบาแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เพื่อนๆอยู่หลังครู
"อ๊ะ นั่น ครูครับ ดูสิ เธอทำท่าล้อเลียนพวกผม ดูเธอทำใส่ผม"เด็กนักเรียนหนึ่งคนออกเสียง ลุกขึ้นพรวดชี้นิ้วทักท้วง
"ไหนจ๊ะ เพื่อนทำอะไร"ครูหันหลังกลับมามองผิงหว่าน
"อะแฮ่ มีอะไรผิดปกติเหรอคะครู "ผิงหว่านตัวแสบรีบทำตัวน่าร้ากกก ทำตาปริบๆส่งแววตาหวานๆให้ครู ประมาณว่าหนูเป็คนตะเร้กตะน้อยน่าเอ็นดู
"พวกเธออคติกับเพื่อนมากเกินไปนะ "
"งั้นเธอออกไปคาบไม้บรรทัดหน้าห้องเรียนซะครูจะถือว่าเป็การทำโทษเธอ ที่ทำให้เพื่อนขายหน้า"ครูสั่งให้เด็กชายคนนั้นออกไปหน้าห้องเพื่อสำนึกตัวเอง
"เอาล่ะแนะนำตัวได้" พอลงโทษเขาเสร็จครูสาวหันมายิ้มให้ผิงหว่าน
"สวัสดีเพื่อนๆทุกคน ฉันชื่อเจียงผิงหว่านย้ายมาจากเมืองต้าห่าย โรงเรียนถงเสียน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย ถ้าใครดีกับฉันฉันจะเอาขนมมาแบ่งให้กินทุกวัน"แน่นอนว่าเด็กอ้วนอย่างเธอใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม พูดไปหัวเราะไป
"เหอะ ให้ตายเถอะ ใครอยากจะกินขนมกับเธอเชิญอ้วนไปคนเดียวเหอะ" เพื่อนๆในห้องต่างไม่ชอบขี้หน้าเธอเพราะพวกเขามองคนจากภายนอก แค่เธอเป็เด็กคนเดียวในห้องที่อ้วนร้อยโลทุกคนก็ขยะแขยงจะแย่
"นักเรียนผิงหว่าน ไปนั่งได้แล้ว อีกสักเดี๋ยวเราจะได้เริ่มเรียนกัน"
"ค่ะครู "
ไม่ว่าผิงหว่านจะเดินไปนั่งตรงไหนก็ไม่มีใครต้อนรับเธอ
"เหอะ น่าเบื่อชะมัด ไอ้คนพวกนี้นิสัยแย่ใช้ได้เมื่อไหร่ฉันจะได้ย้ายห้อง" อันยี้ หญิงสาวหน้าตาดี แต่ห้าวเป้งร่างกายพร้อมปะทะทุกครั้ง แต่เธอไม่เคยรังแกใครก่อนในห้องนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ไม่เคยรังแกแจ้หลี
"นี่เธอ ยัยผิงหว่าน มานั่งข้างฉันสิตรงนี้ยังว่าง" อันยี้เรียกผิงหว่านมานั่งข้างๆโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากและไม่ได้คิดว่าจะผูกมิตรกับเธอั้แ่แรกที่เรียกมานั่งแค่รำคาญที่เธอเดินไปเดินมาก็เท่านั้น
"ขอบคุณนะ ที่ให้ฉันนั่งด้วยนี่ขนมจากที่บ้านของฉัน ฉันให้เธอหมดเลย" ผิงหว่านพยายามจะผูกมิตรกับอันยี้
"เหอะ เก็บไว้กินเองเถอะยัยอ้วนดูท่ามันน่าจะจำเป็กับเธอมากกว่าฉันนะ" อันยี้หยิบขนมแค่ห่อเดียวที่เหลือกวาดลงใต้โต๊ะของเธอ ทั้งสองยิ้มให้กันแบบเขินอายเป็การเริ่มต้นมิตรภาพที่ดูเหมือนจะไปได้สวย
"นั่นเธอเหรอ เธอก็ยังเป็คนมองโลกในแง่ดีไม่เปลี่ยน7 ปีแล้วนะผิงหว่านที่เราไม่ได้เจอกัน เธอโตขึ้นเยอะเลย" แจ้หลีนั่งมองเธอผ่านแว่นหนาๆจากหลังห้องเขาแอบอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมหวนนึกถึงครั้งในอดีต
***********
ถึงเวลาพักระหว่างวันเด็กวัยรุ่นมักจะจับกลุ่มกันเป็ก้อนๆเพื่อทำกิจกรรมที่ตัวเองอยากจะทำแน่นอนว่ากิจกรรมที่ผิงหว่านทำคือ นั่งกินขนมกับอันยี้แค่วันเดียวพวกเขาก็ตีสนิทกันกลายเป็เพื่อนซี้ปึ้ก
แต่กิจกรรมที่เด็กเกเรกลุ่มนั้นมักจะทำทุกวันคือการรังแกแจ้หลี...พวกเขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมไข่ในมือคนละฟอง นำกลุ่มด้วยหังอี้ ลูกชายของน้าเสี้ยวเว่ยที่อยู่ร่วมกันมาั้แ่เด็กและอีกคนที่มักจะดูถูกและรังแกแจ้หลีอยู่เป็ประจำคือ ฟ่านจิ่นมี่(นางร้าย)ลูกสาวคนเดียวของเ้าพ่อมาเฟียใหญ่(หารู้ไม่ว่าในอนาคตเธอจะได้หลงรักเขาจนหัวปักหัวปำ)
"ไอ้เด็กหัวเห็ดโง่ เงยหน้าขึ้นมาซิเรียกฉันว่าพี่สาวสิ" ฟ่านจิ่นมี่พูดจาไม่น่าฟัง จงใจหาเื่และดูถูกแจ้หลี
"ฉันบอกว่าให้เงยหน้ามองฉันยังไงล่ะไอ้หัวเห็ดไร้ประโยชน์"ฟ่านจิ่นมี่ใช้มือจิกหลังหัวแจ้หลีอย่างแรงพร้อมถุยน้ำลายลงบนแว่นหนาๆของแจ้หลี พฤติกรรมของเธอช่างต่ำตมไร้มารยาทจนน่าขนหัวลุก
"ถึงเวลาสนุกของเราแล้วล่ะทุกคน"เพื่อนๆไม่พูดให้มากความ ไม่ไถ่ถามอะไรใครเลย พวกเขาเพียงเดินเข้ามาประชิดตัวสองคนจับดึงแขนแจ้หลีไว้ไม่ให้ขัดขืนพวกที่เหลือปาไข่ใส่เนื้อตัวของเขาจนเละไม่เป็ท่าเื่พวกนี้มันเกิดขึ้นบ่อยเสียจนเพื่อนรอบข้างเคยชิน
"ห่ะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น "
"อันยี้ เราไม่ไปช่วยเขาเหรอ" ผิงหว่านใเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นเหตุการณ์แบบนี้
"เห้อ ทำใจให้สบายเถอะผิงหว่านมีอีกหลายอย่างที่เธอยังต้องเรียนรู้ โรงเรียนบ้านี่ต่างจากโรงเรียนอื่นคือไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากนัก ครูต่างก็ละเลยนักเรียน พวกเขาทำแบบนี้ซะจนเคยชิน
"แต่นั่นเขาโดนรังแกนะ " ผิงหว่านพูดทั้งๆที่ขนมเต็มปาก
"ถ้าไม่อยากเป็เหมือนเขาก็นิ่งเงียบทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นซะถือว่าฉันเตือนแล้วก็แล้วกัน" อันยี้ี้เีพูดเลยแกล้งฟุบตัวลงโต๊ะแล้วหลับตาลง
แต่ผิงหว่านยังพูดไม่ขาดคำ ดันมีคนปาไข่พลาดมาโดนหน้าผากของเธอเต็มๆแน่นอนว่าหญิงพลังช้างอย่างผิงหว่านไม่ยอมแน่เพราะเมือกไข่ที่แตกจากฟองไหลเยิ้มลงห่อขนมของเธอจนกินต่อไม่ได้ผิงหว่านคนนี้โมโหฟาดงวงฟาดงา โมโหหิวกระทืบเท้าจนพื้นะเืเข้าจัดการรังแกไอ้พวกเด็กเกเรทุกคนจนน่วมด้วยตัวคนเดียว
"ใครกล้าสร้างความวุ่นวายอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"ผิงหว่านโกรธจัดจนเนื้อแก้มกระตุกริกๆ
"ฮือๆๆ แกตายแน่อีอ้วนฉันจะฟ้องคุณป๋าให้สั่งคนมาจัดการแก"ฟ่านจิ่นมี่ลูกสาวคนเดียวของมาเฟียใหญ่ตู่เชี่ยก็ถูกเจียงผิงหว่านจัดการเหมือนกัน
"แล้วไง ก็มาเลยสิ ฉันไม่กลัวหรอกช่วยไม่ได้ก็พวกเธอทำของกินของฉันเสียหายก่อน" ผิงหว่านทำเก่งไม่กลัวใครและคนเดียวที่พอใจกับการกระทำของเธอมากคืออันยี้ เธอยิ้มให้ผิงหว่านประมาณว่าไม่เสียแรงที่ยอมให้เป็เพื่อนร่วมโต๊ะ อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่ยัยอ้วนที่ไร้ประโยชน์
ในขณะเดียวกันนั้น แจ้หลีก็ถือว่ารอดตัวไปจากการโดนรังแกกลายเป็ว่าเขาดันเข้าใจผิด คิดว่าผิงหว่านตั้งใจออกตัวปกป้องยิ่งผิงหว่านไม่อยากเห็นสภาพเละเทะพร้อมกลิ่นคลุ้งเหม็นคาวของเมือกไข่เธอเลยตัดสินใจถอดเสื้อแขนยาวผืนใหญ่คลุมตัวให้แจ้หลีแบบไม่ได้คิดอะไรมากเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไรและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคนนี้คือเพื่อนในวัยเด็กของเธอที่เคยแบ่งลูกอมให้
"ไปล้างเนื้อล้างตัวซะถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านไป" คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแฝงอยู่แต่มันดันทำให้แจ้หลีรู้สึกอบอุ่นในใจ