ตอนที่ 9 กลับมาแล้ว
ซูไท่เฟยยืนนิ่งสักพักหลังจากให้ยินนามของเส้าเฟยอุตส่าห์วางแผนการขับไล่ออกจากจวนไปแล้ว นี่ยังจักหน้าด้านหน้าทนกลับมาอีกช่างเป็คนหน้าไม่อายยิ่งนัก
“ฉางิ...ใยเ้าหายหน้าไปนานแม่เป็ห่วงเ้าเหลือเกิน”ผู้เป็มารดาโผลงเข้าไปกอดบุตรชาย
“เสด็จแม่...ข้าพาเส้าเฟยกลับมาด้วยและนี่...ลูกของข้า”
ฉินอ๋องรีบรับบุตรชายของตนมาไว้ที่อ้อมกอดซูไท่เฟย เองก็ถึงกับตาค้างเมื่อฉินอ๋องเอ่ยออกมาเช่นนั้น
“เ้าพูดจริงรึฉางิ”ซูไท่เฟยรีบเข้าไปขออุ้มหลานทันที
“แล้วนางผู้นั้นเล่า”
“นางผู้ใดรึเสด็จแม่”
“ก็แม่ของเด็กไงเล่า”
“อ่อ...เขาชื่อมู่ฉางเฟยเป็ลูกของข้ากับเส้าเฟย”
“เ้าว่าอย่างไรนะ!”
แทบไม่อยากเชื่อว่าจักเป็เช่นนั้นไปได้เส้าเฟยกับฉินอ๋องก็เป็บุรุษทั้งคู่จักมีบุตรด้วยกันได้เช่นไรซูไท่เฟยเองยังไม่ปลักใจเชื่อในเื่นี้
“จักเป็เช่นนั้นได้อย่างไรฉางิ...นี่เ้ากล้าเอ่ยความเท็จต่อแม่งั้นรึ”
“เหตุใดเล่าข้าต้องเอ่ยความเป็เท็จเื่นี้เสด็จแม่ต้องไปทูลถามฮ่องเต้เองเถิดพะยะค่ะ”
“ซูไท่เฟย....”เส้าเฟยโค้งศีรษะคำนับ
เส้าเฟยเองก็เอ่ยคำพูดไม่มากนักก่อนจักขอบุตรชายจากซูไท่เฟยก่อนที่ฉินอ๋องจักพาเส้าเฟยเข้าไปภายในจวน
ฉินอ๋องนั้นเดินนำเส้าเฟยมายังเรือนของเขาเองเส้าเฟยนั้นหยุดอยู่ที่หน้าเรือนมิยอมก้าวเท้าเข้าไปเพราะนี่ไม่ใช่เรือนที่เขาจักมาอยู่
“ยังไม่ตามเข้ามาอีก...”ฉินอ๋องหันมาเอ่ยกับเส้าเฟยที่ยืนนิ่งอยู่หน้าเรือน
“นี่มิใช่เรือนของข้าข้าคงมิอาจเข้าไปได้ครั้งก่อนท่านอ๋องก็มิยอมให้ข้ามาเหยียบที่เรือนนี้”
มันช่างเป็คำพูดที่ทิ่มแทงกลางหัวใจของฉินอ๋องยิ่งนักและมันก็เป็ความจริงที่แต่ก่อนเขาเอ่ยกับเส้าเฟยไปเช่นนั้น
“ครั้งก่อนก็ส่วนครั้งก่อนครั้งนี้เ้าจักต้องมาอยู่เรือนข้า”
“มิได้พะยะค่ะ”
เส้าเฟยเอ่ยบอกอีกฝ่ายจบประโยคก็เดินปลีกตัวหนีไปเส้าเฟยเดินตรงไปยังเรือนที่เขาเคยอยู่ก่อนที่จักเปิดประตูเข้าไปภายในนั้นยังดีที่มีคนมาทำความสะอาดแต่ข้าวของที่เคยเป็ของเขากับไม่มีเหลืออยู่เลยสักชิ้น
“ท่านเส้าเฟยนางสนมรับใช้มาเ้าค่ะ”
“ให้เข้ามา...”
พอพวกนางรู้ว่าเส้าเฟยกลับมาก็แห่แหนมาเพื่อจักทำดีด้วยเพราะพวกนางยังทราบอีกว่าเส้าเฟยได้มีบุตรกับฉินอ๋องซึ่งต่อไปเส้าเฟยจักกลายเป็คนโปรดไปทันที
“คำนับพระชายาเพคะ....”
“พวกเ้ามีเื่อันใดกับข้ารึ”
“มิได้เพคะเห็นพระชายาเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย หากมีสิ่งใดให้พวกหม่อมฉันรับใช้...”
“มิเป็ไรข้ามีเจ่าเจียงอยู่ทั้งคน”
เป็คำปฏิเสธที่หักหานน้ำใจเหล่านางสนมรับใช้ยิ่งพวกนางมิสามารถตอบโต้ใดๆต่อเส้าเฟยได้ ทำได้เพียงยิ้มรับบางๆก่อนจักเดินออกไป
“กลับมาครั้งนี้คนผู้นั้นมาพร้อมกับทายาทของท่านอ๋องแล้วคนอย่างพวกเราจักอยู่ที่ใด”
“มีขึ้นย่อมมีลงเ้าอย่าพึ่งท้อไปถึงอย่างไรโอกาสก็ต้องมาถึง”
“เ้ายังเชื่ออยู่รึว่าจักมีโอกาสแค่เสนอตัวไปหาท่านอ๋องก็ถูกไล่ออกมาจากเรือนเสียแล้ว”
หลังจากที่กลับมายังจวนฉินอ๋องอีกครั้งเส้าเฟยต้องอดทนสู้กับซูไท่เฟยแถมยังมีเหล่านางสนมรับใช้ที่คอยประสงค์ร้ายแก่เส้าเฟยอยู่ทุกครั้งไปเมื่อพวกนางมีโอกาส
วันใดที่ฉินอ๋องมาที่เรือนของเส้าเฟยเขานั้นจักบอกให้ฉินอ๋องกลับไปที่เรือนของตนทุกครั้งแถมยังมีพวกนางสนมรับใช้คอยรับคอยส่ง แม้ว่าเส้าเฟยไม่ได้แสดงสีหน้าอันใด
แต่ก็รู้สึกหึงหวงอยู่บ้างและเส้าเฟยยังเชื่อว่าทั้งอ๋องคงจักไล่พวกนางกลับเหมือนเช่นเคยจึงทำให้เส้าเฟยไม่ได้สนใจในเื่นั้น
“พวกเ้าไปเอาเหล้ามาให้ข้า...”ระหว่างเดินทางกลับเรือนของฉินอ๋องเขาก็ได้เอ่ยสั่งพวกนางสนมรับใช้ไปนำเหล้ามาให้เขาที่เรือน
พวกนางรีบไปนำเหล้ามาให้กับฉินอ๋องด้วยความว่องไวและสิ่งที่ไม่ได้สั่งอย่างกับแกล้มพวกนางก็นำติดมือมาด้วย
“หม่อมฉันรินให้ท่านอ๋องเพคะ”
วันนี้ถือว่าแปลกว่าทุกวันเพราะฉินอ๋องมิได้ไล่เหล่าสนมรับใช้ออกไปจากเรือนแถมยังให้พวกนางคอยปรนนิบัติอีกด้วย
ั้แ่กลับมาฉินอ๋องไปขอร่วมเตียงกับเส้าเฟยแต่อีกฝ่ายไม่ยอมเลยสักครั้งไม่ว่าจักพูดสิ่งใดไปก็ไม่ได้ผล
“เอาเหล้ามาอีก...”
ตอนนี้ฉินอ๋องเองก็เมาจนได้ที่พร้อมกับเหล่าสนมรับใช้ถูกฉินอ๋องเลื้อยมือไม้ไม่ได้อยู่กับที่ทั้งกอดทั้งหอม
“ท่านอ๋อง...ทำเช่นนี้มิได้เพคะคริๆ”
ทั้งเสียงหัวเราะที่ดูจักถูกใจนางสนมรับใช้เป็อย่างมากฉินอ๋องเองก็ทำตามใจของตนที่อยากจะทำ แต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นเหมือนที่ทำกับเส้าเฟยเพราะเขามีเส้าเฟยเพียงผู้เดียว
“ท่านเส้าเฟยเมื่อสักครู่เจ่าเจียงเดินผ่านเรือนของอ๋องฉินมา ได้ยิน...”
“เ้ามิต้องเอ่ยอันใด...ข้าง่วงแล้ว”
“เ้าค่ะ”
เส้าเฟยมั่นใจว่าฉินอ๋องจักไม่ทำอย่างที่เขาคิดพรุ่งนี้เช้าค่อยไปดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่จักว่าไปเส้าเฟยจักไปสนเื่พวกนั้นทำไมกัน
พอรุ่งเช้าเส้าเฟยก็อดมิได้ที่จักไปที่เรือนของฉินอ๋อง
“พระชายา...ยังเข้าไปตอนนี้มิได้พะยะค่ะ”หานเมิ่งเอ่ยห้าม
“เหตุใดข้าถึงเข้าไปมิได้”
“คือ....”
“ข้าจักเข้าไปเดี๋ยวนี้”
แก๊ก!!
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเส้าเฟยมันช่างเป็สิ่งที่ไม่น่าดูยิ่งนักท่านอ๋องร่วมเตียงกับนางสนมรับใช้ทั้งคืน
“พระชายา...คือ...”
“เ้าไม่ต้องเอ่ยความใดข้าเห็นหมดแล้ว”
“พระชา...ยา...”
เส้าเฟยโกรธจนเืขึ้นหน้าเขาสาวเท้าเดินกลับมายังเรือนของตนก่อนจะหยิบผ้าสองสามชุดก่อนจะมัดเป็ถุงมาสะพาย แล้วอุ้มฉางเฟยมาไว้ในอ้อมกอด
“ท่านเส้าเฟยจักไปไหนหรือเ้าข้า”
“เจ่าเจียงเ้าไปเก็บของแล้วตามข้ามา”
เส้าเฟยนึกแล้วก็รู้สึกรังเกียจบุรุษคนหนึ่งขึ้นมาเสียดื้อๆเขาหลบออกไปทางประตูหลังของจวนโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นหรือสงสัยในตัวเขา
“ท่านเส้าเฟยเราจักไปที่ใดรึเ้าค่ะ”
“ไปให้ไกลจากจวนของฉินอ๋องไกลเท่าไหร่ยิ่งเป็การดี”
เส้าเฟยตัดสินใจเช่นรถม้าก่อนจักออกเดินทางไปทางเหนือเมืองทางเหนือเป็เมืองที่ใหญ่พอดูฉินอ๋องเองไม่น่าจักตามเขาเจอ
กว่าฉินอ๋องจะสร่างเมาก็เลยไป**ยามเซินแล้วเขายังกายให้ลุกขึ้นมานั่งมืออีกข้างก็ยกขึ้นนวดศีรษะเพรายังรู้สึกมึนๆอยู่เล็กน้อย
“ทูลท่านอ๋อง...”หานเมิ่งรีบเข้ามาในห้อง
“ว่ามา...”
“พระชายาหนีออกจากจวนไปแล้วพะยะค่ะกระลองไปดูในเรือนเห็นของบางอย่างหายไปอีกย่างพระชายายังพาท่านอ๋องน้อยไปด้วย....”
“เ้าว่ากระไรนะ!!”
ฉินอ๋องรีบลุกขึ้นยืนก่อนจักรีบวิ่งไปยังเรือนของเส้าเฟยภายในเรือนเป็ไปอย่างที่หานเมิ่งเอ่ยบอกทุกคำ เส้าเฟยหนีเขาไปจริงๆอย่างนั้นรึไม่จริงใช่ไหม
“หานเมิ่งตามข้ามา...”
ณเพลานี้ฉินอ๋องรีบควบม้าคู่กายเพื่อออกตามหาเส้าเฟยและหวังว่าเขายังจักอยู่ในเขตของเมืองหลวงฉินอ๋องส่งคนไปดักรอประตูเมืองทั้งสี่ทิศ คอยสังเกตคนเข้าออกว่าใครที่ชื่อเส้าเฟยและรูปลักษณ์สัณฐานคล้ายเส้าเฟยและคนติดตาม
รอจนตะวันจะลับขอบฟ้าแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดเจอตัวหรือมีรูปลักษณ์สัณฐานเหมือนกับเส้าเฟยระหว่างการเข้าออกจากเมืองเลยสักคน
“เส้าเฟย...เ้าคิดสิ่งใดของเ้า...”
สามวันสามคืนที่ฉินอ๋องออกตามหาทั้งหุบเขาลำธารก็ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่ชื่อว่าเส้าเฟย ฮ่องเต้เรียกเข้าเฝ้าก็ขัดกระแสรับสั่งกลับจวนก็เหมือนหมาบ้าที่พาลคนไปทั่ว
ทางเส้าเฟยนั้นยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางยังอีกไกลนักก่อนจะถึงเมืองหวงซุนที่เลือกมาที่ทางเหนือเพราะมันไกลจากเมืองหลวงเป็อย่างมาก อีกทั้งเมืองหวงซุนก็มิได้อยู่ในเมืองอาณัตของใคร
“ท่านเส้าเฟยคิดดีแล้วหรือเ้าคะ”
“เจ่าเจียง...หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลเ้าจักตายอยู่ตรงนี้หรือจักไปตายเอาข้างหน้าเล่า”
เจ่าเจียงได้ฟังน้ำเสียงของเส้าเฟยแล้วก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นไม่เหมือนเส้าเฟยคนก่อนเลยสักนิด
ทางด้านซูไท่เฟยยังเป็ห่วงเป็ร้อนเมื่อเส้าเฟยพาหลานของนางหนีไปด้วยนางเร่งส่งคนออกตามหาไปพร้อมกับฉินอ๋องแม้จักไม่ชอบในตัวของเส้าเฟยแต่ที่อยู่กับเขานั้นเป็ถึงลานของนาง
“หลี่เส้าเฟย...เ้ากล้าบังอาจทำเื่เช่นนี้อย่างนั้นรึหากว่าฉางเฟยเป็อะไรไปข้าจักไม่ปล่อยเ้าเอาไว้แน่...”
หากไปตามที่จวนก็ไม่เจอแล้วฉินอ๋องจึงตัดสินใจไปตามที่เมืองโป๋หลิงไปยังโรงเตี๊ยมที่เส้าเฟยเคยอยู่แต่ก็ไม่พบผู้ใดอยู่ตรงนั้นไปหาฉีฟ่านก็บอกว่าไม่เจอกับเส้าเฟยเลย
ตามหามาหลายเดือนก็ไม่พบร่องรอยของเส้าเฟยเลยทั้งตะวันออก ตก เหนือ ใต้ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเอจกับเส้าเฟย
ฉินอ๋องเองก็พยายามตามแล้วแต่ก็ไม่พบแถมยังมีราชโองการเร่งด่วนที่ทำให้เขาต้องละจากการตามหาเส้าเฟยเพื่อไปเป็แม่ทัพนำทหารนับหลายหมื่นไปออกรบ
แม้จักอยู่ในสนามรบเขาก็มิยอมประมาทคู่ต่อสู้ในหัวนั้นมีเพียงชัยชนะและเขาก็้าที่จักชนะศึกครั้งนี้แล้วไปตามหาเส้าเฟย
การสู้รบอันยาวนานไม่มีทีท่าว่ามันจักจบโดยง่ายทั้งวางแผนทั้งกลยุทธ์ก็มิอาจทำลายกำลังพลของอีกฝ่ายได้
“ท่านแม่ทัพศัตรูยกทัพมาตรงหน้าแล้ว...”
“รอสัญญาณจากข้า...ห้ามบุกก่อนที่ข้าจักสั่ง”
“ขอรับ!”
แม้จักถูกศัตรูตีแบบประชันชิดฉินอ๋องก็พาทัพรอดออกมาได้ถูกยึดค่อยแล้วค่ายเล่ากำลังพลก็เริ่มลดน้อยลงทุกครั้งหากส่งไปของกำลังพลเสริมแล้วแต่ก็ยังมาไม่ถึง