ทุกๆ วันยังคงผ่านพ้นไปอย่างปกติสุขอย่างที่ควรจะเป็ นับได้หนึ่งเดือนแล้วั้แ่ที่สายลับของแคว้นหนานจงมาถึงที่นี่ แผนการต่างๆ ของแต่ละฝ่ายยังคงเดินหน้าไปอย่างช้าๆ บ่อยครั้งที่หลินซีมักจะออกจากบ้านไปร่ำสุรากับทหารรับจ้างกลุ่มนั้น แม้ตอนแรกจะไม่มีใครอยากต้อนรับสักเท่าไหร่ ซ้ำยังมีการลงไม้ลงมือกันอยู่บ่อยครั้ง
แต่ถึงแบบนั้นหลิงซีก็ไม่ได้อนาทรร้อนใจซ้ำยังฉกฉวยเอาสุราของพวกเขามานั่งดื่มกินอย่างสบายอารมณ์ ในเมื่อสู้ไม่ได้ซ้ำยังไล่ไม่ไปพวกเขาจึงปล่อยเลยตามเลยเรื่อยมา และเลือกที่จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อีกทั้งพวกเขายังสืบรู้ประวัติคร่าวๆ ของหลิงซีแล้ว ซึ่งมันก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่แย่หน่อยก็คงเป็เื่คนใหญ่คนโตที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ ซ้ำยังมาอยู่ผิดที่ผิดทางก็เท่านั้น
ลู่หลางไม่ใส่ใจว่า ‘ตัวมอด’ ที่ชอบมาดื่มเหล้าบ้านเขาจะรู้เื่ฐานะที่แท้จริงของแขกที่เข้าไปพักในบ้านตัวเองหรือไม่ และเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะบอกอีกฝ่ายด้วย ในเมื่ออีกฝ่ายพอใจที่จะมาเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะต้อนรับ อย่างไรเสียเื่แม่ทัพใหญ่ของแคว้นหยางก็ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของเขามาั้แ่แรก คนพวกนั้นจะอยู่หรือไม่อยู่ที่นี่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานของเขา
พวกเขาแค่มาสืบข่าวเื่เส้นทางลับ และสืบความเคลื่อนไหวแถบชายแดนระหว่างแคว้นอัคคีกับแคว้นหยางเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนเื่แม่ทัพอะไรนั่นจะรายงานไปก็ดีหรือจะไม่รายงานไปก็ได้ เพราะยังไงมันก็ไม่มีผลกระทบอะไรต่อพวกเขาอยู่แล้ว ตอนแรกก็กะจะเขียนรายงานไปตามความเป็จริงอยู่หรอก แต่ตอนนี้ขอเล่นแง่สักนิดหน่อยเพื่อเป็การเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ก็แล้วกัน
จริงๆ แล้วพวกเราก็ไม่ได้อยากจะรับงานนี้มาั้แ่แรก หากไอ้เ้ารัชทายาทนั่นไม่จับเด็กๆ ภายใต้ปกครองของเขาเอาไว้เป็ตัวประกันมีหรือที่พวกเขาจะถ่อสังขารมาถึงที่นี่ ถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยกลัวที่ต้องสู้จนตัวตาย แต่พวกเด็กๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร จะให้มารับเคราะห์ไปด้วยก็ใช่เื่ และแน่นอนว่าหลังจบงานนี้เมื่อไหร่พวกเขาย่อมต้องกลับไปคิดบัญชีกับไอ้พวกสารเลวนั่นให้สาสม แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้นก็ขอรอชมดูเื่สนุกๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปก่อนก็แล้วกัน
“นี่เ้าตัวมอดเ้าไม่มีอันใดทำแล้วรึไง จึงได้มานั่งแทะเหล้าอยู่ในบ้านข้าได้ทุกวี่ทุกวัน” ลู่หลางถามขึ้นพร้อมกับยกกับแกล้มที่พึ่งทำเสร็จออกมาวางไว้ตรงหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งบนโต๊ะตัวยาวที่ทำจากไม้ไผ่ โดยใช้แผ่นหลังพิงเสาบ้านเหยียดแข้งเหยียดขาอย่างเกียจคร้านราวกับเป็บ้านของตัวเอง กับลูกน้องของเขาที่นั่งดื่มกินกันอยู่ใกล้ๆ
“..มีแต่ไม่อยากทำ ว่าแต่ตัวมอดบ้านท่านดื่มเหล้าด้วยหรือ ถือว่ามันฉลาดนะเนี่ยเลือกกินซะด้วย” หลิงซีตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ เขายังคงทำตัวเกียจคร้านหยิบสุราอาหารเข้าปากเหมือนอย่างเคย
“...เ้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่บอกข้ามาตามตรงเถอะ” ลู่หลางถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าอย่างไรเขาย่อมไม่มีทางเชื่อว่าเด็กหนุ่มมาที่นี่เพียงเพื่อร่ำสุราเท่านั้น ตลอดเดือนมานี้อีกฝ่ายไม่เคยเปิดเผยจุดประสงค์ที่มาที่นี่ให้เขารับรู้ และเขาเองก็ไม่อาจคาดเดาได้ด้วยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้า้าอะไรกันแน่
“..ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านจะสามารถทำอะไรให้ข้าได้ไม่ใช่หรือ ทำเื่ที่ท่านต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ส่วนเื่ของข้าไม่ใช่เื่เร่งด่วนอะไรเอาไว้ทีหลังก็ได้..”
“แสดงว่าเ้ารู้หรือว่าพวกข้ามาทำอะไรที่นี่” ลู่หลางระแคะระคายเื่ความสามารถของอีกฝ่ายมานานแล้ว อยู่ดีๆ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างตรงไปตรงมาในวันแรกที่พวกเรามาถึงที่นี่ จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าเขาเป็มิตรหรือศัตรู
“ข้าไม่สนใจ” สิ่งที่หลิงซีสนใจมีเพียงผลลัพธ์เท่านั้น และการที่เขามาที่นี่บ่อยๆ ก็เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็อย่างที่เขา้า อีกอย่างคงเพราะที่นี่มีเหล้าสดับจันทร์ให้เขาดื่มอยู่ตลอดละมั้งนะ
“เอาเถิด สรุปว่าเ้าไม่คิดจะบอกจุดประสงค์จริงๆ ของตัวเองอย่างนั้นสินะ ข้าบอกไว้ก่อน หากเ้าคิดจะจ้างงานพวกข้ามันคงไม่ง่ายนัก อย่างไรเสียพวกข้าก็มีเื่ที่ต้องทำอีกมาก และพวกข้าก็ไม่มีความคิดที่จะรับงานพร่ำเพรื่อด้วย” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมบอกจุดประสงค์ พวกเขาย่อมไม่เสียเวลาพูดคุยอะไรให้มากความ
“อืม ข้ารู้อยู่แล้ว อันที่จริงข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรั้แ่แรก ข้ามาเพียงดื่มเหล้าของท่านก็เท่านั้น ส่วนเื่ที่ข้า้ามันก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไรจริงๆ แต่หากท่านอยากรู้ข้าก็จะบอก ท่านจะได้เตรียมตัวเอาไว้ั้แ่เนิ่นๆ ”
“เช่นนั้นก็ลองว่ามาพวกข้าจะพิจารณาดูอีกทีว่าจะรับงานของเ้าหรือไม่”
“ข้าเคยได้ยินว่าที่แถบทะเลตะวันออกของแคว้นหนานจงมีกลุ่มโจรสลัดกลุ่มหนึ่งที่เก่งมาก ข้าจึงอยากชวนท่านออกทะเลไปให้โจรปล้นกัน ว่าอย่างไรท่านอยากจะไปกับข้าหรือไม่”
“....” ลู่หลางได้แต่นิ่งเงียบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเอือมระอา ว่าก็ว่าเถิดจะมีคนสติดีๆ ที่ไหนอยากล่องเรือไปให้โจรสลัดปล้นกัน เขาไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเ้าเด็กนี่ไม่มีสมองหรือมันไม่มีสามัญสำนึกเหมือนอย่างคนปกติกันแน่ ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินอะไรประมาณนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเขาก็ยังคงคิดอยากจะจับคนตรงหน้ามาเขย่าแรงๆ ให้น้ำในสมองมันไหลออกมาบ้างอยู่เสมอ
“เ้าอยากไปก็ไปเองคนเดียวเถิดอย่ามาชวนข้า ชวนข้าไปออกทะเลหาสมบัติก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ชวนข้าไปล่องเรือให้โจรปล้น เ้าบ้าไปแล้วหรือ”
“ข้าพูดจริงๆ นะในระหว่างนี้ข้าก็อยากให้ท่านหาเรือที่จะใช้ล่องทะเลเอาไว้ด้วย ส่วนข้าในตอนนี้ก็กำลังเตรียมพร้อมหาของลงเรืออยู่ ถึงตอนนี้จะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าข้าควรจะเอาอะไรไปให้โจรปล้นดีก็เถอะ แต่ยังไงก็ยังมีเวลาอยู่อีกถมเถค่อยๆ คิดค่อยๆ หาไปก็ได้”
หลิงซีตอบอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา จริงๆ แล้วเขา้าจะล่องเรือไปพบสหายเก่าต่างหาก ถ้าหากเขาไม่ล่องเรือไปให้โจรปล้นแล้วจะได้เจอกับสหายเก่าของเขาได้อย่างไร
“ให้ตายเถอะ ตัวมอดอย่างเ้ามันไม่เคยมีสามัญสำนึกอยู่เลยสักนิด เอาเถิดข้าจะลองหาเรือลำเล็กๆ ไว้ให้เ้าไปรนหาที่ตายก็แล้วกัน ส่วนจะเป็เมื่อไหร่นั้นข้ายังบอกไม่ได้ เพราะเสร็จจากที่นี่แล้วพวกข้ายังมีเื่สำคัญที่ต้องทำอยู่อีก”
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมเ้าตัวมอดนี่ถึงได้คิดอะไรประหลาดๆ แบบนี้ออกมาได้ แต่ถึงแบบนั้นเขากลับรู้สึกว่ามันก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน ภารกิจล่องเรือไปให้โจรปล้นอย่างนั้นหรือก็ถือว่าไม่เลวละนะ…
“เื่สำคัญที่ว่าท่านแน่ใจหรือว่าจะสามารถทำสำเร็จได้โดยง่ายน่ะ คนที่ส่งพวกท่านมาที่นี่ไม่ใช่คนที่พวกท่านจะแตะต้องได้ง่ายๆ เลย และอีกอย่างพวกท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ั้แ่แรก ถ้าหากพวกเขาบิดพลิ้วมิใช่ว่าพวกท่านย่อมต้องทำตามที่พวกเขา้าต่อไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ หากเป็เช่นนั้นจริงพวกท่านจะปลีกตัวไปล่องเรือกับข้าได้อย่างไร”
“ดูเหมือนเ้าจะรู้อะไรเยอะเลยนะ ก็อย่างที่เ้าว่า หากเป็เช่นนั้นจริงเ้าคิดว่าพวกข้าควรทำอย่างไร” ลู่หลางย่อมรู้ดีถึงความเป็ไปได้เ่าั้ พวกเขามีกำลังคนเพียงน้อยนิด แม้จะพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่มันก็ไม่อาจเทียบได้กับอำนาจที่ไอ้พวกสารเลวนั่นมีเลยสักนิด
“ก็ไม่ใช่เื่ยาก แค่ฆ่าพวกมันให้หมดก็สิ้นเื่ ถึงจะฟังดูเกินจริงแต่ข้าสามารถทำได้ แม้มันจะไม่ใช่วิธีที่ใสสะอาดนักแต่มันก็จะทำให้ท่านไม่จำเป็ต้องสูญเสียใครไป...เช่นนั้นท่านลองฟังข้อเสนอของข้าดูสักหน่อยเป็อย่างไร ข้าจะช่วยท่านกำจัดพวกเขา พอจบเื่แล้วพวกท่านก็รับงานล่องเรือไปกับข้า และหากในอนาคตข้างหน้าอาจมีสักวันหนึ่งที่ข้าอาจ้าให้พวกท่านช่วย ข้าก็อยากให้ท่านพิจารณาดูเป็กรณีพิเศษ แต่จะช่วยหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน..ว่าอย่างไรข้อแลกเปลี่ยนนี้น่าสนใจพอหรือไม่”
“..เ้าจะใช้วิธีใด” ลู่หลางไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มจะใช้วิธีไหน แต่ข้อเสนออันน้อยนิดที่ไม่สมเหตุสมผลนั่นมันเพียงพอหรือที่เขาจะเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยงถึงเพียงนี้
“ข้าเคยเรียนรู้วิชามายาพันพิษมาบ้าง ถึงจะไม่ชำนาญแต่แค่ทำให้คนตายโดยไร้สาเหตุนั้นก็ไม่ใช่เื่ยาก”
ซึ่งจริงๆ แล้ววิชามายาพันพิษยังมีวิชาแยกย่อยเจาะลึกลงไปอีก อย่างเช่นวิชาหมอกมายา ที่จะทำให้ผู้ที่อยู่กลางสายหมอกเ่าั้มองเห็นสิ่งที่ตนเองหวาดกลัวที่สุดแตกต่างกันออกไป หากเพิ่มตัวยาให้เข้มข้นขึ้นมาหน่อยก็จะทำให้ผู้ที่โดนพิษกลายเป็คนเสียสติไปได้อย่างง่ายดาย
หรือไม่ก็เป็วิชาม่านฟ้าคลุมดินที่ใช้หมอกในยามเช้าเพื่อเป็ตัวกระจายพิษ หรือไม่ก็ใช้ฝนเป็ตัวกระจายพิษแทน แน่นอนว่าพิษเหล่านี้จะถูกเจือจางและหายไปราวกับไม่เคยมีเมื่อถูกน้ำฝนชะล้าง หรือไม่ก็ถูกแสงแดดทำให้ระเหยหายไป และแน่นอนว่ามันยังมีวิธีการใช้พิษอีกมากมายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจัดอยู่ในวิชาแยกย่อยของวิชามายาพันพิษ
“เ้ามั่นใจอย่างนั้นหรือ”
“การฆ่าคนสำหรับข้านั้นไม่ใช่เื่ยาก แต่การจัดการกับเื่วุ่นวายหลังจากนั้นต่างหากเล่าที่มันเป็ปัญหา” หากเป็ในอดีตเขาที่เป็ชินอ๋องจะทำการยึดอำนาจเื้ัของแคว้นหนานจงเอาไว้ในมือ ผ่านคนของเขาที่ถูกส่งไปดูแลความเรียบร้อยรวมทั้งสร้างเครือข่ายอำนาจใหม่ขึ้นมาและแผ่ขยายอํานาจไปทั่วทั้งแคว้น
ฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์รวมถึงขุนนางใหญ่ในราชสำนักจะกลายเป็เพียงหุ่นเชิด ผู้ที่ขัดขืนหรือต่อต้านก็จะต้องตายโดยไม่ทราบสาเหตุ แคว้นหนานจงจึงกลายเป็ตัวหมากที่อยู่ในมือของเขา
แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่หลิงซี้าอีกต่อไปแล้ว เพราะต่อให้เขามีอำนาจมากมายขนาดไหนมันก็ไร้ค่า เมื่ออำนาจที่เขามีย้อนกลับมาบีบคั้นคนที่เขารักให้ต้องเลือกระหว่างความผูกพันกับความภักดี
พอเถอะเขาไม่อยากให้มันเป็แบบนั้นอีกแล้ว..
“..ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เ้าพูด” เสี่ยวเหยา ลูกน้องคนหนึ่งของลู่หลางเอ่ยขึ้นส่วนคนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยไปในทำนองเดียวกัน
หลิงซีดึงสติของตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างใจเย็น เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะรับข้อเสนอนี้หรือไม่
“วิธีที่ข้าจะใช้เป็วิธีเดียวที่มันจะไม่เหลือร่องรอยหรือหลักฐานอะไรเอาไว้ให้ใครตามสืบอะไรได้ ซึ่งมันเป็พิษที่กระจายตัวอยู่กลางอากาศโดยใช้หมอกเป็ตัวนำพิษ แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องโดนไปด้วย และจะมากหรือน้อยอย่างไรก็ย่อมต้องมีการสืบสาวราวเื่ แน่นอนว่าพวกท่านที่เคยถูกจ้างวานอย่างไม่เต็มใจก็ย่อมต้องโดนสืบสวนไปด้วย และนั่นอาจเป็ปัญหาสำหรับพวกท่านในอนาคตได้”
เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังนิ่งเงียบเหมือนใช้ความคิดอย่างหนัก หลิงซีจึงได้พูดขึ้นเพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกกดดันจนเกินไป
“เอาล่ะ อย่างไรเสียก็ยังมีเวลาคิดทบทวนอยู่อีก พวกท่านก็ปรึกษาหารือกันให้ดีคิดให้รอบคอบว่าจะรับข้อเสนอของข้าหรือไม่ ไม่ว่าอย่างไรข้าย่อมเคารพการตัดสินใจของพวกท่าน ข้าจะไม่ไถ่ถามถึงเื่นี้อีกแต่จะรอคอยคำตอบจากพวกท่านอย่างใจเย็น เช่นนั้นวันนี้ข้าขอตัวกลับก่อน เอาไว้วันหลังข้าจะมาดื่มเหล้ากับพวกท่านอีก”
ลู่หลาง “เอาแบบนั้นก็ได้ พวกข้าขอคิดใคร่ครวญดูก่อนเมื่อได้คำตอบแล้วจะบอกกับเ้าเอง ส่วนวันหลังถ้าจะมาก็หัดหิ้วกับแกล้มมาด้วย..ไก่อบหม้อดินที่เ้าทำรสชาติไม่เลว ข้าชอบ”
“หึ ได้ เดี๋ยวครั้งหน้าข้าจะหิ้วมาฝากท่านซักหลายๆ ตัวก็แล้วกัน”
.
.