ร่างสูงยืนหันรีหันขวางอย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนดี สุดท้ายก็เลือกเดินออกมาจากห้องนั้นเพื่อไปทำข้าวต้มให้กับยัยเด็กบ้า เขาคงต้องเอาข้าวเอายาให้เธอทานก่อนออกไปทำงานนั้นเองไว้หากพรุ่งนี้อาการยังไม่ดีขึ้นก็ค่อยพาไปหาหมอ
ทำข้าวต้มเรียบร้อยชายหนุ่มก็ตักใส่ถ้วยวางบนถาดแล้วถือเข้าไปให้ณิชาภัทรถึงในห้อง เข้ามารอบที่สองแล้วหญิงสาวก็ยังไม่รู้สึกตัวอีก ชายหนุ่มจึงวางถาดไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเอาผ้าขนหนูชุบน้ำ บิดพอหมาดๆออกมานั่งลงที่ขอบเตียงก่อนนำผ้านั้นเช็ดไปตามใบหน้าของหญิงสาว ซึ่งพอััเข้ากับความเย็น ร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงก็ถึงกับสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นมาทันที
“นายฐาปกรณ์ นี่นายจะทำอะไร”
ณิชาภัทรถามด้วยสุ่มเสียงที่แหบแห้งเพราะถูกพิษไข้หวัดเล่นงานพร้อมกันนั้นก็พยายามที่จะปัดมือเขาออกไปด้วย
“นี่เธอไม่รู้จักคุณคน หรือว่าฉันเป็คนทำคุณกับคนไม่ขึ้นกันแน่”
ชายหนุ่มถามประชดเสียงขุ่นพร้อมกับเลิกเช็ดหน้าให้ทันทีเมื่อได้ยินสรรพนามที่เธอเรียกเขา
“พูดอะไรของนาย”
หญิงสาวถาม เพราะปวดหัวมากไปจึงทำให้ไม่มีแก่ใจที่จะคิดค้นหาความหมายใดใดในคำพูดของเขา
“ช่างเถอะ ว่าแต่ตอนนี้ช่วยลุกขึ้นมากินข้าวกินยาก่อนได้ไหม ฉันจะได้ออกไปทำงาน”
“ฉันยังไม่หิว”
หญิงสาวบอกพร้อมกับเปลือกตาที่ประดับไปด้วยขนตายาวงอนก็หรุบลงต่ำทำท่าว่าจะหลับลงไปอีก
“ไม่หิวก็ต้องกิน จะได้กินยา นี่ ณิชาภัทร ฉันไม่มีเวลามานั่งเฝ้าเธออยู่ได้ทั้งวันหรอกน่ะ”
ชายหนุ่มบ่นอย่างหงุดหงิด
“นายอยากไปไหนก็ไปสิ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
หญิงสาวตอบโต้เขาไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้อยเนื้อต่ำใจ
“ถ้าทำอย่างนั้นได้ฉันทำไปนานแล้ว ไม่ออกไปรับเธอมาไว้ในบ้านให้ยุ่งยากใจอย่างนี้หรอก”
ตะคอกออกไปแล้วชายหนุ่มก็ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นหยาดน้ำใสใสไหลออกมาจากเปลือกตาที่ปิดสนิทของหญิงสาว นี่เขาพูดอะไรแรงไปอย่างนั้นเหรอ มันอาจเป็ไปได้ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ายัยเด็กบ้านี้จะอ่อนไหวขนาดนั้น
“ณิชา เธอเป็อะไรไป”
น้ำเสียงของเขาพลันอ่อนลงไปโดยไม่รู้ตัว
“ช่างฉันเถอะ นายไม่ต้องมาสนใจฉันก็ได้ ฉันมันก็แค่ตัวยุ่งยาก ภาระและน่ารำคาญของใครต่อใครเขาเท่านั้น นายไม่จำเป็ต้องมาเสียเวลาด้วยหรอก”
หญิงสาวกล่าวด้วยอาการที่เริ่มสะอึกสะอื้น แต่ก็ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมาสบตากับเขา
“รู้ว่าเป็ตัวยุ่งอยู่แล้วก็อย่าทำให้ยุ่งมากขึ้นไปอีกสิ ลุกขึ้นมากินข้าวกินยาซะ เธอก็รู้ว่าฉันทิ้งเธอไว้แบบไม่สนใจเลยไม่ได้”
“ทำไมล่ะ”
หญิงสาวลืมตาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาขึ้นมามองเขาจนได้ขณะถาม