“คุณชายกลับมาแล้ว” ป๋ายฮวาร้องทักด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูหน้าเรือน มือบางรีบคว้าเอาตะเกียงใกล้มือและวิ่งออกไปต้อนรับเฟยหลงทันที
ท่ามกลางความมืด หิมะยังคงไม่ละลายจางหาย เด็กน้อยเฟยหลงเดินกลับเรือนอย่างเหนื่อยล้า ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเล็กๆ บนพื้นหิมะตามเส้นทางที่เดินผ่าน ดวงตาัจ้องมองหญิงงามอาภรณ์ขาวซึ่งกำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับตะเกียงในมือก่อนจะเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบสายตา
“คุณชายกลับมาแล้ว” เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ ป๋ายฮวาจึงเม้มปากด้วยความขัดเขินแต่ก็ยังพยายามจะพูดอีกครั้งเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
“อืม” เสียงเ็าตอบกลับตามความเคยชินก่อนจะส่งเสียงขึ้นจมูกเมื่อรู้ตัวว่าเผลอตอบรับนาง
เด็กชายวัย 11 ปีในชุดผ้าหยาบสีดำทั้งตัวเงยหน้ามองภาพหญิงสาวถือตะเกียงอีกครั้ง ดวงตาคมคู่นั้นเต็มไปด้วยความเ็าราวกับกำลังกล่าวเตือนไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้
ป๋ายฮวาอ้าปากกว้างก่อนจะรีบหุบปากและอ้าปากอีกครั้งหุบปากอีกรอบ และสุดท้ายก็ทำได้เพียงยืนเคียงข้างเขาเงียบๆ นางไม่ควรรีบทำตัวสนิทกับเฟยหลงมากเกินไป ค่อยๆขยับเข้าใกล้เขาแล้วกัน
“.....” หญิงสาวยืนถือโคมไฟทั้งที่สายตาพยายามมองตรงไปด้านหน้า ริมฝีปากบางสีชมพูเม้มเข้าหากันจนลักยิ้มข้างแก้มขวาบุ๋มลงไปสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แม้จะเป็ความเงียบที่ทำให้ใจสงบแต่กลับทำให้เรียวคิ้วกระบี่ทั้งสองข้างของเฟยหลงขมวดเข้าหากันเป็ปมยิ่งกว่าเดิม
เขาควรจะรู้สึกดีที่ตอนนี้เงียบสงบไร้ความวุ่นวาย แต่ในใจกลับไม่สามารถสงบลงได้เลย มักรู้สึกว่าความเงียบตอนนี้อึดอัดและขาดสีสันบางอย่างไป เขาเริ่มไม่ชินกับความเงียบและเริ่มจะไม่ชื่นชอบมันเอาเสียเลย
เฟยหลงเดินเข้าไปในห้องโถงก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งประธาน นั่งรอเพียงไม่นาน หญิงสาวก็ยกอาหารเรียบง่ายขึ้นโต๊ะ จัดเรียงให้เขาอย่างเป็ระเบียบ รินน้ำร้อนให้หนึ่งถ้วยชาก่อนจะถอยไปยืนด้านข้างและเงียบไปอีกครั้ง
เด็กชายหันหลังไปมองหญิงสาวด้านหลังครั้งหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมามองอาหารร้อนกรุ่นซึ่งจัดเรียงเป็ระเบียบบนโต๊ะ คิ้วกระบี่เริ่มขมวดเข้าหากันจนแทบผูกปมได้อีกครั้ง
ความเงียบเหล่านี้จากที่เคยชอบ ตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนไม่อยากขยับตัวทำสิ่งใดนอกจากนั่งมองอาหารนิ่งๆ
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเอง้าสิ่งใจ เขารู้เพียงว่าตอนนี้เขาไม่พอใจและไม่สบายใจมากๆ เขาไม่ชอบความเงียบเหล่านี้เอาเสียเลย
ป๋ายฮวาก้มหน้าลงมองเท้าของตัวเอง รองเท้าสีขาวโผล่พ้นขอบกระโปรงและเขี่ยบนพื้นไม้ไปมาด้วยความเบื่อหน่าย นางไม่ชินกับความเงียบเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากสร้างความวุ่นวายให้เฟยหลงไปมากกว่านี้ หากเขาไม่พอใจนาง อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของนางและของคุณชายร้ายแรงไปมากกว่าเดิม
“อืม” เสียงกระแอมดังขึ้นทำลายความเงียบทำให้หญิงสาวที่กำลังใช้เท้าเขี่ยไม้เล่นรีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาดอกท้อเป็ประกายด้วยความดีใจและจ้องมองเด็กชายตื่นเต้น เฝ้ารอว่าเขาจะพูดอะไรกับตัวเอง
“คิก” เสียงขำเบาๆหลุดออกมาจากริมฝีปากขณะกำลังจ้องมองกิริยาของสาวใช้อยู่ไม่ละสายตาจากไปไหนก่อนที่เฟยหลงจะรีบหันหน้ากลับไปมองอาหารบนโต๊ะอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะขำท่าทางเหมือนลูกสุนัขที่กำลังดีใจของนาง
“แค่กๆๆ” เด็กชายพยายามใช้เสียงไอกลบเกลื่อนเมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาท
“คุณชายหัวเราะหรือเ้าคะ” เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ ป๋ายฮวาก็รีบถามด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยได้ยินมหาเทพหัวเราะเลยสักครั้ง นอกจากใบหน้าเ็านั้น นางคิดภาพเขาหัวเราะไม่ออกเลยว่าหากใบหน้าหล่อเหลาถึงเพียงนั้นเปล่งเสียงหัวเราะออกมาจะน่ามองแค่ไหน
เฟยหลงกำมือแนบชิดริมฝีปากและไอกลบเกลื่อนสองครั้งก่อนจะเลื่อนมือลงพลางปั้นหน้านิ่งเช่นเดิม แม้จะรู้สึกขำใบหน้าหญิงสาวที่เมื่อครู่ใช้ดวงตาดอกท้อคู่นั้นจ้องมองเขาเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยในกองทัพ
ในสนามฝึกจะเลี้ยงสุนัขล่าเนื้อไว้หลายตัวและมีฝูงลูกสุนัขจำนวนมากเช่นกันจนอาหารในกองทัพเลี้ยงไม่ไหว ในทุกๆ วันทหารที่ทำหน้าที่ดูแลลูกสุนัขจะนำอาหารไปให้พวกมัน หากวันใดทหารเอาอาหารไปให้พวกมันช้า พวกมันจะคอยจ้องมองอาหารในมือเหล่าทหารด้วยสายตาละห้อยเหมือนกันกับดวงตาดอกท้อของป๋ายเหนียง
เขาเคยเดินผ่านมันหลายครั้ง พวกมันต่างใช้สายตาเช่นนี้จ้องมองมา เขาจึงรู้สึกอยากหัวเราะออกมาจนห้ามตัวเองไม่ทันกระทั่งเผลอหลุดเสียงหัวเราะ
“แค่กๆ ไม่มีอะไร” เมื่อรู้สึกว่าตัวเองอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อยจึงหยิบตะเกียบและคีบอาหารกินทันที อาหารยังคงรสชาติจืดเหมือนทุกวันเพราะนางยังทำอาการไม่เก่งมากนัก แม้จะไม่อร่อยเช่นอาหารในโรงเตี้ยม แต่เขากลับรู้สึกพอใจกับอาหารเรียบง่ายเหล่านี้เป็อย่างมาก
และมีอาหารรายการใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งจานด้วย เขาคีบและมองการหั่นผักในตะเกียบครู่หนึ่งก่อนจะอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี การหั่นผักก็เหมือนจะพัฒนาขึ้นอีกเล็กน้อยเช่นกัน ถือว่าเป็มื้ออาหารที่เขาพอใจเป็อย่างมาก ใช้เวลาไม่นานเด็กชายก็กินข้าวหมดไปสองถ้วยโดยไม่รู้ตัว
“คุณชายดื่มยาด้วยหรือไม่เ้าคะ” เมื่อมองเห็นเฟยหลงจิบน้ำอึกสุดท้ายก็รีบเทยาออกจากหม้อก่อนจะยื่นมาให้เฟยหลงอย่างรวดเร็ว
อารมณ์ที่เคยดี มุมปากซึ่งยกขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้กลับมาบึ้งตึงเหมือนเดิม เขามองถ้วยยาตรงหน้าด้วยคิ้วที่ค่อยๆ ขมวดเข้าหากันมากขึ้นอีกครั้ง
“คุณชายดื่มยาเถิดนะเ้าคะ บ่าวใช้เวลาต้มยาให้คุณชายทั้ง่บ่ายเลย ตำรับยานี้ช่วยลดอาการเ็ปของคุณชายได้ดีมากเลยนะเ้าคะ” ป๋ายฮวาบอกก่อนจะยื่นถ้วยยาร้อนๆ ไปเบื้องหน้าเด็กน้อยอีกครั้ง หวังในใจว่าเขาจะยอมดื่มยาของนางสักที
“มือของเ้า” เมื่อมองเห็นมือบางเล็กที่เคยขาวเนียนตอนนี้กลับมีรอยแดงและแผลพุพองสองสามแผล เฟยหลงก็ถามด้วยความไม่พอใจ มือที่เคยขาวเนียนละเอียดตอนนี้เริ่มแดงก่ำและมีแผลน้ำร้อนสองสามแห่งจนเขารู้สึกบาดตาและรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก
“อะอ้อ บ่าวยังต้มยาไม่ชำนาญเ้าค่ะ เลยทำให้เผลอแตะถูกหม้อเท่านั้นเอง เพียงแค่รอยแดงเท่านั้นเ้าค่ะ พรุ่งนี้ก็หายแล้ว” ป๋ายฮวารีบแก้ตัวพลางเอาถ้วยยาวางไว้เบื้องหน้าเขาก่อนจะรีบเอามือไปซ่อนไว้ด้านหลัง
ใครจะรู้เล่าว่าร่างกายเซียนของนางก็กลัวไฟเหมือนกับคนอื่น ทำให้พอแตะถูกไฟก็เกิดรอยแดงทันที แต่เพราะยังอยู่ในร่างเซียนทำให้แผลหายเร็วกว่าร่างกายมนุษย์ หากวันนี้เฟยหลงมองเห็นแผลพุพอง พรุ่งนี้แผลหายเขาจะไม่สงสัยนางหรอกหรือ
หรือเพราะนางเป็ปีศาจที่มีขนกันนะ เดิมทีนางก็ไม่มีพลังของหงส์เพลิงอยู่แล้ว ร่างเซียนนี้ก็ดีกว่ามนุษย์เท่านั้นเอง หากเทียบกับร่างของหงส์ตัวอื่นแม้กระทั่งอุ้มหม้อร้อนๆก็คงไม่าเ็มากนัก
ป๋ายฮวาจ้องมองใบหน้าเคร่งเครียดของเด็กน้อย ย้อนคิดถึงเขาในร่างเดิม มหาเทพร่างเดิมเป็ัสีดำที่มีเกล็ดแวววาวแข็งแรง อย่าว่าแต่ไฟธรรมดาเลย แม้แต่ไฟจากนรกที่ร้อนที่สุด ก็คงไม่สามารถเผาไหม้เขาได้... หญิงสาวจ้องมองด้วยความอิจฉา...
เฮ้อ นอกจากพลังชีวิตที่มากขึ้นเพราะผลท้อ์ แต่พลังเซียนในร่างกายกลับน้อยเสียจนน่าอาย
“เอามาดู” เฟยหลงบอก น้ำเสียงของเขาคล้ายมีความโมโหเจืออยู่ ป๋ายฮวาไหนเลยจะกล้าให้ดู มือเล็กถูกซ่อนไว้ด้านหลังอย่างเอาแต่ใจ ไม่ว่าจะถูกสายตาเย็นะเืที่เต็มไปด้วยความกดดันของเขาบังคับอย่างไร ก็ไม่ยอมยื่นมือให้เขาดูอีกครั้งแน่นอน
“คุณชายดื่มยาเถิดนะเ้าคะ มันดีกับร่างกายคุณชายมากจริงๆ” ป๋ายฮวาเปลี่ยนเื่ พยักพเยิดหน้าคะยั้นคะยอให้เด็กชายดื่มยาแทน
เฟยหลงมองถ้วยยาสลับกับมือเล็กทั้งสองข้างซึ่งยังถูกซ่อนไว้ด้านหลัง เมื่อคิดถึงหลายวันที่ผ่านมาแม้เขาจะไม่แตะต้องยาถ้วยนี้ แต่ทุกวันในตอนเย็นนางก็จะต้มยามาให้เขาโดยไม่ขาดหายไปสักวัน แม้จะถูกเขามองเมินแค่ไหน แต่ในวันรุ่งขึ้นนางก็ยังใส่ใจต้มยาเตรียมไว้ให้เขาในทุกๆวันไม่รู้สึกเหนื่อย
จู่ๆในใจก็บีบรัด รู้สึกผิดอย่างน่าประหลาด เฟยหลงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะยกถ้วยยาขมขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว
เขาวางถ้วยยาลงแรงตามด้วยคิ้วซึ่งขมวดเข้าหากันอีกครั้งเพราะยาถ้วยนี้มีรสชาติขมมากเกินไป ขมจนกระทั่งตอนนี้ลิ้นของเขาไม่รับรสชาติอื่นอีกแล้ว มีเพียงรสขมเท่านั้นที่กำลังติดอยู่ปลายลิ้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ดื่มยาเพราะเมื่ออายุยังน้อย เขาจำได้เลือนรางว่าขณะที่ตัวเองเจ็บป่วยก็ทำได้เพียงนอนลงบนเตียงเท่านั้นและทรมานร่างกายตัวเองจนอาการเจ็บป่วยหายเอง การดื่มยาขมครั้งแรกทำให้ได้รับรู้รสชาติขมที่ติดปลายลิ้น แต่กลับรู้สึกว่าไม่ขมถึงเพียงนั้นแล้ว นอกจากนี้ยังรู้สึกคล้ายมีรสหวานปะปนอยู่เล็กน้อยอีกด้วย และเขายังรู้สึกว่ายาถ้วยแรกแม้จะขมแต่ก็แปลกใหม่และดื่มได้ไม่ยาก
ในใจรู้สึกอบอุ่นและหวานล้ำอย่างน่าประหลาด
“อื้อ” เฟยหลงเบือนหน้าหนีด้วยสัญชาตญาณอย่างรวดเร็วและตวัดสายตามองตามมือบางที่เต็มไปด้วยรอยแดงอย่างไม่พอใจเพราะนางใช้โอกาสแตะเนื้อต้องตัวเขาอีกแล้ว ใบหน้าเด็กชายบึ้งตึงเงยหน้ามองสาวใช้ด้วยความโกรธ
ป๋ายฮวาฉีกยิ้มและยัดถุงผ้าใส่มือเล็กๆของเขา “ของหวานเ้าค่ะ กินอีกสักสองสามชิ้นสิเ้าคะ ยาอาจจะขมมากไปสักหน่อย อาจจะติดปลายลิ้นนานหากไม่ได้กินผลไม้เชื่อมตาม”
เฟยหลงก้มลงมองถุงผ้าในมือก่อนที่ลิ้นซึ่งมีรสขมติดอยู่จะค่อยๆรู้สึกหวานในโพลงปากเพราะน้ำตาลเริ่มละลาย เขาจึงรู้ตัวว่าเมื่อครู่หญิงสาวถือวิสาสะยัดผลไม้เชื่อมเข้ามาในปากเขาโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัว
คิ้วซึ่งเคยขมวดด้วยความไม่พอใจเริ่มคลายออกบ้างเล็กน้อยก่อนจะตวัดลิ้นเพื่อให้น้ำตาลละลายทั่วปาก เมื่อรู้สึกว่าขมน้อยลงแล้วเขาถึงเคี้ยวมันและกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว รสหวานและเปรี้ยวตัดกันอย่างพอดีทำให้รสขมในปากจางหายไปไม่เหลือ
แม้จะรู้สึกไม่ชอบรสหวานเหล่านี้ แต่เด็กชายกลับทำใจคายมันทิ้งไม่ได้ จึงทำได้เพียงเคี้ยวและกลืนมันลงท้อง คิดเพียงว่าเป็ยาที่ต้องกินอีกชิ้นเท่านั้น
“ชิ้นเดียวก็เพียงพอแล้ว” เฟยหลงบอกก่อนจะวางถุงผ้าคืนบนโต๊ะ
ป๋ายฮวาเอียงคอสังเกตท่าทางของเขา “คุณชายไม่ชอบหรือเ้าคะ ไว้วันหลังบ่าวจะหาของกินเล่นมาฝากคุณชายใหม่ดีหรือไม่” ในใจเริ่มคิดถึงของหวานอย่างอื่นที่เฟยหลงน่าจะชอบกินเพราะดูท่าทางจากการดื่มยาขมจะไม่ยากเกินไปสำหรับเขา แต่การกินของหวานจะเป็เื่ที่เขาไม่ชอบเป็อย่างมาก
“ไม่จำเป็ ยาขมแค่นี้ข้าพอทนได้” เฟยหลงบอกเพราะเขารู้สึกว่ายาขมเพียงเท่านี้เขายังอดทนดื่มได้
“อืม... ครั้งหน้าบ่าวจะซื้อน้ำตาลมาให้คุณชาย บางทีคุณชายอาจจะไม่ชอบความเปรี้ยวของผลไม้ก็ได้เ้าค่ะ” ป๋ายฮวาบอกตัวเองและรีบเก็บถ้วยชามไม่สนใจเสียงของเฟยหลงแม้แต่น้อย ในหัวตอนนี้มีเพียงรายการของหวานที่เหมาะกับเขาอย่างเดียว
นางจะค่อยๆ ซื้อของอร่อยมาให้เขาลองกินทั้งหมดของตลาด ต้องมีสักอย่างที่เขาชอบ แต่หากยังไม่มีอีก บางทีต้องหาจ้างคนสักจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อของมาจากต่างเมือง ต้องมีสักอย่างที่ทำให้เฟยหลงน้อยชื่นชอบได้แน่นอน
เฟยหลงมองตามหญิงสาวซึ่งตอนนี้กำลังคิดรายการของหวานในหัวไม่สนใจเ้านายเลยแม้แต่น้อย นิสัยบางอย่างของนางไม่เหมาะกับการเป็สาวใช้เลย แต่นางเป็ใครนั้น..... เขาก็ไม่สามารถตอบคำถามของตัวเองได้เช่นกัน
เพราะความทรงจำของเขามีเพียงเื่ของนางที่ติดตามเขามาั้แ่เด็กแล้ว แต่ความรู้สึกการดื่มยาขมครั้งแรกในชีวิตไม่สามารถหลอกลวงเขาได้ สุดท้ายความยุ่งเหยิงระหว่างความเคยชินของร่างกายและความทรงจำ
สิ่งใดคือความจริงกันแน่
“คุณชายเ้าคะ น้ำร้อนพร้อมแล้วเ้าค่ะ คุณชายอาบน้ำเลยหรือไม่เ้าคะ” ป๋ายฮวาะโบอกหลังจากเตรียมน้ำร้อนให้เขาเรียบร้อย เพราะหลังจากมีห้องอาบน้ำ เฟยหลงมักจะอาบน้ำทุกคืนหลังจากกลับมาจากสนามฝึก แม้สองสามวันนี้เขาจะโกรธและล้มตัวลงนอนไม่สนใจนางเลยก็ตาม แต่วันนี้ดูท่าทางจะอารมณ์ดี นางจึงรีบเตรียมน้ำร้อนให้เขาอย่างรวดเร็ว
“อืม” เฟยหลงตอบรับและเดินเข้าไปหลังฉากกั้นเพื่ออาบน้ำ
ป๋ายฮวามองตามและเริ่มสงสัยว่าตำแหน่งสาวใช้ต้องเข้าไปช่วยเ้านายอาบน้ำหรือไม่ นางไม่เคยมีสาวใช้มาก่อน และไม่รู้ว่าสาวใช้ต้องทำตัวอย่างไรในเมื่อยังไม่เคยไปแอบดูคนอื่นขณะอาบน้ำเลยสักครั้ง นางควรเข้าไปช่วยเขาอาบน้ำดีหรือไม่นะ
“เ้าออกไป” เสียงเด็กชายลอยออกมาจากในห้องอาบน้ำเมื่อรู้ว่าหญิงรับใช้เพียงคนเดียวของตัวเองยังไม่ออกไปจากห้อง
ป๋ายฮวาหลุดออกจากความคิดก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เ้านายคนอื่นเป็อย่างไรนางไม่รู้ แต่นางทราบดีว่าคุณชายของตัวเองนั้นไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวมากๆ ดังนั้นหน้าที่ของนางจึงมีเพียงการเตรียมน้ำร้อนและเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาเท่านั้น
หญิงสาวเดินกลับห้องก่อนจะนั่งลงเตรียมอักษรเพื่อสอนเฟยหลงน้อยในวัย 11 ขวบ ใช้เวลาสักหนึ่งสัปดาห์เคยชินกับการนอนหลับลึกในตอนกลางคืน หลังจากนั้นร่างกายคงไม่ต้องทนกับความเ็ปในทุกคืน ไม่จำเป็ต้องไปทรมานร่างกายในสนามฝึกทุกๆวันจนเป็การทำร้ายร่างกาย
ผ่านไปอีกสัก 7 วัน นางคงชวนเขาเรียนเขียนอักษรได้สำเร็จ ภายใต้การดูแลอย่างเอาใจใส่ของนาง เฟยหลงต้องเติบโตกลายเป็ผู้ใหญ่ที่มีความสามารถแน่นอน
สิ่งที่เด็กชายบ้านอื่นสามารถทำได้
เด็กชายของบ้านนางก็ต้องมีความสามารถทำได้เช่นกัน
อืม... นางอาจจะมองหาอาจารย์ที่มีฝีมือสักคนมาสอนวรยุทธเขาที่นี่ดีหรือไม่นะ