บทที่ 18 อย่างพวกแกจะไปเข้าใจอะไรตูวะ
สวัสดีครับผมกาวีชัย กาวะสีหรือกาว ชายผู้เสียชีวิตแล้วได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกในฐานะนักล่าผู้กล้า ขอพูดสั้นๆ ตรูรู้สึกกำลังจะโดนตื้บในไม่ช้านี้ จบข่าว
“ทำไมตรูต้องมาโดนอะไรซ้ำอย่างนี้ด้วยเนี่ย”
ก็ได้แต่บ่นออกมาเบาๆในขณะที่กำลังนอนพักผ่อนสบายอย่างไม่เต็มใจอยู่พื้นหินแข็งๆเช่นเดินอีกแล้ว! ถ้าถามทำไมถึงมานอนอย่างนี่ก็เพราะพึ่งโดยอันตพารสามหน่อเสื้อเหลืองเ้าเดิมเ้าเก่ารุมโดนตื้บอีกครั้งมามาดๆรอยเท้ายังติดหน้าตรูอยู่เลยด้วยซ้ำมั่งเนี้ย!
ของเก่ายังไม่หายของใหม่ยังมาซ้ำแผลตรูอีกทำไมตูต้องมาโชคร้ายเจอพวกมันอีกแล้วเนี้ย ถ้านี้เป็โชคชะตาหรือไม่ก็พรมลิขิตอะไรเหมือนอย่างที่พวกมันบอก ก็ขอบอกได้เลยมันเป็เื่ที่โหดร้ายมาก ขออธิบายหน่อยผมก็ได้กลับอยู่ตรอกแคบๆมืดอย่างนี้อีกครั้งจนอดคิดไม่ว่าที่ทำอีเวนหลักไปแล้ว ตอนนี้ตัวเองรู้สึกไม่ได้ต่างจาก ไอ้บัวรดน้ำหน้าหม้อกับม้านั่งยาวมรณะของเขา เลย…ชักเริ่มเข้าใจความรู้สึกไอ้บัวรดน้ำขึ้นมาสะแล้วสิ
“เห้ย จะบอกได้ยังว่ามันอยู่ที่ไหน”
มัวแต่คิดในใจเพลินไปหน่อยจนลืมว่าไอ้สามหน่อมันยืนรอคำตอบอยู่นี้หว่า ที่พวกมันมาหาเพราะ้าตามหาไอ้พระเอกหน้าสวยที่เข้าช่วยสองสาวกับผม(หรอ)ในตรอกแคบๆอย่างที่อยู่นะตอนนี้ พวกมันสามคนโดนจัดการจนขายหน้าเลยจะล้างแค้นสินะและพวกมันคิดว่าผมน่าจะรู้เพราะเขาช่วยเอาไว้…
จะไปรู้หรอ! ไอ้พระเอกหน้าสวยนั้นมันแค่ต้องช่วยสองสาวสวยเท่านั้นไม่ได้จะช่วยตรูเลยนะเฮ้ย! จะว่าไปมันเห็นหัวเปล่าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไม่งั้นมันคงไม่ทิ้งให้ตรูคนนี้คนเดียวนอนสลบบนพื้นแบบนั้นหรอก
“ไม่รู้! ไม่รู้จักด้วยซ้ำ”
ก็ฝืนลงขึ้นยืนตอบไปตรงๆ ก็ไม่รู้จักจริงๆนี้น่าพึ่งเคยมาเมืองนี้ครั้งแรกเมื่อเช้านี้เอง…ความจริงแล้วพึ่งเคยมาโลกแฟนตาซีมากหว่าหรือเปล่า?
“พวกข้าไม่เชื่อ!”
เอ้า ไม่ฟังตรูอีก!? ถ้าเชื่อแล้วจะถามเพื่อ? ไม่รู้จะบอกยังไงกับพวกมันดี
“ตอนที่พวกเรากำลังคุยกับสาวอยู่ดีๆยัยนั้นก็ขอให้แกช่วยและแกยินดีเข้าช่วยพวกเธออย่างเต็มใจและสู้กับพวกข้าอะ”
“จากนั้นไอ้นั้นก็โผล่มาช่วยพวกนายไว้แล้วจัดการพวกเราสะสลบอะนะ”
“พอตื่นขึ้นมาก็ไม่มีใครอยู่แล้วแสดงว่าแกก็ไปกับพวกมันด้วย แล้วจะไม่บอกว่ารู้จักกันได้ไงละห่ะ!”
“……”
ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดีคงพูดแค่ว่า เต็มใจบ้านแกสิ! ตรูถูกลากไปเกี่ยวโดยไม่รู้ตัวแถมพอสู้ๆไม่ได้โดนกระทืบฟรียังโดนยัยบ้านั้นมองสายตาดูถูกอีก แถมที่สำคัญไอ้พระเอกที่เข้าไว้เอาเครดิตไปหมดแล้วจากไปพร้อมสองสาวลืมไว้เหมือนตรูไม่มีตัวตนนอนหมดสภาพอยู่ตรงนั้น แถมยังนอนจนดูพวกแกฟื้นขึ้นก่อนจะเดินจากไปทั้งที่ยังนอนอยู่ตรงนั้น! นี้ไม่มีใครเห็นหัวตรูเลยหรือไงกันฮ๊ะ!
อยู่ดีๆไอ้หัวหน้าสามหน่อดึงคอเสื้อเข้าไปใกล้ง้างหมัดจะต่อยหน้า
“เพราะอย่างนั้นบอกมาสะดีๆ…”
“ไม่รู้จักเว้ย!”
ไม่ไว้แล้ว…ทนไม่ไว้แล้วเว้ย ก่อนมันจะต่อยเลยอาศัยจังหวะนั้นต่อยตะบันหน้าไปเต็มแรงจนมันล้มไปกับพื้น ร่ายกายมันร้อนรุ่มแปลกรู้สึกเหมือนมีแรงเพิ่มขึ้น สงสัยอะดรีนาลีนหลั่งไม่ก็เป็อาการหัวร้อนทนไม่ไหวนั้น ยังก็เอาเป็ว่า ตรูจะไม่ทนแล้วเว้ย
“ลูกพี่!”
“หน่อยแกนี้!”
อีกสองพยายามจะมาอัด ไอ้หน้าแก่ต่อยหน้าแรงแถบหันแต่ก็ไม่ยอมเจ็บคนเดียวหรอกเลยฝืนหันมาต่อยหน้ากลับคืนเต็มๆจนหน้าหันลงไปนอนทับไว้หัวหน้าตัวเองท่พี้น ไอ้หน้าเด็กพยายามจะโดดถีบดีที่เห็นเลยจับขาไว้ได้เห็นว่าชอบถีบเลยถีบส่งลงไปนอนทับอีกสองคนที่เดิม
“อย่างพวกแกจะไปเข้าใจอะไรตูวะ!”
“““!?”””
พอโดนะเิอารมณ์ะโถามใส่เข้าไปพวกมันสามคนต่างใ จู่ๆทั้งสามก็เปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิกันสามคนอย่างสะเรียบร้อย ดี!อยากรู้ใช่ไหมได้จะบอกให้ฟังเอง!!
“อย่างพวกแกจะไปรู้อะไร รู้ไม่ั้แ่มาที่นี้เป็ยังไง มาถึงก็นอนอยู่บนพื้นลานกว้าง เงินไม่มีจะซื้อข้าวกินก็ซื้อไม่ได้ยังโดนสาวที่ไหนไม่รู้จักลากไปให้พวกแกอัดอีกพอมีคนมาช่วยต่างลืมตรูไม่เว้นแต่พวกแกยังทิ้งไว้นอนสลบอยู่พื้น!”
ไอ้สามตัวทำหน้าสะดุ้งที่ได้ยิน ไม่ยังไม่หมดยังมีเื่อีก
“พอฟื้นขึ้นมาก็เกิดเื่ดีที่มีคนช่วยไว้จนได้เจอความรักและอกหักในเวลาอันรวดเร็ว อย่างพวกแกคงไม่เข้าหรอกใช่ไหมห๊ะ!”
แผลช้ำใจรักแรกในต่างโลกดันเป็ผู้ชาย ถึงจะหัวร้อนขนาดไหนก็คงพูดออกไปไม่ได้ พวกมันที่ได้ยินต่างสายหน้าปฏิเสธกันใหญ่ ไม่ยังไม่หมดยังมีเื่อีก
“พอจะไปสมัครเป็นักผจญภัยก็ไม่มีเงินอีกจนต้องออกมาตามหางานทำเพื่อเป็ค่าสมัคร…แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหนร้านไหนที่เข้าประกาศสมัครงานต่างปฏิเสธกันหมดเพราะแค่เื่ที่ฉันไปนอนหลับที่ลานกว้างเท่านั้น จนเป็ข่าวลือเกินจริงเสียๆหายๆไปมากจนไม่มีใครอยากจะจ้างทำงานน่ะ พวกแกเข้าใจบ้างไหมห๊ะ! เข้าใจการไหมมมมมม!!! แฮ่กๆ แฮ่กๆ”
“““……”””
หลังพูดจบก็ได้แต่หอบหายใจดังแฮ่กๆเพราะพูดะเิอารมณ์แบบไม่หยุดยั้งในขณะที่อันตพาลทั้งสามที่ฟังอยู่ต่างนั่งเงียบไม่พูดตอบโต้แต่อย่างใด
“เอาดื้มสะเถอะจะได้ใจเย็นลง”
“เออ…ขอบคุณครับ”
ผมก้มขอบคุณขณะยืมรับแก้วน้ำเปล่าอย่างระวังจากหัวหน้าอันตพาลที่มีผ้าโผกหัวแล้วยกดื่มน้ำดังอึกๆโดยมีอีกสองสายตามองอยู่จนหมดแก้ว ตอนนี้ผมและสมาอันตพาลอยู่ร้านอาหารหนึ่งในเมืองไม่ไกลจากตรอกเมื่อกี่นี่พวกเรานั่งโต๊ะนอกร้านเพื่อรับบรรยากาศยามเย็นของเมืองนั่งแล้วรู้สึกสบายดีจริงๆ
มองฟ้ากำลังใกล้จะมืดลงแสงสว่างจากโคมไฟตามท้องถนนและไฟจากร้านค้าต่างๆส่องสว่างััอากาศสดชื่นสายลมที่พัดเย็นสบายพอดีไม่หนาวหรือร้อนเกินไป ฟังเสียงฝีเท้าและเสียงคุยกันของเหล่าคนที่เรียบง่ายและหนุกหนาน หันขึ้นบนดวงดาวบนท้องฟ้าที่เปล่งประกายในยามค้ำคืน ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศความรู้แบบสบายๆไม่เร่งรีบคงเป็บรรยากาศถ้าอยู่ในโลกเก่าที่ชีวิตเร่งรีบคงไม่ได้รู้สึกอย่างนี้
“อาหารมาเสริฟแล้วครับ”
“มาแล้วคับ”
พนักงานหนุ่มคนหนึ่งถือถาดไม้มืเดียวเต็มไปด้วยจานอาหารอย่างชำนาญกับเด็กตัวน้อยอีกคนที่ถืออาหารมาจานหนึ่งอย่างตั้งใจและระวังจนหน้าเอ็นดู
“โอ้~อาหารมาแล้ว หิวจะตายอยู่แล้ว”
“ตัวแค่นี้เอง เก่งมากเลยนะ”
อันตพาลหนุ่มหมวกไหมพรมรับจานอาหารจากพนักงานอย่างรีบร้อนคงหิวมากจริงๆ ส่วนอันตพาลหน้าแก่ไว้หนวดกำลังลูบหัวยิ้มชมเด็กตัวน้อยที่ถือมาได้ อาหารบนโต๊ะก็มี หมูย่างเสียบไม้ สปาเก็ตตี้ผัดเบคอนกรอบ สลัดมันบด เพราะตอนเที่ยงกินแค่แซนวิชที่โคลอี้เลี้ยงพอมาเห็นอาหารตรงหน้าก็รู้สึกหิวท้องร้องอย่างช่วยไม่ได้
“เอากินกันเลยเถอะนั้น”
“นั้นสิ นี้ก็เย็นแล้วนี่นะ”
“งั้นฉันเอาอันนี้…”
“เดี๋ยวสิเห้ย จะหยิบหมูย่างอะไรเยอะขนาดนั้นจะกินคนเดี๋ยวหมดเลยหรือไง”
“ก็คนมันอยากกินเนื้อนี้น่า”
“เป็เด็กหัดกินผักเยอะๆสะบ้าง”
“เอาละ นายก็กินด้วยกันสิ”
“เอ๊ะ ขอบคุณครับ”
หัวหน้าอันตพาลผ้าโผกหัวตักอาหารต่างๆใส่จากให้แล้วยืนมาให้ทาน
ถ้าถามทำไมผมถึงมานั่งร่วมโต๊ะทานข้าวที่ร้านอาหารกับพวกอันตพาลได้?…เอาจริงๆก็อยากรู้เองเหมือนกัน หลังจากระบายความในใจไปเสร็จสับก็ถูกทั้งสามไม่พูดอะไรสักคำลากพามายังร้านอาหารแห่งนี้เฉยเลย และก็เป็เห็นอย่างที่อยู่ตรงหน้าเลยไม่เข้าใจทำไมอยู่ดีๆก็มาเลี้ยงข้าวตรูเชยได้ละเนี่ย!!?
“ทำไมถึงเลี้ยงข้าวผมละครับ?”
ทั้งสามต่างมองหน้ากันหลังได้ยินคำถาม คนที่เป็หัวหน้าทำท่าอายที่จะพูดแต่โดนอีกเพื่อนสองคนจ้องกดดันให้เป็คนพูดเขาเลยถอนหายใจก่อนจะหันมาพูด
“ก็…เห็นว่านายเจอเื่ลำบากมาถ้าจะมากอะนะ จากที่นายเล่ามา แล้วพวกเรา…ก็อยากขอโทษเื่ในตรอกด้วย”
พอหันมองอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
โครก~
………
เสียงท้องร้องของผมร้องดังอย่างหิวโหยได้อย่างผิดที่ผิดเวลามาก! ‘ช่วยไม่ได้นี้น่าเมื่อเทียงได้กินแต่แซนวิชแล้ววิ่งหางานทั่วเมืองจนหิวจะแย่พอมาเห็นอาหารตรงหน้ามากมายขนาดนี้ ใครมันจะอดใจไหว’ ท้องคงพูดประมาณนี้ ไอ้ท้องบ้า!!
“เอาเป็ว่ากินไปคุยไปละกัน”
หัวหน้าอันตพาลบอกอย่างนั้นก่อนจะหันไปสั่งอะไรเพิ่มเติม
โครก~
“……”
เสียงท้องเ้ากรรมก็ยังร้องหิวไม่หยุด ถึงจะมีเื่อยากถามแต่ช่วยไม่ได้กินมันละกันเื่อื่นๆไว้คิดที่หลังยิ่งตอนนี้ไม่มีตังซื้อข้าวด้วย
หยิบหมูย่างเสียบไม้ในจากขึ้นมาคำแรกที่กัดความอร่อยทะลักออกมา เนื้อหมูที่ถูกทาด้วยซอสดำรสเค็มอ่อนก่อนนำไปย่างส่งกลิ่นหอมและรสััที่ยอดเยี่ยมความหวานมันของหมูกับซอสเข้ากันได้อย่างลงตัว พอลองทานสปาเก็ตตี้ผัดเบคอนกรอบดูเส้นสปาเก็ตตี้ผัดเข้ากับซอสรสเปรี้ยวตัดกับเบคอนกรุบกรอบก็อร่อยไม่แพ้กัน ตามด้วยสลัดมันบดผักสดกรอบที่ถูกสับคลุกแบบง่ายๆกับมันบดที่บดจนเนื้อเนียน
ไม่รอช้าผมทำการกินอย่างรวดเร็วด้วยความอร่อยจนหมดจากผม
“สงสัยจะหิวดังเลยนะครับพี่ เดี๋ยวผมตักให้เพิ่มนะครับ”
“นั้นสิคงจะหิวจริง…เห้ยอย่าตักแต่ผักสิ!เอาให้บ้าง ไม่ต้องแอบมาเนียนไม่กินผักเลย”
ในขณะที่อันตพาลหน้าแก่ไว้หนวดกับอันตพาลหนุ่มหมวกไหมพรมตีกันเื่กินผัก อาหารบนจานก็หมดสะแล้ว
“ยังมีอีกเยอะ”
หัวหน้ากลุ่มอันตพาลตักอาหารให้ผมเพิ่ม ผมก้มหัวขอบคุณก่อนรับจานมา…อาหารแต่ละอยากอร่อยมาก… แต่รู้สึกจะขาดอะไรบางอย่างอยู่…?
“โอ๊ะ มาพอดี”
เขารับแก้วไม้สีใบจากพนักงานเสริฟแล้วส่งให้ผมใบหนึ่ง ฟองสีขาวที่ฟูหนาจนลนแก้วไม้พร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนที่ลอยขึ้นมา…ไม่ผิดแน่ นี้มัน…!
“เบียร์สดไงละ”
ว่าแล้วใช่เบียร์สดจริงๆด้วย! ถ้าไม่มีเบียร์ดื่มเวลาหลังเลิกงานก็เหมือนกับเวลาเลิกเรียนแต่ไม่ได้ออกจากโรงเรียนนั้นและ มันม่ายด๊ายยยที่จะไม่ดื่มเวลาเลิกงานทานข้าวเย็น มันไม่ครบรสชาติ!
พวกเขายกแก้วขึ้นผมก็ยกตามเพื่อเปิดพิธีงาน ถึงผมจะกินไปแล้วก่อนก็เถอะ
“ท่าอยากนั้น…”
ชนแก้ว——!!!