บทที่ 4
ราตรีต่อมา
แพขนตาพะเยิบขึ้นลงเชื่องช้าค่อย ๆ สบกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดดวงเนตรได้เต็มตา หญิงสาวััได้ถึงความเปียกชื้นในโพรงจมูกทำให้เสียงลมหายใจดังครืดครืด หรือว่าด้านนอกอากาศจะหนาวเย็นจนน้ำมูกมาเยือนเสียแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนนะ... เจียงเว่ยซางคนผู้นี้สิ้นชีพไปแล้วมิใช่หรือ นางประหลาดใจเหลือเกินจนไม่กล้าไหวติงได้แต่เคลื่อนเปลือกตาตระหนกเหลือบมองรอบด้าน
จึงพบว่ายามนี้อยู่ในห้องหับที่ตกแต่งคล้ายงานมงคล ผ้าสีแดงสดจับจีบตั้งช่อปลายเตียงจรดบานประตู อาภรณ์ตัวนอกลามถึงตัวในที่สวมคลุมบนร่างกายไม่ได้น้อยหน้ากันสักเท่าไหร่ เพชรพลอยประดับเต็มรวงคอ ปิ่นทองพันชั่งประโคมศีรษะจนปวดหนึบรั้งชาแทบยกยอไม่ขึ้น เจียงเว่ยทำได้เพียงเลิกปลายแขนเสื้อหยิกเนื้อนิ่มเรียกสติ ทว่ายังไม่ทันลงมือกับตัวเองด้วยซ้ำกลับพบว่าเนื้อขาวละเอียดดุจปุยนุ่นข้างซ้ายนี้ผุดตุ่มจ้ำแดงคล้ายโดนพิษ
[นี่มันเื่บ้าอะไรกัน หรือว่าข้าขึ้น์?]
คุณหนูรองเจียงเว่ยซางพึมพำในใจ เื่อื่นล้วนสลัดทิ้งไม่อาจฝังในโสตประสาท เว้นแต่ประหลาดใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
ความคับข้องใจอยู่กับนางได้ไม่นาน ทุกอย่างถูกไขกระจ่างเป็ปลิดทิ้งครั้นเหลือบไปเห็นคันฉ่องที่ตั้งตระหง่านบนโต๊ะกลมที่อยู่ถัดไปไม่ไกล สตรีวัยขบเผาะที่เห็นอยู่นี้ใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู แม้หน้าผากกว้างคล้ายลานดินไปบ้างจะนับว่าไม่ดีอะไรหากแต่มีไรผมหนาคอยบดบังอยู่ คิ้วเล็กเรียวเรียงเส้นปานยกคันศรมาวางทาบไว้ ส่วนริมฝีปากและช่อแก้มล้วนชมพูเรื่ออุดมฝาดเืสุขภาพดี อกและเอวลามไปถึง่ขายืดยาวส่วนก้นงามงอนกลมกลึงสมส่วนทุกประการ ท่วงท่าเดินเหินคล้ายนกกระเรียนรำแพนหางน่ามอง
เจียงเว่ยทั้งขยี้ตาถี่...หรี่ตาจ้องมองเ้าของร่างอย่างฉงนก่อนจะย้อนถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
[ข้าเกิดใหม่เป็เทพธิดางั้นรึ?]
เคร่ง!
'เสี่ยงชู' สาวใช้จ้องมองผู้เป็นายอย่างตื่นตระหนก ชามยาเคี่ยวในมือหล่นผละไม่รู้ตัว ก่อนจะส่ายศีรษะร่อนไปมาขับไล่ความฉงนที่แล่นเข้ามาแทรกในโสตประสาท สาวน้อยกลัวว่านี่จะเป็เพียงภาพลวงตาหลังจากเฝ้าปรนนิบัติคุณหนูอย่างใกล้ชิดนานเจ็ดวันแล้ว จึงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เปล่งเสียงกล้าหาญออกไป
"คุณหนูฟื้นแล้วหรือเ้าคะ"
"ไม่ฟื้นแล้วข้าจะนั่งได้อย่างไร คิดว่าผีรึ?"
น้ำเสียงแหบพร่าเย้าแหย่สาวใช้เพียงเล็กน้อย ฉไหนนางเอาแต่หมอบต่ำโคกศีรษะกระแทกฟื้นอยู่อย่างนั้น ราวกับเห็นผีสางอยู่เบื้องหน้า ท่าทีลนลานทวีคูณความรุนแรงยิ่งขึ้นก็ยามที่เจียงเว่ยเดินเหินเข้าใกล้ นางยวบตัวประคองเสี่ยงชูไม่ถือตัวเฉกเช่นเมื่อก่อนแล้ว ถึงกระนั้นสาวใช้ผู้น่าสงสารยังเอาแต่ผินหน้าหลบเลี่ยงการประสานแววตาคล้ายกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง
ต่อมสงสัยของนางกระตุกมากขึ้นเมื่อสังเกตหัวจรดเท้าดิบดี เจียงเว่ยมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าสาวน้อยผู้นี้รับใช้ชาวซ่ง... แต่ ๆ เดี๋ยวก่อนนะนางก็กำลังรับใช้ข้ามิใช่หรือ หญิงสาวชาวต้าหยางผงะตัวแข็งทื่อสับสนมึนงงจนตาพร่า จู่ ๆ กระแสความคิดเ้าของร่างเดิมแล่นกระทบก้านสมองฉายภาพเหตุการณ์ทีละฉากกระทั่งเส้นเืเขียวข้างขมับปูดนูนอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่ผู้เป็นายโซเซง่อนแง่น เสี่ยงชูสลัดทิ้งซึ่งความหวาดกลัวโพล่งตัวขึ้นประคองคุณหนูพากลับขึ้นเตียงอย่างระมัดระวัง ครั้นได้เห็นความทรงจำบางส่วน เจียงเว่ยผู้ปราดเปรื่องโดยกำเนิดพลันตรึกตรองได้ทันทีว่าเื่วิปลาสได้บังเกิดขึ้นกับนางแล้ว ร่างคุณหนูจอมร้ายกาจทิ้งก้นนั่งบนฟูกเงียบงันไม่อาละวาดด่าทออย่างที่ควรจะเป็ เสี่ยงชูประหลาดใจยิ่งนัก
หลังจากยืดตัวนั่งนิ่งครู่หนึ่งเจียงเว่ยขบคิดอย่างตระหนี่ถี่ถ้วน ตกผลึกลำพังในห้วงความคิดแล้วว่า เจียงเว่ยซางบุตรสาวแสนรักขององครักษ์เจียงไห่ซื่อสิ้นชีพคาปลายแทบเท้าชายอำมหิตคนนั้นไปแล้ว ที่เห็นอยู่นี้คงเป็ร่างคุณหนูลูกผู้ดีตีนแดงบางสกุลกระมัง ดูจากเครื่องประดับและสิ่งประโคมแวววาวผุดผาดย่อมเดาได้ไม่ยากว่าบ้านนางมียศมีขั้น ไม่แน่อาจเป็ขุนนางใหญ่ในราชสำนักก็ว่าได้
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นต้องรู้ให้ได้ก่อนว่านางกำลังจะแต่งงานกับผู้ใด ครั้นพยายามเคล้นนูนหัวให้ฉายภาพใบหน้าสามีกลับไม่เป็ผลคล้ายมันต่อต้านนาง หากไม่ไขปริศนาข้อนี้คงนอนไม่หลับแน่ เจียงเว่ยไม่ปล่อยให้ความขุ่นเคืองรบกวนศีรษะ นางกวักมือเรียกสาวใช้หน้าจืดที่ยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างเจียมตัวให้วนกลับเข้ามาอีกหน
"คุณหนูมีกะไรให้บ่าวรับใช้โปรดสั่งเถิดเ้าค่ะ"
เสี่ยงชูคลานเข่าเข้าหาอย่างระวังตัว เพียงแค่ผู้เป็นายดึงปิ่นออกจากมวยผมสาวน้อยผวาตัวโยนร่ำไห้ออกมา เผยหัวไหล่สั่นเทาคล้ายจะสิ้นใจตายเอาเดี๋ยวนี้ เจียงเว่ยผู้สวมร่างคุณหนูตัวร้ายลู่หางคิ้วต่ำลงเพราะความสงสาร นอกจากตัวตนประหลาด สามีปริศนา เจียงเว่ยก็สงสัยเพิ่มมาอีกเื่ว่าสาวใช้หน้ามนผู้นี้เป็อะไรกันแน่ ป่วยหรือ?
เจียงเว่ยหย่อนขาลงจากฟูกกระเถิบตัวเข้าหาสาวใช้อย่างอ่อนโยนก่อนจะโน้มตัวกรายหลังมือนุ่มนิ่มทาบหน้าผากสาวใช้ดูอาการ น้ำเสียงที่เคยดุดันร้ายกาจลดลงจากเดิมหลายระดับ น้ำคำเอื้อนพูดด้วยความห่วงใยปฏิบัติต่อนางราวพี่น้องไม่ก็มิตรสหายมิใช่บ่าวไพร่ ทว่าหากเป็เมื่อก่อนโทสะเดือดดาลฉุนเฉียวเพียงสาวใช้หายใจรบกวนอารมณ์คุณหนูตัวร้ายสั่งโบยเจียนตาย
"เ้าป่วยงั้นรึ แล้วเ้าชื่ออะไรข้าจะได้เรียกถูก"
น้ำเสียงนุ่มเย็นทำสาวใช้สะอึกไปหลายระลอก เสี่ยงชูเคยชินกับนิสัยป่าเถื่อนเ้าอารมณ์จนเข้ากระแสเื ทว่านายหญิงเปลี่ยนเป็เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จากดวงหน้าที่ห่อหุ้มความอกสั่นขวัญแขวนมลายหายพลันเหลือเพียงแววตาใส ๆ ที่จ้องมองนางราวลูกหมาพบเ้าของ หากนางมีหางคงแกว่งจนก้นหลุด หากมีหูตั้งคงลู่ลงขนานต้นคอกระมัง แต่ช่างเถอะสถานการณ์คับขันสร้างมิตรดีกว่ามีศัตรู
"บ่าวชื่อเสี่ยงชูเ้าค่ะ คุณหนูมักเรียกเสียงเสี่ยง"
แม้จะตงิดใจอยู่บ้างว่าเหตุใดคุณหนูถึงจำชื่อแซ่นางไม่ได้ ทั้งที่มีบ่าวรับใช้แค่คนเดียว แต่รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าส่งผ่านมาที่นาง พร้อมนิ้วมือเล็กนุ่มนิ่มััปอยผมเกี้ยวทัดหลังหูให้อย่างเอ็นดู เสี่ยงชูคนนี้ลืมเลือนทุกข้อสงสัยโพล่งตัวยืดตรงพร้อมตอบทุกคำถาม อีกอย่างหนึ่งก็คิดได้เองว่าคุณหนูคงได้รับผลกระทบจากอาการเจ็บไข้ที่กัดกินร่างกายนานเจ็ดวัน สมองถึงได้เบลอหนักขั้นนี้
"เอาล่ะเสียงเสี่ยง... บอกข้าทีพวกเราอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับข้าอย่างละเอียด ตกหล่นไปแม้แต่ข้อเดียวก็ไม่ได้"
"พวกเราอยู่ที่แผ่นดินต้าหยางเ้าค่ะ สักประเดี๋ยวก็คงเปลี่ยนชื่อเป็ต้าซ่งตามประสงค์ฮ่องเต้..."
หลังจากเกริ่นนำประโยคแรกจบ เสี่ยงชูกระเถิบตัวเข้าใกล้ทีละคืบเตรียมพร้อมจับต้นชนปลายหมายให้คุณหนูกระจ่างพึงใจ จะได้อารมณ์ดีเช่นนี้เรื่อยไป ครั้นนึกถึงใบหน้าบูดบึ้งหน่วยนั้นยังผวาไม่หาย ร่างกายเสี่ยงชูเพิ่งจะหายฟกช้ำเมื่อวานนี้เอง หากผู้เป็นายไม่ล้มป่วยเกรงว่าวันนี้สาวใช้ตัวน้อยคงต้องนอนกระอักเืหน้าเรือนผึ่งลมเฉกเช่นเคย ทว่าหากจะให้เล่าขานวีรกรรมสตรีนางนี้คงต้องรื้อตำราว่างเปล่าทุกเล่มในเมืองหลวงมากองรวมกัน ยิ่งบันทึกบนม้วนกระดาษกะเกณฑ์ว่าต้องใช้เวลาอย่างต่ำสักสามปี
"นามของท่านคือิถีหลัน บุตรสาวผู้เป็ที่รักของบิดามารดา ไม่ว่าสิ่งใดในใต้หล้าขอเพียงคุณหนูเอ่ยปากนายท่านล้วนหามาประเคนให้... การสมรสที่เกิดขึ้นวันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากรบเร้าหลายสิบปีไม่เป็ผล เพื่อให้ได้แต่งเป็หลานเจ๋อฮูหยิน... หนนี้คุณหนูของบ่าวยอมดื่มยาพิษะโบ่อ เรียกหมอหลวงมาดูอาการก็แล้ว ทว่าอาการสาหัสคล้ายจะไม่รอด หลังจากฮ่องเต้รับปากประทานสมรสก็แทบรอไม่ไหว นายท่านทั้งสองร้อนใจหวังพึ่งปาฏิหาริย์ส่งตัวท่านมาที่ต้าหยางทั้งที่าเพิ่งสิ้นสุดลงได้เพียงหนึ่งวัน ไม่น่าเชื่อว่าคุณหนูของบ่าวจะฟื้นขึ้นมาท่ามกลางเปลวเทียนมงคลทันการพอดี"
เจียงเว่ยที่ยกคางเกยหมอนเอนตัวใกล้ๆ ตั้งใจฟังมาถึงตอนนี้ยังหยุดม้วนหว่างคิ้วเข้าหากันไม่ได้ ฉไหนเ้าของร่างเดิมถึงได้โง่เขลาเอาแต่ใจและร้ายกาจเพียงนี้ ์ประทานชีวิตใหม่กับผีนะสิ นี่มันกลั่นแกล้งกันชัด ๆ แล้วคืนนี้ต้องตกเป็หลานเจ๋อฮูหยินอะไรนั่นมันต้องทำอย่างไรเล่า ก็สตรีวัยขบเผาะอย่างนางไม่เคยออกเรือนมาก่อน แต่ช่างเถอะสักประเดี๋ยวสามีเข้ามาค่อยต่อรองเื่หย่าก็แล้วกัน
*****
เพิ่งแต่งก็จะชวนหย่าแล้ว
แล้วพี่เขาจะยอมเธอหรือเปล่า?
อ่านบนเล่มอีบุ๊กที่ MEB