เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 51 มาเมืองอินทรีอีกครั้ง

    ตอนที่ 51 มาเมืองอินทรีอีกครั้ง

     

    จากนั้นหมอกที่หนานแน่นจากตอนแรกก็ได้เบาบางลงทำให้เจิ้งฟู่คิดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะพวกวิญญาณอาฆาตได้หายไปแล้วเลยทำหำหมอกพวกนี้เบาบางลงไป......


    ส่วนศพของพวกอสูรไบซันเขาเหล็กกล้านั้นตงควงได้ชำแหละเอาเขาของมันกับอวัยวะบางอย่างเก็บไว้ส่วนเนื้อของมันพวกเขาเองก็เก็บเตรียมไว้เป็นเสบียงและเอาไปขายเช่นกัน.....


    เยี่ยหยู: งานนี้รวยแน่ๆเขาของเจ้ากระบือนั้นทั้งแข็งและดีราคาของมันอยู่ที่ข้างหละสองพันผลึกอสูรทีเดียวตอนนี้พวกเรามีทั้งหมดยี่สอบกว่าอันถ้าคิดเป็นราคาแล้วก็ประมาณ.....


    หจี่จุงกง: สี่หมื่นเหรียญผลึกอสูรยังไงหละ!!!


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!


    ทั้งคู่หัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงจำนวนเงินที่ได้จากการขายเขาของอสูรไบซันเขาเหล้ากล้า.....


    อแฮ่ม!!


    ต้านซุนกู่:พวกเจ้าเพ้อฝันอะไรกันของทั้งหมดนั้นเป็นของนายน้อยเจิ้งฟู่พวกเราไม่มีสิทธิในของพวกนั้น!!


    ต้านซุนกู่กล่าวพร้อมกับทำหน้าดุใส่ทั้งสองคนเมื่อพวกมันทั้งสองได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มที่มีอยู่ก็หายไปเปลี่ยนเป็นความเศร้าใจทันที.....


    "ไม่ต้องห่วงหลังจากจบงานนี้ข้าต้องตอบแทนพวกท่านแน่ของที่เราขายได้ข้าจะแบ่งให้กลุ่มของท่านครึ่งหนึ่ง"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้มใส่ๆ....


    ครึ่งหนึ่ง!!


    ทั้งสองจากสีหน้าเศร้าๆเมื่อได้ยินว่าเจิ้งฟู่จะแบ่งให้ครึ่งหนึ่งพวกมันก็ตระโกนออกมาอย่างมีความสุขพวกมันคิดว่าจะไม่ได้อะไรเลยสักอีกแต่เมื่อได้ยินว่าเจิ้งฟู่จะแบ่งส่วนที่ได้ให้ครึ่งหนึ่งก็ทำให้พวกมันมีความสุขขึ้นมาทันที.....


    ต้านซุนกู่เมื่อเห็นแบบนั้นมันก็อดสายหัวไม่ได้เขารู้นิสัยของทั้งสองดีใบบางเรื่องพวกมันกับชอบทะเลาะกันแต่ในเรื่องนี้พวกมันกับเห็นดีเห็นชอบกันจริงๆ.....


    ตงควง: นายน้อยพวกเราจะไปต่อดีไหมขอรับ!!?


    "แน่นอนพวกเราจะไปต่อข้ามีบางสิ่งที่ต้องทำพวกเราจะไปตามทางที่ข้าบอก"


    สิ่งที่ต้องทำ!!?


    ตงควงเกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อยว่าเจิ้งฟู่จะไปทำอะไรมันคิดที่จะถามแต่ก็เงียบไปเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะถามผู้เป็นนาย.....


    เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วเจิ้งฟู่โยนผลึกวิญญาณอสูรเข้าไปในแหวนมิติทันทีและออกเดินทางไปยังพื้นที่ฝั่งป้ายตรากระกูลเสี่ยวตามที่ผีบอก(และนี้ก็คือที่มาของทางผีบอกอิอิ).....


    ของทุกอย่างถูกเก็บบนรถม้าส่วนเจิ้งฟู่นั้นเขาออกมาเดินกับทุกคนด้วยการที่หมอกได้จางลงทำให้พวกเขาเดินทางได้ง่ายขึ้นทั้งทัศนียภาพที่มองเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้น.....


    วุ่ยเสี่ยว: นายน้อยเจิ้งฟู่เรากำลังจะไปที่ใดเจ้าค่ะ!!


    วุ่ยเสี่ยวกล่าวพร้อมกับก้มโค้งลงมาที่เขาทำให้เจิ้งฟู่มองเห็นเนินอกที่ขาวอวบอิ่มของนางเขารีบหลบสายตาทันทีจริงๆแล้ววุ่ยเสี่ยวต้องการจะแกล้งเขาเพียงเท่านั้นเลยทำแบบนั้น.....


    อแฮ่ม!!


    "พวกเราจะไปเอาของบางอย่างกันมันอยู่ไม่ไกลจากนี้เท่าไหร่นักและทางต่อจากนี้ไปขอให้ทุกคนระวังตัวให้ดี"


    เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นเนินอกของวุ่ยเสี่ยวเพราะว่าถึงเขาจะมีร่างกายเป็นเด็กแต่ว่าจริงๆแล้วเขานั้นอายุมากกว่ายี่สิบปีแล้วมันจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกแบบนั้น......


    อิอิ!!


    วุ่ยเสี่ยว: นายน้อยนี่ช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆเลย!!


    เยี่ยหยู: ยัยป้ากินเด็ก!!


    ปัง!!


    วุ่ยเสี่ยว: เจ้าว่าใครเป็นป้าหนะ ไหนพูดอีกทีสิ?


    นางพูดพร้อมกับชักอาวุธออกมาด้วยความโกรธที่ถูกเรียกว่าป้าสำหรับหญิงสาวแล้วเรื่องแบบนี้มันล้ำลึกมากเยี่ยหยูเองรีบขอโทษนางทันทีด้วยความกลัวพร้อมกับเอามือกุมไว้ที่ช้างน้อยของเขา..........


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!


    "พี่สาววุ่ยเสี่ยวอย่าได้สนใจในคำพูดของพี่เยี่ยหยูเลยเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้นสำหรับหญิงสาวแล้วมันอาจเป็นเรื่องเลวร้ายแต่ท่านยังทั้งสาวทั้งสวยอยู่เลยไหนเลยต้องไปแคร์คำพูดเขาด้วยหละ"


    เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้มหน้าตาใสซื่อบ๊องแบ๊ว.....


    เยี่ยหยู: ชะ ชะ ใช่แล้วข้าไม่ได้ตั้งใจ เจ้าทั้งสาวทั้งสวยอยู่เลย!!


    เชอะ!!


    วุ่ยเสี่ยว: แล้วไป ถ้าหากว่าเจ้าพูดอีกครั้งหละก็ไอ้จ้อนของเจ้าได้หายไปแน่!!


    นางกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่เป้าของเยี่ยหยูอย่างดุร้ายทำให้มันรู้สัดเสียวที่หวางขาทันที......


    แห่ะ แห่ะ แห่ะ!!


    จากนั้นมันก็กันมามองที่เจิ้งฟู่พร้อมกับยกนิ้วให้เขาที่เขาได้ช่วยมันพูด.....


    "ทุกคนข้างหน้านี้เราก็ถึงแล้วหละ"


    เมื่อพูดจบกลุ่มของเขาก็เดินมาถึงพื้นที่โล่งว่างป่าวและถัดออกไปไม่ไกลมีหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นหลุมอยู่ด้วย.....


    ตงควง: ที่นี้หรอครับนายน้อย?


    หจี่จุงกง: แล้วพวกเราจะมาทำอะไรที่นี้กัน?


    ทุกคนต่างก็มองไปทางเดียวกันนั้นก็คือที่เจิ้งฟู่พวกเขาต่างทำหน้างงและสงสัยว่าเจิ้งฟู่พาทุกคนมาที่นี้ทำไม......


    "ทุกคนรอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่"


    จากนั้นเขาก็เดินไปที่หลุดขนาดใหญ่และหันหน้าไปทางทิศเหนือจากนั้นก็เดินไปราวๆแปดถึงเก้าก้าวจากนั้นก็หยุดลงพร้อมกับลงมือขุดทันที.....


    พรึบ!! พรึบ!! พรึบ!!


    เจิ้งฟู่ขุดจนพื้นที่บริเวณนั้นเป็นหลุมลึกยาวเท่าข้อศอกของเขาจากนั้นเขาก็หยุดขุดและใช้มือหยิบของบางอย่างขึ้นมาช้าๆ.....


    "ในที่สุดก็เจอแล้ว" เจิ้งฟู่ยิ้มออกมาจากนั้นก็มองลงไปยังของที่เขาหยิบขั้นมา....


    ของที่เจิ้งฟู่หยิบขึ้นมานั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากมันถูกห่อไว้ด้วยผ้าไหมอย่างดีแต่มันก็เปื้อนฝุ่นดินไปหมดทำให้มันดูสรกปกหน่อยๆและเมื่อเขาเปิดผ้าออกก็พบว่าภายในนั้นเป็นกล่องไม้ที่สลักด้วยลวดลายที่สวยงาม....


    ป๊อก!!


    เจิ้งฟู่เปิดกล่องไม้ออกทันทีและเมื่อเปิดออกดูก็พบว่าข้างในนั้นมีแผ่นป้ายอยู่ด้านในนั้นจริงๆบนแผ่นป้ายนั้นเขียนคำว่าเสี่ยวไว้....


    ตงควง: สิ่งนั้นคืออะไรอย่างงั้นหรอขอรับนายน้อย?


    ตงควงมองไปที่แผ่นป้ายในมือของเจิ้งฟู่ด้วยความสงสัยคนอื่นๆเองก็มองมาที่เขาด้วยความสงสัยเช่นกัน.....


    "นี่คือป้ายตราตระกูลเสี่ยว"


    ป้ายตราตระกูลเสี่ยว!!?


    จู่ๆวุ่ยเสี่ยวก็ตระโกนอุทานออกมาด้วยความตกใจราวกับว่านางรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมันอย่างนั้นแหละ.....


    "พี่สาววุ่ยเสี่ยวรู้จักป้ายนี้อย่างงั้นหรอ?" เจิ้งฟู่มองไปที่นางพร้อมกับถามด้วยความสงสัย....


    วุ่ยเสี่ยว: มะ มะ ไม่!!ข้าไม่รู้จักหรอกเพียงแค่ตกใจตามกระแสไปงั้นแหละ.....


    นางกล่าวพร้อมกับยิ้มแห้งๆพร้อมกับทำหน้าแปลกๆนางอาจจะหลอกคนอื่นหรือหลอกตัวเองได้แต่นางไม่อาจที่จะรอดพ้นสายตาของเจิ้งฟู่ไปได้เพราะมันคงจะแปลกไปไหมที่คนเราไม่รู้จักจะอุทานออกมาสะตกอกตกใจขนาดนั้นเมื่อเห็นแผ่นป้าย......


    อือ!!


    "พวกเราไปกันเถอะเรามีเวลาไม่มากต้องรีบไปให้ถึงเมืองโดยเร็ว"


    ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับและกลุ่มของเขาก็ออกเดินทางต่อตลอดทางพวกเขาเจอกับอสูรระดับจำนวนมากแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใดๆกับพวกเขามันยังถือเป็นความโชคดีอีกต่างๆหาก.....


    เพราะว่ามันช่วยทำให้พวกเขาเพิ่มพลังจากการต่อสู้ได้อีกด้วยแถมยังได้ผลึกอสูรจากพวกมันอีกมีแต่ได้กับได้และตลอดทางที่ผ่านมาเจิ้งฟู่คอยสังเกตทักษะพวกเขาแต่ละคนอย่างดี.....


    เพื่อหาจุดบกพร่องให้ของทักษะและจะได้ช่วยพวกเขาแก้ไขให้มันดีขึ้นนั้นเองและตลอดการเดินทางจนถึงเมืองอินทรีพวกเขาใช้เวลาไปสองชั่วยามกว่าจะออกจากป่ามาได้......


    เยี่ยหยู: ย๊ะหู้วในที่สุดก็ถึงเมืองสักทีข้าหละอยากอาบน้ำเต็มทนแล้วที่ตัวมีแต่กลิ่นสาบอสูร!!


    วุ่ยเสี่ยว: ใช่ ผิวของข้าเหนี่ยวไปหมดแล้วเนี่ย!!


    "ถ้าเช่นนั้นเราก็หาที่พักกันเถอะพี่ตงควงท่านช่วยจัดการเรื่องของร่างอสูรให้ทีนะข้าจะไปยังถานที่หนึ่งก่อนเดียวข้าตามไป"


    เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้มให้และสถานที่ที่เขาจะไปนั้นก็คือโรงประมูลนั้นเองเขาต้องการที่จะไปถามเสี่ยวเจียงเกี่ยวกับป้ายตราตระกูลเสี่ยวสะหน่อยเพื่อมันจะเกี่ยวข้องกัน.......


    ตงควง: ขอรับนายน้อยระวังตัวด้วยนะขอรับ!!


    ตงควงประสานมือขึ้นพร้อมกับโค้งหัวลงเล็กน้อยมันไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่เมื่ออยู่ในเมืองแล้วเพราะว่ากฏของที่นี้ค่อนข้างเด็ดขาดในเรื่องของการมีเรื่องกันภายในเมือง.....


    ต้านซุนกู่: พี่ตงควงเดียวข้าจัดการเรื่องการขายชิ้นส่วนและเนื้อของพวกอสูรเองเชิญท่านไปจัดหาที่พักเถอะดูท่าเยี่ยหยูจอมสำอางกับวุ่ยเสี่ยวนั้นอยากจะอาบน้ำเต็มที่แล้ว....


    อือ!!


    ตงควง: ถ้าเช่นนั้นข้าก็ฝากด้วยหละ!!


    เมื่อพูดจบทั้งหมดก็แยกกันไปตงควง เยี่ยหยูและวุ่ยเวี่ยวไปจัดหาที่พักส่วนต้านซุนกู่ฟู่เถาฉีและหจี่จุงกงนั้นรับหน้าที่นำชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่เก็บมาไปขายส่วนหลางกว่างควงนั้นรับหน้าที่ไปตรวจสอบถ้ำแห่งเซียนที่พวกเขาจะไป....


    เจิ้งฟู่แยกจากทุกคนและมุ่งหน้าไปยังโรงประมูลทันทีและเวลาเพียงไม่นานเขาก็เดินมาถึงโรงประมูล.....


    พี่ยามคับ!!


    พี่ยาม!!


    หือ!!?


    ยาม: ว่าไงเจ้าหนูมีอะไรให้พวกเราช่วยอย่างนั้นเรอะหรือว่าหลงทาง....


    ยามเฝ้าประตูถามเจิ้งฟู่เพราะเห็นว่าเขาดูยังเด็กและที่เขามาถามพวกมันเพราะว่าอาจจะพลัดหลงกับครอบครัว.....


    "ข้ามาหาพี่สาวเสี่ยวเจียงนะครับ"


    ยาม: มาหานายหญิงเสี่ยวเจียงอย่างนั้นเรอะ!!?


    ยามเฝ้าทางเข้าถามเขากลับด้วยความงงงวยพวกมันไม่คิดว่าเจิ้งฟู่จะมาหาเสี่ยวเจียงเลย....


    "ใช่แล้วครับพี่ยามช่วยเรียกพี่เสี่ยวเจียงให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ครับ ว่าบอกเจิ้งฟู่มาหา...."


    เอิ่ม!!


    พวกยามคิดที่จะปฏิเสธแต่เมื่อพวกมันเห็นแววตาที่ใส่ซื่อบ๊องแบ๊วของเขาแล้วก็ทำให้พวกมันคิดที่จะปฏิเสธเขาไม่ลงเลยทีเดียว.....


    ยาม:ได้เจ้าหนูเดียวข้าจะไปรายงานนายหญิงให้เจ้ารออยู่นี้ก่อนหละกัน!!


    "ขอบคุณครับพี่ยามสุดหล่อ"


    หลังจากนั้นยามเฝ้าประตูก็วิ่งหายเข้าไปที่โรงประมูลเพียงไม่นานก็มีเสียงดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่มีหน้าอกโตวิ่งเข้ามาหาเขา.......


    น้องเจิ้งฟู่ที่น่ารักของพี่!!!!


    หมับ!!


    เสียงที่ดังขึ้นนั้นก็คือเสียงของเสี่ยวเจียงนั้นเองเมื่อนางรู้ว่าเขามานางก็รีบออกมาหาเขาทันทีเลยพร้อมกับกระโดเอานมฟาดหน้าเขาไปหนึ่งที.....


    อ้าอายใอไอ่ออก!!! (ข้าหายใจไม่ออก)


    อ่ะ!!


    เสี่ยวเจียง: พี่สาวขอโทษพี่ดีใจไปหน่อย!!


    แห่ะ แห่ะ!!


    ฟู้ววววว!!


    "นี่ท่านคิดจะฆ่าข้าหรือยังไงกันถึงได้ทำแบบนี้"เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยถึงแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกดีก็เถอะ....


    ส่วนยามที่ยืนอยู่ข้างๆมันถึงกับดวงตาเบิกโพลนด้วยความอิจฉาที่เห็นเสี่ยวเจียงเอานมไปแนบหน้าเจิ้งฟู่แบบนั้น....


    ยาม: *ทำไมไม่เป็นข้าบ้างนะ เจ้าหนูนั้นมันน่าอิจฉาเป็นบ้าเลย*


    เอ่อ!!


    เสี่ยวเจียง: ว่าแต่ที่น้องมาหาพี่สาววันนี้มีเรื่องอะไรหรือจ๊ะหรือว่าคิดถึงพี่สาวกันห๊ะ!!?


    "ก็ทั้งสองอย่างนั้นแหละครับ"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้มแล้วทำหน้าทะเล้นใส่นางด้วยใบหน้าบ๊องแบ๊วของเขา.....


    เสี่ยวเจียงถึงกับตะลึกเล็กน้อยนางแค่จะแกล้งเจิ้งฟู่เท่านั้นไม่คิดว่าเขาจะตอบกลับมาแบบนี้......


    เสี่ยวเจียง: ถ้างั้นพวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ!!


    "ครับแต่ท่านห้ามทำอะไรข้านะ!!"เจิ้งฟู่พูดออกมาพร้อมกับยิ้มทะเล้นอีกครั้ง...


    จ้า!!!


    จากนั้นเขากับเสี่ยวเจียงก็เข้าไปข้างในโรงประมูลทันทีทำเอาเหล่ายามที่ยืนเฝ้าอยู่ต่างก็มองด้วยความงงงวยและอิจฉาที่เจิ้งฟู่ได้โดนแบบนั้น.....

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ) ที่คุณอ่าน