“เมื่อปี2009มีการทำนายขึ้นเกี่ยวกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าผู้ทำนายกล่าวว่า ‘อีกสองปีจะมีปีศาจปรากฏตัวขึ้นและจะกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ชาติ มันจะสร้างความหวาดกลัวให้กับมนุษย์ชาติ’ทางเ้าหน้าที่ไม่มีความเชื่อเื่คำทำนายจึงปล่อยละเลยไปแต่เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น สองปีถัดมาตามคำทำนาย สามเดือนก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวประกาศคนหายอย่างต่อเนื่องสามสิบกว่ารายภายในสามเดือนทางรัฐบาลจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเื่นี้มากขึ้นจึงทำให้ฝ่ายรัฐบาลก่อตั้งหน่วย Danger Of subject หรือ DOSขึ้นและทำการสืบสวนเื่ราวทั้งหมด และก็พบสาเหตุมีสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งที่หน่วยDOSเรียกว่า ‘พีส’ สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์แต่เมื่อถึงเวลาอาทิตย์ตกดินมันจะมีลักษณะนิสัยคล้ายซอมบี้และกินมนุษย์เป็อาหารหลัก พีสมีอาวุธที่หน่วยDOSเรียกว่า จิลอาวุธดังกล่าวมีลักษณะเป็ใบมีดมักจะงอกออกมาจากแขนเมื่อ้าจะล่าเหยื่อ...............”
“ให้ตายสิ น่าเบื่อชะมัดข่าวพวกนี้ เอาเวลาไปเล่นเกมส์น่าจะคุ้มกว่าเยอะเลย”
“เดี๋ยวเหอะ!ฮันจิพูดอย่างนี้ได้ไงฮะ แล้วเตรียมของเสร็จยังพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนนะ”
“อ่าห๊ะ ให้ตายไปโรงเรียนนี่ก็น่าเบื่อไม่แพ้กันเลยอ่ะแม่ พรุ่งนี้หยุดได้ป่าว”
“ว่าไงนะ อาทิตย์ที่แล้วก็โดดเรียน อย่าหวังเหอะ!!!”
วันต่อมา
“อรุณสวัสดิ์ฮันจิ ลมอะไรหอบเธอมาโรงเรียนเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เดี๋ยวเหอะไอเมฆ เดี๋ยวซัดหงาย”
“ขอโทษนะคร้าบบบคุณฮันจิ สัปดาห์ที่แล้วก็เล่นโดดเรียนทั้งวันกิจการจะเรียกตัวเธอแล้วน้า เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน”
“ก็มันจำเป็นี่”
“เออ จริงด้วยเนอะเธอมันว่าที่หัวหน้าหน่วยปราบปรามพีส แห่งDOSนี่นา”
ที่เมฆพูดน่ะ ทุกคนอ่านไม่ผิดหรอก ฉันชื่อ ฮันจิ เฮนตะ เป็ลูกครึ่งญี่ปุ่นอยู่ไทยั้แ่เกิดแม่เป็คนไทย ส่วนพ่อเป็คนญี่ปุ่น อายุสิบแปดปี ปัจจุบันเป็หัวหน้าน่วยปราบปรามพีสของสำนักงานใหญ่DOSเป็เ้าหน้าที่ที่อายุน้อยที่สุดในDOS
ส่วนไอบ้าที่พุดกับฉันอยู่อ่ะชื่อว่าคิม ซอจิน ชื่อที่เพื่อนๆเรียกกันก็คือเมฆ เป็เกาหลีแท้ แต่พูดไทยชัดมากเพราะอยู่ไทยั้แ่ยังเป็สเปิร์ม ส่วนที่ฉันต้องโดดเรียนอ่ะไม่มีใครรู้เหตุผลนอกจากเมฆ อาจารย์ใหญ่ และเ้าหน้าที่ของDOS
“แล้วเป็ไงมั่งอ่ะ ไปปราบพีสมานิ น่าหนุกเนอะ”
“จะบ้าเหรอวะ ไอจอมขเมือบนั่นน่ะกระเดือกนายลงคอได้ในทันทีเลยนะ”
“ขนาดนายยังทำได้ ทำไมฉันจะทำไม่ได้วะ ฮ่าฮ่า”
ไอบ้านี่ ทำไมยังทำตัวร่าเริงได้อยู่อีกนะทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่ามันอันตรายขนาดไหนเ้านั่นน่ะ แล้วจู่ๆภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ดับวูบและภาพที่ฉันไม่อยากจะจดจำมากที่สุดก็ปรากฎขึ้นเหตุการนี้เกิดขึ้นเมื่อฮันจิอายุได้แค่สิบสองปีภาพชายสองคนกำลังยืนอยู่หันหน้าเข้าหากันเว้นระยะห่างอยู่ประมาณสองสามเมตร คนหนึ่งที่มีาแเต็มตัวและเืที่ไหลออกจากแทบทุกส่วนของร่างกายเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดถูกย้อมด้วยสีแดงสดจากเืของตัวเอง เค้ากำลังจ้องตาอีกฝ่ายแบบเอาเป็เอาตายส่วนอีก ‘ตน’หนึ่งที่ร่างกายดูขาวสะอาด ไร้รอยแผล มีแค่รอยเืที่กระเด็นจากอีกคนหนึ่งติดอยู่ตรงแก้มมันใช้ลิ้นที่ยาวเหมือนผ้าพันคอเลียตรงแก้มตัวเอง และมองอีกฝ่ายด้วยความหิวโหยและกระหายเืเด็กสาวที่กำลังนั่งดูพ่อของตัวเองถูกฆ่าอย่างทรมานโดยอีกฝ่ายที่เป็พีส แน่นอนว่าพนักงานบริษัทธรรมดาๆที่พกแค่กระเป๋าหนังสำหรับใส่เอกสารจะสามารถฆ่าพีสได้ เด็กสาวนั่งมองดูแบบที่รู้ว่าตนคงทำอะไรไม่ได้ได้แต่ล่ำลาพ่อของตัวเองอยู่ในใจ และในสุด พีสตนนั้นก็ทำสำเร็จเกิดเสียงร้องดังลั่นทั่วบริเวณเืกระจายไปทั่วเด็กสาวได้ยินเสียงพีสตนนั้นกำลังครางด้วยอารมณ์มีความสุขจาก อาหาร ที่ตนกำลังกิน แล้วมันก็ค่อยๆเดินมาหาเด็กสาวอย่างช้าๆแล้วมันก็ต่อยเข้าที่หน้าทำให้เด็กคนนั้นกระเด็นและไปกระแทกกับเสาไฟฟ้า ทิวทัศน์สีแดงฉานเริ่มค่อยๆปกคลุมดวงตาของเด็กสาวมือของพีสตนนั้น ค่อยๆแหลมขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีลักษณะคล้ายดาบ
พีสตนนั้นยิ้มมุมปากอย่างได้ใจมันค่อยๆง้างอาวุธของมันขึ้นและ...จู่ๆก็มีวัตถุปริศนาลอยมาสิ่งนั้นตัดหัวของพีสตนนั้นอย่างง่ายดายแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง
กลับสู่ความเป็จริงเมฆกำลังเรียกฮันจิแบบเรียกสติก่อนจะทักว่าคิดถึงใครอยู่....
ตอนเย็น
“เฮ้ย ฮันจิ ไปกินเค้กกัน ได้ข่าวว่ามีร้านปิดใหม่แถวนี้ด้วยว่ะ”
ฉันไม่ตอบแต่เดินตามไปแทนคำตอบ ระหว่างทางเป็ทางเปลี่ยวๆมืดๆเป็บรรยากาศที่ชวนให้ขนลุกไฟสลัวๆจากเสาไฟดูท่าจะไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้ามีอะไรโผล่มาละก็หวังว่าจะไม่ใช่..
“ฮึฮึ...น่ากินจัง อื้มม”
“เฮ้ยไอฮัน ระวัง!!!”
จู่ๆมีพีสเพศเมียโผล่มาจากใต้เสาไฟ แล้วะโเข้าหาฉันเมฆดูท่าจะมีไหวพริบ เค้าผลักฉันออกมาจากตรงนั้น และสิ่งที่ฉันเห็นต่อมาคือเมฆกำลังนอนและมีพีสทับ..ไม่สิเค้ากำลังจะถูกกินแล้วฉันรีบวิ่งเข้าไปแล้วสกัดขาพีสตนนั้น สำเร็จ มันล้มแล้ว พีสตนนั้นปล่อยเมฆไปเนื่องจากตนเองเสียหลักล้มลง ฉันรีบบอกให้เมฆหนีไปแต่เค้าไม่ยอมหนี ให้ตายเหอะ พูดยากซะจริง คงต้องใช้อำนาจสินะ
พรึบ
“ด้วยนามของ ฮันจิ เฮนตะ หัวหน้าหน่วยปราบปรามพีสของสำนักงานDOSประจำเขตหนึ่งขอสั่งให้คุณคิม ซอจิน หนี..ไม่สิ อพยพไปในที่ที่ปลอดภัยเดี๋ยวนี้”ฉันพูดพร้อมโชว์ตราประทับของสำนักงานDOSให้เมฆดูทันใดนั้นเค้าก็ออกวิ่งทันที”อย่าลืมโทรแจ้งสายด่วนปราบปรามพีสด้วย”
“ยัยบ้าเอ้ย ถ้าเธอเป็อะไรขึ้นมาฉันไม่ให้แกลอกการบ้านนะโว้ยไอคุณหัวหน้าหน่วย”เมฆะโไล่หลังมาเหมือนจะบอกว่า รอดกลับมาให้ได้นะให้ตายไอบ้านี่
“ถ้าพูดแบบนั้นอีก ฉันจะหวั่นไหวแล้วนะ”ฉันพูดเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะไม่ให้ไอเมฆได้ยิน “ให้ตายขนาดเพื่อนสนิทยังอ่อยได้นะ”
“อะไรน๊า”
“เออรู้แล้วล่ะน่า ชิ”
“โอ้ววว เยี่ยมเลยล่ะ เ้าหน้าที่ปราบปรามพีสเหรออ ช่างเหอะ จะใครก็ตามเดี๋ยวก็ตายหมดนั่นแหละน้า”ระหว่างที่ไอพีสเมากาวนั้นกำลังพล่ามฉันถอดเสื้อกันหนาวออกและถกแขนเสื้อนักเรียนที่ยาวคลุมข้อมือที่แสนจะน่ารำคาญขึ้นให้อยู่เหนือศอกแล้วพูดกับพีสตนนั้น
“หืม ตายเหรอ? คงไม่ได้หมายถึงแกหรอกนะ โชคดีที่เ้านั่นไปแล้วจะได้ไม่ต้องเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น”
ครืดๆ!
จิลของฉันงอกออกมาจากมือของฉันรอยสักปริศนาจู่ๆก็ค่อยๆโผล่ขั้นมาจากคอ อ้อ ความลับอีกอย่างของฉันน่ะ ฉันคือครึ่งพีส ไง
“ก..แก แกเป็ใครกันแน่”
“ฉันเหรอ.........ฮันจิ เฮนตะ”
“หะ...หา?”
“เป็ ครึ่ง พีส น่ะ” ฉันส่งยิ้มเยือกเย็นไปให้ จากนั้นก็วิ่งไปด้วยความเร็วและใช้จิลแทงไปบนหน้าท้องของพีสนั่น
จึ้ก!!
วี่หว่อ วี่หว่อ
“ประกาศจากDOSขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุถอยออกมาก่อน ขณะนี้มีพีสกำลังอาละวาดจำนวนหนึ่งตัว เราได้ส่งหน่วยปราบปรามเข้าไปแล้....”
“ไงเ้าหน้าที่สืบสวน...เหมือนว่าจะตายแล้วนะ เ้านี่นะ”
“คุณเฮนตะ..คุณจัดการมันด้วย...”
“ค่อนข้างจะอธิบายนะคุณเ้าหน้าที่ภูบดินทร์..เอิ่มม...ใช่ จิลของฉัน”
“...ครับ”
เื่ที่ว่าฉันเป็ครึ่งพีสนะ ไม่มีใครรู้นอกจากเ้าหน้าที่DOS และ..แม่
ที่พ่อไม่รู้น่ะ ไม่แปลกหรอก เพราะพ่อฉันเสียไปตั้งนานแล้วไม่สิ เมื่อหกปีที่แล้วเหยื่อรายแรกของพวกพีส...ต่อหน้าต่อตาฉันและฉันเกือบจะตายไปด้วยแล้ว เพียงแต่ว่า..ตอนนั้นมีบุคคลไม่สิฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป็นคนรึเปล่า แต่พอเค้าเดินเข้ามาตรงหน้าฉัน ฉันกลับสู่ความมืดตื่นขึ้นอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลของเขตแล้ว แล้วก็โดนเรียกไปให้ปากคำนิดๆหน่อยๆ แต่เพราะยังช็อคอยู่เลยให้การอะไรไม่ได้มากและสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด คือสิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่เหลือรอดเป็ชิ้นสุดท้ายและที่ตำรวจค้นพบมันคือแขนหนึ่งข้าง และตอนนี้แม่ก็ป่วยด้วยให้ตายเถอะ..ฟ้าเล่นตลกอะไรกันนะ
“โคตรเก่งว่ะไอฮันจิ มึงฆ่ามันได้ไงวะ?”
“อ้าว ไอเมฆนึกว่าโดนกินไปละ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ฉันเห็นแกไม่มีอะไรติดตัวเลยนอกจากกระเป๋า ร่ม แล้วก็ถุงใส่เค้กอ่ะ แล้วเธอสู้ได้ไงวะ?”
“ใช้ร่มไง ไองั่ง”รอบที่ล้านแล้วมั้งที่ฉันโกหกมันเื่นี้ฉันก็อยากบอกอยู่หรอก แต่มันเป็ความลับขององกรณ์อ่ะ
แปะ แปะ
มีใครก็ไม่รู้เดินมาแล้วก็ปรบมือให้ฉันสองแปะก่อนจะพูด
“สมกับเป็หัวหน้าหน่วยปราบปรามพีส” ใครละนั่นน่ะ?”อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลยฉันชื่อ วาคินทร์ จิตรักษ์วงศ์ เป็ผู้บัญชาการของหน่วยสืบสวนน่ะ...ยินดีที่ได้รู้จัก”เค้าเป็ผู้ชายร่างเล็กอายุน่าจะประมาณ30-40ปีเห็นจะได้ เค้าใส่ชุดสูทสีดำยาวคลุมเข่าข้างในเป็เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ใส่หมวกทรงสูงสีดำดูแล้วเหมือนผู้ดีอังกฤษไม่มีผิดเลย..ฉันคิดอย่างนั้นอ่ะนะผมด้านหน้าไว้ยาวจนปรกคิ้วอีกนิดเดียวจะถึงตาใส่แว่นทรงเหลี่ยมและหิ้วกระเป๋าหนังใบใหญ่ใบหนึ่งฉันเดาว่าน่าจะใส่เอกสารรึไม่ก็อุปกรณ์อะไรซักอย่างล่ะนะ
“ฉันฮันจิ เฮนตะ หัวหน้าหน่วยปราบปรามพีส ประจำเขตหนึ่งกองสี่ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
“ฉันมาประชุมน่ะ ไม่คิดว่าจะมีพีสโผล่ออกมา”
“ประชุมเหรอะคะ?”ไม่แปลกที่ฉันจะไม่รู้ ฉันอายุสิบแปดนะ(ถึงจะเป็หัวหน้าหน่วยก็เถอะ) หวังว่าจะได้เข้าร่วมประชุมระดับประเทศเหอะเค้าคงจะไม่ให้เด็กอย่างฉันเข้าไปหรอกเนอะ ฮ่าฮ่า(ขำแห้ง)
“อ้าว มาริษาไม่ได้บอกเธอเหรอ?” มาริษา ที่ว่าน่ะเป็ผู้ช่วยฉันเองอายุเยอะกว่าฉันซักสิบห้าปีเห็นจะได้ ลืมเหรอ? รึว่ากะทันหัน? ปกติมีอะไรยัยนั่นไม่เคยผิดพลาดนะ รู้สึกแปลกๆแฮะคิดมากเองละมั้ง
“แล้วหนูต้องเข้าร่วมด้วยป่ะคะ?”
“แน่นอน เธอเป็ถึงหัวหน้าหน่วยปรายปรามกองร้อยที่4ตอนที่อายุเท่านี้เชียวนะ”โอ้วมายก็อดดเ้าหน้าที่ปราบปรามพีสอายุสิบแปด(เด็ก)จะได้เข้าร่วมประชุมระดับชาติด้วยโว้ยยยยย มันป็นไปแล้วค่ะทุกๆท่าน
ติ้ด ติ้ด
“เอ๋ รอแป้ปนะคะ พอดีมีคนโทรมา”เบอร์ที่โทรมาเป็เบอร์ของเ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ประจำอยู่ที่สำนักงานใหญฉันเดาว่าต้องบอกเื่ที่ประชุมแน่เลย แต่ทำไมมาริษาไม่โทรมาเองนะ?ฉันกดรับโทรศัพท์และวางแนบหูทันใดนั้นใจฉันตกไปถึงตาตุ่มเมื่อเสียงของเ้าของโทรศัพท์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอิดโอรยพอควร
‘หัวหน้า..........มี..มีพีส....’
“เกิดอะไรขึ้นเ้าหน้าที่อริยะ?”
‘ร..รายงาน..มีพีสจำนวนมากโผล่ออกมาอย่างปริศนาต..ตอนนี้ พวกเรากำลังตั้งรับกันอยู่.....อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก’
“อะริยะ!!”
ตรู้ดๆๆ
เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย แต่ตอนนี้ต้องรีบไปช่วยทุกคน ตอนนี้..ขอให้ปลอดภัยเหอะ
“ตอนนี้มีพีสบุกเข้าสำนักงานใหญ่ ตอนนี้หน่วยปราบปรามที่ประจำอยู่ที่นั่นขอกำลังเสริมด้วยค่ะ” ฉันบอคุณวาคินทร์ด้วยน้ำเสียงเร่งรีบและเป็กังวลเกิดอะไรขึ้น พีส เนี่ยนะ?จะบุกเข้าไปในสำนักงานได้ อเมซิ่งเกินไปแล้วโลกนี้
เอี้ยดดด
“หัวหน้า รีบขึ้นรถเร็ว” เค้า(?)เรียกฉันจากบนรถที่เอามาจากไหนไม่รู้(?)ตอนนี้เค้าจอดตรงหน้าฉันแบบพอดีเป๊ะมันเป็รถที่ดูแล้วน่าจะใหม่อยู่แหละเลยทำให้ความกังวลเื่เครื่องยนต์หายไปเพราะเป็อย่างนั้นฉันเลยวิ่งขึ้นรถอย่างไม่ลังเล
เอ๊ะเดี๋ยวนะ เ้าหน้าที่เกือบทุกคนอยู่ที่สำนักงานไม่ใช่เหรอ?แล้วนี่ฉันนั่งกับใครฟะเนี่ยย ฉันหันไปมองหลังรถทันที ก็ได้รู้ว่ามันออกมาจากที่เกิดเหตุค่อนข้างไกลและฉันพึ่งจะตรัสรู้ได้ถึงความสะเพร่าของฉันให้ตายสิ..พีสอีกแล้ว ตรงข้างล่างเบาะหลังรถมีศพสองศพกองอยู่สภาพตาเหลือกหน้าซีดเผือก โดนมัดแขนแขนและขาทั้งสองศพศพฝั่งขวาเป็ผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาจัดว่าค่อนข้างดี ใส่เดรสลายดอกไม้และมีสร้อยลูกปัดเส้นเล็กๆห้องอยู่ที่คออีกศพนึงเป็เด็กชายวัยประมาณสองสามขวบใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นสีขาวและเสื้อยืดสีน้ำเงินตนงกลางมีภาษาอังกฤษที่แปลว่า
โดนหลอก
ตึ้งงงงงงงงงงงงง
มีเสียงกระแทกดังสนั่น มันเป็เสียงจิลของเ้าพีสตัวนั่นแทงเข้าที่เบาะที่ฉันนั่งอยู่เมื่อกี้ฉันโดดมาอยู่เบาะหลังแทบจะทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบ และความเจ็บก็แผ่ซ่านไปทั่วแขนดูเหมือนว่าจะหลบไม่หมดนะที่แขนของฉันมีแผลที่ลึกพอควรแต่ยังไม่ถึงขั้นทะลุแผลบ้านั่นทำให้ฉันเคลื่อนไหวและโจมตีลำบาก ทันใดนั้นเอง เ้านั่นใช้แขนข้างที่ไม่มีจิลจับท่อนไม้(จากไหรก็ไม่รู้)ฟาดเข้าที่หัวของฉันแบบจังๆ ทันใดนั้นฉันรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวรู้สึกเวียนหัวมาก ทิวทรรศน์สีแดงฉานเข้าคลุมดวงตาภาพสุดท้ายที่เห็นคือผู้ชายใส่ผ้าปิดปากสีดำดวงตาจากสีดำค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็สีแดงและเป็ประกายแวววาวแล้วถาพตรงหน้าก็ดับวูบลง
....................................................
“....”แสงสว่างจ้าแยงเข้ามาในตาฉันทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาเพื่อจะให้ได้เห็นภาพข้างหน้า
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอ...ฮันจิ”มีคนกำลังพูดกับฉันเหรอ เสียงมันคุ้นหูมากๆแต่ฉันกลับจำไม่ได้ว่าเป็เสียงใครมันเป็เสียงที่ฟังแล้วดูเหมือนเค้าหัวเราะอยู่ตลอดเวลาและมันเป็เสียงที่ราวกับว่าคนฟังถูกเหยียดหยามด้วยโลกทั้งใบและฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นเพ่อที่จะดูหน้าเ้าของเสียงนั่น
พระเ้า??? เป็ไป..ไม่ได้
โปรดติดตาม ตอนต่อไป