Chapter 4
อาเคเดีย
“อะไรกันเนี่ย?”
น้ำเสียงที่กำลังอึ้งพร้อมกับดวงตาสีสนิมเหล็กที่ตวัดมองไปรอบๆกับภาพที่ไม่คุ้นตานั้นทำให้นายจักรรินต้องอ้าปากค้าง เมื่อครู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้นเขายังคงนั่งอยู่ในห้องออนไลน์เซ็ตเตอร์หมายเลขที่18 อยู่เลย แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวมันก็เหมือนร่างกายของเขาโดนดูดไปยังมิติโลกอื่นอย่างรวดเร็วราวกับมีสายลมแรงพัดผ่านมาที่ใบหน้าจนผงะ เผลอเพียงการกะพริบตาเสียด้วยซ้ำ
“ที่นี่น่ะเหรอ อาเคเดีย?”
โจ๊กเอ่ยขึ้นขณะที่เห็นทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา พอมองกลับไปด้านหลังจึงเห็นผลึกสีฟ้าขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศจนทำเอาเ้าตัวต้องอึ้งไป
“คริสตัลอะไรเนี่ยลอยอยู่บนฟ้าได้เฉยเลย”
ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองอย่างสนอกสนใจมันเป็ผลึกสีฟ้าใสที่มีขนาดใหญ่เกือบๆ 4 เมตรเห็นจะได้
“นั่นก็คือผลึกที่ใช้เป็จุดเซฟสำหรับการเดินทางน่ะค่ะ”
กระทั่งมีเสียงหวานๆ ทักมาจากด้านหลังอีกครั้งโจ๊กจึงชะงักและหันมามองพลันได้เห็นสาวน้อยในชุดเสื้อคลุมสีขาวที่สวมทับร่างบางกับกางเกงแบบขาสามส่วนดูทะมัดทะแมงเรือนผมสีดำถูกรวบเป็หางม้าไว้ตรงปลายผมและพาดไว้ตรงไหล่ซ้ายดูน่ารักไม่หยอกโดยเฉพาะรอยยิ้มของเธอที่ทำให้รู้สึกชวนมอง
“คุณรินเหรอครับ?”
“ใช่สิคะ เพิ่งจะเจอหน้ากันเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนี่เองลืมกันซะแล้วเหรอคะ?”
สาวน้อยถามพลางยิ้มหวานให้อันที่จริงเขาเองไม่มีทางลืมหน้าของคนที่เพิ่งจะเจอกันได้หรอก(โดยเฉพาะคนที่สวยขนาดนี้)แต่เสื้อผ้าของเธอที่เปลี่ยนไปมากกว่าที่มันรู้สึกแปลกตา
“อ๋อ เสื้อพวกนี้น่ะเหรอคะ?”รินยิ้มกว้างพลางก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองอย่างรู้ทัน“มันเป็ชุดที่ฉันใส่ในเกมน่ะค่ะพอออนไลน์เข้ามาในอาเคเดียก็จะถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มาสวมชุดนี้ทันทีอันที่จริงของพี่เองก็เปลี่ยนไปแล้วนะคะ”
โจ๊กชะงักพลางก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองจึงได้รู้ว่าเขาเองก็หันมาสวมชุดเสื้อแขนสั้นแบบมีกระดุมตรงคอสามเม็ดเป็ผ้าที่เหมือนลินินตัวบางๆสีเทาอ่อนกับกางเกงผ้าแบบขาสามส่วนและรองเท้าแตะแบบหุ้มส้นดูราคาถูกความรู้สึกมันก็เหมือนพวกชุดของพวกชาวบ้านในหนังหรือการ์ตูนแนวแฟนตาซีตะวันตกอยู่หรอก...แต่ประเด็นก็คือเขามาสวมชุดแบบนี้ั้แ่เมื่อไร!?
“อย่างที่บอกไว้ค่ะตอนนี้พวกเราสองคนถูกส่งมาที่โลกอาเคเดียเป็ที่เรียบร้อยแล้วทั้งร่างกายและเสื้อผ้าของเราจะถูกแยกออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงค่ะ”อธิบายแล้วรินก็หมุนตัวเล็กๆ “อย่างชุดที่รินใส่ก็จะเป็เสื้อผ้าแบบระดับกลางๆราคาก็ไม่แพงมากส่วนชุดที่พี่ใส่อยู่ก็จะเป็ชุดของพวกซัมมอนเนอร์ฝึกหัดที่เพิ่งเข้าเกมเป็ครั้งแรกน่ะค่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับพลางลองขยับร่างกายของเขาดูพอเอามือมาตีที่แขนเบาๆ ความรู้สึกที่ร่างกายโดนปะทะมันก็สมจริงอย่างถึงที่สุดทั้งสายลมที่พัดผ่านไป เสื้อผ้าที่ััร่างกาย กลิ่นของหญ้าที่ลอยขึ้นมาเตะจมูก
ทุกๆ อย่างมันเหมือนจริงไปเสียทั้งหมด
“สมจริงมากเลยใช่มั้ยล่ะค่ะ”รินถามด้วยรอยยิ้ม “นี่ล่ะค่ะอาเคเดียดินแดนที่ซัมมอนเนอร์อย่างพวกเราสามารถเดินทางเพื่อมาผจญภัยในโลกของ AOS ได้ล่ะ”
เห็นดังนั้นแล้วสีหน้าที่เรียบเฉยของชายหนุ่มก็ดูจะเปลี่ยนไปดวงตาสีสนิมเหล็กของเขามองไปรอบๆ ด้วยท่าทางตื่นเต้นมันเป็ครั้งแรกที่เขาเพิ่งจะเคยเล่นเกมออนไลน์แบบนี้มาก่อนความสมจริงที่ได้ัันั้นต้องยอมรับเลยว่ามันช่างดูน่าทึ่งนักและท่าทางที่ตื่นเต้นของเขานี่ล่ะที่ทำให้สาวน้อยตรงหน้าต้องหัวเราะร่า
“พี่โจ๊กไม่เคยเล่นเกมออนไลน์มาก่อนเลยเหรอคะนอกจาก AOS แล้วเนี่ย?”
“ไม่เคยครับ” เขาส่ายหน้า“ถ้าจะมีเล่นเกมบ้างก็คงจะเป็พวกเกมพัซเซิ้ลโง่ๆ หรือไม่ก็พวกเกมทำฟาร์มในโทรศัพท์มือถือน่ะครับ”
ได้ยินคำตอบนั้นแล้วรินก็หัวเราะคิกคักกับท่าทางเปิ่นๆของชายหนุ่มตรงหน้าขึ้นมาทันที
“ถ้างั้นตามมาสิคะตรงนี้เป็จุดเกิดสำหรับผู้เล่นใหม่ทุกคนอยู่แล้ว รินเองก็เพิ่งจะรีบเทเลพอร์ตมาจากที่อื่นเพื่อมารับพี่โจ๊กเหมือนกันเดี๋ยวรินจะพาไปเมืองเริ่มต้นสำหรับมือใหม่เองค่ะ เดินไปไม่ไกลจากตรงนี้หรอก”
โจ๊กเพียงพยักหน้ารับและหันไปมองตามนิ้วของเธอที่ชี้ไปอีกด้านหนึ่งกระทั่งมองทอดสายตาออกไปจึงได้เห็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงหน้าโดยที่มีลำธารขนาดย่อมพาดขวางพร้อมกับสะพานไม้ใช้สำหรับเดินข้ามไป
“AOS น่ะ เป็การ์ดเกมที่ผสมผสานเข้ากับรูปแบบของ MMORPG เข้าไปในตัวน่ะค่ะ”รินอธิบาย “ในโลกนี้เราจะแทนตัวของผู้เล่นทุกคนว่า ซัมมอนเนอร์ (ผู้อัญเชิญ)ที่จะออกเดินทางในโลกอาเคเดียที่มีเื่ราวมากมายให้พวกเราผจญภัยกันโดยที่การ์ดจะเป็ตัวเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกกับอาเคเดียไว้ด้วยกันเพราะเราจะสามารถใช้งานการ์ดพวกนี้ได้ทั้งในและนอกเกมยังไงล่ะค่ะ”
“MMORPG นี่ก็คือเกมแนวที่มีเนื้อเื่ให้พวกเราเข้าไปผจญภัยใช่มั้ยครับ?”โจ๊กถาม
“ใช่แล้วค่า”
“แล้วที่ผมเคยเห็นพวกโปรเพลย์เยอร์เขาไปแข่งทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอะไรนั่นล่ะครับ?”
“นั่นจะเป็ระบบดูเอลซึ่งก็คือจุดเด่นของAOS น่ะค่ะ”
“ดูเอล?”
“ก็คือการที่ซัมมอนเนอร์สองคนขึ้นไปมาต่อสู้กันเองยังไงล่ะคะ”รินยิ้มรับ “เราจะแบ่งส่วนของเกมนี้ได้สองส่วนก็คือ โลกอาเคเดียก็คือโลกที่ซัมมอนเนอร์ทุกคนจะเข้ามาผจญภัยเก็บค่าประสบการณ์และสนุกไปกับเกมได้อย่างเต็มที่น่ะค่ะส่วนโลกภายนอกที่มีการจัดทัวร์นาเมนต์แข่งขันขึ้นมาจะเป็โลกที่ซัมมอนเนอร์ใช้เป็ลานประลองต่อสู้กันเองอันที่จริงในอาเคเดียพวกเราก็สามารถที่จะดูเอลกันได้เหมือนกันแต่ว่าส่วนใหญ่เขาจะนิยมดูเอลกันด้านนอกเพราะว่ามันสามารถทำที่ไหนเมื่อไรก็ได้เพราะเครื่องดูเอลซิมูเรตมันมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องออนไลน์น่ะค่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับพลางทำความเข้าใจเพราะส่วนใหญ่หากขึ้นชื่อว่าการ์ดเกมแล้วมันก็คือการจัดการ์ดหนึ่งสำรับมาและนำมาเล่นกับผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเป็ตาๆไป เขาจึงกำลังสงสัยอยู่แล้วมันจะนำมาผสมกับเกมแนว RPG ได้อย่างไร
“โอเค ถึงเมืองแล้วล่ะค่า นี่คือเมืองโลเวร่า เป็เมืองเริ่มต้นสำหรับซัมมอนเนอร์หน้าใหม่ค่ะ”
ไม่ช้าพอทั้งสองเดินมาจนถึงเมืองที่เห็นทีแรกรินก็ผายมือและแนะนำสถานที่ดังกล่าว มันเป็เมืองเล็กๆที่มีกำแพงเตี้ยจนสามารถมองเห็นตัวเมืองด้านในได้ชัดเจนตึกรามบ้านช่องดูจะสร้างจากหินลักษณะดูโบราณเหมือนเมืองชนบทในหนังแนวแฟนตาซีไม่มีผิดตัวเมืองดูน่ารักสะอาดสะอ้านและท่าทางจะมีคนแวะเวียนเข้ามาเยอะกันทีเดียว
“แล้วนั่นเขาต่อแถวอะไรกันเหรอครับ?”
โจ๊กถามพลางชี้ไปตรงหน้าประตูเข้าเมืองซึ่งตรงนั้นจะมีร่างของผู้คนเกือบๆ 30 ชีวิตเห็นจะได้ยืนต่อแถวเพื่อที่จะเข้าเมืองโดยที่มีทหารสวมชุดเกราะยืนขวางทางเอาไว้เหมือนกับการตรวจคนเข้าเมืองไม่มีผิด
“นั่นคือซัมมอนเนอร์หน้าใหม่ทุกคนที่ล็อคอินเกมเป็ครั้งแรกค่ะ”รินยิ้มร่า “เพราะว่าซัมมอนเนอร์หน้าใหม่ทุกคนจะต้องทำการลงทะเบียนผู้เล่นกับ NPC เพื่อที่จะให้พวกเขาได้อธิบายกฎและระบบของเกมให้ยังไงล่ะคะพวกนั้นก็เลยต่อแถวกันเพื่อที่จะได้ลงทะเบียนกับเมืองเริ่มต้นไงคะ”
“อ๋อ....”
โจ๊กลากเสียงพลางมองแถวที่ขยับไปเรื่อยๆพร้อมกับผู้เล่นที่อยู่หน้าแถวซึ่งหายวับไปต่อหน้าทหารยามที่ตรวจคนเข้าเมืองอยู่คาดว่าคงจะโดนส่งไปอบรบกับ NPC เพื่อลงทะเบียนแน่ๆ
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องไปต่อแถวนั้นด้วยสินะครับ?”โจ๊กถาม
“อ้อ ไม่ต้องหรอกค่ะแถวพวกนั้นน่ะสำหรับซัมมอนเนอร์หน้าใหม่ที่เข้าเกมมาโดยไม่มีคนนำทางเท่านั้นส่วนพี่โจ๊กน่ะมากับฉันได้เลย เดี๋ยวฉันจะพาเข้าเมืองเองค่ะ”
ว่าแล้วสาวน้อยคนสวยก็กวักมือให้เขาเดินตามไปกระทั่งเธอตรงปรี่ไปยังช่องทางเข้าอีกด้านหนึ่งของประตูที่มีเพียง NPC ผู้หญิงในชุดเอี๊ยมสีน้ำตาลและสวมหมวกดูน่ารักยืนเฝ้าประตูนั้นเอาไว้
“สวัสดีค่ะซัมมอนเนอร์ทั้งสองท่านมีอะไรให้รับใช้มั้ยคะ?” หญิงสาวคนนั้นถามเรือนผมสีแดงของเธอถักเป็เปียคู่ทำให้ดูน่ารักไม่หยอก
“ฉันพาผู้เล่นใหม่มาลงทะเบียนค่ะส่วนนี้คือเควสสำหรับการแนะนำผู้เล่นของฉันค่ะ”
รินพูดเสียงใสพลางเอื้อมมือไปด้านหน้าเท่านั้นเองก็มีการ์ดใบหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมาจากมือของเธอจนทำให้โจ๊กต้องเปิดตากว้างขึ้น เขาก็อยากจะถามหรอกนะว่าเธอทำได้ยังไงแต่สาวเปียแดงคนนั้นคว้าการ์ดใบนั้นไปจากมือของรินเสียก่อน ซึ่งพอมองดีๆมันก็คือการ์ดที่มีคำว่า “เควส” เขียนไว้ด้านหน้าเป็การ์ดใบเดียวกับที่เจ๊ฝนส่งให้เธอก่อนจะเข้ามาในอาเคเดียแห่งนี้
“อื้อ...เควสช่วยเหลือผู้เล่นใหม่สินะคะ”
สาวผมแดงพูดยิ้มๆพลางเขย่ามือที่ถือการ์ดนั้นอยู่เบาๆ การ์ดนั้นสลายตัวเป็ละอองก่อนจะขยายขึ้นเป็บานหน้าต่างข้อมูลสีฟ้าที่ลอยหวืออยู่ตรงหน้าของเธอทันทีนั่นทำให้โจ๊กผงะไปอีกครั้ง
เควส
ระดับ E
ช่วยเหลือผู้เล่นใหม่
*แนะนำระบบของเกม
*ชนะการดูเอลกับ BOT หนึ่งครั้ง
รางวัล * เรติน่าแพ็ค 2 EA
โจ๊กเพ่งสายตาเพื่ออ่านตัวหนังสือบนหน้าต่างข้อมูลนั้นก็พอจะเข้าใจว่ามันคือรายละเอียดของเควสนั่นเองซึ่งหญิงสาวผมแดงคนนั้นอ่านข้อมูลได้ไม่นานเธอจึงยิ้มและเปลี่ยนหน้าต่างนั้นกลับมาในรูปแบบการ์ดและยื่นมันคืนให้กับริน
“รับทราบค่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะลงทะเบียนให้กับคุณซัมมอนเนอร์มือใหม่ท่านนี้เองนะคะ”
“วานด้วยค่า” รินรับคำเสียงใส
ไม่ช้าหญิงสาวทั้งสองจึงหันมามองนายโจ๊กเป็ทางเดียวเขาเลิกคิ้วขึ้นแบบงงๆ ก่อนที่รินจะนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้สอนเื่สำคัญอีกอย่างหนึ่งให้ผู้ชายคนนี้รู้
“พี่โจ๊กต้องเอาไอดีการ์ดให้กับเธอน่ะค่ะ”
“ไอดีการ์ด?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น
“ทำแบบนี้นะคะ ยื่นมือขวาขึ้นมา”รินแสดงให้ดู “แล้วทีนี้ก็พูดว่า ไอดีการ์ด ค่ะ”
สิ้นเสียงนั้นเองก็มีการ์ดสีเขียวปรากฏขึ้นมาในมือของเธอทันทีโจ๊กเห็นแล้วก็ดูมีท่าทีสนใจเขาลองทำตามที่สาวน้อยคนนี้สอนบ้างและทันทีที่เอ่ยคำว่าไอดีการ์ดดูเท่านั้นการ์ดสีดำแบบที่เขาเพิ่งจะได้รับมาจากเจ๊ฝนก็โผล่ขึ้นมาบนมือของเขาจนรับเอาไว้แทบไม่ทัน
“ง่ายใช่มั้ยล่ะคะ” รินยิ้มร่า “แรกๆอาจจะต้องสั่งการด้วยเสียงว่า้าจะเรียกการ์ดอะไรออกมาอีกหน่อยถ้าหากว่าชำนาญแล้วล่ะก็พี่สามารถคิดในใจและสั่งการด้วยสมองเรียกการ์ดที่้าขึ้นมือมาได้แบบไม่ต้องออกเสียงเลยนะคะ”
คงจะเป็แบบที่สาวน้อยคนนี้ทำเมื่อครู่โจ๊กเองก็ดูจะมีท่าทีที่สนใจกับมายากล(?) พิลึกๆ ที่เขาเพิ่งจะทำได้กระทั่งรินส่งสัญญาณว่าให้รีบๆนำไอดีการ์ดที่ว่านั่นส่งไปให้สาวผมแดงตรงหน้าเสียที
“โอเคค่ะซัมมอนเนอร์....โจ๊กเกอร์สินะคะ?”
สาวผมแดงคนนั้นยิ้มรับหลังจากสะบัดการ์ดนั้นไปเบาๆขยายตัวกลายเป็หน้าต่างข้อมูลเธอก็ไล่นิ้วดูทั้งรูปถ่ายใบหน้าตรงของนายโจ๊กที่ไม่รู้ว่าไปถ่ายมาตอนไหนพร้อมกับข้อมูลในการลงทะเบียนทั้งหมดที่น่าจะชี้ชัดว่าเป็มือใหม่ที่ล็อคอินเข้ามาครั้งแรกจริงๆ
“เรียบร้อยค่ะลงทะเบียนซัมมอนเนอร์หน้าใหม่เสร็จสิ้น ยินดีต้อนรับคุณโจ๊กเกอร์สู่เมือง โลเวร่าของพวกเราค่ะ ขอให้ทั้งสองท่านสนุกกับการผจญภัยนะคะ”
สาวผมแดงพูดด้วยรอยยิ้มหวานกระทั่งเธอปิดหน้าต่างข้อมูลนั้นลงจนกลายเป็ละอองพุ่งเข้ามาในตัวของโจ๊กเองโดยที่เขาได้แต่ชะงักไปหญิงสาวคนนั้นผายมือเพื่อเป็การเชิญให้ซัมมอนเนอร์ทั้งสองท่านผ่านเข้าไปในเมืองได้ซึ่งรินเองก็ยังคงหัวเราะขำกับท่าทางงงๆ ของโจ๊กก่อนจะสะกิดให้เดินตามมา
“เข้าไปด้านในกันก่อนเถอะค่ะพี่โจ๊ก”
ว่าแล้วรินก็เดินนำเข้าไปส่งให้ชายหนุ่มต้องก้าวเท้าตามเดินผ่านหญิงสาวผมแดงคนนั้นที่โค้งให้อย่างงดงามท่ามกลางสายตาของพวกมือใหม่คนอื่นๆที่ต่อแถวรอและเริ่มจะโวยวายขึ้นมาแล้วว่าทำไมมีคนได้ลัดคิวเข้าเมืองก่อนแบบนี้
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้คือทีมงานของ AOS เหรอ?” โจ๊กถาม
“อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ เธอเป็ NPC น่ะค่ะ”
“NPC?”
“ค่ะ เป็ระบบ AI ที่สามารถคุยตอบโต้กับพวกเราได้ไม่ได้เป็มนุษย์แบบเราหรอกค่ะ”
โจ๊กร้องอ๋อขึ้นมา ก่อนจะชำเลืองหันไปมองNPC สาวที่ว่าคนเมื่อกี้ซึ่งเธอก็โบกไม้โบกมือกลับมาให้ด้วยท่าทางร่าเริงชนิดที่มองแทบไม่ออกเลยว่านั่นคือ AI ด้วยซ้ำ
“ที่นี่น่ะดูง่ายๆค่ะว่าตัวละครไหนที่เป็ NPC หรือว่าซัมมอนเนอร์ ด้วยกัน ถ้าดูตรงเหนือศีรษะของทุกคนดีๆก็จะเห็นสัญลักษณ์ไอคอนที่เป็รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดลอยอยู่้าน่ะค่ะถ้ามีสัญลักษณ์พวกนี้ก็จะถือว่าเป็ซัมมอนเนอร์ยังไงล่ะคะ ส่วนคนที่ไม่มีก็เป็ NPCทั้งหมด”
“อ๋อ...”
โจ๊กลากเสียงแบบเข้าใจ ขณะที่หันไปมองทางรินเองพอเพ่งดีๆแล้วก็จะเห็นสัญลักษณ์ที่ว่านั้นลอยอยู่บนหัวของเธอซึ่งหากไม่ได้เพ่งสายตามองระบบก็จะปิดสัญลักษณ์พวกนี้ไปเพื่อไม่ให้รกสายตา
“เอาล่ะ ทีนี้ก็ขอแนะนำเมืองก่อนนะคะ”รินพูดพลางผายมือไปรอบๆ “ที่นี่ก็คือเมืองเริ่มต้นของเกมจะเป็เมืองที่เหล่าซัมมอนเนอร์ทุกคนจะต้องมานับหนึ่งกันที่จุดนี้ทั้งหมดภายในเมืองจะมีร้านค้ามากมายที่คอยขายสิ้นค้าเพื่ออำนวยความสะดวกพวกเราแล้วก็ยังมีสำนักงานเควสที่จะ คอยมอบภารกิจให้เราไปทำในอาเคเดียยังไงล่ะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับในคำอธิบายนั้นพลางมองไปรอบๆ เมืองด้วยความสนใจในนั้นมีซัมมอนเนอร์จำนวนไม่น้อยที่กำลังเดินพล่านอยู่ทั่วทั้งเมืองภายในสภาพชุดเสื้อผ้าที่ไม่แตกต่างจากของเขาเอาเสียเลยและรอบๆ ทางเดินก็ยังมีตลาดที่มี NPC คอยขายของ ร้านอาหารที่มีพวกซัมมอนเนอร์ไปใช้บริการและแน่นอนว่าตรงใจกลางเมืองนั้นมีตึกไม้ที่มีประตูแบบบานพับซี่เล็กๆตั้งอยู่พร้อมกับป้ายที่เขียนว่า “เควสเซ็นเตอร์” ติดไว้้าอีกด้วย
“แล้วสรุปว่าเควสนี่คืออะไรเหรอครับ?”โจ๊กถาม
“อ๋อ...เควสน่ะจะถือว่าเป็ภารกิจที่ทางเกมจะมอบให้กับซัมมอนเนอร์อย่างเราทำค่ะ ทุกๆครั้งที่เรารับเควสมาแล้วทำมันสำเร็จเราก็จะได้รับของตอบแทนกลับมาไม่ว่าจะเป็เงินหรือการ์ดหรือค่าประสบการณ์ที่เอาไปใช้อัพเลเวลได้แน่นอนว่ายิ่งเควสที่เราทำนั้นยากเท่าไร ค่าตอบแทนก็จะยิ่งสูงเท่านั้นค่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแต่ก็ยังมีบางอย่างที่เขายังสงสัยอยู่
“แล้วก่อนหน้านี้ที่ผมเห็นคุณรินรับเควสมาจากคุณฝนด้านนอกเกมล่ะครับ?”
“อันนั้นก็ถือว่าเป็เควสเช่นเดียวกันค่ะ”รินยิ้มร่า “คือใน AOS นั้นเราจะสามารถรับเควสได้จากทั้งในร้านการ์ดหรือCF หรือไม่ว่าจะเป็เควสภายในอาเคเดียได้ทั้งหมดซึ่งเควสที่เรารับในแต่ล่ะที่ก็จะมีภารกิจที่แตกต่างกันไปค่ะแม้แต่เควสที่เรารับจาก CF ก็จะแตกต่างกันไปแต่ล่ะสาขาด้วยซึ่งนั่นถือว่าเป็จุดเด่นของ AOS ที่ทำให้ซัมมอนเนอร์ทุกคนต้องออกเดินทางไปในหลายๆที่เพื่อหาเควสมาทำในอาเคเดียไงคะ”
ชายหนุ่มร้อง “อ๋อ” ขึ้นมาอีกครั้งพอจะเข้าใจแล้วว่าเควสคืออะไร
“ถ้าอย่างนั้นของรางวัลที่ได้จากเควสจากในอาเคเดียกับโลกด้านนอกก็แตกต่างกันด้วยสินะครับอย่างเช่นเควสในเกมก็จะได้รับของรางวัลในเกมส่วนเควสด้านนอกก็จะได้รับของรางวัลที่จับต้องได้จริงๆแบบที่คุณรินจะได้รับ?”
“ก็ไม่เสมอไปค่ะ บางทีของรางวัลที่เราได้จากอาเคเดียก็จะสามารถนำไปเบิกรางวัลจากด้านนอกเกมได้อย่างเช่นพวกซองการ์ดหรือแอซแซสซอรี่ต่างๆ ของการ์ดอะไรแบบนี้ แล้วแต่ว่าทาง CF แต่ล่ะที่จะกำหนดขึ้นมาน่ะค่ะ เขาจะใช้ไอดีการ์ดของเราเป็ตัวบันทึกข้อมูลถึงเวลาเราก็แค่เดินไปใน CF แล้วบอกว่ามารับของรางวัลจากเควสแค่นี้พอค่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับพลางชะโงกหน้าไปที่เควสเซ็นเตอร์ดังกล่าวแล้วพอได้เห็นว่ามีซัมมอนเนอร์จำนวนมากไปต่อแถวใช้บริการเควสพวกนั้นแล้วเขาก็ต้องถอนใจออกมายาวเหยียดนึกรู้เลยว่าอีกเดี๋ยวเขาเองก็คงต้องมีชะตาต้องไปอยู่ตรงนั้นด้วยแน่ๆ
“วันนี้เรายังไม่ต้องไปเข้าแถวเพื่อทำเควสอะไรนั่นหรอกค่ะพี่โจ๊ก”รินพูดขึ้น “ก่อนจะไปถึงตรงนั้นได้รินคงต้องสอนวิธีการใช้งานการ์ดให้กับพี่เสียก่อนตอนนี้ตัวของพี่น่ะได้ลงทะเบียนเข้าไปในเมืองแห่งนี้แล้วเพราะฉะนั้นหากตายจากการต่อสู้ขึ้นมา พี่ก็จะมาเกิดที่เมืองนี้แล้วล่ะค่ะเพราะงั้นเราก็ไม่มีธุระอะไรตรงนี้แล้ว”
“แล้วจะไปที่ไหนต่อเหรอครับ?”
โจ๊กถามอันที่จริงเขาเองก็อยากจะลองเดินสำรวจเมืองพวกนี้อยู่เหมือนกันแต่ภารกิจแรกที่ต้องทำเห็นจะเป็เื่ที่เขาจะต้องเรียนรู้วิธีการเล่นเกม AOS ให้ได้เสียก่อน
“แน่นอนว่าเป้าหมายหลักๆของการเข้ามาในอาเคเดีย ก็คือการต่อสู้กับมอนสเตอร์เพื่อเก็บค่าประสบการณ์ค่ะพี่โจ๊กคงจะพอรู้เื่เลเวลของผู้เล่นอะไรพวกนี้บ้างสินะคะ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าถึงจะไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเื่เกมนักแต่นี้ก็ถือว่าเป็เื่พื้นฐานของเกมทั่วๆ ไปอยู่แล้วยิ่งต่อสู้กับศัตรูมากเท่าไรตัวละครของเราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ
“ที่อาเคเดียก็จะมีสิ่งที่โลกภายนอกไม่มีซึ่งก็คือ มอนสเตอร์ ที่เพ่นพ่านอยู่ด้านนอกเมืองนั่นล่ะค่ะเป้าหมายของเราก็คือการไปต่อสู้กับมอนสเตอร์พวกนั้นเพื่อเก็บเลเวลให้ตัวเราและการ์ดของเรานั้นแข็งแกร่งขึ้นถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะพาไปลองเลยดีมั้ยคะ?”
“ครับ”
ไม่นานนักรินก็พาเขาเดินออกมาด้านนอกเมืองอีกครั้งแต่เป็คนล่ะประตูกับที่เข้ามาทีแรก
ในประตูอีกฝั่งนั้นดูเหมือนจะเป็พื้นที่ทุ่งหญ้ากว้างที่ติดกับทะเลพอดีพอทอดสายตายาวออกไปก็จะเห็นท้องทะเลที่สวยงามและกำลังสงบเป็อย่างยิ่งทิวทัศน์แถวนี้ก็ถือว่าสวยงามมากเพราะว่าท้องฟ้านั้นกำลังจะเข้าสู่่ยามเย็นพอดีแสงที่ออกมาสีส้มอ่อนๆ นั้นจึงชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
แต่นั่นไม่ใช่อะไรที่โจ๊กให้ความสนใจเลย
อาจจะเป็ร่างของเ้าก้อนเยลลี่ตัวใหญ่เกือบหนึ่งเมตรที่กำลังะโดึ๋งๆอยู่ตรงหน้าเขามากกว่าที่ทำให้ชายหนุ่มต้องหรี่ตามองสิ่งมีชีวิตที่ไม่ค่อยจะคุ้นตาตรงหน้านี้
“เ้านี่น่ะเหรอครับ มอนสเตอร์ที่ว่า?”โจ๊กถาม
“ค่ะ เ้านี่มีชื่อว่า วอร์เตอร์สไลม์เป็มอนสเตอร์เลเวลหนึ่งที่อ่อนแอที่สุดในเกมแล้วล่ะค่ะ”
รินพูดพลางเอื้อมมือไปด้านหน้าเพื่อทำอะไรซักอย่างกระทั่งมีบานหน้าต่างข้อมูลบานหนึ่งเปิดกว้างขึ้นตรงหน้าของเธอหญิงสาวทำการผลักหน้าต่างข้อมูลนั้นมาให้โจ๊กมองใกล้ๆมันเป็การ์ดที่มีหน้าตาเหมือนการ์ดเกมทั่วไป รวมถึงรูปของเ้า “วอร์เตอร์สไลม์”นี้อยู่พร้อมกับข้อมูลอีกด้วย
วอร์เตอร์สไลม์ LV1 (น้ำ)
เผ่า : เอเลเมนต์
โจมตี-1 ป้องกัน-1
พลังชีวิต : 120
แค่เห็นก็รู้ว่าเป็เพียงข้อมูลคร่าวๆของเ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ แต่ดูๆไปแล้วเ้านี้ก็ง่อยสมกับที่เป็มอนสเตอร์ที่อ่อนที่สุดในเกมจริงๆ เสียด้วยพลันทอดสายตายาวออกไป เขาจึงได้เห็นซัมมอนเนอร์คนอื่นๆนั้นไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับดงสไลม์พวกนี้เลย ราวกับว่าพวกมันอ่อนแอเกินไปจนเสียเวลาที่จะสู้ด้วย
พื้นที่ตรงนี้ก็เลยมีเ้าเยลลี่สีฟ้าพวกนี้ะโดึ๋งๆเต็มไปหมดจนชวนให้รู้สึกปวดหัวชอบกล
“เอาล่ะทีนี้เรามีเรียนรู้เื่การ์ดของAOS กันก่อนมั้ยคะ?”
“จะอธิบายตรงนี้เหรอครับ?”
โจ๊กถามพลางมองไปรอบๆเห็นเ้าสไลม์พวกนี้ะโผ่านไปมาแล้วหงุดหงิดชอบกล
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะเห็นเ้าพวกนี้ะโไปมาแล้วน่ารักดีออก” รินหัวเราะร่า “อันดับแรกนะคะพี่โจ๊กพี่ต้องรู้ก่อนว่าพวกเราซัมมอนเนอร์น่ะไม่มีพลังหรือเวทมนตร์ใดๆที่จะเอาไปใช้ต่อสู้กับมอนสเตอร์พวกนี้ได้เลย ต่อให้เป็เ้าเยลลี่ตัวน้อยพวกนี้ ต่อให้พี่วิ่งไปเตะมันเต็มแรงมันก็ไม่สามารถทำอะไรเ้าสไลม์พวกนี้ได้กลับกันพี่จะโดนมันหันกลับมาแว้งกัดจนตายได้เองด้วยซ้ำ”
“อ่าว...แล้วเราจะสู้กับมันได้ยังไงกันล่ะครับ?”โจ๊กถาม
“ด้วยการ์ดไงคะ”
พูดแล้วรินจึงยกมือขึ้นมาตรงหน้า กระทั่งมีการ์ดอยู่สามใบปรากฏขึ้นมาบนมือของเธอ
“ความสามารถเดียวที่พวกเราซัมมอนเนอร์ทำได้ก็คือการใช้พลังของการ์ดพวกนี้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ค่ะซึ่งการ์ดพวกนี้ก็จะเป็การ์ดชุดเดียวกันกับที่ฉันใส่เข้าไปในไอดีสล็อตของพี่ก่อนจะออนไลน์เข้ามายังไงล่ะคะ”
“อ๋อ ...แบบนี้นี่เองใช้การ์ดจากด้านนอกเข้ามาในอาเคเดียได้ด้วยสินะครับ?”
“ถูกต้องค่ะ” รินยิ้มรับ“โดยที่การ์ดของ AOS นั้นจะถูกแบ่งออกมาได้สามชนิดด้วยกันตามนี้ค่ะ”
สิ้นเสียงนั้นรินก็สะบัดมือเล็กๆส่งให้การ์ดทั้งสามใบหายไปและกลายเป็หน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้าของโจ๊กทันทีซึ่งการ์ดทั้งสามใบนั้นก็มีรูปร่างหน้าตาและสีที่แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง
“อันดับแรกเราจะเรียกกันว่า ฮาล์ฟค่ะ”
“ฮาล์ฟ?” โจ๊กหรี่ตาลง
“ฮาล์ฟในที่นี่ก็คือ สัตว์อสูรที่เราจะเรียกออกมาใช้ในการต่อสู้ค่ะ ซึ่งก็คือใบนี้ค่ะ”
รามีน่า LV19 (ลม)
♦♦♦♦♦
เผ่า : เอลฟ์
*เมื่อใช้การ์ดไอเท็มกับดัก รามิน่าจะบวกพลัง 1/1*
โจมตี-5 ป้องกัน-4
พลังชีวิต 1,850 (DP-6)
ในรูปนั้นเป็ภาพของเอลฟ์สาวผมสีดำยาวที่สวมฮูดสีเขียวและวิ่งอยู่ในป่าโดยถือธนูอยู่ข้างกายอีกด้วยเป็ภาพประกอบที่สวยกว่าเ้าสไลม์นั้นเป็ไหนๆ ซ้ำยังดูแข็งแกร่งกว่ามาก
“ซึ่งวิธีใช้งานเราจะทำกันแบบนี้ค่ะ”
สิ้นเสียงนั้นรินก็เรียกการ์ดใบดังกล่าวขึ้นมาอยู่ในมือของเธออีกครั้งก่อนจะสลัดมือไปอีกด้านก่อให้เกิดวงแหวนเวทมนตร์สว่างจ้าขึ้นตรงด้านหน้าของเธอการ์ดในมือสลายหายไป พร้อมกับมีร่างของใครบางคนโผล่ออกมาแทนที่
“โอ้...”
โจ๊กเผลออุทานขึ้นมาเพราะคนที่พุ่งออกมาจากวงแหวนเวทนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากนักธนูเอลฟ์สาวผมยาวที่เขาเห็นในการ์ดเมื่อครู่นี้ที่ตอนนี้ออกมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าของรินพร้อมกับโค้งศีรษะให้ผู้เป็นายอย่างนอบน้อมที่สุดกระทั่งรินนั้นเผยรอยยิ้มขึ้น
“นี่ล่ะค่ะฮาล์ฟของรินที่เราเรียกพวกเขาว่าฮาล์ฟก็เพราะว่าพวกเขาคือครึ่งหนึ่งของชีวิตซัมมอนเนอร์ยังไงล่ะคะพวกเราจะสละพลังเวทมนตร์หรือที่เรียกว่ามานาในร่างกายตัวเองเพื่อที่จะเรียกให้พวกเขาออกมาช่วยเราต่อสู้ได้ ส่วนนี้ก็คือรามีน่า เป็คู่หูของรินเองค่ะ”
ว่าแล้วเอลฟ์สาวคนนั้นก็ยอบตัวลงทักทายโจ๊กอย่างนอบน้อมอีกคนทำเอาเขาต้องเผลอโคลงศีรษะรับโดยไม่ทันตั้งตัวส่งให้รินต้องยิ้มร่า
“แน่นอนว่าพอเราสามารถเรียกฮาล์ฟออกมาได้แล้วเราก็จะสั่งให้เขาทำอะไรก็ได้ค่ะ” ว่าแล้วรินก็หันไปมองสไลม์ตัวหนึ่งเข้า“รามีน่าจัดการเ้าเยลลี่น้อยตัวนั้นเลย”
สิ้นคำสั่งนั้นเอลฟ์สาวก็หมุนตัวไปทางเป้าหมายมือขวาหยิบลูกธนูด้านหลังขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะตั้งคันศรน้าวลูกธนูและปล่อยออกไปในฉับพลันธนูดอกนั้นเสียบเข้ากลางลำตัวของสไลม์สีฟ้าอย่างแม่นยำก่อนที่มันจะแตกสลายกลายเป็ละอองพร้อมกับมีการ์ดใบหนึ่งตกลงมาบนพื้นพร้อมกับเหรียญทองสองสามเหรียญ
“แบบนี้ล่ะค่ะ”
รินหันมายิ้มหวานให้กับโจ๊กได้เห็นซึ่งชายหนุ่มก็ทำได้แค่กะพริบตาปริบๆ เท่านั้นเอง
“...แล้วการ์ดกับเหรียญที่ตกอยู่บนพื้นนั่นคืออะไรเหรอครับ?”โจ๊กถาม
“เป็ไอเท็มที่เราจะได้ทุกครั้งหลังจากฆ่ามอนสเตอร์ได้น่ะค่ะพวกสไลม์ก็คงไม่ได้ดร็อบอะไรมาให้มากมายนักหรอกก็คงเป็ชิ้นส่วนสไลม์เอาไว้ขายกับเงินอีกนิดๆ หน่อยๆ น่ะค่ะ”
เธอพูดพลางหันมาอธิบายต่อ
“ทีนี้พอจะเข้าใจแล้วสินะคะว่าการ์ดฮาล์ฟนั้นทำอะไรได้บ้าง?”
“ครับ” โจ๊กพยักหน้ารับ
“ดีค่ะซึ่งฮาล์ฟพวกนี้จะมีหลากหลายเผ่าพันธุ์และหลากหลายธาตุให้เลือกใช้งานตามแต่ชุดเด็คที่เราจัดขึ้นมาน่ะค่ะอย่างชุดเด็คที่ฉันจัดขึ้นมาก็จะใช้รามิน่าเป็ฮาล์ฟคู่หูเพราะฉะนั้นเด็คของฉันก็เลยจะจัดได้เฉพาะการ์ดเผ่าเอลฟ์แล้วก็ธาตุลมตามรามิน่าทั้งหมดน่ะค่ะนอกจากนี้ก็ยังมีเผ่าให้เลือกใช้อีกมากมายทั้ง นักรบ สัตว์ป่า ั จอมเวทอะไรแบบนี้ล่ะค่ะ”
นายจักรรินทร์พยายามทำความเข้าใจทั้งหมดกับความรู้เบื้องต้นพวกนี้ตอนนี้ก็รับรู้ไปก่อนว่ามันก็คือการ์ดที่จะใช้เรียกเอาขุนพลออกมาช่วยต่อสู้ได้ส่วนชนิดและรูปแบบต่างๆ คงต้องไปเรียนรู้แบบละเอียดอีกที
“งั้นเรามาที่การ์ดชนิดต่อไปเลยนะคะ”รินพูดลางขยับบานหน้าต่างอีกใบหนึ่งให้เห็นชัดๆ “การ์ดชนิดที่สองจะเรียกว่าสกิลการ์ด เป็การ์ดที่ใช้เพื่อเสริมพลังให้กับฮาล์ฟของเราและสามารถใช้ทักษะพิเศษในการโจมตีหรือป้องกันออกไปได้ค่ะ...อย่างเช่นใบนี้”
มิราเคิ้ลช็อต
♦♦♦
เงื่อนไข : เอล์ฟ , ธนู
โจมตีศัตรูสามตัวเข้าจุดตายบวกพลังโจมตีอีก 2 หน่วย (ติดตั้งเดธมาร์กไว้ที่ศัตรูที่โดนโจมตี)
สิ้นคำอธิบายนั้นแล้วรินก็คว้าการ์ดใบนั้นไว้ในมือชี้ไปทางนักธนูเอลฟ์ของเธอการ์ดนั้นสลายหายไปกลายเป็แสงพุ่งไปอยู่รอบตัวของรามีน่าเอลฟ์สาวคว้าลูกธนูมาขึ้นลำน้าวเอาไว้ก่อนที่ลูกธนูนั้นจะส่องแสงสว่างจ้าขึ้นและถูกยิงออกไปเป็ลำแสงสีเหลืองทองสามเส้นพุ่งโค้งเข้าโจมตีใส่สไลม์สามตัวที่ะโอยู่ไม่ห่างจนตัวแตกตายคาที่ไปอีกสามตัว
“ก็ทำนองนี้ล่ะค่ะเพราะว่าสกิลการ์ดนั้นจะทำให้ฮาล์ฟของเราโจมตีได้รุนแรงและมีความสามารถพิเศษแฝงไปในตัวด้วยไม่เพียงแค่โจมตีแต่ยังมีพวกการป้องกันหรือเสริมพลังให้ฮาล์ฟแข่งแกร่งขึ้นได้อีกด้วยนะคะโดยสกิลการ์ดแต่ล่ะใบก็จะมีเงื่อนไขที่จะต้องใช้งานได้ให้เหมาะสมกับฮาล์ฟของเราที่ถูกอัญเชิญมาด้วยอย่างเช่นการ์ดใบเมื่อครู่้าให้ฮาล์ฟของเราเป็ เอลฟ์ แล้วก็ใช้ธนูเป็อาวุธด้วย ซึ่งรามีน่าของฉันตรงทุกความ้าจึงใช้งานได้ค่ะ”
“ครับ”
โจ๊กพอจะเข้าใจในส่วนนี้แล้วกระทั่งมองไปเห็นที่ข้อมูลการ์ดฮาล์ฟของเอลฟ์สาวคนนั้นที่มีสัญลักษณ์อะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมาตรงด้านล่างเขาจึงชี้ถามออกไป
“แล้วนี่สัญลักษณ์อะไรงั้นเหรอครับ?”
“อ๋อ อันนี้น่ะเหรอคะมันเรียกว่าสกิลสแต็กน่ะค่ะ”
“สกิลสแต็ก?” โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น
“ในทุกๆ การใช้งานสกิลการ์ดน่ะค่ะถ้ามันตรงตามที่ฮาล์ฟของเรากำหนดไว้ทุกครั้งมันก็จะทิ้งสกิลสแต็กเอาไว้ให้ฮาล์ฟค่ะซึ่งยิ่งฮาล์ฟสะสมสกิลสแต็กเอาไว้ในตัวมากแค่ไหนก็จะเก่งขึ้นเท่านั้นอย่างรามีน่าของฉันมีสกิลติดตัวที่บอกว่าหากสะสมสกิลสแต็กธาตุลมได้ครอบสองครั้งค่าพลังของเธอก็จะเพิ่มขึ้น20% และหากสะสมได้ครบห้าครั้ง เธอก็จะสามารถใช้งานอัลติเมตสกิลได้ค่ะ”
“อัลติเมตสกิล?”
“จะเรียกว่าท่าไม้ตายของฮาล์ฟแต่ล่ะตัวก็ได้ซึ่งหากเป็การดูเอลกับซัมมอนเนอร์ด้วยกันแต่ล่ะฝั่งจะสามารถใช้อัลติเมตสกิลได้คนล่ะครั้งต่อเกมเท่านั้นส่วนถ้าหากเป็การต่อสู้กับมอนสเตอร์ในอาเคเดียเราจะใช้กี่ครั้งก็ได้ตามที่มานาของเราจ่ายไหวน่ะค่ะมันเป็รายละเอียดเชิงลึกที่เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังอีกทีนะคะ”
โจ๊กพยักหน้ารับแบบพยายามทำความเข้าใจเื่นี้ก็เป็อีกเื่ที่เขาคงต้องไปทำความเข้าใจเองอีกที
“งั้นมาที่การ์ดชนิดสุดท้ายเลยนะคะ?”
“ครับ” โจ๊กพยักหน้ารับ
“ชนิดสุดท้ายนี้จะเรียกว่าไอเท็มการ์ด น่ะค่ะ” รินพูดยิ้มๆ พลางขยับหน้าต่างข้อมูลนั้นมาให้เห็นชัดๆ“ไอเท็มการ์ดนี้จะไม่มีอะไรซับซ้อนยุ่งยากเลยค่ะมันก็คือการ์ดที่เราจะสามารถเรียกเอาไอเท็มออกมาให้ฮาล์ฟของเราใช้งานหรือจะเป็ไอเท็มที่ออกมาช่วยสนับสนุนฮาล์ฟของเราก็แล้วแต่ค่ะอย่างเช่นการ์ดใบนี้....”
ทวินไนฟ์
♦♦
เงื่อนไข : เอล์ฟ
เพิ่มพลังโจมตี 2 หน่วย สามารถโจมตีศัตรูที่ติดสัญลักษณ์ “เดธมาร์ก”ได้แรงขึ้นสองเท่า
สิ้นเสียงนั้นแล้วรินก็หยิบการ์ดดังกล่าวมาใช้งานเปลี่ยนให้มันกลายเป็มีดสั้นสีเงินสองเล่มพุ่งตรงไปหาเอลฟ์สาวฮาล์ฟของเธอทันทีรามิน่ายกมือทั้งสองขึ้นรับมีดที่เ้านายส่งมาให้ได้ในท่าที่เท่ทีเดียวกระทั่งเธอควงมีดสีเงินนั้นไปมาเปลี่ยนจากนักธนูให้กลายเป็นักรบได้ในพริบตา
“ไอเท็มการ์ดที่เราใช้งานไม่เพียงจะช่วยทำให้ฮาล์ฟของเราเก่งขึ้นเท่านั้นนะคะมันยังมีไอเท็มบางชิ้นที่ช่วยเสริมพลังหรือรักษาอาการาเ็ของฮาล์ฟเราได้เป็การ์ดที่สำคัญมากที่จะทำให้เอาชนะศัตรูได้เลยล่ะค่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับอีกครั้งดูเหมือนการ์ดชนิดสุดท้ายนั้นจะไม่ได้มีวิธีการใช้งานที่ซับซ้อนอะไรแต่ให้เดามันก็คงจะมีรูปแบบของการ์ดที่แตกแขนงออกไปอีกหลายชนิดให้เขาไปศึกษาเพิ่มเติมขึ้นในทีหลังอีกเช่นเคย
“ถ้าอย่างนั้นเบื้องต้นก็คงจะราวๆนี้ล่ะค่ะ”
รินพูดพลางสะบัดมือไปอีกทีพริบตานั้นเองร่างของรามิน่าเอลฟ์สาวคนนั้นก็สลายกลายเป็ละอองพุ่งกลับเข้ามาในตัวของสาวน้อยคนนี้ในที่สุดเป็การส่งเธอกลับเข้ามาในการ์ดที่ดูเรียบง่ายแต่ก็แปลกตาสำหรับโจ๊กอยู่ดี
“ส่วนการ์ดแต่ล่ะใบนั้นมันจะมีคูลดาวน์หลังการใช้งานของมันอยู่นะคะพวกการ์ดฮาล์ฟหากตายในการต่อสู้ก็จะต้องรอเวลาหลายชั่วโมงกว่าที่พวกเขาจะฟื้นและพร้อมให้ใช้งานได้อีกส่วนพวกการ์ดสกิลหรือไอเท็มก็จะต้องรอให้มันคูลดาวน์ด้วยหลังใช้งานเช่นกันค่ะแต่ก็จะเร็วกว่าพวกฮาล์ฟมากแล้วก็มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่อีกเยอะแยะเดี๋ยวฉันจะไปอธิบายให้ฟังทางด้านนอกนะคะ ตอนนี้เรามาลองใช้การ์ดในการเล่นเกมกันก่อนเลยละกัน”
สาวน้อยพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะชี้มาที่นายจักรรินทร์
“พี่โจ๊กลองเรียกเอาไอดีการ์ดของพี่ขึ้นมาอีกครั้งสิคะ”
“ไอดีการ์ด?”
ชายหนุ่มจึงลองเรียกเอาไอดีการ์ดของเขาขึ้นมาได้อีกครั้งในที่สุดแม้ว่าจะยังไม่สามารถสั่งการด้วยสมองได้แต่ก็ถือว่าเริ่มจะใช้งานมันเป็มากขึ้นแล้ว
“ทีนี้เขย่ามันสองทีค่ะ”
“แบบนี้เหรอ?”
พลันเขย่าการ์ดไปสองทีตามที่บอกมันก็เปลี่ยนตัวเองกลายเป็หน้าต่างข้อมูลขึ้นมาในทันที
เห็นดังนั้นแล้วรินจึงขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ชิดกันแม้ว่าเธอจะตัวเล็กกว่าเขามากแต่ระยะใบหน้าของสาวน้อยคนนี้ก็จัดว่าใกล้กับเขามากทีเดียวด้วยความที่ไม่ค่อยจะคุ้นกับผู้หญิงเท่าไรนักกลิ่นหอมละมุนของสาวน้อยคนนี้ก็เลยทำให้เขารู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย แต่ไอ้ครั้นจะขยับตัวหนีก็กลัวจะเสียมารยาทเสียอีก
“พอเราเปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมาได้มันจะเป็ตัวเลือกให้เราตรวจสอบข้อมูลของเราได้น่ะค่ะ อย่างพวกเลเวล สเตตัสแผนที่โลก ไอเท็มที่มีในตัว รวมไปถึง เด็คลิสต์ ที่ใช้งานอยู่ตอนนี้ด้วยน่ะค่ะ”
ว่าแล้วรินก็ชี้นิ้วไปให้โจ๊กกดที่ปุ่ม“เด็คลิสต์” ดังกล่าวนั้นทันทีพริบตาเดียวเท่านั้นหน้าต่างข้อมูลบานใหม่ก็โผล่พรวดขึ้นมาตรงหน้าของทั้งสองคนเป็รูปของการ์ดจำนวน 50ใบที่เรียงกันแถวล่ะสิบใบโดยแยกประเภทและชนิดเอาไว้เพื่อให้ดูง่ายๆ อีกด้วย
“โอเคนี่คือเด็คทดสอบของทางร้านเราน่ะคะ จะเป็เด็คที่เลเวลเต็ม 30 แล้วทุกใบ จำนวน 50 ใบค่ะคลาสของการ์ดทดสอบนี้ก็จะเป็คลาสนักรบที่มีสมดุลดีแล้วก็เล่นได้ง่ายที่สุดคลาสหนึ่งค่ะแบ่งจำนวนเป็ ฮาล์ฟการ์ด 20 ใบ สกิลการ์ด 20 ใบ แล้วก็ไอเท็มการ์ด 10 ใบค่ะ”
รินอธิบายอย่างรวบรัดพอได้เห็นรู้แล้วว่าการ์ดแต่ล่ะใบทำอะไรได้บ้างทีนี้โจ๊กก็พอจะมองออกถึงความสามารถของมันรวมไปถึงความสามารถพิเศษของการ์ดแต่ล่ะใบรินเองก็ใจเย็นพอที่จะอธิบายความสามารถของการ์ดแต่ล่ะใบให้ฝั่งตรงข้ามเข้าใจทีล่ะใบๆจนโจ๊กรู้สึกเลยว่าผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างจะเป็คนใจเย็นแล้วที่สำคัญก็คือใจดีมากด้วย
จริงอยู่ว่าการทำเควสในครั้งนี้เธอจะได้รับรางวัลตอบแทนกลับไปด้วยก็ตามทีแต่การสอนของสาวน้อยคนนี้ก็ทำให้คนที่ไม่เคยแม้แต่จะเล่นเกมซักครั้งอย่างเขาเข้าใจได้ทั้งๆ ที่เธอจะอธิบายแบบส่งๆ แล้วก็ออกไปรับรางวัลกับเจ๊ฝนเลยก็ได้ยิ่งได้เรียนรู้เท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่มาศึกษาข้อมูลของเกมจากที่ร้านนี้
“เอาล่ะค่ะพอจะเข้าใจความสามารถการ์ดกับวิธีใช้งานมันแล้วสินะคะพี่โจ๊ก?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงขณะที่แยกตัวออกมาห่างจนทำให้โจ๊กที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดผู้หญิงเท่าไรต้องยิ้มเจื่อนๆและพยักหน้ากลับไปให้ อันที่จริงเสียงหวานๆและกลิ่นตัวที่หอมละมุนนั้นก็ทำให้เขาเสียสมาธิไปเหมือนกัน แต่โดยรวมสมองก็จดจำข้อมูลทั้งหมดเอาไว้เท่าที่จะทำได้แล้วเขาจึงพยักหน้ารับ
“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราลองเรียกฮาล์ฟออกมาต่อสู้ดูเลยค่ะ”
“โอเคครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะตั้งสมาธิอย่างตั้งใจเพราะไม่อยากจะให้คุณครูเธอต้องผิดหวัง
มือขวายื่นมาตรงด้านหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
“โอเบริก!”
เขาะโขึ้นกระทั่งการ์ดใบดังกล่าวนั้นปรากฏขึ้นมาในมือจนเ้าตัวเป่าปากโล่งอกมันเป็การ์ดที่ถูกเซ็ตให้เป็คู่หูของเด็คทดสอบนี้ หรือก็คือเอสการ์ดที่แข็งแกร่งที่สุดนั่นเอง
โอเบริก LV30 (ดิน)
♦♦♦♦♦♦
เผ่า : นักรบ
*เมื่อติดอาวุธพลังจะเพิ่มขึ้น 2/2*
*หากโดนโจมตีจนตาย สามารถสละอาวุธที่ถืออยู่เพื่อทำให้เป็ะได้ 2วินาที*
โจมตี-4 ป้องกัน-7
พลังชีวิต15,000 (DP-9)
“โอเคค่ะ ทีนี้ฉันจะอธิบายก่อนนะคะว่าทุกๆ ครั้งที่เราจะใช้งานการ์ดใบไหนก็ตามเราจำเป็ที่จะต้องจ่ายมานาในตัวเองออกไปทุกครั้งจึงจะร่ายมันออกไปได้ค่ะซึ่งค่ามานาในตัวเรานั้นจะมีตั้งต้นกันอยู่ที่ 10 หน่วยทุกคนค่ะ”รินอธิบายต่อด้วยรอยยิ้ม “พี่โจ๊กเห็นสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดตรง้าของการ์ดมั้ยคะตัวสัญลักษณ์นั้นจะหมายถึงจำนวนมานาที่เราจะต้องจ่ายในการร่ายการ์ดใบนั้นๆออกไปค่ะ อย่างเช่นการ์ดโอเบริกใบนี้ก็จะใช้มานาทั้งหมด 6 หน่วยในการใช้งาน”
“อย่างนี้นี่เอง” โจ๊กพยักหน้ารับพลางก้มลงมองการ์ดบนมือ“เดี๋ยวก่อนนะ แล้วการ์ดในเด็คของเราน่ะมันมีตั้ง 50 ใบขนาดนี้แต่แค่ใบนี้ใบเดียวยังใช้มานาไปตั้ง 6 หน่วย แล้วเราก็มีมานาแค่ 10หน่วยเองมันจะพอใช้งานเหรอครับ?”
หญิงสาวพยักหน้ารับในคำถามนั้นก่อนจะชี้นิ้วไปที่หน้าอกตัวเอง
“ไม่ต้องห่วงค่ะมานาในตัวเรานั้นจะฟื้นคืนมาหนึ่งหน่วยในทุกๆสามสิบวินาทีอยู่แล้วค่ะเพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้วิธีการคำนวณเวลาเอาในการต่อสู้แทนค่ะอีกอย่างมันมีเงื่อนไขหลายอย่างที่เราจะได้มานาคืนมาด้วยอย่างเช่นการ์ดสกิลบางใบก็จะทำให้โจมตีแล้วดูดมานามาจากศัตรูได้หรือฮาล์ฟบางชนิดถ้าหากฆ่าศัตรูได้ก็จะดูดมานามาที่ตัวเองได้อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเขาเองก็พอจะรู้มาบ้างว่าพวกการ์ดเกมแบบปกติที่ชาวบ้านเขาเล่นกันมันจะเป็การต่อสู้โดยพลัดกันเล่นคนล่ะเทิร์นสลับกันไปมาจนได้ฝ่ายชนะแต่ดูเหมือนการ์ดเกมของ AOS นั้นจะเป็การต่อสู้แบบเรียลไทม์ที่สามารถงัดการ์ดออกมาโจมตีกันได้ตลอดเวลาและต้องอาศัยการคำนวณเวลาหรือแท็กติกในการใช้มานาให้คุ้มค่าที่สุดเอง
“เอาล่ะค่ะทีนี้พี่โจ๊กลองเรียกโอเบริกออกมาเลยสิคะ”
เขาพยักหน้ารับก่อนจะตั้งสมาธิอีกครั้ง มือสะบัดออกเหมือนกับจะขว้างการ์ดนั้นออกไปสมองสั่งการมั่นพร้อมกับะโคำว่า....
“ออกมาโอเบริก!”
เสี้ยวพริบตานั้นเองการ์ดในมือก็สลายไปกลายเป็วงแหวนเวทที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับร่างของอัศวินคนหนึ่งที่พุ่งออกมาพร้อมกับดาบสีเงินวาววับชายผมสั้นสีดำที่เสยขึ้นดูเรียบร้อยกับใบหน้าที่มีริ้วรอยของอายุเกือบๆ 40 ปีชุดหนังสีดำที่ทำให้ดูเท่อยู่ไม่หยอก
“เยี่ยมค่ะเรียกออกมาได้อย่างไร้ที่ติเลยค่ะพี่โจ๊ก!”
รินกล่าวชมขณะที่อัศวินตนนั้นหันมาโค้งให้กับเ้านายของเขาในทันทีซึ่งนั่นก็ทำให้โจ๊กต้องทึ่ง
“เรียกออกมาได้จริงๆ ด้วยแฮะ”
เขารำพึงขณะที่ก้มลงมองมือของตัวเองกระทั่งหันไปสบตากับรินสาวน้อยคนนั้นก็เอียงศีรษะให้ราวกับจะบอกว่ามัวรีรออะไรอยู่ลองสั่งการฮาล์ฟของตัวเองได้เลยเห็นดังนั้นแล้วโจ๊กจึงเหลือบไปมองเ้าสไลม์สีฟ้าตัวหนึ่งที่ะโดึ๋งๆอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขายืนเสียเท่าไรนัก
“โจมตีใส่สไลม์ตัวนั้นเลย”
โจ๊กลองสั่งออกไปแบบง่ายๆซึ่งพอได้ยินเช่นนั้น อัศวินโอเบริกก็ตวัดสายตามองไปหาเป้าหมายชักดาบเล่มใหญ่ออกมาจากฝักก่อนเร่งฝีเท้าออกไปสุดกำลังตวัดดาบฟาดฟันใส่สไลม์ตัวนั้นในท่าทางที่สุดเท่จนมันตัวแตกตายคาที่ไปในทันที!
“โอเค เยี่ยมเลยค่ะ”
รินกล่าวชมพลางปรบมือให้กับซัมมอนเนอร์ฝึกหัดคนนี้ที่ดูจะเริ่มต้นได้ไม่เลวเลย
“เอาเลยค่ะพี่โจ๊กอยากจะลองใช้งานการ์ดอะไรก็ทำได้เต็มที่เลย”
ได้รับการอนุมัติมาจากคุณครูแล้วแบบนี้นายจักรรินทร์ก็เลียริมฝีปากออกมาพลันลองเรียกการ์ดอีกชนิดขึ้นมาอยู่บนมือและสั่งใช้งานมันที
“ใช้หอกนี้เลยโอเบริก!”
การ์ดในมือนั้นพุ่งออกไปแตกสลายเป็ละอองก่อนจะกลับมารวมตัวกันเป็หอกเล่มยาวที่ตรงไปยังร่างของอัศวินโอเบริกคนนั้นเ้าของร่างสูงใช้มือขวารับหอกเอาไว้ได้อย่างสุดเท่ ก่อนจะควงมันในท่าที่ชำนิชำนาญเป็ที่สุด
“ไล่จัดการสไลม์ในละแวกนี้ให้หมดเลย!”
คำสั่งต่อมานั้นส่งให้อัศวินคนนั้นควงหอกวิ่งไล่แทงใส่สไลม์ทุกตัวที่ขวางหน้าจนตัวแตกไปตามๆกัน
เห็นดังนั้นแล้วโจ๊กก็เริ่มจะยิ้มออกมาได้ก่อนจะชี้นิ้วไล่สั่งให้ทหารเอกของเขาบุกทะลวงฝ่าฟันศัตรูทุกตัวที่ขวางหน้าต่อไปชนิดที่หากคนอื่นมาเห็นคงทำได้แค่หัวเราะที่ต้องมาเจออัศวินสุดเท่แบบนี้ไล่ฆ่ามอนสเตอร์ระดับต่ำที่สุดในเกมอย่างเอาเป็เอาตาย
ซึ่งท่าทางที่ชักจะเริ่มมีรอยยิ้มของนายโจ๊กนี่แหละที่ทำให้รินซึ่งแอบมองอยู่ต้องหัวเราะคิกคักออกมา
“ก็ดูสนุกดีนี่นะนึกว่าจะไม่ชอบเสียอีกเห็นหน้านิ่งตลอดเวลาเลย”
เธอบ่นขึ้นมาแบบขำๆขณะที่จ้องมองคนอายุมากกว่าที่คล้ายกับจะไม่เคยเล่นเกมมาก่อนนั้นเริ่มจะมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาเสียทีซึ่งโจ๊กเองก็ต้องยอมรับเลยว่าพอได้ลองใช้งานการ์ดหรือออกคำสั่งต่อสู้ขึ้นมาจริงๆแล้ว การได้เห็นทหารเอกเก่งๆ ทำตามคำสั่งเขาแบบนี้…..
มันก็รู้สึกสะใจดีไม่หยอกเหมือนกัน!