ชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 พิธีสมรส (ตอนจบ)

            โหวฟางฟังแล้วรู้สึกว่าหมิงหยวนพูดถูกเมื่อเห็นว่านางเห็นด้วย หมิงหยวนก็กำลังจะไป ทันใดนั้นก็ถูกเรียกไว้โหวฟางผู้ห้าวหาญ กลับทำตัวเขินอาย “หยวนเก้อเอ๋อร์ท่านแม่ทัพหยางคนนั้น เจ้าสนิทกับเขามากหรือไม่?”

                 

            “ก็พอสมควรเคยพบเขาหลายครั้ง มีเรื่องใดหรือ?”

                 

            “เขาเจ้ารู้ไหมว่าเขาเป็นคนเมืองใด?”

                 

            “เขาเป็นคนเมืองชิงโจวสอบเข้าสำนักศึกษาหลวงเจ็ดปีกว่าจะสอบผ่าน แต่สุดท้ายเขากลับสละพู่กันมาจับดาบเลือกเส้นทางทหาร” หมิงหยวนอธิบายคร่าวๆก่อนจะมองโหวฟางด้วยความประหลาดใจ “เจ้าคงไม่ถามข้าหรอกนะว่าเขาอายุเท่าไหร่แต่งงานแล้วหรือไม่?”

                 

            โหวฟางหน้าแดงก่ำกำผ้าเช็ดหน้าแน่น หมิงหยวนรู้จักนางมานานหลายปีเพิ่งเคยเห็นนางแสดงท่าทีเขินอายเช่นนี้เป็นครั้งแรก “...เช่นนั้น ...เขาอายุเท่าไหร่ แต่งงานแล้วหรือไม่?”

                 

            หมิงหยวนยกมือขึ้นกุมขมับอยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า “เรื่องแต่งงานข้ายังไม่เคยได้ยิน เขาเป็นบุตรชายคนเล็ก มีพี่ชายหนึ่งคนและน้องสาวบุญธรรมอีกหนึ่งคน เป็นน้องสาวของสหายที่เสียชีวิต”

                 

            “หืม? น้องสาวอายุเท่าใด?”

                 

            เห็นท่าทีร้อนรนของโหวฟางหมิงหยวนจึงอดไม่ได้ที่จะแกล้งนาง “น้องสาวน่ารักมากทั้งสวยทั้งเรียบร้อย นิสัยร่าเริง สนิทกันยิ่งนัก...”

                 

            ยิ่งโหวฟางฟังก็ยิ่งรู้สึกเศร้าใจหมิงหยวนรีบเปลี่ยนเรื่องพูด “แต่อายุยังน้อยยังไว้ผมเปียอยู่”

                 

            โหวฟางถอนหายใจด้วยความโล่งอกพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าปาหมิงหยวน หมิงหยวนหัวเราะเสียงดังพลางวิ่งหนี “แต่ เดี๋ยวก่อน คุณหนูขอรับก่อนหน้านี้เจ้ายังบอกว่าอยากแต่งงานกับคนที่รักเจ้าหมดหัวใจมิใช่หรือข้าไม่เห็นท่านแม่ทัพหยางแสดงท่าทีใดๆ เลยนะ?”

                 

            โหวฟางอึกอักอยู่นานก่อนจะกระทืบเท้า “พอได้พบเขา ข้าก็เปลี่ยนใจแล้วอย่างไรกัน ข้ารักเขาหมดหัวใจไม่ได้หรือ โลกนี้มีแต่ผู้ชายรักผู้หญิงผู้หญิงห้ามมีใจให้ผู้ชายอย่างนั้นหรือ?”

                 

            “เปล่าๆข้ามิกล้า” หมิงหยวนรีบโบกมือปฏิเสธ “เอาทีละเรื่องก่อน เจ้าไปถามคุณหนูสวี่ก่อนเถิด”

                 

            ไม่รู้โหวฟางไปพูดอย่างไรกับสวี่หรงสุดท้ายนางก็ยินยอม ด้านหมิงหยวนก็ไปบอกหยางจวิน หยางจวินได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจสงครามยืดเยื้อ บ้านเรือนเสียหาย ผู้คนไว้ทุกข์ นานๆ จะมีเรื่องน่ายินดีจึงรีบเรียกจี้เจ๋อ หวังเสวียหลิง เสมียนทหาร และขุนนางทหารมารวมตัวกัน หยางจวินเอ่ยสั่ง “กองทัพจะเคลื่อนพล เสบียงอาหารต้องมาก่อนคุณชายหมิงนำเสบียงมาส่ง ถือว่ามีคุณูปการอย่างมากต่อกองทัพเป่ยฝู่ [2]! เพื่อเป็นการปลุกขวัญกำลังใจ ขจัดความโชคร้ายและเพิ่มความเป็นสิริมงคล พวกเราไม่จำเป็นต้องทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีจะจัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายในเมืองโซ่วหยางนี้ พวกเราต้องจัดงานให้ดีอย่าให้คู่บ่าวสาวต้องน้อยใจ! มีสามเรื่องที่ต้องทำ หนึ่ง ต้องมีความสุข!ซื้อกระดาษสีแดงทั้งหมดในเมืองมาทำโคมไฟ ตัดกระดาษเป็นคำอวยพรประตูทุกบานต้องประดับด้วยสีแดง! ชุดปัก ผ้าปัก ผ้าไหมปัก สิ่งใดก็ตามที่มีในเมืองต้องนำมาใช้ในงานแต่งงาน!สอง ต้องรื่นเริง! พ่อแม่ญาติพี่น้องไม่อยู่ เพื่อนฝูงก็มีไม่กี่คนจะปล่อยให้งานแต่งงานเงียบเหงาได้อย่างไรนายทหารระดับกองพันขึ้นไปที่ไม่ได้เข้าเวรต้องผลัดกันมาดื่มฉลอง!กองทัพห้ามดื่มสุรา แต่วันนี้เป็นกรณีพิเศษ ได้รับคำสั่งให้ดื่มสุรา คนละหนึ่งไห!ดื่มให้สนุก! สาม ต้องจัดงานให้ยิ่งใหญ่ แต่ห้ามละเลยการป้องกัน!มู่หรงฉางจ้องจะโจมตีเรา เขาอาจจะบุกโจมตีเมืองเราอีกครั้ง เราต้องผ่อนปรนภายนอกเข้มงวดภายใน ระมัดระวังทุกฝีก้าว!”

             

            “ขอรับ!”

                 

            แม้การจัดงานแต่งงานโดยทหารจะดูหยาบไปหน่อยแต่ประสิทธิภาพนั้นสูงมากพวกเขารวบรวมของใช้สำหรับงานแต่งงานทุกอย่างที่มีอยู่ในเมืองหมิงหยวนไม่ค่อยเข้าใจขนบธรรมเนียมของตระกูลใหญ่ แต่ก็มีคนเข้าใจ

                 

            หวังอี้จือเห็นเลือดแล้วเป็นลมวันนั้นเขาไม่ได้ขึ้นไปบนกำแพงเมือง จึงไม่เห็นการสู้รบแต่เขามาถึงทันตอนที่หมิงเยี่ยกลับมา ตระกูลหวังเป็นตระกูลชั้นสูงเขาย่อมเข้าใจสถานการณ์ของหมิงเยี่ยที่อยากแต่งงานโดยเร็วที่สุดพิธีแต่งงานของตระกูลใหญ่ซับซ้อนมาก เขาคลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กพอเข้ารับราชการก็ทำหน้าที่ดูแลพิธีการ ไม่มีใครจัดการเรื่องนี้ได้ดีไปกว่าเขา

                 

            หวังอี้จือเขียนทั้งจดหมายสู่ขอจดหมายแต่งงาน และจดหมายเชิญแขกด้วยตนเอง การสู่ขอ การถามชื่อ การดูฤกษ์แต่งงานล้วนทำไปแล้วตั้งแต่หมั้นหมายกันครั้งแรกเขาจึงนำสร้อยไข่มุกที่หมิงเยี่ยเคยสวมตอนเป็นเด็กไปแลกกับหวีเงินที่สวี่หรงพกติดตัว ถือว่าเป็นการมอบของหมั้น ของกำนัลแต่งงานกลับไปบ้านแล้วค่อยให้ตระกูลจัดการทีหลังหมิงหยวนเป็นกังวลราวกับตนกำลังจะแต่งลูกชายออกเรือนจึงให้หวังอี้จือเลือกวันฤกษ์ดีให้ หวังอี้จือโบกมือ ไม่ต้องเลือกที่แห่งความโชคร้ายคือที่แห่งความโชคดี ภายในสองวันนี้จะต้องมีวันดีสุดท้ายก็ถึงพิธีแต่งงาน

                 

            เพื่อให้พิธีการเป็นไปอย่างราบรื่นโหวฟางจึงพาสวี่หรงไปพักที่จวนเจ้าเมือง ทหารเป่ยฝู่กลุ่มหนึ่งสวมชุดเกราะสีแดงสดหมิงเยี่ยสวมชุดแดง ประดับดอกไม้ ขี่ม้า รายล้อมไปด้วยทหารบรรเลงเพลงอย่างสนุกสนาน ออกเดินทางจากจวนแม่ทัพไปรับตัวเจ้าสาว นานๆทีเมืองโซ่วหยางจะมีงานเฉลิมฉลองเช่นนี้ ชาวบ้านต่างมามุงดูริมถนนโยนดอกไม้ป่าใส่หมิงเยี่ยและทหารเป่ยฝู่ บางคนก็ชมว่าคุณชายรูปงามบางคนก็ชมว่าทหารหาญองอาจ ผู้คนมากมายเบียดเสียดกันจนเต็มถนนใช้เวลาเดินไม่นานก็ถึงที่หมาย เนื่องจากจัดงานอย่างเรียบง่ายจึงไม่มีการแต่งบทกวีโต้ตอบกันไปมา ทหารกลุ่มนี้เกือบจะพังประตูจวนเจ้าเมืองแล้วลากตัวเจ้าสาวไปเข้าพิธีแต่งงาน

                 

            แผ่นป้ายบูชาสวรรค์ปฐพี จักรพรรดิ บิดามารดาแลครูบาอาจารย์ตั้งวางอยู่ตำแหน่งเก้าอี้บิดามารดาทั้งสองฝ่ายว่างเปล่า หมิงหยวนเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวโหวฟางเป็นญาติฝ่ายเจ้าสาว ส่วนหม่านหรงกับหนิงตวนเฉิงเป็นสหายผู้ควบคุมพิธีแต่งงานคือท่านแม่ทัพหยางจวิน

                 

            หนึ่งคำนับฟ้าดิน

                 

            สองคำนับบิดามารดา

                 

            สามคู่บ่าวสาวคำนับกันและกัน

                 

            เสร็จพิธี

                 

            หมิงหยวนกับคนอื่นๆและขุนนางเมืองโซ่วหยางกับทหารเป่ยฝู่ร่วมฉลองกันทั้งคืนเสียงหัวเราะดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะพังหลังคา ทุกคนผลัดกันชนแก้วหมิงเยี่ยดื่มไม่หยุด ดื่มจอกแล้วจอกเล่า ท่าทางองอาจสุดท้ายหมิงหยวนกับหม่านหรงต้องช่วยเขาดื่มแทน หมิงหยวนรู้สึกมึนหัวไม่รู้ว่าหมิงเยี่ยดื่มไปเท่าใด สุดท้ายพวกเขาก็ช่วยกันพยุงเขาเข้าห้องหอพิธีแต่งงานจึงเสร็จสิ้น

                 

            หลังกลับมาถึงห้องหมิงหยวนดื่มชาเข้มๆ หลายแก้วเพื่อสร่างเมา แต่ก็พลิกไปพลิกมา นอนไม่หลับรู้สึกเหมือนเปลือกตาเต้น กลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในวันมงคลเช่นนี้การแต่งงานครั้งนี้มันกะทันหันและแปลกประหลาดเกินไป ไม่เหมือนกับนิสัยของหมิงเยี่ยอีกทั้งตั้งแต่หมิงเยี่ยกลับมา เขามักเหม่อลอยอยู่คนเดียว ดูแปลกไปพอถามก็บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องผิดปกติย่อมมีสาเหตุ หมิงหยวนรู้สึกไม่สบายใจแต่พิธีก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น จึงนอนอยู่บนเตียง คิดว่าตนเป็นกังวลมากเกินไปหรือว่าเป็นเพราะเพื่อนสนิทแต่งงานจึงทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวในใจจึงฟุ้งซ่านคิดมาก

                 

            เขาสับสนอยู่นานฟ้าก็เริ่มสาง เขานอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมา สุดท้ายก็ถอนหายใจด้วยความจนใจลุกขึ้นจากเตียง ทั้งที่รู้ว่าวันนี้หมิงเยี่ยคงนอนหลับยาวแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปดูที่ “ห้องหอ” สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคนที่ไม่ควรปรากฏตัวกลับปรากฏตัวขึ้น

                 

            เจ้าบ่าวนั่งอยู่คนเดียวบนบันไดหน้าประตูหมิงหยวนกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจหล่นลงสู่พื้น

                 

            “เจ้าสาวเล่า? นางรังเกียจที่เจ้าดื่มหนักเลยไล่เจ้าออกมาหรือ?” หมิงหยวนพูดติดตลกพลางมองหมิงเยี่ยด้วยสายตาค้นหา

               

            “นางไปแล้ว” หมิงเยี่ยหยิบหญ้าเจ้าชู้ขึ้นมาขยี้โยนมันทิ้งไปแล้วก็เก็บขึ้นมาใหม่

                 

            “เพราะเหตุใด?”

                 

            “เจ้าไม่แปลกใจหรือ?”

                 

            หมิงหยวนนิ่งเงียบ

                 

            “เจ้าไม่ถามข้าหน่อยหรือว่าเกิดสิ่งใดขึ้น?”

                 

            “เกิดสิ่งใดขึ้น?”

                 

            หมิงเยี่ยเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่าแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดรุนแรงเกินไปจนหมิงหยวนสะเทือนใจหมิงหยวนก้มหน้าลง วางมือลงบนไหล่หมิงเยี่ย นั่งลงบนบันไดข้างๆ เขา “วันนั้น เกิดเรื่องใดขึ้น?”

                 

            “...วันนั้นข้าตกลงไปในน้ำ กระแสน้ำแรงมาก ขาข้าจึงหัก ลอยไปตามน้ำถูกหรง... ถูกนางช่วยไว้ นางลากข้าขึ้นไปบนเรือ... แต่ไม่ได้มีแค่นางที่ตามมา” หมิงเยี่ยปิดหน้า ตัวสั่นเทา “ทหารหลายคนตามมา พอเห็นนาง นางก็ซ่อนข้าไว้ในเรือแล้วถูกพวกนั้นลากตัวไป...”

                 

            หมิงหยวนตกตะลึง

                 

            “พวกเขาไม่เห็นข้าแต่ข้าเห็นพวกเขา ข้านั่งอยู่ในเรือ เห็นทุกอย่าง เห็นนางเห็นคู่หมั้นของข้าถูกพวกมัน...”

                 

            “เจ้า...”

                 

            “ข้าไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดด้วยซ้ำ!” หมิงเยี่ยร้องไห้อย่างเจ็บปวด เขาขยี้ผมตัวเองเหมือนสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บคำรามอย่างบ้าคลั่ง “ข้าทำอันใดไม่ได้! ขาข้าหัก ขยับไม่ได้! ลุกขึ้นยืนยังไม่ได้!นางใช้สายตาห้ามข้า ไม่ให้ข้าออกไป! ข้าหาข้ออ้างให้ตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนแต่ข้ารู้ดีว่ามันเป็นเพียงข้ออ้าง! เพราะข้าเป็นคนขี้ขลาด ข้ากลัวตายข้าเป็นคนขี้ขลาด ข้ายืนดูอยู่เฉยๆ ...”

                 

            หมิงหยวนจินตนาการถึงภาพนั้นรู้สึกเจ็บปวดจนอยากจะอาเจียน เขาเจ็บปวดแทนสวี่หรงและเจ็บปวดกับความทุกข์ทรมานของหมิงเยี่ยเขาเข้าใจความคิดและความขี้ขลาดของหมิงเยี่ยในตอนนั้นยิ่งเข้าใจความเจ็บปวดและความเสียใจของเขาในตอนนี้ครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกสิ้นหวังและไม่รู้จะทำอย่างไรราวกับโชคชะตากำลังเล่นตลกและเยาะเย้ยเขาผลักเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาคนหนึ่งให้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้

                 

            เขาไม่รู้จะพูดปลอบใจอย่างไรไม่รู้ว่าหมิงเยี่ยแบกรับความลับนี้มาได้อย่างไรถึงขั้นร่วมงานเฉลิมฉลองอย่างมีความสุขเช่นนี้ได้ “นางยอมแต่งงานกับเจ้า แสดงว่านางไม่ได้โทษเจ้า”

                 

            “ใช่นางไม่ได้โทษข้า แต่ข้ากลับ...” หมิงเยี่ยทำหน้าสับสนก่อนจะทิ้งตัวลงบนบันได “คืนเข้าหออยู่กันตามลำพัง แต่ในหัวข้ากลับมีแต่ภาพวันนั้น ข้า ข้าลังเล...นางจึงสวมเสื้อผ้า แล้วจากไป...”

                 

            “หยวนเก้อเอ๋อร์ข้ารู้ว่านางดูแคลนข้า ข้าเองก็ดูแคลนตนเองข้าไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะเป็นคนขี้ขลาดอ่อนแอและน่ารังเกียจเช่นนี้...”

           

            -----

    คล้ายกับเรื่องชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808