ตอนที่9
ทดสอบ2
กติกาคัดเลือกผู้สมัครของบาเซนไฮด์ มักไม่แน่นอนแล้วแต่ตัวบุคคล แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็....
การเล่นกับจุดอ่อนของผู้สมัคร
"อ้ากกกกก!!!!!"เสียงโหยหวนของเครฟดังลั่นป่า จนฝูงวิหคแตกรังกระพือปีกบินหนี เขากำลังวิ่งหนีสิ่งๆหนึ่งอย่างสุดชีวิต ด้วยความเร็วสุดฝีเท้าบวกด้วยเวทย์เสริมพลังกาย
สิ่งมีชีวิตนี้มีขนาดลำตัวยาวกว่าสองเมตร ลำตัวสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นหึ่งไม่น้อย ปีกสีน้ำตาลบินกวดเครฟด้วยเสียงสั่นดังคล้ายใบพัดเฮลิคอปเตอร์ยามจะขึ้นบิน หนวดยาวสีน้ำตาลยาวสองเส้นกระดิกดิ้กๆ คล้ายหางหมาเวลามันจะเล่นด้วย ขาทั้งหกขยับขยุกขยิกไปมาแม้ไม่แตะพื้น
สิ่งมีชีวิตที่เป็คู่แค้นกับมนุษย์ชาติมาเนิ่นนาน แมลงสาบ......ั์
"อ้ากกก!! ออกไปปปปป!!!"เด็กหนุ่มเอลฟ์ะโโวยวาย สีหน้าแตกตื่นปนพะอืดพะอม คล้ายจะสำรอกอาหารเมื่อตอนเช้าออกมา เขาวิ่งซิกแซกไปตามต้นไม้โดยไม่สนว่าจะหลงทางหรือไม่ ขอพ้นไอ้ตัวด้านหลังเป็พอ
เครฟสะดุดกิ่งไม้แถวนั้น โชคดีด้วยความคล่องแคล่วของร่างกาย ทำให้กลับมาตั้งหลักได้ไม่ล้มหน้าจูบพื้นไป แต่ก็ทำให้ความเร็วลดลง ระยะห่างระหว่างแมลงสาบไม่ถึงห้าเมตร รู้สึกได้ว่าหนวดมันกำลังจะทิ่มก้นแล้ว
"อย่าทิ่มตูดตูนะ ม่ายยยยยยยย!!!!"
ฟิ้วววว! ฉึก!
ราวกับเสียงส่งถึง์? ในชั่ววินาทีนั้น เครฟรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผ่านหัวไปแบบเฉียดฉิว เหมือนจะเกี่ยวเอาปลายผมยุ่งๆของเขาไปด้วยนิดหน่อย เ้าตัวั์ด้านหลังพลันหยุดชะงักยืนนิ่ง กลางหัวของแมลงสาบถูกปักด้วยลูกศรสีดำสนิท มีปลายผมสีทองของเอลฟ์หนุ่ม เกี่ยวไปปักบนหัวกระจั๊วตัวไม่น้อยด้วยหย่อมหนึ่ง
เครฟที่หันหลังไปมองเกือบจะวางใจ แต่หลังจากนั้น เ้าแมลงคล้ายเกิดการคลุ้มคลั่งขึ้นมา มันเร่งความเร็วพุ่งตัวเข้าหาเอลฟ์หนุ่ม เ้าตัวใหัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นหน้ากระจั๊วพุ่งมาในระยะประชิด ทั้งตา เขี้ยว หนวด กลิ่น ขายุบยับ อาการผวาจากภาพสุดะเืใจพุ่งถึงขีดสุดทำเอาขาแข็งไม่ขยับ สติหลุดหายสมองมึนเคว้งคว้าง ่เวลาแห่งความตาย?คล้ายช้าลงอย่างน่าประหลาด
ทันใดนั้นเอง คล้ายพลังเวทในกายเฮือกสุดท้ายพลันพุ่งปะทุถึงขีดสุด วงเวทฉุกเฉินที่คาเรนสักทิ้งไว้ในร่างฝาแฝดไม่เอาไหนก็ทำงาน แขนข้างหนึ่งพลันปรากฏเส้นเชือกสีเขียวสด มันยืดไปยึดเกี่ยวก้านไม้หนาของลำต้นใกล้ๆต้นหนึ่ง ดึงตัวเอลฟ์หนุ่มลอยละลิ่วมาเกาะกิ่งหนาได้อย่างเฉียดฉิว
เครฟรู้สึกตัวได้สติจากแรงกระแทกกับกิ่งไม้หนาที่เป้ากางเกง เจ็บจุกเกินบรรยาย ทำได้แค่เพียงกุมจุดสงวนร้องโอดครวญ
เ้าแมลงั์ยังคงไม่หยุดแค่นั้น มันวิ่งพล่านชนต้นไม้มั่วซั่วเสียงดังสนั่นประหนึ่งแผ่นดินไหว บางต้นที่ไม่แข็งแรงก็ล้มครืน ปีกสองคู่พยายามกระพือบินขึ้นแต่ก็ไม่สามารถยกร่างขึ้นได้ พยายามไต่ลำต้นแต่ก็หงายหลังตึง ขาทั้งหกขยับไปมาร่างไม่อาจพลิกกลับได้จากฤทธิ์ยาฆ่าแมลงในลูกศร
ผ่านไปสักพัก เ้าแมลงสาบนอนหงายท้องก็ค่อยๆหยุดเคลื่อนไหว แม้ตัวยังกระตุกอยู่บ้าง ขนสองเส้นบนหัวพลิ้วไปมาตามสายลม ขาทั้งหกสั่นระริกขยุกขยิก ขนสีน้ำตาลที่อยู่ตรงก้นกำลังชี้มาทางต้นไม้ที่เอลฟ์หนุ่มเกาะอยู่
เครฟเห็นดังนั้นมีสีหน้าเหยเกบิดเบี้ยวเกินทานทนจึงหลับตา มือทั้งคู่พยายามปิดปากที่กำลังจะพุ่งฮากออกมา ลำคอพยายามกระเดือกกลืนมันกลับลงไปอย่างยากลำบาก
แค่ตัวเท่านิ้วก้อยเขาก็แทบจะกรีดร้องเผ่นหนีอยู่แล้ว นี่เล่นตัวใหญ่กว่าควาย แถมกลิ่นโคตรเหม็นกว่าปกติเป็สิบเท่า ให้ตายสิพระเ้า! แกกล้าสร้างสิ่งมีชีวิตแบบนี้มาได้ยังไงกัน!
เมื่อของกินทั้งหมดกลับเข้าไปในกระเพาะอย่างปลอดภัย เด็กหนุ่มจึงสะบัดหน้าหนีจากภาพน่าขยะแขยง หันไปมองต้นตอของลูกศรบนต้นไม้ต้นหนึ่ง ปรากฏร่างผู้หญิงคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำ เมื่อมือที่สวมถุงมือหนาแบบไร้ปลอกนิ้วจึงเลิกฮู้ดออก เครฟถึงกลับลืมหายใจ
‘นางฟ้ากับสัตว์นรก’นี่คือสิ่งที่เครฟคิดเปรียบเทียบกับแมลงสาบที่นอนหงายท้องอยู่
ในมือเธอถือคันธนูสีนิลมันเงา กับลูกศรแบบเดียวกับที่ปักร่างแมลงสาบ ข้างหลังสะพายซองบรรจุลูกศรสีดำเอาไว้ เรือนผมสีขาวปล่อยยาวสยาย ดวงตาโตสีส้มสด หางตาชี้ขึ้นรับกับคิ้วเรียวยาวชัดเจนดูคมสวย สวมชุดรัดหน้าอกสุดอิ่มอึ๋มสีเขียวอ่อนคลุมจากคอลงมาแบบแขนกุด เผยให้เห็นวงแขนและหน้าท้องสีช็อกโกแลตนวลเนียนแบนราบไร้ไขมัน ขาเรียวถูกทับด้วยกางเกงขาสั้นสีดำคาดเข็มขัดหนังมันวาว ตามด้วยรองเท้าหนังสีเทาคลุมข้อเท้า ทำให้เธอคล้ายกับนายพรานสาวผู้สง่างาม
'ทำไมยัยคาเรนไม่รูปร่างเจริญหูเจริญตาแบบนี้ฟร้ะ!?'เครฟตำหนิในใจ เมื่อนึกถึงอกกระดานของน้องสาวฝาแฝด แต่ยังไงซะรูปร่างของเธอก็ไม่ได้แตกต่างจากหญิงชาวเอลฟ์สุขภาพดีที่เขาเห็นเสมอเท่าไหร่นัก แต่ทำไม...ในใจรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ
ระ รึ ว่า….นี่อาจจะเป็รักแรกพบดั่งที่พวกกวีชอบพล่าม!?
ดวงตาส้มเรียบนิ่งตวัดมาทางเครฟอย่างดูแคลน เธอโดดลงมาจากต้นไม้สูงดูคล่องแคล่วเหมือนเสือดำ ดาร์กเอลฟ์สาวเดินเข้าไปหาแมลงสาบั์อย่างนิ่งสงบ ภาพตรงหน้าทำให้สิ่งที่เด็กหนุ่มประทับใจแรกพบเกี่ยวกับเธอพังทลายลงไม่มีชิ้นดี ในหัวคล้ายได้ยินเสียงเศษแก้วแตกดัง เพล้ง!
ฉึกกก! มือเสริมพลังเวทคมราวใบดาบเจาะไปที่ก้นของแมลงสาบ น้ำสีเหลืองขุ่นๆไหลออกมาจากลำตัวของกระจั้วะั์อย่างสยดสยอง ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งเพิ่มเป็เท่าตัว
ฉึบ! บ๊วบ! เธอดึงมือออกอย่างรวดเร็ว มือของเธอกำลังดึงเส้นบางอย่างออกจากร่างแมลงสาบ สะบัดน้ำเหลืองไหลย้อย ยาวขนาดที่เธอยกสุดแขนยังเกือบแตะพื้น อวบๆดำๆดูแหยะๆ น่าจะเป็อวัยวะภายในของแมลงสาบั์ที่ยังคงเต้นตุบๆทำงานอยู่คล้ายยังไม่ตายสนิท ดวงตาสีแสดมองผลงานเครื่องในอย่างภาคภูมิ กระเป๋ามิติข้างเข็มขัดเปิดออก ปรากฏหลุมมิติข้างตัวให้เธอยัดของชิ้นใหญ่เข้าไปได้
"แหวะ!"อาหารที่พยายามกลั้นไว้ในกระเพาะพลันย้อนขึ้นสู่ลำคอทันที ตัวป่วนกลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไป อ้วกออกมาอย่างหมดสภาพหมดไส้หมดพุง นี่มันเกินทน นี่มันสุดทนเกินไปแล้ว! โอ้พระเ้า! เกิดมาไม่เคยคิดไม่เคยฝัน ว่าดาร์กเอลฟ์มีรสนิยมแบบนี้!
จิตใจเ้าตัวได้การกระทบกระเทือนอย่างหนัก จากแมลงสาบั์และสาวงามพฤติกรรมสลายฝัน ขยะแขยงกับเครื่องในแมลงทั้งที่ตัวเองก็เคยชำแหละคนเป็ๆมาก่อน….
"อ่อนหัด"ดาร์กเอลฟ์สาวเพียงเอ่ยกับเครฟให้พอได้ยินเป็ภาษาเอลฟ์ ก่อนจะะโไปยังต้นไม้ใกล้ๆแล้วจากไปทันที ปล่อยให้เครฟที่เพิ่งสำรอกไปเกาะต้นไม้ เบิกต้ากว้างอย่างตกตะลึงคำพูดคำจาของหญิงสาว
'ฮะ! อะไรนะ!? อ่อนหัดงั้นเรอะ! ก็เข้าใจนะว่าดาร์กเอลฟ์เป็คู่กัดกับเผ่าพันธุ์เขามานาน แต่ไอ้คำว่าอ่อนหัดนี่คือยังไง? เพราะเขาสกปรกน้อยกว่าเธองั้นเหรอ!? มันใช่เื่ที่ควรเป็พร์งั้นเหรอ?'
เมื่อเธอจากไป เอลฟ์หนุ่มพลันได้กลิ่นฉุนจมูกเหมือนยาฆ่าแมลงจากบนหัวตัวเอง เครฟใช้มือลูบบริเวณที่โดนหล่อนแผลงศรเฉียดปักหัวขึ้นมาดม ริมฝีปากที่ยังเปื้อนคราบอาเจียนอยู่พลันบิดคว่ำทันที
“อี๋! เหม็น”
……………………...
ห้องโถงหินปูนกว้างปรากฏร่างของสองคนชายหญิง เมื่อทั้งคู่ได้สติ รับรู้การมีอยู่ของฝ่ายตรงข้ามได้ถึงกับหน้าเหวอ ชี้หน้าะโใส่กันอย่างตกตะลึง
“ยัยถึกเถื่อน!? ไอ้แมวหน้าม่อ!?”
ทั้งสองมองหน้ากันราวเห็นคู่ตรงข้ามเป็ผี
หายนะ….หายนะชัดๆ จับคู่กันแบบนี้อย่าบอกนะว่า…..
ครืดดดดดดด….เสียงเปิดประตูเหล็กหนาตรงผนังเปิดออก ปรากฏร่างหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายเสือั์สีดำมันวาวย่างเท้าออกมา ลำตัวยาวสี่เมตรสูงสองเมตร ดวงตาสีแดงเรืองแสงกระพริบตาไม่ได้ จ้องมาทางพวกเขาอย่างจดจ่อ
ไม่ทันสิ้นการคาดเดาของสิงโตหนุ่ม มันก็จริงเป็ทันใด ว่ากันว่าหากโชคร้ายครั้งแรก ครั้งต่อไปมักจะโชคร้ายติดๆกัน คำกล่าวนี้คงไม่เกินจริง
ให้ฉันจับคู่กับยัยนี่ต่อสู้กับไอ้หุ่นยนต์นี่เนี่ยนะ!
ถูกจับคู่กับยัยนี่นับว่าแย่แล้ว ตัวเขาไม่ถนัดรับมือกับสิ่งไม่มีชีวิตมากที่สุด เพราะทักษะพลังจิตของเขาใช้กับพวกนี้ไม่ค่อยได้ผล
“ม๊าวววววว” เสียงสังเคราะห์แปร่งหูน่าขนลุก แต่มันไม่มีปากทำให้เสียงเหมือนก้องออกมาจากตัว เสียงเหมียวนั่นกาโอจึงอดคิดไม่ได้ว่ามันเป็แมวดำหรือเสือดำ
มันกระโจนมายังจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่เหมือนจะตะครุบให้จมกรงเล็บเหล็ก สองคนจึงะโหลบไปคนละทาง ฝุ่นจากแรงกระแทกของเครื่องจักรฟุ้งตลบ
เซเลน่าเมื่อตั้งตัวได้ จึงหยิบดาบใหญ่ออกมาจากเข็มขัดมิติที่ใส่อาวุธไว้ วิ่งไปที่ลำตัวหุ่นยนต์ แขนสองข้างรวบรวมแรงฟาดดาบใส่อย่างแรง
เปรี้ยะ!
เกราะพลังงานห่อหุ้มทั่วตัวเหมือนเจลเหลวสีเหลืองใส เมื่อใบดาบของหญิงสาวกระแทกตัวหุ่นยนต์ มันไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย เซเลน่ายิ้มเหี้ยม ฟาดดาบซ้ำๆ ราวจะทำให้เกราะพลังงานนั้นแตก
“สมองกล้ามเนื้อ” กาโอเห็นการกระทำนั้นอดพูดตำหนิไม่ได้
“ว่าไงนะ!” หญิงสาวถลึงตามองครึ่งอสูรหนุ่มอย่างเอาเื่ โดยไม่สังเกตดวงตาสีแดงของหุ่นยนต์ที่ส่องแสงวาววาบ ลำแสงเลเซอร์ส่องจุดแดงเล็กๆมาที่บริเวณอก
กาโอสังหรณ์ใจไม่ดี รีบใช้พลังจิตควบคุมร่างกายองค์รักษ์สาวให้หลบไปในจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ ลำแสงนั้นพุ่งผ่านกายหญิงสาวไปฉิวเฉียด พื้นหินที่โดนลำแสงนั้นเป็หลุมรูขึ้นควันอ่อนๆ
“ทำบ้าอะไร ไอ้แมวโรคจิต!” เซเลน่าไม่พูดเปล่า รีบลุกขึ้นยืนพุ่งตัวเข้าใส่ชายหนุ่มจะฟาดดาบให้ขาดสองท่อนราวคนบ้า โชคไม่ดีในโชคดีที่หุ่นยนต์เสือั์กระโจนมาขวางไว้ มันตะครุบตัวสิงห์หนุ่ม แน่นอนว่ากาโอะโหลบขึ้นไป ใช้เล็บคมยาวเจาะผนังเกาะอย่างเฉียดฉิว ปากก็ะโเตือนสติคู่อริ
“ตั้งสติหน่อย เมื่อกี้ฉันช่วยเธอนะ!! จะทะเลาะกันขอหลังจากนี้เหอะ!!”
‘อย่างนี้ทีมเวิร์คจะรอดไหมเนี่ย!’เด็กหนุ่มคิดหนักว่าเขาจะตายกับอะไรก่อน ระหว่างหุ่นเสือแมวเก๊ยิงแสงได้ กับหญิงสาวกล้ามเนื้อขึ้นสมองคุยไม่รู้เื่
ระหว่างที่เขาเกาะผนัง ดวงตาสีแดงของหุ่นเสือ?ั์ส่องสว่าง มันจ้องมาที่เขา เ้าตัวรู้สึกเสียววาบไปที่หัวอย่างบอกไม่ถูก จุดแดงประทับไว้ตรงหน้าผากเขาอย่างชัดเจน
“ม๊าววววววว!”ให้ตายสิ ไม่ชอบเสียงสังเคราะห์จากเครื่องจักรเลย ได้ยินแล้วหลอนหูบรม รู้สึกอยากต่อยคนประดิษฐ์หุ่นนี่สักหมัด
แถมเป็เสียงแบบนี้ทำให้ไม่รู้ว่าเป็หุ่นเสือหรือแมว รู้สึกเหมือนโดนล้อเลียนเผ่าตงิดๆ
บึ้ม!!
แน่นอนว่าเด็กหนุ่มรีบปลดกรงเล็บ ปล่อยตัวลงสู่พื้น จุดนั้นกลายเป็หลุมรู แต่หุ่นเองก็เกิดการเรียนรู้ มันเล็งเขาหัวต่อทันทีไม่ให้พักหายใจ เมื่อกาโอออกตัววิ่งหลบ หน้ามันก็หันตามศีรษะของกาโอ จุดแดงก็เคลื่อนตาม
ปัง!!!
จังหวะนั้นเอง ดาบใหญ่ลอยขว้างใส่กระแทกใส่ตาของหุ่นยนต์ มันนิ่งชะงักและกระตุกชั่วครู่ เกราะพลังงานที่เหมือนกับเจลเหลวเลือนจางลงจนหายไปชั่วขณะ เซเลน่าจึงเอ่ยะโระหว่างวิ่งไปหาอาวุธ
“เกราะมันหายแล้ว รีบโจมตีมันสิ! ยืนทื่ออะไรอยู่”
กาโอรีบกางกรงเล็บยาว ไม่ใช่เวลามาต่อล้อต่อเถียง ครึ่งสิงห์หนุ่มกระโจนใส่หุ่นเสือ เล็บคมแหลมทิ่มไปที่ตาสองข้าง กระจกหุ้มตาหุ่นยนต์แตกออก เด็กหนุ่มแทงตามันลงไปลึกถึงโคนนิ้วมือ
หุ่นนั้นนิ่งกระตุกสักพัก แสงที่ตาดับวูบไป กาโอจึงถอนกรงเล็บออกแล้วะโลงสู่พื้น
“เสร็จแล้วสินะ ง่ายกว่าที่คิดแฮะ” เซเลน่าเห็นดังนั้นทำท่าจะเก็บดาบ แต่พลังจิตแผ่ซ่านตรึงกาย ขยับร่างหญิงสาวให้หลบอีกครั้ง หางเหล็กสีดำราวลูกตุ้มเหล็กฟาดพื้นหินจนเป็รอย ก่อนเสียงตำหนิเตือนจะตามหลังมา
“ระวังหน่อย มันยังไม่พัง!”
องค์รักษ์สาวแว้ดเสียงดังใส่อย่างโมโห “ทำไมเมื่อกี้แกไม่ทำให้มันพังไปอย่างสงบๆวะ หา! จงใจแกล้งฉันใช่ไหม!!!!”
กาโอเหงื่อตก มันเปลี่ยนอะไหล่เองได้ ดวงตาที่พังไปหลุดออกจากเบ้า แล้วแทนที่ด้วยอะไหล่ใหม่จากข้างในโผล่มาแทน ก็เขาเองแหละที่ไม่รอบคอบ เลเซอร์มหาภัยกลับมาอีกแล้ว แต่ยังไงจังหวะเมื่อกี้นี้หญิงสาวน่าจะช่วยโจมตีซ้ำ ตัดคอมันหรือทำอะไรก็ได้ให้มันพังมากกว่านี้
“เธอก็ไม่ต่างกันล่ะน่า องค์รักษ์บ้าอะไรไม่ระวังตัว เผลอเรอช่องว่างให้ศัตรู”
“นี่แก!” หญิงสาวเืขึ้นหน้า
“โฮกกกกกก!! ปิ้บ!!!!”
‘มีเปลี่ยนระบบเสียงด้วยเรอะ!’กาโอใเสียงใหม่ ใบหน้าคมคายเหยเกอย่างอดไม่อยู่ เสียงคำรามโฮกก็พอถูไถได้อยู่ ถึงจะยังไม่ถูกหูเขาก็ตาม แต่ทำไมต้องใช้เสียงแตรแทนเสียงปิ้ปต่อท้ายด้วย โดยรวมรู้สึกปวดหูกว่าเสียงเหมียวเทียมตอนแรกอีก จงใจปั่นหัวคนทดสอบชัดๆ ในหัวคนสร้างต้องมีทัศนคติแบบไหนอยู่ว่ะนั่น!
กระแสไฟฟ้าซ็อตเปรี้ยะทั่วตัวหุ่นแมวั์ ดวงตาสีแดงจ้องไปเล็งไปที่เด็กหนุ่มพร้อมจะยิงเลเซอร์ใส่ ในขณะเดียวกันหางดุจลูกตุ้มเหล็กก็ฟาดใส่หญิงสาวข้างหลัง
“โว้ย!!!ฉันเกลียดแมว! และก็เกลียดเศษเหล็กขยับได้!”เซเลน่าโวยวายอย่างเหลืออด ดาบั์ยกกันหางแมวที่ตวัดใส่ แรงกระแทกมหาศาลส่งผ่านตัวดาบ พร้อมพลังงานไฟฟ้าผ่านอาวุธที่ทำจากวัสดุสื่อนำ หญิงสาวใช้พลังเวทสร้างดินมาหุ้มมืออีกข้างเป็ฉนวนจับใบดาบใหญ่เสริมความมั่นคง ขายันต้านแรงไถลจนพื้นหินยุบ ฮึดรวบรวมแรงผลักดันดาบกลับ
กาโอไม่หลงอุบายเดิม ขนร่างครึ่งอสูรของหนุ่มสิงห์กันไฟฟ้าได้ หมัดลุ่นๆและแรงสิงห์ต่อยไปที่ใต้คางหุ่นเสือเก๊จนหงาย ถ้ามันเป็สิ่งมีชีวิตคงจะมึนตึ้บเห็นดาวในหัวลอยว่อน แต่เพราะมันเป็เครื่องจักรจึงไม่เป็เช่นนั้น อุ้งเท้าเหล็กตะปบเด็กหนุ่ม ลอยละลิ่วไปชนผนังจนแตกยุบฝุ่นฟุ้งกระจาย
“โฮกกกก!ปิ้ป!”แมวตัวไม่น้อยส่งเสียงประหลาดแปร่งหู ชวนน่าขำขันและขนลุก พร้อมหันหน้ามามองหญิงสาว ดวงตาคู่สีแดงส่องสว่าง สำแสงเลเซอร์กระพริบปริบๆปรากฏจุดแสงสีแดงบริเวณอกของหญิงสาว
“ไม่ต้องมาทำเสียงอุบาทว์เลย ไอ้เศษเหล็กเฮงซวย” องค์รักษ์สาวด่าชุดหนึ่ง แล้วยกดาบมากันตรงอก เลเซอร์จุดแดงจึงกระพริบบริเวณดาบใหญ่แทน ก่อนจะส่งพลังงานลำแสงยิงใส่
ปิ้ปๆๆๆ บึ้ม!!!!
ในขณะที่สิงห์หนุ่มโดนตะปบไปชนผนังหินจนแตกยุบ อาการเ็ปและสัญชาติญาณสัตว์ป่า เรียกร้องให้เขากลับร่างจริงเพื่อแสดงความเป็ใหญ่และชัยชนะ ทำให้เื่จบอย่างรวดเร็วเพื่อแสดงแสนยานุภาพ เด็กหนุ่มกัดฟันกดข่มอาการนั้นไว้ ควบคุมร่างกายที่เริ่มขยายออกอย่างอดกลั้น เขาต้องทำตามสัญญา จะตามใจตัวเองไม่ได้ อย่ากลับร่างจริงเป็อันขาด….
เมื่อตั้งสติได้ควบคุมตัวเองได้ กาโอใช้จังหวะที่องค์รักษ์สาวถ่วงเวลารับการโจมตีจากลำแสงอย่างอดทน หักเล็บคมยาวจากนิ้วมือที่เต็มไปด้วยขนออกสองนิ้ว ในใจคิดเสียดายไม่น้อย ใช้พลังจิตให้มันพุ่งไปที่ดวงตาทั้งสองของหุ่นยนต์ เด็กหนุ่มตัดสินใช้พลังจิตกับองค์รักษ์สาวอีกครั้ง
มุมมองร่วม
ทันใดนั้น มุมมองภาพที่องค์รักษ์สาวเห็นปรากฏในสายตาเข้าสู่สมองเด็กหนุ่ม กาโอทำอย่างนี้เพื่อความแม่นยำในการโจมตีเป้าหมาย แม้อาจจะดูละลาบละล้วงเธอไปบ้าง เพราะศัตรูนั้นหันหลังให้เขาจึงนับว่าเป็ช่องว่างที่หาได้ยาก แต่ถึงจะหันหลังให้ถ้าไม่เห็นจุดอ่อนก็ไร้ความหมาย เล็บยาวดั่งลูกศรเผด็จศึก มันพุ่งตรงเข้าไปที่ดวงตา ฝังลึกแน่นด้วงพลังจิตที่ตรึงไว้ ไฟฟ้าที่ปะทุรอบตัวพลันหายไปทันที มันหยุดชะงักอีกครั้ง สิงห์หนุ่มะโ
“ไหวไหม เอาดาบฟันคอมันเลย!”
เซเลน่าได้รับาเ็จากแสงเลเซอร์พอสมควรแต่ไม่ถึงกับสาหัส บางทีอาจจะเป็เพราะร่างกายอันถึกทน และเธอใช้ใบดาบกันจุดสำคัญของร่างกายไว้ได้ สภาพใบดาบใหญ่บิ่นงอ ยุบนูนไปอีกฝั่งเป็ร่องรูเกือบทะลุทั้งที่ทำจากวัสดุชั้นดี เมื่อเห็นอาวุธคู่ใจที่ผู้เป็นายเคยมอบให้อยู่ในสภาพนี้ ในหัวคล้ายมีบางอย่างแตกเพล้ง! ความโมโหทะลุล้นปรอท
หน้าหญิงสาวมืดครึ้ม สองมือของเธอยึดดาบนั้นแน่นและรวบรวมพละกำลังไว้ที่แขน ขาะโขึ้นกลางอากาศด้วยกล้ามเนื้ออันทรงพลัง ฟาดฟันไปที่ข้อต่อเหล็กตรงคอของหุ่นแมวเสือพิสดารอย่างสุดแรงเสริมด้วยพลังเวทย์ องค์รักษ์สาวะโด่าสุดเสียง
“ตายซะ! ไอ้เศษกระป๋องขยะเวรตะไลลลลลล!!!”
พลังเวทเสริมความคมให้อาวุธ และขยายออร่ารูปดาบจนใหญ่กว่า่คอของหุ่น หญิงสาวทิ้งน้ำหนักฟาดคมดาบที่เสริมพลังลงไป ทั้งพลังเวทและอารมณ์ ทว่าหุ่นนี้ก็ทำจากวัสดุชั้นเลิศเช่นกัน ความทนทานจึงมากพอสมควร เหล็กตัดเหล็กเสียดสีเกิดแสงประกายวูบวาบ
เสียงโลหะกระทบกันน่าแสบหู จนกาโอต้องคืนร่างมนุษย์เพื่อให้อุดหูได้ง่าย และลดมลพิษทางเสียงของคนเถื่อน จากประสาทของสัตว์ที่จะรับรู้ได้มากกว่ามนุษย์
“ย้ากกกกกกกกกกก!!!!”
องค์รักษ์สาวกู่ร้องสุดเสียง ดาบของเธอค่อยๆจมลึกจนสุดคอหุ่นแมวก็ไม่ใช่เสือก็ไม่เชิง คอและหัวจึงขาดออกจากกันในที่สุด เมื่อใบดาบถึงพื้น ศีรษะเหล็กก็กลิ้งหลุนๆออกจากตัว มาทางกาโอที่ผลักให้มันกลิ้งไปอีกทางอย่างไม่พิสมัย
หญิงสาวตัวถึงพื้น เธอใช้ดาบยุบๆนั้นคำยันตัวที่โงนเงน กาโอรีบวิ่งเข้าไปจะพยุงเธอ แต่กลับถูกผลักออกอย่างรังเกียจ
“ใครใช้ให้นายมายุ่งกับตัวฉันห้ะ! แถมมายุ่งกับหัวฉันอีก! ไร้มารยาท!”หญิงสาวต่อว่าอีกฝ่ายทั้งที่มารยาทตัวเองก็เข้าขั้นแย่ เธอหยิบขวดยาฟื้นฟูส่วนตัวซึ่งเป็เืออกมาจากเข็มขัดมิติ ยกขึ้นมาดื่มอึกๆ จึงมีสีหน้าและอาการดีขึ้น รอยแผลถลอกจากลำแสงค่อยๆถูกฟื้นฟูจนเลือนหายไป จากนั้นจึงเก็บดาบใหญ่ลงเข็มขัด
“โห แม่คุณ มารยาทแม่คุณดีค้ำฟ้าเลยมั้ง ให้ตายสิปวดหลังเป็บ้า” ประโยคแรกเอ่ยประชด ประโยคหลังครึ่งสิงห์หนุ่มพึมพำบ่นพลางลูบหลัง
ครืนนนน…..
ประตูทางออกเปิดขึ้นมา ทั้งสองมองหน้ากันแล้วสะบัดหันหนีทันที เดินเว้นระยะห่างแทบจะชนขอบประตูคนละฝั่ง ไปจากห้องทดสอบอย่างไม่เสียเวลา
......................................
ในห้องโถงปิดตายที่มืดมิด มีเพียงแสงของคบไฟสลัวๆตรงเพดานสูงกลางห้องเพียงคบเดียวเป็แสงนำทาง ประตูบานใหญ่บานเดียวของห้องถูกเถาวัลย์พันไว้อย่างหนาแน่น พร้อมกับดอกไม้กินคนขนาดใหญ่พอๆกับรถสิบล้อพันขวางอยู่ เถาวัลย์ใหญ่แข็งแรงหลายสิบเส้น เคลื่อนไหวได้รวดเร็วคล่องแคล่วไว้ยึดจับเหยื่อ ตัวดอกสีส้มเหลืองสดขนาดใหญ่พอจะงับคนได้ภายในคำเดียว กลีบห้าแฉกหุบอ้าได้มีน้ำกรดไหลย้อยและซี่แหลมคมกริบ
ลูน่ากับคาเรนกำลังรับมือกับเหล่าพืชกินคนอย่างยากลำบาก เพราะพืชนี่เป็พืชของแดนปีศาจทำให้คาเรนไม่สามารถควบคุมหรือจัดการได้ง่าย แถมเผ่าพันธุ์แวมไพร์ก็ไม่ได้มีมนตรา หรือความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเื่พืชเลย เคียวของลูน่าตวัดดอกไม้กินคนจนขาดวิ่นในพริบตา แต่มันก็งอกใหม่ในเวลาไม่นานความเหนียวก็มากกว่าเดิม ต้องใช้แรงตัดมากขึ้นทุกครั้ง
ตอนแรกคาเรนเองก็ใที่เห็นลูน่า แต่ก็โล่งใจที่เจอคนคุ้นหน้า ลูน่าเองก็เพิ่งออกมาจากห้องรับรอง มาโพล่ที่นี่พร้อมๆกับคาเรน
ลูน่าคิด ดูท่าต่อให้มีบัตรเชิญ โรงเรียนนี้ก็ยังคงคาดเดาอะไรได้ยาก บางทีทางฝ่ายคัดเลือกอาจจะหมั่นไส้เธอเพราะรู้มาก ทำให้มีผู้ผ่านเป็นักเรียนมากขึ้นโดยใช้ทางลัดเป็รหัสที่บอกเซเลน่าไป แต่เธอรู้ดีว่าต่อให้ตนไม่ผ่านบททดสอบนี้ก็ยังคงถูกบรรจุเป็นักเรียนอยู่ดี แค่อาจจะเจ็บตัวเล็กน้อย
"คาเรน เธอวาดวงเวทจัดการพืชได้ไหม ขอเป็วงเวทที่จัดการพืชในแดนเทพก็ได้ เอาให้ใหญ่และจัดการได้แบบครอบคลุมนะ ฉันจะถ่วงเวลาไว้"ลูน่าพูดขณะถอยมาตั้งหลัก แล้วะโหลบเถาวัลย์ที่ฟาดมาทางเธออย่างหวุดหวิด คาเรนมองอย่างกังวล แต่ก็ทำตามคำขอ
"ป้องกันให้ด้วยละกัน"เอลฟ์สาวพูดจบ หนังสือในมือค่อยๆยึดยาว แปรเปลี่ยนเป็คทาไม้ที่มีเถาวัลย์พันเป็ลวดลายสวยงาม เชื่อมพันถึงยอดคทามีอัญมณีเขียวมรกต ทรงคล้ายหยดน้ำยอดปลายแหลม ลายภายในคล้ายลายของใบไม้ประดับทอประกาย เ้าตัวะโหลบไปหลังสุดของห้อง ควงคทาสร้างโดมเกราะธาตุแสงกันพืชปีศาจรังควานอีกชั้น
เมื่อวางใจได้ คาเรนใช้คทาเขียนอักขระเวทที่รู้กันเฉพาะคนในเผ่า วงเวทขนาดใหญ่ค่อยๆถูกคทาในมือเด็กสาวขีดเขียนวาดประทับลงพื้นตัวแล้วตัวเล่าด้วยความเร็ว น้ำหมึกคือพลังเวทของตัวเอลฟ์สาว ที่กลั่นออกมาเพื่อเขียนเป็ตัวอักษร ท่าทางการขยับไม้เท้า หมุนตัวขีดเส้นไปมาของเธอคล้ายร่ายรำอยู่ในโดม
"ชิ"ลูน่าสบถวิ่งล่อเถาวัลย์ที่จะเกี่ยวตัวเหยื่อไว้ เธอใช้เวทไม่ได้เพราะมนตราที่เธอใช้ได้มักต้องใช้เื ซึ่งอสูรพฤกษานี่จะโตเร็วขึ้นเมื่อโดนโลหิตแม้เพียงหยด น่าเสียดายที่เธอไม่มีอาวุธโจมตีมันจากระยะไกล
ลูน่าวิ่งล่ออย่างมีชั้นเชิง เธอะโแล้วหมุนตัวกลับไปมาอย่างรวดเร็ว ลัดเลาะลอดใต้เถาวัลย์อย่างน่าหวาดเสียว หลอกให้เหล่าเถาวัลย์หลายสิบเส้นพันเองกันจนขยับไปไหนไม่ได้ ที่ทำอย่างนี้ได้เพราะพืชพวกนี้ไม่มีตา อาศัยเพียงประสาทััการรับกลิ่นและแรงสั่นะเืเท่านั่น การระบุตำแหน่งเหยื่ออย่างแม่นยำจึงต่ำ
ถึงมันจะมีเถาเส้นใหม่งอกออกมาเรื่อยๆเพื่อจับเหยื่ออย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แต่การกระทำนั้นก็ถ่วงเวลาให้คาเรนได้พอสมควร
ถ้าไม่ใช่มนตราธาตุมืดระดับสูงแทบใช้กับพืชนี่ไม่ได้เลย เพราะเป็ผลผลิตจาการทดลอง ยิ่งเวทไฟยิ่งแล้วใหญ่ เพราะยามที่โดนเผา น้ำเมือกของมันจะส่งควันพิษไปทั่ว
เรียกได้ว่าการทดสอบเล่นแต่สิ่งที่พวกเธอแพ้ทางทั้งนั้น
คาเรนร่ายคาถาเป็ภาษาเก่าแก่ของชนเผ่า ทันทีที่เสียงใสของเอลฟ์สาวสิ้นสุด วงเวทบนพื้นส่องแสงประกายสีเงินเรืองรอง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ถ้าสังเกตที่พื้นดีๆจะมีหยดเืของใครบางคนอยู่
"แลกเปลี่ยนปฏิธาตุ เขตอาคม รุกขชาติม้วยมลาย!!!!"คาเรนะโเสียงดัง พร้อมรีดเค้นพลังทั้งหมดออกมาจนดวงตาสีมะนาวเข้มขึ้นกลายเป็เขียวมรกต อัญมณีที่ยอดคทาคทาถูกย้อมด้วยสีดำ
กี้ดดดดดด!!!!!!เสียงกรีดร้องของต้นไม้ดังระงม ทั้งบริเวณจะปกคลุมด้วยเพลิงทมิฬจากวงเวทสีดำลุกลามไปทั่ว แต่ไม่ทำอันตรายกับเธอทั้งสอง เหล่าต้นไม้กินคนดิ้นพล่านทุรนทุราย ภายในเวลาไม่นานก็กลายเป็เถ้าถ่าน กับน้ำสีดำแหยะๆแอ่งนอง เถาวัลย์ที่เกาะตรงประตูก็สลายไป
ลูน่าเดินไปหาคาเรนที่ใช้คทาไม้เท้าคำยันตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะฝืนใช้ธาตุที่เป็อริซึ่งถือว่าเป็พิษกับเผ่าพันธุ์เธอ แต่ส่วนหนึ่งที่เอลฟ์สาวสามารถใช้เวทธาตุมืดระดับสูงได้ เพราะเืของแวมไพร์สาวที่หยดลงพื้นไปก่อนหน้านี้ด้วยส่วนหนึ่ง
"ไหวไหม"ลูน่าถาม คาเรนพยักหน้าเบาๆเป็คำตอบ ก่อนเธอจะร่ายเวทรักษาตัวเอง แสงเงินอ่อนๆส่องออกมาจากร่างเอลฟ์สาว ขับไล่ธาตุมืดในกายออกไปจนหมด เธอจึงมีอาการดีขึ้น จากนั้นทั้งคู่จึงเดินไปบิดลูกบิดประตูบานั์เพื่อออกไปสู่ภายนอก
....................................
"การแกล้งรุ่นน้อง ยังคงความบันเทิงทุกยุคสมัยนะเนี่ย"เสียงอารมณ์ดีของเซียรพูดพร้อมยกน้ำส้มขึ้นมาจิบอย่างสบายใจ ขณะมองภาพจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ล้อมรอบผนังห้องทั้งสี่ทิศ ภาพเหตุการณ์หลายร้อยภาพแสดงผลแบบเรียลไทม์ การกระทำของผู้เข้าทดสอบแต่ละคน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนดูหนังในโรงร้อยเื่พร้อมกัน หากใครที่ไม่ผ่านเกณฑ์ภาพย่อยนั้นก็จะถูกดับวูบไป ภาพอื่นก็จะขยับขยายแทนที่ว่าง
“หลายคนยังไม่ใช่รุ่นน้องเราซะหน่อย อยากมีรุ่นน้องเยอะแล้วโดนตัดงบรึไง งบโรงเรียนยิ่งน้อยๆอยู่” อควาไม่พอใจนัก เ้าตัวกำลังวุ่นกับการติดต่อประชาสัมพันธ์ให้เหล่านักเรียนสายต่างๆกับอาจารย์ที่มาช่วยงานครั้งนี้ พลางเหล่มองสหายชายแวบหนึ่งแล้วเอ่ยเตือน “อู้งานแบบนี้ เตรียมเืให้ทุกคนสูบด้วยล่ะ โดยเฉพาะรีอา ตัวนายแห้งแน่ๆ”
“คร้าบบบบๆ” เมื่อเข้าประเด็นที่ตนเสียเปรียบ เซียรลากเสียงยาวอย่างขุ่นมัว กระดกน้ำส้มอึกๆจนหมดแก้วอย่างอารมณ์เสีย แล้วตักเติมจากกระติกใบใหญ่ใหม่
‘จะดื่มให้เืเปรี้ยวเปลี่ยนสีเป็สีส้มเลยคอยดู!’
....................................
"ต้องเตรียมตัวแล้วสินะ อยากอยู่แบบนี้ให้นานกว่านี้จัง"เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอย่างเสียดาย เ้าตัวเท้าคางมองจันทราสีม่วงกลมโตส่องสว่างตรงหน้าต่าง ผมตรงยาวดุจเส้นไหมดำคลอเคลียผิวแก้มเนียน
สุดท้ายเ้าตัวจึงเปลี่ยนอิริยาบถ ผละกายออกจากหน้าต่าง มือประกบมือ ยืดตัวบิดี้เีอย่างผ่อนคลาย ชุดนอนกระโปรงยาวบางสีขาวพลิ้วไสวตามสายลมอ่อนๆ
จากนั้นจึงเดินไปที่โลงศพที่เปิดรออยู่ ก้าวเท้าลงไป ล้มตัวลงนอนหงายบนเบาะนิ่มที่พื้นโลงอย่างสงบ ในหัววิ่งวุ่นผิดกับกิริยาทางกาย เสียงใสเอ่ยพูด
"ชายประหลาดหน้าสวย รัชทายาทเ้าปัญหา คนเถื่อนบุกเมืองแตก หาของหาย อืม มีแต่เื่น่าปวดหัว"พูดจบเ้าของร่างก็กดปุ่มในโลงที่นูนออกมา ฝาโลงเคลื่อนตัวมาปิดอัตโนมัติจนภายในไร้แสงสว่าง กลิ่นหอมจางๆฟุ้งกระจายภายในความมืดร่างกายจึงหนักอึ้ง หนังตาค่อยๆปิดดวงตาสีไพลินลงจนแนบสนิท ก่อนที่สติเลือนจะหายเ้าตัวเอ่ย
“ปัญหาของพรุ่งนี้ ก็ให้ตัวฉันในวันพรุ่งนี้จัดการละกัน”