อาจารย์หนุ่มสองคนยอบกายหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปพอสมควรพวกเขาไม่ได้ยินสิ่งกลุ่มคนข้างหน้าพูดคุยกันทว่ามองจากระยะที่พวกเขาอยู่ก็เห็นจั่วของเรือนที่ซ่อนอยู่ในกลุ่มต้นไม้ใหญ่
“ที่นี่มีคนมาปลูกบ้านอยู่ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“นั่นสิ!อาจารย์ใหญ่หวังไม่ระแคะระคายเลยหรือไร?”
“เส้าจวินพวกเขามีเรือนหลังใหญ่อย่างนี้น่าจะแอบมาอยู่ได้นานแล้วกระมัง?”
“ข้าสงสัยคนของสำนักข่าวนกกระจิบมากกว่าพวกเขามาครั้งนี้เหมือนกับรู้อยู่แล้วว่ามีคนแอบซ่อนอยู่ในป่านี้”
จงกว้านซีมองดูเด็กหญิงที่นั่งยองๆอยู่ท่ามกลางบุรุษสามคนข้างหน้า
“ชิงเว่ยเว่ยเหตุใดต้องมาด้วย?นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายเชียวนะ”
ไต้เส้าจวินส่ายหน้า“เรารอดูต่อไปก็แล้วกัน”
กลุ่มคนข้างหน้าเริ่มทำตัวยุกยิกคล้ายจะเปลี่ยนตำแหน่งการซุ่มดูอาจารย์หนุ่มทั้งสองจึงถอยหลบไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่
“พวกเขาคงไม่คิดจะบุกเข้าไปหรอกนะ”
“ไม่น่านะ”
คนทั้งสี่ข้างหน้าค่อยๆขยับไปทางด้านหลังของเรือน ทำให้ไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีได้เข้ามาแทนที่
ไต้เส้าจวินที่นึกสงสัยว่าคนทั้งสี่เห็นสิ่งที่ก็กวาดตามองไปทั่วบริเวณขณะนั้นรถเข็นที่มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ก็ถูกหมุนให้เคลื่อนมาข้างหน้า
“ท่านพ่อ”เสียงของเขาแหบโหย
จงกว้านซีที่มองไปเห็นก็อ้าปากค้าง“นั่น!นั่นท่านพ่อของเจ้านี่?”
“ท่านพ่อข้ายังไม่ตายจริงๆด้วย”
“เส้าจวินเจ้าว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
ชายหนุ่มนั่งตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยทบทวนเรื่องราวนับตั้งแต่รู้ข่าวว่าบิดาเสียชีวิตที่เมืองชิงหลิง“คงมีคนใช้ศพมาแอบอ้างเพื่อทำให้ทุกคนเชื่อว่าท่านพ่อของข้าตายแล้วจากนั้นจึงจับท่านมาขังไว้ที่นี่” ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ “เจ้าคุ้นๆพวกเขาหรือไม่?”
“ใช้เกาทัณฑ์เป็นอาวุธหลักแต่งกายด้วยชุดมิดชิดแต่มีลวดลายประดับสาบเสื้อเยี่ยงนี้”
“ชนเผาชู่ชีนักรบเดนตาย”
“ถ้าอย่างนั้นท่านลุงไต้ถูกพวกเขาจับมาขังไว้ที่นี่เหมือนจะต้องการของบางอย่าง”
ไต้เส้าจวินพยายามขบคิดหาเหตุผล“ข้านึกไม่ออกเลยว่าคนชนเผ่าพวกนี้จะต้องการสิ่งใดจากท่านพ่อ?”
“ข้าอยากรู้มากกว่าว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เจ้าดูสิ! เจ้ากับข้าไปขอความช่วยเหลือในการสืบหาท่านลุงจากคนมากมายแต่ที่แท้บิดาของเจ้ากลับถูกซ่อนเอาไว้แค่ใต้คางของพวกเรา”
“ดูให้ทั่วๆก่อนเถอะว่าพวกเรามีเวรยามเข้มแข็งเพียงใด?” ไต้เส้าจวินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคนทั้งสี่ที่นำพาพวกเขามาเรือนหลังนี้ลอบไปดูทางด้านหลัง“กว้านซี เจ้าว่าคนของคุณชายจินมาที่นี่เพราะเรื่องของท่านพ่อข้าหรือไม่?”
“ยากจะมีเรื่องใดลอดหูลอดตาคนผู้นี้ไม่แน่ว่าเขาอาจจะแอบสืบเรื่องของท่านลุงไต้อยู่เราตามไปดูกันเถอะว่าพวกเขาคิดจะทำสิ่งใด?”
ไต้เส้าจวินเห็นด้วยคนทั้งสองจึงตามไป
ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินแยกกันไปนับจำนวนคนที่อยู่เวรยามคนละฝั่งโดยให้ไห่ฮ่าวกับชิงเว่ยเว่ยคอยจับตามองว่าดูว่าในเรือนมีคนเดินเข้าออกมากน้อยเพียงใด
“ดูเหมือนข้างในจะไม่น่าจะมีคนเยอะนะขอรับคุณหนู”ไห่ฮ่าวที่อาสาไปดูฝั่งประตูให้ชัดๆ กลับมาบอกกับทุกคน
“ที่นี่มีคนเฝ้าอยู่ยี่สิบคนแต่ดูแล้ววิทยายุทธ์แต่ละคนล้วนแกร่งกล้า ยากบุกเข้าไปหาว่าเราคิดจะชิงตัวใต้เท้าไต้ออกมาจริงๆ ล่ะก็ควรมียอดฝีมือมาช่วยอย่างน้อยห้าคน”
“เห็นทีเราคงต้องกลับไปปรึกษาหารือกันที่สำนักข่าวอีกครั้งค่อยลงมือ”ไป๋สวินกล่าวสรุป
“ข้ากลัวว่าพวกเขาจะพาใต้เท้าไต้หนีไปก่อนน่ะสิเจ้าคะ”
“คุณหนูชิงพวกเรามากันแค่สี่คน เห็นทีคงจะสู้พวกเขาไม่ไหวคนของเผ่าชู่ชีไม่ใช่ว่าเราจะรับมือได้ง่ายๆ”
คนทั้งสี่กำลังคิดจะถอยออกจากที่กำบังกายออกไปจากค่ายกลแห่งนี้หางตาของชิงเว่ยเว่ยสังเกตเห็นด้านหลังของตนห่างไปไม่ไกลคลับคล้ายจะมีเงาของคนแอบซุ่มมองอยู่นางจึงหันไปสะกิดไห่ฮ่าว
“ข้าว่ามีคนแอบตามพวกเรามานะ”
ไห่ฮ่าวไม่ได้หันไปมองแต่กัดฟันกระซิบถาม“คิดว่าพวกไหนขอรับ?”
“ไม่น่าจะเป็นคนพวกนี้ดูท่าจะตามพวกเรามาได้สักพักแล้ว เดี๋ยวเราแกล้งเดินเข้าไปในหมู่ไม้ข้างหน้าข้าจะลอบไปดูเอง”
ไห่ฮ่าวมองไปก็รับว่าเข้าใจต้นไม้ข้างหน้าเป็นพุ่มหน้าแต่ถ้าชิงเว่ยเว่ยเดินเข้าไปก็จะมองไม่เห็นนางเพราะสูงท่วมศีรษะเด็กหญิงพอดีคนที่แอบดูอยู่จะยังคงเห็นส่วนหัวของบุรุษทั้งสามคนอยู่
ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินถูกไห่ฮ่าวเอาส่วนปลายด้ามกระบี่กระทุ้งให้เดินไปเรื่อยๆฝาแฝดทั้งสองรับรู้ถึงความผิดปกติจึงไม่หันกลับไปเมื่อเข้าพุ่มไม้นั้นไห่ฮ่าวจึงย่อตัวลงแล้วกระซิบบอกแผนกับพวกเขาในขณะที่ชิงเว่ยเว่ยวิ่งผลุบอ้อมหายไปในพุ่มไม้อีกด้านหนึ่ง
“พวกเขาเปลี่ยนที่หลบอีกแล้วเหมือนจะแค่สังเกตการณ์แล้วก็กลับ”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”ไต้เส้าจวินทั้งห่วงบิดา ทั้งอยากรู้ว่าคนทั้งสี่คิดจะทำสิ่งใด? เขาชะเง้อมองตามแล้วหันกลับมาหารือ“เจ้าว่าเรื่องนี้เราเอาไปบอกอาจารย์ใหญ่หวังดีหรือไม่?ลำพังเจ้ากับข้าบุกเข้าไปไม่ได้แน่”
“ดี! ถ้าเขายอมช่วยระดมยอดฝีมือการช่วยเหลือบิดาเจ้าย่อมง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ”
“ไม่ได้ๆเรื่องนี้จะทำเอิกเกริกไมได้เจ้าลืมแล้วหรือว่าบิดาของข้าเป็นผู้เสียชีวิตไปแล้วที่เขาชิงหลิงพวกเขากล้าเอาศพอื่นมาหลอก ย่อมต้องมีแผนการอยู่เบื้องหลัง”
“อืม...ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทแต่ข้าคิดว่าอาจารย์ใหญ่หวังน่าจะหาคนมาช่วยท่านลุงออกมาอย่างเงียบๆ ได้”
ชิงเว่ยเว่ยนั่งยองๆย่องเข้าไปที่พุ่มไม้ไม่ไกลนัก นางค่อยๆ แหวกใบไม้ออกดูเมื่อเห็นว่าเป็นอาจารย์ไต้กับอาจารย์จงก็ชะงัก ครั้งก่อนนางแอบตามพวกเขาไปขุดสุสานครั้งนี้เป็นพวกเขาที่ตามนางมาค้นหาเรือนลึกลับในป่านี้
“แต่...ข้ายังกังวลอีกอย่างกลัวพวกเขาไหวตัวทันแล้วพาท่านพ่อข้าหนี”
“เรามาแค่สองคนการบุกเข้าไปก็เท่ากับไปตายนะเส้าจวิน”
ชิงเว่ยเว่ยเห็นว่าคนทั้งสองคนจะรู้แล้วว่าใต้เท้าไต้จี้หลิงถูกจับกุมตัวไว้ที่นี่นางจึงแหวกพุ่มไม้ออกไปแสดงตัว
***************************

