ย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 55 ขายของ

    ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง


    บทที่ 55 ขายของ




    หลังจากลูกค้ารายแรกผ่านไป ก็มีคนสนใจเข้ามาถามเรื่อยๆ แต่มีเพียงฟักสองลูกเท่านั้นที่มีคนซื้อกลับไป ส่วนฟักทองมีคนถามมากมายแต่ไม่มีใครสู้ราคา แตงโมเองก็มีคนสนใจอยู่บ้าง แต่เพราะไม่รู้จักทำให้ไม่มีใครซื้อไป


    ผ่านไปพักใหญ่ได้มีบุรุษวัยกลางคนเดินผ่านมา เมื่อเห็นจางหย่งเขาก็เอ่ยทักทายขึ้นว่า


    "คุณชายจางหย่งใช่หรือไม่ขอรับ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกันในที่แบบนี้"


    "ท่านคือ..."


    "ข้าน้อยคือพ่อบ้านตระกูลอี้ คุณชายจำข้าไม่ได้หรือขอรับ"


    "ท่านพ่อบ้านนี่เอง มาๆ สนใจฟักทองหรือแตงโมสักลูกไหมขอรับ"


    จางหย่งเออออไปตามคำพูดของพ่อบ้าน ก่อนจะชักชวนบุรุษผู้นั้นให้ซื้อของที่เขาวางขาย พ่อบ้านอี้ที่ได้ยินก็อุทานด้วยความตกใจว่า


    "คุณชาย ท่านเอาแตงโมมาจากที่ใดหรือขอรับ"


    พ่อบ้านตระกูลอี้เป็นพ่อบ้านในตระกูลใหญ่ ทำให้เขาเคยได้ยินชื่อของแตงโมอยู่บ้าง แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยได้ลิ้มลอง จางหย่งที่ได้ยินคำถามก็ตอบออกไปว่า


    "มีคนฝากข้ามาขายอีกทีขอรับ"


    "ว่าแต่ท่านขายแตงโมนี่อย่างไรหรือขอรับ"


    จางหย่งหยุดคิดนิดก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "พอดีมีคนฝากมาขาย แต่ไม่ได้บอกราคาไว้ ท่านพอจะทราบราคาหรือไม่"


    พ่อบ้านตระกูลอี้เบิกตากว้างจ้องมองไปทางจางหย่งอย่างตกตะลึง แตงโมถือว่าเป็นผลไม้หายาก หากมีคนมาฝากขายโดยไม่ได้ตั้งราคา แถมฝากมาถึงสองลูก แสดงว่าคนผู้นั้นต้องเป็นคนมีความสามารถมากๆ อย่างแน่นอน นึกไม่ถึงว่าคุณชายผู้นี้จะมีบุคคลเบื้องหลังที่น่ากลัวอยู่ โชคดีจริงๆ ที่เขาไม่เคยไปมีปัญหาด้วย


    จางหย่งไม่รู้ความในใจของพ่อบ้านตระกูลอี้ เขารอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ใครๆ ต่างก็บอกว่าไม่รู้จัก ไม่เคยพบเห็นมาก่อน มีเพียงคนในตระกูลใหญ่เท่านั้นที่เคยพบเห็น


    "ข้าเองก็ไม่รู้ราคาเช่นกัน คาดว่าน่าจะอยู่ราวๆ ลูกละหนึ่งถึงสองตำลึงขอรับ"


    จางหย่งเบิกตากว้าง หากบอกว่าราคาแตงโมขั้นต่ำอยู่ที่หนึ่งตำลึง หากเขาขายได้สิบลูกก็จะได้สิบตำลึง แบบนี้เขาแทบไม่ต้องทำอะไรแล้วนอกจากปลูกแตงโมขาย จางหย่งได้แต่คิดในใจ แต่คำพูดต่อมาของพ่อบ้านตระกูลอี้ก็ได้ดับฝันจางหย่ง


    "แม้แตงโมจะขายได้ราคาดี แต่ข้าว่าคนทั่วไปไม่ค่อยมีกำลังซื้อหรอกขอรับ อีกอย่างข้าเคยได้ยินมาว่าด้านในแตงโมมีส่วนอร่อยอยู่แค่เล็กน้อยเท่านั้น ถ้าไม่ใช่ชนชั้นสูงคงไม่มีใครกล้าลงทุนซื้อไปกิน หากท่านต้องการขาย ท่านควรส่งเข้าไปขายในเมืองหลวงถึงจะขายได้"


    ผลไม้สมัยก่อนไม่ได้มีการตัดแต่งพันธุกรรม ทำให้ผลผลิตไม่ได้มีรสชาติดีเหมือนยุคที่จางหย่งเคยอยู่ ทำให้พ่อบ้านตระกูลอี้เข้าใจว่าแตงโมที่จางหย่งนำมาขายจะเหมือนกับแตงโมสมัยนี้ที่เขาเคยได้ยินมา


    การจะส่งของเข้าไปขายในเมืองหลวงก็ต้องมีเครือข่าย ต้องมีคู่ค้าที่สามารถไว้ใจได้ จางหย่งที่เพิ่งมาขายสินค้าในตลาดแห่งนี้เป็นครั้งที่สองจะมีสัมพันธ์กับคู่ค้าเช่นนั้นได้อย่างไร อีกอย่างแตงโมในมิติของเขาตอนนี้มีเพียงหนึ่งต้น ออกผลมาสามลูก หากเขาต้องการนำมาขาย อย่างน้อยต้องปลูกเพิ่มอีกสี่ต้นเพื่อให้ได้แตงโมสิบลูกต่อรอบ แม้มิติจะสามารถช่วยให้สิ่งมีชีวิตเติบโตเร็วถึงห้าเท่า หากปลูกใหม่แตงโมก็ต้องใช้เวลาเติบโตเกือบสิบเอ็ดวันกว่าจะสามารถเก็บผลผลิตมาขายได้


    จางหย่งนั่งคำนวณความคุ้มค่าที่จะปลูกแตงโม หากทุกๆ สี่วันสามารถเก็บแตงโมไปขายได้ครั้งละสิบลูก ราคาลูกละหนึ่งตำลึง เขาจะได้เงินครั้งละสิบตำลึง หนึ่งเดือนก็จะมีรายรับราวๆ เจ็ดสิบตำลึง เขาถึงกับตาลุกวาวเมื่อเห็นยอดเงินที่จะได้รับ มิติมีข้อจำกัดคือสามารถใส่สิ่งมีชีวิตได้ทั้งหมดห้าสิบชนิด ตอนนี้ในมิติเขามีผักเหลืออยู่เก้า ผลไม้เหลืออยู่สิบเอ็ด ปลาในบ่อเหลืออยู่สิบสี่ เท่ากับเขาสามารถใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปได้อีก สิบหกชนิด


    แต่เมื่อลองคิดหลักการตลาดดูอีกที ทุกๆ สี่วันมีแตงโมส่งไปขายครั้งละสิบลูก แรกๆ อาจเป็นที่สนใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความต้องการจะลดลง เมื่อความต้องการลดลงราคาก็จะถูกดึงให้ต่ำลงมาด้วย ตอนนี้ยังไม่รู้ราคาและตลาดที่แน่ชัด เอาไว้เขาลองสืบเรื่องนี้ให้แน่ใจก่อนจะดีกว่า


    "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำขอรับ ว่าแต่ท่านพ่อบ้านสนใจแตงโมหรือไม่ ข้าจะลดให้เป็นพิเศษเลย"


    "โอ้ ข้าไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก ขอเป็นฟักทองดีกว่า ราคาชั่งละเท่าใดหรือขอรับ"


    "ฟักทองของข้าเป็นฟักทองที่ใช้วิธีพิเศษในการปลูก เพิ่งเก็บมาสดๆ ปกติราคาชั่งละหนึ่งร้อยสิบอีแปะ ข้าคิดให้ท่านชั่งละหนึ่งร้อยอีแปะเท่านั้นขอรับ"


    พ่อบ้านตระกูลอี้ชี้ไปที่ฟักทองลูกหนึ่งก่อนจะจ่ายเงินให้จางหย่ง เด็กๆ ที่ได้ยินราคาขายฟักทองก็มองหน้ากันไปมา ก่อนจะมองไปทางบิดาด้วยความนับถือ ยิ่งขายยิ่งได้กำไร สงสัยพวกเขาต้องจำไปใช้บ้างแล้วกระมัง


    พ่อบ้านตระกูลอี้มองซ้ายมองขวาก่อนจะเอ่ยกระซิบกระซาบกับจางหย่งขึ้นว่า


    "คุณชาย ท่านได้ยินเรื่องไฟไหม้ที่บ้านใหญ่ตระกูลอี้เมื่อวันก่อนหรือไม่ขอรับ"


    จางหย่งเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ


    "คุณชายอี้กังหายตัวไป ข้าได้ยินคุณชายใหญ่เหมือนจะเอ่ยชื่อท่านออกมาด้วย ท่านต้องระวังตัวนะขอรับ"


    "ขอบคุณท่านพ่อบ้านมากที่ช่วยส่งข่าวสารขอรับ"


    เมื่อคุยกันอยู่ครู่หนึ่งพ่อบ้านอี้ก็ขอตัวไปทำธุระของเขาต่อ ยังไม่ทันที่จางหย่งจะได้คิดถึงคำพูดของพ่อบ้าน อาฟงลูกชายคนเล็กที่นั่งเล่นกับฟักทองลูกหนึ่งอยู่นานก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า


    "ท่านพ่อ หิว หิว"


    จางหย่งที่มองขึ้นฟ้าก็พบว่าตอนนี้เข้าใกล้ยามอู่ เด็กๆ คงจะหิวกันแล้ว เขาจึงคิดจะปิดร้านพาเด็กๆ ไปกินข้าว ขณะนั้นเองเสียงเรียกหนึ่งก็ดังขึ้น


    "อ้าวเจ้าหนูกินจุ บังเอิญจริงๆ ที่ได้พบกัน"


    หลงจู๊หยาง เจ้าของโรงเตี๊ยมที่อาฟงเคยชนะการแข่งกินอาหารครั้งก่อนเอ่ยทักทายขึ้น เขาเห็นคนกลุ่มนี้มาจากที่ไกลๆ จึงตั้งใจเดินเข้ามาหา


    "อ้าวท่านหลงจู๊หยางมาทำอะไรแถวนี้หรือขอรับ"


    "ข้าออกมาเดินเล่น พวกเจ้าล่ะกำลังทำอะไรกันอยู่"


    "จะหม่ำๆ"


    อาฟงเอ่ยตอบคำถาม ทำให้หลงจู๊หยางหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เจ้าเด็กนี่รักการกินไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ จางหย่งก็ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "พอดีข้านำผักผลไม้มาขาย ท่านสนใจจะรับสักหน่อยหรือไม่ขอรับ"


    "โอ้ว ไหนดูซิ นี่มันแตงโมนี่นา"


    หลงจู๊หยางมองด้วยความสนใจ จางหย่งที่เห็นหลงจู๊หยางสนใจก็เอ่ยเจรจาการซื้อขาย หลงจู๊หยางเองเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ในเมืองหังโจว น่าจะพอมีเครือข่ายทางการค้าที่ไม่เลว ดังนั้นจางหย่งจึงตั้งใจผูกสัมพันธ์กับหลงจู๊หยาง


    "ท่านหลงจู๊หยาง เนื่องจากแตงโมนี้เป็นของที่ข้าปลูกเอง หากท่านไม่รังเกียจโปรดรับไว้ด้วยเถิด ถือว่าเป็นสิ่งตอบแทนที่ท่านเลี้ยงอาหารพวกเราคราวก่อนนะขอรับ"


    "ได้อย่างไรกัน ของซื้อของขาย แตงโมนี่ก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ"


    "หากท่านไม่รับจะถือว่ารังเกียจพวกเรานะขอรับ"


    "อ่ะข้ารับไว้ก็ได้ แต่ฟักทองพวกนั้นข้าขอเหมาก็แล้วกัน"


    จางหย่งมองหน้าหลงจู๊หยางอย่างรู้ทัน หลงจู๊ผู้นี้ช่างฉลาดจริงๆ หากเขารับเอาไปเฉยๆ จะกลายเป็นบุญคุณ กลับกันหากเขาอุดหนุนจางหย่ง แล้วได้แตงโมเป็นของแถมจะถือว่าไม่มีสิ่งใดติดค้างกัน จ่ายเงินถูกกว่าแต่ได้ของมากขึ้น ถือว่าเป็นคู่ค้าที่น่าสนใจคนหนึ่งจริงๆ


    สุดท้ายหลงจู๊หยางก็ได้ซื้อฟักทองที่เหลือทั้งหมดไปพร้อมได้แตงโมเป็นของแถม จางหย่งได้เข็นของทั้งหมดไปส่งที่โรงเตี๊ยม อาฟงลูกชายคนเล็กเข้าใจว่าตัวเองจะมากินข้าวที่ร้านก็วิ่งเข้าไปจับจองโต๊ะทันที อาฟู่ลูกชายคนรองมองตามน้องชายเข้าไป ก่อนจะหันมาทางบิดาแล้วเอ่ยถามว่า


    "ท่านลุงเป็นเจ้ามือให้พวกเราหรือขอรับ"


    หลงจู๊หยางที่เคยสาบานว่าจะไม่เป็นเจ้ามือครอบครัวนี้อีกถึงกับเบิกตากว้างขึ้น เขาไม่มีลูกเป็นของตัวเองทำให้เขามีความรักเด็กเป็นพิเศษ เมื่อเห็นสายตาใสซื่อของเด็กน้อยทั้งหลายที่จ้องมองมาด้วยความหวัง เขาก็กัดฟันตอบไปว่า


    "ข้าจะเป็นเจ้ามือให้พวกเจ้าเอง พวกเจ้าห้ามกินเกินสามถ้วย เดี๋ยวจะปวดท้องเอาตกลงหรือไม่?"


    "สี่ถ้วย!"


    สี่ถ้วยก็สี่ถ้วย เฮ้อ หวังว่ากำไรจากการได้แตงโมมาคงจะไม่หมดไปกับอาหารมื้อนี้หรอกนะ


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137