บทที่ 13
ป่าสนฝั่งตะวันออก เศษซากความเสียหายกระจายไปทั่วผืนป่า รัฐบาลประกาศให้ที่นี่เป็เขตภัยพิบัติร้ายแรง ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ หลายหน่วยงานได้เข้ามาทำการ สำรวจ ค้นหา และทำลายหลักฐาน หลายคนไม่เข้าใจกับปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ด้วยเป็คำสั่งของหน่วยเหนือจึงได้แต่เก็บซุกความสงสัยไว้ในใจ
ล่วงเข้าวันที่ห้าของปฏิบัติการเคลียพื้นที่ หลายหน่วยได้ถอนกำลังออกไป คงจบภารกิจส่วนของพวกเขา
ในขณะที่หน่วยสุดท้ายกำลังเร่งเก็บสัมภาระ พวกเขาเสร็จสิ้นภารกิจเตรียมออกจากพื้นที่ มีบุคคลหนึ่งที่ยังคงตั้งใจปฏิบัติภารกิจอยู่ในป่าลึกที่ห่างใกลผู้คน เขาคือ ทรงกลด อติเทพ
ทรงกลดยืนหลับตานิ่ง ฝ่ามือขวาทาบต้นสนใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดของะุปืนและแรงะเิ เขานิ่งเพ่งสมาธิ ม่านกระแสลมจางๆล้อมรอบตัว เหมือนซีพียูตัวใหญ่ที่กำลังคัดลอกข้อมูลจากต้นไม้เข้าเมมโมรี่ส่วนตัว
“มึงเก็บข้อมูลมาสามสิบหกต้นแล้วนะ พอได้แล้วมั่ง แค่กองขยะที่เก็บมาในฐานก็กองจะท่วมหัวอยู่แล้ว”เสียงเจเล็ดลอดมาทางเฮดโฟน
“กองขยะอะไรมึง ทุกชิ้นคือข้อมูล มึงรับแยกประเภทเลย ต้องรู้ว่ามันคืออะไรบ้าง หาแหล่งที่มา แหล่งผลิต ข้อมูลเชื่อมโยงกับของประเภทเดียวกันที่มีอยู่ ซื้อ ขายกันที่ใหน ใคร”
“เฮ้ย แล้วถ้ามันมาจากดาวอังคารหล่ะ”เจมส์ถามกวนๆ
“มึงก็ต้องบินไปดาวอังคารเอาข้อมูลมา”
“จำที่ฟิลิปปินส์เมื่อสองปีที่แล้วได้มั๊ย แค่ข้อมูลเล็กน้อยมึงเผาป่าไปค่อนป่า ยังไม่ได้อะไรเลย แถมเกือบกลับมาไม่ได้”เจขยับเมาส์ในมือไปพูดไปสายตาจ้องจอมอนิเตอร์“นี่หลักฐานกองใหญ่ขนาดนี้มึงไม่ไปทั่วโลกเลยเหรอวะ”
“ทรงกลดมึงเคยคิดบ้างมั๊ย ว่าพ่อมึงอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”เจมส์ที่นั่งข้างเจ กล่าวขัดขึ้น
“ฮึ กูเชื่อว่าพ่อกูยังอยู่ที่ใหนสักแห่ง”ทรงกลดส่งสายตาเหม่อมองดวงอาทิตย์ที่กำลังอ่อนแสงจวนเจียนจะลับขอบฟ้า
“ถ้าพ่อกูอยู่บนดวงอาทิตย์ กูก็จะไปตามหาที่นั่น”ทรงกลดกล่าวเสียงเด็ดเดี่ยว
บ้าไปแล้ว ท่านผู้ชม !!!!
ณ.สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ชายผมสีบรอนร่างใหญ่วัยห้าสิบสามปีในชุดกาวสีขาวยืนมือไขว้หลังจ้องมองแผนที่บนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ชายชุดสูทสีดำอีกสองคน ยืนขนาบซ้ายขวา รอบตัวมีทีมงานเหล่านักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานของตนเอง ที่นี้คือแลปขนาดใหญ่
“เมืองกรีนแลนด์สองครั้งแล้ว ที่เราสูญเสีย มีใครตอบได้มั๊ยว่าเกิดอะไรขึ้น”เสียงทรงอำนาจดังจากบุรุษชุดกาว
“เพราะสายเรายังน้อยครับ ข้อมูลที่นั่นจึงไม่ชัดเจน พวกเราคงไปเหยียบตาปลาเ้าถิ่นเข้า”เสียงนอบน้อมจากชายในจอมอนิเตอร์ตรงหน้า
รอบๆตัว มีจอมอนิเตอร์บนผนังสูงแปดตัว แต่ละตัวมีภาพคนต่างเชื้อชาติ บางจอเป็ชายแก่ชุดสูท บางจอเป็ชาวอิสลาม บางจอเป็สาวใหญ่ในชุดประจำชาติของตัวเอง นี่คือการประชุมที่เรียกว่า วีดีโอคอนเฟอเรนซ์
“ท่านผู้นำสั่งการมาเลยครับ ว่าจะให้จัดการยังงัย พวกผมอยู่ใกล้เฟริสคลาสที่สุด”ชายผิวขาวผมสั้นสีน้ำตาลสวมแว่นกลมใสอีกจอกล่าว
ท่านผู้นำ ใช่แล้ว เขาคือ เปย์ชินโซ ชาฮัด ดีเลอม็อง นายใหญ่แห่งคอนเวย์ อินเซฟชั่น อาชญากรร้ายอันดับหนึ่งที่ทั่วโลก้าตัว ข่าวว่าเขาถูกจับและตายมาแล้วสิบห้าครั้ง แต่ไม่ใครยืนยันว่าใช่เขาจริงๆหรือไม่
“ติดต่อขอข้อมูลเบื้องต้นกับท่านนายพลปีเตอร์ เราไม่คิดว่า คนที่มีความสามารถพิเศษจะจบลงง่ายๆ” เปย์ชินโซนิ่งและคิดอะไรเงียบๆสักพักก็หันไปทางจอมอนิเตอร์ตัวซ้ายสุด
“ท่านยูโซป งานนี้มอบให้ท่าน”
“ครับ ท่านผู้นำ” ชายโพกหัวชาวอาหรับหนวดเคราครึ้มโค้งศรีษะรับคำ
“ของๆเราบางส่วนยังค้างอยู่ที่กรีนแลนด์ เราจะส่งมือดีจากที่นี่สามคนไปจัดการ ฝากท่านยูโซปช่วยดูแลด้วย”
“ยินดีครับ ท่านผู้นำ”
“หาร่างพิเศษนั้นให้เจอ ถ้าจำเป็ให้ร่วมมือกับคนที่เราส่งไป จำไว้ ไม่ว่าจะเป็หรือตายเราต้องได้ร่างนั้น”เปย์ชินโซคาดหวังกับงานนี้ ถ้าได้ร่างนั้นมา เขาจะนำเข้าแลปถอดรหัสพันธุกรรม ร่างนี้จะเป็ต้นแบบในการผลิตร่างใหม่ตามความ้า เขาจะมีหน่วยมืดที่ดีที่สุด เมื่อถึงเวลานั้น ทั้งโลกจะตกอยู่ในกำมือเขา คิดสูงซะด้วย ไอ้วายร้าย!
เวลาล่วงเลยมาหนึ่งเดือน ทุกอย่างยังคงปกติ เจมส์กับเจเก็บตัวเงียบในโรงยิมฮานนาหาข้อมูลจากหลักฐานที่มี สิทธิดลลูกชายนายพลฯกลับมากร่างเหมือนเดิม สิทธา วิรโรจน์ถูกท่านผู้ว่าการใหญ่ลงโทษส่งไปอยู่มหาลัยประจำที่ออสเตรเลีย หมดสิทธิมาสร้างความเดือดร้อนได้อีก หนุ่มจากัวร์ โอลิเวอร์หายไปจากความทรงจำของคนที่นี่ วินทวัสกับแก๊งค์ออมสินเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น
แม้ออมสินพยายามเว้นระยะห่างแต่วินทวัสก็หมั่นเข้าใกล้เสมอท่ามกลางเสียงเชียร์ของกานดาและเติมขวัญสองเพื่อนสนิทของออมสินนั่นเอง แล้วทรงกลดหล่ะ ทำอะไรอยู่?
ป่าสนชายฝั่งตะวันออกริมทะเลสาบ เงียบสงบ ลับตา ปราศจากผู้คน ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งสมาธินิ่งบนหินก้อนใหญ่ ที่นี่กลายเป็ที่ประจำของทรงกลดใช้ฝึกฝนตนเอง ฝึกทั้งร่างกายและจิตใจ ภาพของพ่อ และหลักฐานกองใหญ่ในแลปมีส่วนเชื่อมโยงกัน เป็แรงผลักดันให้เขาต้องเร่งพัฒนาตนเองเขาต้องรีบแข็งแกร่งเพื่อหนทางข้างหน้า เพื่อพ่อ เขาใช้เวลาที่นี่มาร่วมเดือนแล้ว ทรงกลดบอกกับแม่ว่าขอมาทำโปรเจคกับเจมส์จะไม่กลับบ้านสักพัก มีอะไรจะโทรมาหา แม่เข้าใจไม่ติดใจสงสัยอะไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรงกลดไม่อยู่บ้าน คงมีแต่ออมสินที่แวะเวียนมาถามหา เมื่อรู้ว่าทรงกลดไม่อยู่ก็จะหน้าหงิกจากไปทุกครั้ง
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าริมทะเลสาบอีกฝั่ง กะปุก ปิคนิคอยู่ที่นี่ บอดี้การ์ดสองคนยืนคุมเชิงใกล้ๆ อีกสองคนจับปลาอยู่ในลำธารกรวด บ่าวรับใช้สามคนง่วนกับการปิ้ง ย่าง บาร์บีคิว กลิ่นหอมกรุ่นโชยไปใกล กะปุกนั่งแกว่งเท้าอ่านหนังสืออย่างสบายใจ
“คุณหนู แดดเริ่มร้อนแล้ว เข้ามารับอาหารเช้าได้แล้วเ้าค่ะ”เสียงแม่บ้านะโมาจากหน้าโต๊ะอาหาร
“โอโห เยอะขนาดนี้เลยหรือค่ะ คุณป้า”กะปุกตาโตขณะวิ่งเข้ามา
“เข้ามาทานด้วยกันเลยจ๊ะคุณป้า พี่ๆด้วย”
ทั้งหมดนั่งล้อมวง มื้อนี้มีทั้งปลาเผา กุ้งเผา หอยเชลล์ตัวใหญ่ บาร์บีคิวเนื้อ กะปุกเป็คนไม่ถือตัว เธอมักจะให้ทุกคนมาร่วมโต๊ะอาหารเสมอ เธอจึงเป็ที่รักของบ่าวรับใช้ ทุกครั้งที่มาปิคนิคจะมีคนแย่งกันมา ถึงกับมีการติดสินบนกันเลยทีเดียว
ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับอาหาร บริเวณชายป่าไม่ใกลนัก สายตาสามคู่ได้จับจ้องมาทางนี้ พวกเขาคือ คองโก ชินฮา และเอมม่า หน่วยเดนตายที่นายใหญ่คอนเวย์ส่งมานั่นเอง
“พวกเราจะไม่เปิดเผยตัว”คองโก หัวหน้าทีมกล่าว
“กลิ่นกุ้งเผาช่างหอมกวนใจชั้นเหลือเกิน”เอมม่าหลับตาส่ายหน้าเบาๆเธอกำลังดื่มด่ำกับกลิ่น มีแต่ชินฮาที่นิ่งเงียบไม่เอ่ยสักคำ
“พวกเราตามร่องรอยมาจนถึงที่นี่ นู๊พสาดตกหน้าผาตรงโน้นห้าไมล์กว่าจากจุดนี้ น่าจะเป็จุดสุดท้าย ถ้าไม่ได้ความยังไง พวกเราจะย้อนกลับไปจุดเดิมที่เราลงมา”คองโกกล่าวจบสายตาหันกลับมาจับจ้องอยู่ที่กลุ่มของกะปุก
“ทำไมเราไม่ลองเปลี่ยนเส้นทางไปทางอื่นบ้างเผื่อได้ข้อมูลอะไรใหม่ๆ”ในที่สุดชินฮาก็เอ่ยปาก เขาเป็ประเภทน้ำนิ่งไหลลึก
พวกเขาทำการบ้านมาดี จากข้อมูลที่ได้รับจากนายพลปีเตอร์ และการหาข่าวจากในเมืองทำให้รู้ว่าเป้าหมายที่พวกเขาค้นหาคือ นู๊พสาด ปีศาจราตรี ฮีโร่ของเมืองนี้ พวกเขาอยู่ในป่านี้มาเกือบสามอาทิตย์แล้วตลอดแนวล่าสังหารได้ถูกค้นหาชนิดพลิกพื้นที่ ภารกิจของพวกเขาถ้าไม่สำเร็จจะไม่มีวันยกเลิก
ฝั่งทางกะปุก ทุกคนกำลังสนุกเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้า เสียงพูดจาหยอกล้อ เสียงมีดช้อนซ่อมกระทบจาน เสียงงับๆจ๊วบๆ ดูดกินอาหารดังคละเคล้าไปทั่ว
สายลมพัดมาดัง วู๊ววว ยงค์ย่นจมูก มือที่คีบกุ้งใส่ปากชะงักค้าง เขาหันไปทางสันคู่หู ก็เห็นว่าสันกำลังมองมา เหมือนรู้ใจกัน ทั้งคู่ผละออกมาจากวงอย่างเงียบๆ
ห่างจากกลุ่มกะปุกมาพอสมควร ยงค์เริ่มซุบซิบพอได้ยินกันแค่สองคน
“สัน สิบนาฬิกาชายป่า มีคนจับตามองพวกเราอยู่หว่ะ อย่าหันไป เดี๋ยวกูจะอ้อมไปดูว่าใคร”
“ไอยงค์ กูก็ว่าจะบอกกับมึง แค่ไม่แน่ใจ ถ้าใช่จริงๆต้องเป็มืออาชีพแน่ๆ”
“กลิ่นไม่คุ้นเลย แต่กูรับรองว่าเป็คนแน่ๆกลิ่นดินปืนฉุนมาก”
“อืม นี่เป็ที่ส่วนบุคคล คนที่มาต้องไม่ประสงค์ดีแน่
ทีมบอดี้การ์ดที่ดูแลกะปุก คือทีมชั้นยอดของประเทศนี้ คุณปู่ว่าจ้างมาด้วยราคาที่แพงมาก ทุกคนหูตาปราดเปรียว มีความสามารถสูง มีความซื่อสัตย์ พร้อมสละชีพเพื่อเ้านายทุกคน ด้วยประสบการณ์ที่จัดจ้านและการฝึกที่เข้มงวด พวกเขาแค่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติ
“ไม่ต้องบอกสองคนนั้นหรอก ให้มันดูแลคุณหนูไป”
“ระวังหน่อยนะมึง” ทั้งสองสบตากันพยักหน้าแยกกันทำหน้าที่ของตนเอง
ยงค์ทำท่าทางว่าหาที่ปลดทุกข์เขาเดินตรงหายลับเข้าไปในป่า
“คุยอะไรกันเหรอพี่สัน แล้วพี่ยงค์หล่ะ”กะปุกถามขณะที่สันเดินเข้ามานั่งร่วมวง
“มันไปฉี่ครับ คุณ.....”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงสัน ร่างหนึ่งก็ลอยมาร่วงตกลงบนพื้นใกล้เท้าของเขา คือร่างของยงค์ในสภาพคอหัก ลิ้นจุกปาก ตาเบิกโพรง ดูสยดสยองยิ่งนัก
“กรี๊ดดดดด!” เสียงร้องจากสาวๆดังไปทั่ว ฝูงนกใกล้ๆกระโจนบินหนีด้วยความใ