เมื่อได้"ยาโกง" มา ภารกิจรีโนเวทร่างกายก็เดินหน้าเต็มสูบควบคู่ไปกับการฝึกสมอง
ทลายฟ้าไม่รอช้าเขาเปลี่ยนสวนดอกไม้หน้าเรือนเล็กให้กลายเป็ "ค่ายมวยจำเป็" ในทุกเช้าเบลจะได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึง...นายน้อยร่างอ้วนกลมของเธอกำลังวิ่งวนรอบสวนจนเหงื่อท่วมตัว
บางครั้งเขาก็บอกเบลว่าจะออกไปวิ่งเปลี่ยนบรรยากาศแถวนอกรั้วสักหน่อยสัญญาว่าจะไม่ไปไกล... แต่พอกลับมา เขามักจะอารมณ์ดีผิดปกติ ผิวปากอย่างมีความสุขสวนทางกับพ่อบ้านที่วิ่งหน้าตื่นมารายงานตอนบ่ายว่า"นายน้อยไปอัดคนเฝ้าประตูอีกแล้ว!"แถมจอมเวทรักษาประจำตระกูลยังฝากมาบ่นอุบว่า "เลิกซ้อมพวกมันสักทีเถอะขอรับกระผมเหนื่อยจะรักษาคนพวกนี้ทุกวันแล้ว!"
พอเบลเข้าไปถามด้วยความกังวลว่าทำแบบนั้นทำไมทลายฟ้าก็ตอบหน้าตายด้วยเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผล (สำหรับเขาคนเดียว)“ก็ที่นี่ไม่มีกระสอบทรายนี่นา... พวกนั้นทนมือทนเท้าดีก็เลยช่วยวอร์มร่างกายได้เยอะ”
เบลถึงกับกุมขมับจนต้องรีบจัดการออเดอร์ "หุ่นไม้ฝึกหัด" เข้ามาด่วนจี๋เพื่อรักษาชีวิตของพนักงานรักษาความปลอดภัยในตระกูล
เมื่อไม่ได้ออกไปซ้อมคนกิจวัตรในบ้านก็โหดขึ้นทันที ทุกวันทลายฟ้าจะนอนราบไปกับพื้นเพื่อวิดพื้น(แบบเข่าแตะพื้นเพราะแขนรับน้ำหนักพุงไม่ไหว) และทำท่าทางชกลม ฟึ่บ... ฟั่บ...ที่ดูตลกขบขันแต่แววตากลับจริงจังดั่งนักฆ่า
ทันทีที่ร่างกายกรีดร้องว่า'ไม่ไหวแล้วโว้ย!' เขาก็จะคว้าแก้วน้ำเขียวอึ๋ยขึ้นมากระดกอึก! ความมหัศจรรย์บังเกิด... ความเ็ปหายไปเป็ปลิดทิ้ง!แล้วเขาก็ลุกขึ้นมาซ้ำเติมร่างกายตัวเองต่อ
วนลูปนรกนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน
และใน่พักเหนื่อย...ก็เป็เวลาของ "คลาสเรียนภาษา" ทลายฟ้าใช้เวลาทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าเขาชี้สิ่งของต่างๆ แล้วทำหน้าสงสัย รอให้เบลออกเสียงเรียกแล้วจดจำมันเข้าสมองราวกับฟองน้ำดูดซับน้ำ
"โต๊ะ...""เตียง..." "กิน..." "เจ็บ..."
เขาท่องจำปากเปียกปากแฉะจนมาถึงจังหวะหนึ่งที่เขากำลังอินจัด ชี้มั่วซั่วไปเรื่อยเปื่อย จนนิ้วดันไปชี้ที่"ก้น" ของเบลที่กำลังก้มเก็บของอยู่พอดี ทลายฟ้าแค่้าถามคำว่า"ก้น" หรือ "สะโพก" เพื่อเรียนรู้สรีระร่างกาย
แต่เบลสะดุ้งโหยงหน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงใบหู ร้องเสียงหลงพร้อมเอามือปิดบั้นท้ายตัวเองแน่น"ว้าย! นายน้อยจะ... จะดูอะไรคะ! ทะลึ่งเ้าค่ะ!"
ทลายฟ้าหัวเราะร่าแม้จะฟังไม่ออกทุกคำแต่ก็ดูออกว่าเธอเขินและด่าเขาอยู่แน่ๆ "อา...โทษทีๆ" (พูดด้วยภาษาของโลกนี้แบบแปร่งๆ) เขาโบกมือขอโทษขำๆ
ทลายฟ้าต้องรีบเข้าใจภาษาของโลกนี้ให้เร็วที่สุด...ก็เพื่อ "ความอยู่รอด"
เพราะถ้าสื่อสารไม่ได้เขาก็เหมือนคนตาบอดคลำช้าง ไม่รู้ว่าโลกนี้คือที่ไหน กฎเกณฑ์เป็ยังไงหรือไอ้พลังเวทมนตร์บ้าบอนั่นทำงานยังไง ถ้าไม่รีบหาข้อมูล... เขาอาจจะตายเพราะ"ความไม่รู้" เข้าสักวันเหมือนตอนที่เจอยามเฝ้าประตู และที่สำคัญ...จะเถียงจะด่าอะไรมันก็ไม่ถนัดปากเลย คันปากชะมัด!
ความคิดนั้นคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ผลักดันให้เขาพัฒนาทักษะภาษาอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เบลยังต้องตกตะลึงกับพัฒนาการของเขา
. .
เวลาผ่านไปอีกประมาณ1 สัปดาห์
ร่างกายของคีลเริ่มเปลี่ยนแปลง...แม้ไขมันจะยังหนาอยู่ แต่ความกระชับเริ่มปรากฏ กล้ามเนื้อใต้ชั้นไขมันเริ่มตื่นตัวและที่สำคัญคือ ระบบหายใจที่ดีขึ้นจนผิดหูผิดตา
และแล้ว...วันที่ "สัญญา" นั้นก็มาถึง
่บ่ายแก่ๆที่แดดร่มลมตก ณ ลานดินหลังเรือนพักร่างอ้วนกลมของคีลกำลังพยายามทำท่าะโตบอย่างทุลักทุเล เสียงเนื้อกระทบกันดังผับ... ผับ... ไขมันกระเพื่อมไหวราวกับแมวน้ำที่กำลังเต้นระบำบนบกเหงื่อกาฬไหลอาบหน้าจนเสื้อเปียกชุ่ม
ขณะที่เขากำลังหอบจนตัวโยนเบลก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด "นายน้อยเ้าคะ..."เธอเอ่ยเรียกเสียงแ่ ทลายฟ้าหยุดะโ หันมามองพลางยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อ
"ท่านดราคอน...ส่ง 'เพื่อนเล่น' ที่ดิฉันขอไว้มาให้แล้วเ้าค่ะ"
ทลายฟ้าเลิกคิ้วสูงเค้าฟังออกเป็บางคำแต่นั่นก็เพียงพอแล้ว 'อ้อ... เพื่อนเล่นสินะ จะเป็ใครกัน? ลูกหลานขุนนางตกอับ? หรือเด็กรับใช้ในตระกูลที่ถูกคัดมา?'
เขาเดินตามเบลออกไปที่หน้าเรือนเล็กด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตา...กลับไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดแม้แต่น้อย ไม่มีเด็กน้อยวัยเดียวกันที่ถือของเล่นราคาแพงมาอวด...ไม่มีลูกขุนนางแต่งตัวดีมายืนแนะนำตัว
เบื้องหน้าของเขามีเพียงรถม้ากรงขังสีดำทึบ สภาพเหมือนรถขนนักโทษปะาที่จอดนิ่งสนิทชายฉกรรจ์ชุดดำสองคนเปิดประตูเหล็กเสียงดัง เคร้ง! ก่อนจะกระชากลากถู"บางสิ่ง" ลงมาจากรถแล้วผลักให้ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นดิน
มันคือเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขา...แต่สภาพนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ร่างผอมเกร็งจนเห็นซี่โครงปานจะทิ่มทะลุิัผิวกายขาวซีดเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ทั้งเก่าและใหม่ผมเผ้าสีขาวคล้ำสกปรกรุงรังปรกหน้า
และที่สำคัญ...บนศีรษะของเขามีสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรจะมี "หูทรงสามเหลี่ยมสีขาวปุกปุย"ที่ลู่ลงด้วยความหวาดระแวง และพวงหางที่เป็พู่อยู่ด้านหลัง
'นั่นมัน... เหมือนครึ่งคนครึ่งสุนัขเลยแฮะ?' ทลายฟ้าเบิกตากว้างนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็น "ุ์" ตัวเป็ๆ