แสงเหนือตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงะเิที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เขามองลอดออกไปที่ช่องหน้าต่างจากห้องนอนชั้น 2 เห็นกองไฟมหึมาลุกไหม้ส่งควันคละคลุ้งพุ่งสูงตามแรงลมไปบนท้องฟ้าที่มืดสนิท มีเพียงแสงสว่างจากเปลวไฟตรงหน้า พร้อมลูกไฟจำนวนมหาศาลที่แตกกระจายไปทั่วบริเวณ บ้านลุงชาติที่เคยเป็บ้าน 2 ชั้นหรูหราอยู่ฝั่งตรงข้ามตอนนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่เกิดจากแรงะเิที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่ เขาตั้งสติแล้ววิ่งมาที่หน้าต่างตามองเหตุการณ์ตรงหน้าให้ชัดขึ้น เมื่อกวาดสายตาไปส่วนประตูหน้าบ้านที่มีควันจางๆ เขาเห็นร่างหญิง 2 คนกำลังยืนสนทนากันท่ามกลางแสงจากกองเพลิง แต่เพียงครู่เดียวก็เกิดเสียงะเิดังสนั่นอีกครั้งคล้ายวัตถุขนาดใหญ่พุ่งชนกำแพงด้วยความเร็วและแรง
“แม่!”
เสียงะเิดังขนาดนี้ ถ้าดูไม่ผิดผู้หญิง 2 คนตรงกองไฟนั้นคือแม่ของเขากับใครอีกคนกำลังอยู่ในอันตราย เขารีบวิ่งลนลานลงบันไดไปตามเสียงนั้นชนข้าวของระเกะระกะโครมครามทั่วบริเวณแล้วรีบผลักประตูบ้านวิ่งออกไป แต่ภาพที่เขาเห็นคือแม่ยังยืนอยู่ตรงที่เดิมไม่เคลื่อนไหว เขาเองยิ่งรู้สึกแปลกใจเพราะเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณ กลับไม่มีใครซักคนนอกจากแม่ของเขาและหญิงสาวในชุดสีดำตรงหน้า ทั้งที่เกิดเหตุะเิและมีไฟไหม้รุนแรงขนาดนี้
“แสงเหนือ... เข้าบ้านไปก่อน”
แม่หันหน้ามาเพียงนิดเพื่อเว้นระยะ และสั่งเขาให้กลับเข้าไปในบ้านทั้งที่เธอเองยืนอยู่หน้ากองเพลิงมหึมากับหญิงแปลกหน้า
“ผู้นี้สินะ”
เพียงแวบนึงที่สายตาของหญิงสาวผู้นั้นมองมาทางเขา เขาก็ััได้ถึงความไม่ปรกติและบรรยากาศอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“แกเป็ใคร?” แสงเหนือกระชากเสียงถามสาวนิรนามตรงหน้า
“เข้าบ้านไป”
“ผู้หญิงคนนี้เป็ใครแม่ เค้าไม่ใช่เพื่อนแม่”
“เข้าไปรอแม่ในบ้าน”
“แม่...”
“เดี๋ยวนี้!”
เมื่อเสียงเข้มของแม่หยุดลง ร่างของแสงเหนือก็หยุดนิ่งไม่ไหวติงราวกับต้องมนต์สะกด และเมื่อแม่ของเขายกแขนขึ้นแล้วในเสี้ยววินาทีและหมัดที่เคยกำแน่นนั้นกางนิ้วออก ร่างที่นิ่งสนิทนั้นของเขาก็เหมือนถูกลมแรงพัดกระเด็นกลับไปในบ้านอย่างไม่ทันตั้งตัว สายลมกรรโชกพัดประตูบานใหญ่และหน้าต่างทุกบานให้ปิดสนิทจนเกิดเสียงดังสนั่นจากแรงกระแทกนั้น เขาเองก็ใที่จู่ๆ ตัวเขาปลิวละลิ่วเข้ามาเหมือนร่างเขาเป็เพียงกระดาษบางๆ เด็กหนุ่มตั้งหลักวิ่งไปเขย่าประตูเพื่อเปิดออกไปหาแม่ด้านนอก แต่ประตูนั้นกลับหนาหนักกว่าเคยจนไม่สั่นไหวต่อแรงเขย่าของเขา หน้าต่างกระจกทุกบานกลับแข็งแกร่งกว่าเดิมจนไม่สามารถใช้อะไรทุบให้แตกได้ เขาเหมือนถูกขังอยู่ในบ้าน ทำได้เพียงยืนมองแม่และหญิงแปลกหน้าจากในบ้านเท่านั้น
--- แสงเหนือ ---
“แม่?” เขาหันหาเสียงของแม่ ทั้งที่แม่ของเขายังยืนอยู่หน้าบ้านประจัญหน้ากองเพลิงขนาดใหญ่ในระยะไกล
--- ฟังแม่ให้ดี ลูกห้ามออกมาจากบ้านเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเช้าพรุ่งนี้ ---
“แม่ครับ เกิดอะไรขึ้น?”
--- แม่ไม่เป็อะไรลูกรัก ---
“นี่มันอะไรกันครับแม่”
เขายืนทุบกระจกและประตูทุกบานจากด้านในของบ้านส่งเสียงร้องเรียกแม่ที่อยู่ด้านนอกท่ามกลางกองเพลิงลุกไหม้รุนแรงอย่างคนจนปัญญา
“การกระทำเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย” หญิงนิรนามพูดกับแม่ของเขาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเ้าไม่มีวันได้เขากลับไปหรอก”
“ท่านก็รู้นี่ เมื่อข้าหาพวกท่านเจอ นายของข้าก็จะเจอพวกท่านทั้ง 2 เช่นกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าคงต้องปิดหูปิดตาของนายเ้าซะเดี๋ยวนี้เลย”
“ท่านไม่สามารถทำเช่นนั้นได้แล้วท่านรุจีมาตุ” สาวนิรนามพูดอย่างมั่นใจแล้วะโขึ้นไปยืนบนกำแพงสูงของบ้านลุงชาติ
“ก็ลองดูละกัน”
“ดาบเพลิงมฤตยู”
“ธุมเพลิงชัชวาลย์!”
ขณะที่เขากำลังสาละวนไล่ทุบหน้าต่างอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีแสงไฟลุกสว่างขึ้นตรงที่แม่ยืนอยู่อีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นทำให้ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เมื่อสองมือของแม่ที่เคยจับกระทะ ควงตะหลิวคู่นั้น จู่ๆ ก็เกิดเปลวเพลิงสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นเหมือนนักมายากลกำลังทำการแสดง แล้วเปลวเพลิงในมือซ้ายก็เปลี่ยนรูปเป็คันธนูเพลิงขนาดใหญ่ แม่ของเขาะโขึ้นไปสูงกว่าระดับหลังคาบ้านของลุงชาติ ง้างมือดึงสายคันธนูเพลิงนั้นแล้วเล็งไปยังเป้าหมาย เมื่อแผลงศรออกไป ก็เกิดเป็ศรเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งไปยังเป้าหมายด้วยความเร็วแสง ห่าศรเพลิงพุ่งเข้าใส่หญิงสาวตรงหน้าที่ะโลอยตัวขึ้นแล้วยกดาบขนาดใหญ่ที่ฉาบเปลวเพลิงสีดำทมิฬป้องกันไว้ ศรเพลิงที่ถูกปัดออกพุ่งไปใส่ต้นไม้ บ้านเรือนบริเวณนั้นจนเกิดกองเพลิงขนาดย่อมๆ มากมาย
ร่างของรุจีมาตุที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีแดงในขณะที่อีกฝ่ายมีออกร่าสีดำเปล่งประกายออกมา แต่เหมือนว่าออร่าเพลิงสีแดงจะเริ่มรุนแรงจนฝ่ายสีดำถอยร่นออกไป หญิงนิรนามใช้อาวุธคู่กายปัดเพลิงไฟสีแดงที่เริ่มแผ่พลังกดดันรุนแรงออกอีกครั้งพร้อมเสียงหายใจเร่งกระชั้นด้วยความเหนื่อยหอบ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อและแววตาบ่งบอกถึงความเจ็บใจ เธอครุ่นคิดตัดสินใจบางอย่างก่อนจะใช้มือร่ายวงมนตราและชี้ดาบไปยังรุจีมาตุ
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะขอแลกชีวิตนี้กับท่านแล้วกัน”
เธอใช้พลังเฮือกสุดท้ายพุ่งร่างของตนพร้อมชี้ดาบมาทางแม่ของเขา
“มันจบแล้ว ท่านรุจีมาตุ”
“ชีวิตแลกชีวิตรึ!”
“ดาบเพลิงรัตติกาล”
“ธุมเพลิงชัชวาลย์พิโรธ!”
สิ้นเสียงนั้นก็เกิดเป็ะเิรุนแรงกว่าเก่ากระจายไปทั่วบริเวณ ทุกอย่างมอดไหม้เผาบริเวณนั้นจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างของหญิงนิรนามนอนคว่ำหน้าสงบนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนหลังคาบ้านของลุงชาติ ส่วนด้านล่างเขาเห็นแม่ที่ยืนอยู่นั้นทรุดตัวลงแล้วหันมายิ้มอ่อนๆ ให้เขาด้วยใบหน้าอาบน้ำตา เปลวไฟด้านหน้าที่ลุกโชติขึ้นตามแรงลมทำให้แสงส่องสว่างสาดมากระทบร่างบอบบางของแม่ ดาบขนาดใหญ่ของหญิงนิรนามเล่มนั้นเสียบทะลุอกของแม่จนเืไหลนองทั่วพื้น แล้วแสงประกายสีรุ้งรอบๆ บริเวณก็ค่อยๆ จางหายไป พร้อมร่างนั้นที่สลายในเปลวไฟที่ลุกเผามอดไหม้ในพริบตา
--- แม่... รักลูก... นะ ---
“แม่...........”
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
===========
เสียงนาฬิกาปลุกส่งเสียงตามหน้าที่ของมันเมื่อถึงเวลา 07.00 น. วินาทีแรกที่เขาลืมตาตื่น เขารีบวิ่งไปมองที่หน้าต่างห้อง แล้วก็พบว่าลุงชาติกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อย่ตามปรกติ
‘แค่ฝัน… สมจริงชะมัด’ เขารีบทำธุระส่วนตัวเตรียมไปโรงเรียนเหมือนปรกติ เด็กหนุ่มวิ่งลงบันไดไปห้องครัวเหมิอนทุกวันที่ตอนเช้าแม่จะเตรียมอาหารไว้รอก่อนเดินทางไปเรียน พลางสำรวจข้าวของที่ตกแตกกระจายเมื่อคืน
“แม่ครับ วันนี้มีอะไรกินบ้าง..”
เขาทักทายแม่อย่างอารมณ์ดีแต่แปลกที่วันนี้ไม่มีเสียงหวานใสตอบมาจากในครัวเหมือนเคย เขาเดินไปดูตรงโต๊ะอาหารก็พบเพียงโต๊ะว่างเปล่า
“แม่…” เขาเดินจากโต๊ะอาหารเดินไปยังในครัวที่ตอนนี้เงียบสงบไม่มีแม้เสียงทำอาหารหรือเสียงโทรทัศน์ที่แม่มักจะเปิดขณะทำกับข้าว
“แม่ครับ แม่อยู่ไหน” ในครัวว่างเปล่า ไม่มีแม้เงาของแม่ หรือแม่จะไม่สบาย นึกได้ดังนั้น เขาจึงวิ่งขึ้นบันไดเพื่อไปดูแม่ที่ห้อง เขาใช้เวลาเคาะประตูห้องและเรียกแม่อยู่ซักครู่ ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบ เขาจึงลองบิดลูกบิดประตู
… ไม่ได้ล็อค….
ในห้องว่างเปล่า เขากวาดสายตาไปทั่วห้อง พบเพียงจดหมายฉบับหนึ่งวางไว้บนเตียงนอน
“ไปที่ร้านขายของเก่าในซอย์วิถี 8”
แม่ของเขาเป็นักโบราณคดีที่มักออกเดินทางไปตามโบราณสถานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยการเดินทางครั้งหนึ่งอาจกินระยะเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ซึ่งปรกติทุกครั้งก่อนออกเดินทางไปไหนก็ตาม แม่จะบอกเขาเสมอว่าไปที่ไหน กลับเมื่อไร แสงเหนือแปลกใจหยุดคิดถึงความผิดปรกตินี้ เขาเก็บจดหมายใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายถึงแม่ของเขาแต่ก็พบว่าเลขหมายปลายทางไม่สามารถติดต่อได้ ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่คำถามมากมาย แม่ของเขาไปไหน แล้วจดหมายที่แม่เขียนไว้คืออะไร หรือแม่้าบอกว่าไปทำธุระที่นั่น แต่ถ้าไปจริงๆ แม่ก็สามารถโทรศัพท์บอกเขา หรือไม่ก็ส่งข้อความทิ้งไว้ในไลน์เหมือนที่เคยทำ ทางเดียวที่จะหาคำตอบได้
ร้านขายของเก่าในซอย์วิถี 8
================================
FYI
ข้อมูลแนะนำในตอนนี้นะคะ
1. ดาบเพลิงรัตติกาล เป็ท่าไม้ตายโฟบอสค่ะ โดยกรใช้ดาบขนาดใหญ่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงโ๗มตีศัตรูค่ะ
2. ธุมเพลิงชัชวาลย์ ท่าไม้ตายของรุจีมาตุ ธุมเพลิง ตามรากศัพท์คือแสงสว่างที่เกิดขึ้นในอากาศแบบผิดธรรมชาติ ผนวกกับพิโรธ จึงเป็การแผลงศรไฟพลังเวทย์โจมตีศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนใน 1 ครั้งที่แผลงศร
3. ธุมเพลิงชัชวาลย์พิโรธ ท่าไม้ตายระดับสูงของรุจีมาตุ เป็การแผลงศรไฟพลังเวทย์ขั้นสูงโจมตีศัตรู 1 ศร โดยล็อคเป้าหมายและมีความรุนแรงสูงสุดจากพลังเวทย์ของรุจีมาตุบวกกับศาสตราเวทย์ของเธอ
นี่เป็ตอนแรกที่รู้จักนะคะ เื่ราวของการเริ่มต้นในวันนี้ แสงเหนือก็คงใมากที่จู่ๆ แม่ตนเองก็สร้างเพลิงมาจากมือได้อย่างกับเล่นกลแน่ะ ส่วนตอนหน้าจะเป็ฯอย่างไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ