เย่เฉินแยกตัวจากกลุ่มผู้สมัครสอบหน้าลาน... เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางลูกรังทอดตัวลงสู่หุบเขาท้ายสำนัก
ยิ่งเดินลึก... กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ของพลังปราณยิ่งจางหาย ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นของราและกลิ่นเหม็นเน่าขยะ
เบื้องหน้าปรากฏ "เรือนพักคนงาน"
สภาพหาใช่ที่พักอาศัยมนุษย์... เปรียบประดุจ "คอกสัตว์" ทรุดโทรม ไม้กระดานผุพังจนเห็นรูโหว่ หลังคามุงหญ้าคาเปียกชื้น
เย่เฉินผลักประตูไม้เก่าคร่ำครึเข้าไป
ฉุน!
กลิ่นเหม็นอับรุนแรงพุ่งกระแทกจมูกทันที... กลิ่นสมุนไพรไหม้ อาหารบูดเน่า และเหงื่อไคลผู้คนแออัดยัดเยียด ผสมปนเปจนชวนคลื่นเหียน
ภายในห้องโถงยาวมืดสลัว ศิษย์แรงงานในชุดสีเทาหม่นนั่งนอนเกลื่อนกลาดบนฟูกฟางขาดวิ่น บางคนนอนไอโขลกขลากหน้าซีดเซียว บางคนนั่งกอดเข่าแววตาสิ้นหวัง
ที่นี่คือ "ก้นบึ้งที่สุด" ของสำนักเมฆาคราม
ทันทีที่เย่เฉินก้าวข้ามธรณีประตู สายตาหลายคู่หันมามอง... แต่มีเพียงคู่เดียวจ้องมองด้วยความมาดร้าย
"จางหู่" ชายร่างกำยำใบหน้าถมึงทึง นั่งอยู่บนตั่งไม้ตัวเดียวในห้อง เขามีกลิ่นอายพลังปราณระดับ 1 ขั้นต้นแผ่ออกมาจางๆ
จางหู่แสยะยิ้มเมื่อเห็นเหยื่อรายใหม่ เท้าหยาบกร้านเตะ "ไม้กวาดเก่า" ข้างกาย... พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่หน้าเย่เฉินเต็มแรง!
ฟิ้ว!
เย่เฉินไม่หลบ มือยกขึ้นคว้าด้ามไม้กวาดไว้... แม่นยำและมั่นคง แรงปะทะถูกสลายไปในพริบตา
"เ้าใหม่! ปฏิกิริยาดีนี่..." จางหู่ลุกขึ้นยืน ร่างกายสูงใหญ่ทาบทับลงมาข่มขวัญ "จำใส่กะโหลกไว้... ที่นี่ข้าคือผู้บัญชา! ไม่ว่าข้างนอกเ้าจะเก่งมาจากไหน แต่ในคอกนี้ เ้าเป็แค่สุนัขตัวหนึ่ง!"
เขาเดินเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิด "ข้าต้องส่งส่วยให้ศิษย์สายนอกทุกเดือน... ดังนั้นอย่าทำตัวเป็ภาระ ข้าไม่อยากโดนลงโทษเพราะเ้าอู้งาน เข้าใจไหม!"
เขาชี้มือไปยังมุมห้องสกปรกที่สุด
"ที่ของเ้าคือตรงนั้น... ข้างถังขยะ! วางสัมภาระลง แล้วเริ่มกวาดพื้นซะ!"
เย่เฉินกำด้ามไม้กวาดแน่น... แต่เขาเลือก ไม่โต้ตอบ
เขายังไม่้าสร้างปัญหาั้แ่วันแรก... เขา้าเวลาเพื่อสำรวจและวางรากฐาน
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินถือไม้กวาดตรงไปยังมุมห้องสกปรกตามคำสั่ง
แต่ยามหันหลังให้... แววตาเย่เฉินพลันแปรเปลี่ยน... ดุจ "สัตว์นักล่า" หมอบซุ่มรอจังหวะขย้ำเหยื่อในเงามืด
รุ่งอรุณมาเยือนเรือนพักคนงานด้วยความหม่นหมอง เสียงระฆังปลุกดังขึ้นหยาบกระด้าง เหล่าศิษย์แรงงานรีบตื่นขึ้นมาเข้าแถวหน้าเรือนด้วยใบหน้าง่วงงุนและหวาดกลัว
จางหู่ ยืนกอดอกหน้าแถว สายตากวาดมองไปทั่ว ก่อนหยุดลงที่ เย่เฉิน ผู้ยืนเงียบสงบท้ายแถว
"เอาล่ะ! วันนี้ข้ามีงานพิเศษสำหรับเ้าใหม่!" จางหู่ะโเสียงดัง "เย่เฉิน! เ้าไปรับผิดชอบ 'การกำจัดกากโอสถ' ที่บ่อท้ายหุบเขา! งานนี้ไม่มีใครทำมานานแล้ว ข้าเห็นว่าเ้าแรงเยอะ น่าจะทำคนเดียวไหว!"
สิ้นเสียงคำสั่ง... เสียงสูดลมหายใจด้วยความใดังขึ้นจากศิษย์แรงงานรอบข้าง ใบหน้าซีดเผือดลงทันที ศิษย์คนหนึ่งแอบกระซิบเตือน
"เ้า... เ้าต้องหาทางปฏิเสธนะ! งานนั้นมันคืองานปะาชีวิตชัดๆ! กากโอสถพวกนั้นเต็มไปด้วย 'พิษไฟ' และ 'ปราณเพี้ยน'... คนสุดท้ายทำหน้าที่นี้ ตายไปเมื่อเดือนก่อนในสภาพดูไม่ได้เลย!"
เย่เฉินฟังคำตัดสินนิ่งๆ แต่ในใจกลับกระตุกวูบ
‘พิษไฟ? ปราณเพี้ยน?’
สำหรับคนธรรมดา มันคือยาพิษคร่าชีวิต... แต่สำหรับผู้ฝึก วิถีเทพอสูร ผู้้าพลังงานรุนแรงในการกระตุ้นกายา... นี่อาจไม่ใช่เื่เลวร้าย
จางหู่เดินเข้ามาใกล้ จ้องหน้าด้วยสายตาท้าทายและกดดัน "ว่าไง? มีปัญหาหรือไม่?"
"ไม่มีปัญหา" เย่เฉินตอบเสียงเรียบ "ข้าจะทำ"
จางหู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะร่าด้วยความสะใจ "ดี! กล้าหาญมาก! งั้นก็ไสหัวไปทำงานซะ! อย่ากลับมาจนกว่าจะขนกากโอสถทิ้งให้หมด!"
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินแยกตัวออกจากกลุ่ม มุ่งหน้าไปยังท้ายหุบเขา... เขตหวงห้ามสำหรับคนรักตัวกลัวตาย
เย่เฉินเดินลึกเข้าไปจนสุดทางหุบเขา ที่ซึ่งต้นไม้ใบหญ้าแห้งเหี่ยวตายซาก พื้นดินเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็สีดำสนิท... ความร้อนระอุแผ่ซ่านขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า
เบื้องหน้าคือหลุมขนาดมหึมา... "บ่อทิ้งกากโอสถ"
กองกากยาสีแดงฉานและสีดำทมิฬทับถมกันจนสูงเป็ูเาขนาดย่อม ควันพิษหลากสีลอยอวลเหนือปากบ่อ ส่งกลิ่นฉุนกึกทำให้แสบจมูกและตาพร่ามัว กากโอสถเหล่านี้คือของเสียเหลือจากการกลั่นยาของเหล่าผู้าุโ ซึ่งยังคงหลงเหลือ "พิษไฟ" และ "พลังปราณตีกันยุ่งเหยิง"
เย่เฉินยืนนิ่ง จ้องมองกองขยะพิษด้วยสายตาแปลกประหลาด
ลายอักขระเทพอสูร ที่หน้าอกกลับเต้นตุบๆ ด้วยความหิวกระหาย ราวเห็นอาหารอันโอชะวางอยู่ตรงหน้า
เขาเดินเข้าไปใกล้กองกากโอสถซึ่งยังคงส่งเสียง ฉ่า... เพราะความร้อน ยื่นมือขวาออกไปััก้อนกากยาสีแดงเข้มก้อนหนึ่งอย่างกล้าหาญ
ฟู่!!!
เสียงเหมือนเนื้อถูกย่างบนกระทะร้อนดังขึ้นทันที! ความร้อนมหาศาลพุ่งเข้าใส่ิั
แต่ทว่า... ิัเย่เฉินไม่ไหม้พอง!
กลับกัน... รูขุมขนฝ่ามือเปิดออกกว้าง และเริ่ม "ดูดกลืน" พิษไฟสีแดงฉานเ่าั้เข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง!
วูมมมม!
พิษไฟรุนแรงถูกดูดซับเข้าเส้นชีพจรเทพอสูร ทันทีที่เข้าสู่ร่างกาย มันถูก "กายาเทพอสูร" บดขยี้และคัดกรองรวดเร็ว แยกเอาสิ่งสกปรกออก เหลือไว้เพียง "พลังงานบริสุทธิ์เข้มข้น" ไหลเวียนไปเสริมความแข็งแกร่งกล้ามเนื้อและกระดูก
เย่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ‘นี่มัน... พลังงานเข้มข้นกว่าแก่นอสูรทั่วไปถึงสิบเท่า!’
เขาเข้าใจแล้ว... กากยาพวกนี้คือวัตถุดิบชั้นเลิศ แต่สำหรับผู้ถือครองวิถีเทพอสูร... พิษไฟคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุด!
เย่เฉินไม่รอช้า ะโลงไปนั่งขัดสมาธิกลางกองกากยาร้อนระอุ หลับตาลงและเริ่มโคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ บทลับ" เต็มกำลัง ร่างกายเปรียบเสมือนหลุมดำดูดกลืนไอพิษและพลังงานจากรอบด้านเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ผ่านไปสองชั่วยาม...
เย่เฉินลืมตาขึ้น ั์ตามีประกายสีแดงจางๆ วูบผ่านก่อนเลือนหาย ร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังมากกว่าเดิม
แต่เมื่อมองไปรอบตัว เขาก็พบปัญหาใหม่
กากยาสีแดงฉานเคยร้อนระอุ บัดนี้กลายเป็ "เถ้าถ่านสีขาวโพลน" เย็นชืดและร่วนซุย เพราะถูกเขาดูดพลังไปจนหมดสิ้น
‘ถ้าใครมาเห็นสภาพนี้ ต้องสงสัยแน่ว่าพลังในกากยาหายไปไหน...’
เย่เฉินขมวดคิ้วครุ่นคิดเพียงครู่เดียว เขาก็ลุกขึ้นใช้เท้ากวาดเอา กากยาสดใหม่ ้า ลงมากลบฝัง "เถ้าสีขาว" ไว้ที่ก้นบ่ออย่างมิดชิด จนมองไม่เห็นความผิดปกติ
‘ความลับนี้ต้องตายไปกับข้า...’
เย่เฉินแสยะยิ้มเ็า ‘จางหู่... เ้าคิดว่าจะส่งข้ามาตาย... แต่เ้าหารู้ไม่ว่า... เ้ากำลังส่งัลงสู่บ่อทองคำ!’
ตะวันลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุมหุบเขาเรือนพักคนงาน
เย่เฉินเดินกลับเข้ามาในเรือนพักด้วยฝีเท้ามั่นคง ร่างกายดูเหมือนคนงานเหนื่อยล้าทั่วไป แต่ภายในเส้นชีพจร... พลังงานพิษไฟจากกากโอสถกำลังไหลเวียนอยู่อย่างคุกรุ่น รอวันะเิออก
ทันทีที่ก้าวไปถึงมุมห้อง... เขาก็พบว่าที่นอนฟางถูกรื้อกระจุยกระจาย และชามข้าวเก่าๆ ใบเดียวที่มีอยู่ถูกเตะกลิ้งไปอยู่ที่เท้าใครบางคน
จางหู่ ยืนกอดอกรออยู่ พร้อมสมุนร่างใหญ่สี่คนยืนปิดล้อมทางออก "ยังไม่ตายอีกรึ?" จางหู่แค่นเสียง
เย่เฉินไม่ตอบ เขาเดินเข้าไปจะหยิบชามข้าวคืน
กร๊อบ!
จางหู่จงใจใช้เท้า เหยียบ ชามใบนั้นจนแตกละเอียดคาพื้นรองเท้า "อุ๊ย... มือลื่น... ไม่สิ เท้าลื่น" จางหู่หัวเราะร่าพร้อมเหล่าสมุน
จากนั้นสีหน้าเปลี่ยนเป็ถมึงทึง
"เ้าใหม่... ศิษย์สายนอกเพิ่มยอดส่วยเดือนนี้ ข้าไม่มีทางเลือก ยาเม็ดรวบรวมปราณ ประจำเดือนของเ้า... ส่งมาซะ... ถ้าไม่ให้... ข้าจะหักแขนเ้า แล้วโยนเ้าออกไปนอนตากน้ำค้างข้างนอก!"
เย่เฉินมองดูเศษชามแตกละเอียด... แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาจางหู่ ดวงตาว่างเปล่าและลึกล้ำดุจก้นเหว
"คนอย่างเ้า..." เย่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "ไม่คู่ควรแม้แต่จะมองยาเม็ดนั้นด้วยซ้ำ"
"ว่าไงนะ! ไอ้สวะ! อยากตายนักใช่ไหม!"
ฟุ่บ!
จางหู่โคจรพลังปราณระดับ 1 ขั้นต้นไปที่หมัดขวา จนเกิดลมหมุนเบาๆ รอบกำปั้น เขาเหวี่ยงหมัดนั้นเข้าใส่ใบหน้าเย่เฉินเต็มแรง! หมัดพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง หมายขยี้ใบหน้าให้แหลกเหลว
ปึก!
เสียงปะทะดังทึบและหนักแน่น... ฝ่ามือซ้ายเย่เฉินกางออกรับหมัดนั้นไว้อย่างแม่นยำและมั่นคงราวคีมเหล็กกล้า! แรงกระแทกทั้งหมดถูกดูดซับหายไปในพริบตา ร่างไม่ไหวติงแม้แต่ปลายเท้า
"อะ... อะไรกัน!" จางหู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พยายามดึงมือกลับ แต่กลับพบว่ามือตนเหมือนติดอยู่ในปากสัตว์ร้าย
และในวินาทีต่อมา ความสยดสยองที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น
"อ๊ากกกก! ร้อน! ร้อนนน!"
จางหู่กรีดร้องออกมา เมื่อจู่ๆ ฝ่ามือเย่เฉินก็ปล่อย ความร้อนระอุ ออกมาราวเตาหลอม! มันคือ "พิษไฟ" อันเย่เฉินเพิ่งดูดซับมาและแฝงไว้ในพลังกาย!
ควันสีจางๆ ลอยขึ้นจากจุดัั กลิ่นเนื้อไหม้โชยเตะจมูกสมุนรอบข้างจนหน้าซีดเผือด
เย่เฉินมองหน้าจางหู่อย่างเ็า ั์ตาสะท้อนประกายไฟวูบหนึ่ง "เ้าบอกว่าจะหักแขนข้าสินะ?"
สิ้นคำถาม นิ้วทั้งห้าก็ออกแรงบีบ!
กร๊อบ!!!
เสียงกระดูกแตกละเอียดดังลั่นไปทั่วเรือนพักเงียบสงัด!
"อ๊ากกกกกก!" จางหู่ทรุดฮวบ ร่างกายบิดงอด้วยความเ็ปแสนสาหัสแล่นพล่านมาจากกำปั้น... ถูกทั้งบดขยี้และเผาไหม้จนผิดรูป!
เย่เฉินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ตวัดขาเตะตัดเข้าข้อพับเข่าจางหู่อย่างรวดเร็ว
ตุบ!
ร่างั์หัวหน้าคนงานคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง เย่เฉินกดฝ่ามืออันยังคงมีความร้อนระอุลงบนศีรษะจางหู่ แล้วออกแรงกดจนหน้าผากแนบติดกับพื้นดินสกปรก!
"ฟังให้ดี..." เย่เฉินกระซิบเสียงต่ำ แต่ดังก้องในโสตประสาททุกคน "ยาเบี้ยเลี้ยงของข้า... ข้าจะเก็บไว้ ส่วนยาเบี้ยเลี้ยงของเ้า... เ้าต้องเอามาให้ข้าทุกเดือน... เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้ว! ข้าเข้าใจแล้ว! ร้อน! ข้ายอมแล้ว!" จางหู่ร้องไห้ออกมาอย่างหมดสภาพ น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวจับจิต
เย่เฉินสะบัดมือปล่อยศีรษะจางหู่ราวทิ้งขยะ หันกลับมามองศิษย์แรงงานคนอื่นผู้ยืนตัวสั่นงันงกในเงามืด สายตามิได้มีเพียงความหวาดกลัวอีกต่อไป... แต่มันเจือไปด้วย "ความยำเกรง" ต่อราชันย์องค์ใหม่
"นับจากวันนี้ไป... ในเรือนนี้... กฎของข้าคือที่สุด"
เย่เฉินกล่าวทิ้งท้ายสั้นๆ ก่อนเดินกลับไปนั่งขัดสมาธิมุมห้องเดิมอย่างสงบ ท่ามกลางความเงียบสงัดไม่มีใครกล้าทำลาย
เขาหลับตาลง เข้าสู่ห้วงสมาธิเพื่อย่อยสลายพลังงานที่เหลือ... โดยมีจางหู่และเหล่าสมุนนั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่เื้ั
ในเงามืดของสำนักเมฆาคราม... "ราชันย์เงา" ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว พร้อมพลังอัคคีทมิฬอันซ่อนเร้นอยู่ในกาย!
[จบตอนที่ 24]