“จะกลับบ้านใช่ไหม ขึ้นมาสิ”
กรวีร์ส่งเสียงถามและตัดบทเสร็จสรรพด้วยตัวเอง ซึ่งนั้นทำให้พรลภัสยืนงงๆ ตื่นเต้น ตื่นตระหนกใ จนพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง เพราะไม่คาดคิดว่าเ้าของไร่จะมาชวนเธอขึ้นรถไปกับเขาอย่างนี้ ทั้งที่เคยพูดกันแค่หนเดียวเอง ซึ่งก็คือตอนที่เธอมาสมัครเป็คนงานที่ไร่นั้นเอง
“มัวยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ ขึ้นมาสิ”
“เอ่อ!... มะ ไม่เป็ไรดีกว่า พรเดินกลับได้ ขอบคุณค่ะ”
พรลภัสได้สติกลับคืนมา เมื่อกรวีร์เอ่ยเร่งเร้าเธออีกครั้ง เธอจึงพูดปฏิเสธเขาไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใครจะอยากนั่งรถไปกับเขากันล่ะ เขาทำให้เธอหัวใจเต้นแรง ประหม่า จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเวลาที่เห็นเขา ยิ่งถ้าให้อยู่ใกล้ๆเขาด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งไม่รู้จะทำตัวยังไง เพราะฉะนั้นอยู่ห่างๆเขาจะดีกว่า
“เดินกลับได้ยังไงตั้งไกล ขึ้นมาเถอะ ฉันอยากจะคุยกับเธอ เื่งาน......”
“งานเหรอคะ? ก็คุณรับพรเข้าทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะพูดเื่งานอีกอย่างนั้นเหรอ?”
กรวีร์กล่าวอ้างขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่ไม่ยอมให้พรลภัสปฏิเสธได้อีก พอพรลภัสได้ยินว่าเขาจะพูดคุยเื่งานกับเธอ ก็ต้องเบิกตากว้าง และละล่ำละลักพูดด้วยความกลัว ว่าเธอจะไม่ได้ทำงานในไร่ต่อไป เธอพึ่งเริ่มงานวันแรกเอง
“ใช่จะพูดเื่งาน ขึ้นมาได้แล้ว ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ และไม่ชอบคนโอ้เอ้นะ”
“.........”
พรลภัสถูกเร่งเร้าขึ้นมาอีกครั้ง จึงทำให้เธอไม่มีเวลาคิดหน้าคิดหลังไปมากกว่านี้อีกแล้ว จึงยื่นมือเรียวเปิดประตูรถโฟร์วิลออก แล้วก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างๆ คนขับ จากนั้นปิดประตูรถเบาๆ แล้วรถโฟร์วิลก็ได้ขับเคลื่อนออกไปบนถนน
“เอ่อ!... คุณวีมีอะไรจะพูดอย่างงั้นเหรอคะ?”
พรลภัสเหลือบแลเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ที่มีหนวดเคราปกคลุม แต่ไม่ใช่ว่าจะดูรกรุงรังแต่อย่างใด เพราะกรวีร์ตัดเล็บอยู่ตลอด จึงทำให้เขาดูเข้มดุ และหล่อในแบบเถื่อนๆ นิดๆ พรลภัสเห็นเขาขับรถมาได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่เอ่ยพูดเื่ที่บอกว่าอยากจะพูดสักที เธอจึงตัดสินใจเอ่ยถามเขาออกไป
“อืม... เธอเคยทำงานเป็เสมียนมาก่อนใช่ไหม?”
พรลภัสได้ยินคำถามที่ออกมาจากปากของกรวีร์ ก็ให้ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากัน เพราะคำถามนี้เขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่าเธอเคยทำงานในตำแหน่งเสมียนมาก่อน เพราะตอนที่เข้ามาทำงานในวันแรก เขาซักประวัติเธอไปแล้ว
“ใช่ค่ะ”
แต่อีกความคิดหนึ่งของพรลภัสคิดว่า กรวีร์คงจำไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเขานี่นะ เป็เพียงแค่คนงานที่ทำงานในไร่ของเขาเท่านั้นเอง เธอจึงตอบคำถามของเขาเพียงสั้นๆ แต่ได้ใจความ และพานให้นึกสงสัยขึ้นมาอีก ว่าเขาจะถามเื่นี้กับเธอทำไม มันไม่ได้เกี่ยวกับงานในไร่ที่เธอทำอยู่ในตอนนี้เลยสักนิด
“ที่ฉันถามเธออย่างนี้ เพราะตอนนี้ฉันขาดคนทำงานด้านเอกสาร ฉันคิดว่าหากเธอทำงานเสมียนมา ก็คงจะทำงานด้านเอกสารได้ จึงจะให้เธอไปทำงานตรงนั้น ฉันจะได้ไม่ต้องหาคนมาทำให้มันยุ่งยาก”
กรวีร์พูดบอกหญิงสาวตัวเล็กไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่พูดสายตาคมกริบจับจ้องมองอยู่ที่ถนน ไม่ได้หันมามองใบหน้าสวยหวานเลย จึงไม่เห็นถึงดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างอย่างดีใจ
พรลภัสไม่ถนัดงานในไร่ที่จะต้องทำงานตากแดดตากลมตลอดทั้งวันอย่างนี้เลย แต่หากจะไปทำงานอย่างอื่น อย่างงานธุรการ งานเสมียน งานขาย หรืองานแคชเชียร์อะไรพวกนี้ ที่นี่ไม่มีให้เธอทำเลย
แต่จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่ น่าจะบอกว่างานพวกนี้หายากมากจะใช่กว่า เพราะอย่างนี้ไง เธอจึงไม่เลือกงาน อันไหนที่ได้เงิน เธอพร้อมจะทำหมด
“จริงเหรอคะ พรทำได้ค่ะ”
พรลภัสเผลอยื่นมือเรียวเล็กไปจับแขนแกร่ง ด้วยความตื่นเต้นดีใจเป็ที่สุด ที่เธอจะได้ทำงานในตำแหน่งที่เธอเชี่ยวชาญ ด้วยความเผลอตัว ทำให้กรวีร์หันมามองใบหน้าสวยหวาน ด้วยสายตาอ่อนแสงลงจากเดิม
“ขอ ขอโทษค่ะ”
พอพรลภัสรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอถึงเนื้อถึงตัวกรวีร์เข้าให้ อย่างไม่รู้ตัว ก็ต้องรีบปล่อยมือเรียวออกจากแขนแกร่งอย่างเร็วไว แล้วกล่าวขอโทษขอโพยเขา โดยที่ใบหน้าสวยหวานเห่อแดงเป็จุดๆ แล้วแตกกระจายไปทั่วแก้มนวลเนียนใส
“อืม... ไม่เป็ไร บอกทางไปบ้านให้ฉันด้วยแล้วกัน ว่าอยู่ตรงไหน"
กรวีร์ยิ้มบางๆ ที่มุมปากที่เห็นหญิงสาวตัวเล็ก เขินอายได้อย่างน่ารักน่าใคร่เป็อย่างมาก เขากล่าวอย่างไม่ถือสาหาความแต่อย่างใด ทั้งพูดบอกให้พรลภัสบอกทางไปบ้านของเธอให้เขาทราบ เพื่อจะได้ไปส่งให้ถึงที่ได้ถูก
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓