บริเวณลานหญ้าด้านหน้าอาคาร1 ลมเอื่อยๆ พัดพาเอาความเย็นสบายท่ามกลางแสงแดดร้อนระบุในยามบ่าย วันนี้น้ำมากับพี่ออมและดรีมเดินเคียงข้างมาด้วยกันเธอยังสะพายกล้องถ่ายรูปตัวโปรดไว้ที่ไหล่ ฝีเท้าของทั้งสามคนหยุดลงที่บริเวณสนามหญ้าใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณต้นไม้ต้นนี้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานแสนนานในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้
น้ำยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าต้นไม้ใหญ่ทำให้ออมกับดรีมแปลกใจเล็กน้อยลมหายใจของเธอแ่เบา เธอค่อยๆ เปิดกระเป๋าสะพายอย่างเชื่องช้าหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซอกเล็กๆของกระเป๋า รูปถ่ายใบเก่าที่ขอบเริ่มมีรอยยับเล็กน้อย
ในรูปนั้นคือภาพของเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายรอยยิ้มของเธอในวันนั้นช่างสดใสและไร้เดียงสา เธอกำลังนั่งเคียงข้างพี่นัทอยู่ใต้ต้นไม้ต้นเดียวกันนี้ในมุมมองเดียวกัน, สถานที่เดียวกันแต่คนละเวลา เป็ภาพถ่ายที่ครั้งหนึ่งผู้ชายคนนี้เคยเป็โลกทั้งใบของเธอ
น้ำยกรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพยายามจัดวางตำแหน่งของรูปให้ตรงกับมุมมองที่เธอกำลังยืนอยู่สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างภาพในอดีตกับภาพความจริงในปัจจุบันตรงหน้าเธอพยายามมองหาจุดที่พี่นัทเคยยืน แล้วค่อยๆ ขยับท่าทางจนกลายเป็รูปถ่ายที่อยู่ในมือเธอ
“เอ่อ…รบกวนช่วยถ่ายรูปให้เราสองคนหน่อยได้ไหมครับ?”
“พี่นัท...พี่เคยยืนอยู่ตรงไหนนะ?” น้ำบ่นพึมพำ
ภาพแห่งความทรงจำเริ่มซ้อนทับขึ้นมาตัดสลับกับภาพความจริงที่ในวันนี้ไม่มีพี่นัทยืนอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่อีกแล้วน้ำเห็นภาพตัวเองในอดีตกำลังหัวเราะร่าเริงขณะที่พี่นัทกำลังก้มหน้าก้มตาปรับโฟกัสกล้องอย่างตั้งใจภาพรอยยิ้มของเขาที่มองมาที่เธอผ่านเลนส์
“มุมนี้แหละกำลังสวยเลยพี่ว่าให้ลำต้นไม้เป็แบ็กกราวด์เราสองคนนะน้ำ”
“โอเคค่ะพี่นัท”
ความสุขความทรงจำในอดีตยังคงชัดเจนอยู่เสมอจนเธอเผลอยกยิ้มออกมาที่มุมปากแต่ในเวลาเดียวกันหยดน้ำตากลับไหลออกมานองสองแก้มเช่นกันเป็น้ำตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป
“น้ำๆๆ” เสียงของพี่ออมดังแทรกขึ้นมาทำให้น้ำสะดุ้งจนต้องหันมามองหน้าออมกับดรีม ภาพที่เห็นมีเพียงพี่ออมและดรีมที่ยืนมองเธอด้วยแววตาที่เป็ห่วงกับบริเวณหน้าต้นไม้ที่ไม่มีใครสักคน
“พี่ออม” น้ำเอ่ยขึ้น “ถ้าน้ำยังคบกับพี่นัทอยู่ วันนี้ก็คงเป็วันครบรอบ 5 ปีพอดีเลยนะคะ”
แววตาพี่ออมเต็มไปด้วยความอ่อนโยนมองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยความห่วงใย“น้ำ...”
“อาการหนักขนาดนี้แล้วยังปากแข็งอีกว่าเลิกกับพี่นัทแล้ว” ดรีมใช้สองมือของตัวเองค่อยๆปาดน้ำตาออกแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองซับออก “อาการแบบนี้เลิกตรงไหนเนียพี่ออม”
“พี่ออม...ดรีมรู้ไหม! ตอนที่พี่นัทมาขอน้ำเป็แฟน น้ำมีความสุขมากที่สุดในโลกเลยนะ”น้ำพูดต่อพลางยกรูปถ่ายขึ้นมาจ้องมองพร้อมกับรอยยิ้มทั้งน้ำตา “รูปใบนี้เป็รูปแรกที่เราเป็แฟนกันอย่างเต็มตัวแต่วันนี้...วันนี้...ตอนนี้ทำไมพี่นัทถึงทำร้ายน้ำได้ลงคอ ทำไมพี่นัทถึงเปลี่ยนไป”
“น้ำ...” ดรีมเอ่ยปากไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เสียงสะอื้นของน้ำเริ่มดังขึ้น ดรีมที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำหนักเสียงจริงจังมาก“นี่แกยังไม่ลืมพี่นัทชัดๆ เลยนะเนี่ย ถึงได้พาตัวเองกลับมาที่แบบนี้อีก”
“แล้วตอนนี้น้ำคิดยังงัย?พี่หมายถึงน้ำจะทำยังงัยต่อไป? รอให้พี่นัทมาง้อหรือเลิกขาดจริงๆแล้ว?”
น้ำเงยหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาหันมามองพี่ออมกับดรีม“น้ำไม่รู้ น้ำไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำยังไงดี ตอนนี้มีแต่สิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตน้ำเต็มไปหมด แต่น้ำกลับกลัว น้ำกลัวว่าวันหนึ่ง...วันหนึ่งที่น้ำเติบโตขึ้นน้ำจะลืมสิ่งดีๆ ที่น้ำเคยมีร่วมกันพี่นัท น้ำกลัวว่าจะจำเื่ราวพวกนี้ไม่ได้อีกเลย”
“แกก็เลือกจำหน่อยสิน้ำ!” ดรีมโพล่งขึ้นมา “จะไปจดจำแต่เื่ที่ทำให้เป็ทุกข์มีแต่เื่ที่ทำให้ต้องเสียใจทั้งนั้น แกจะแบกความเ็ปไปถึงเมื่อไหร่กันชีวิตคนไม่ได้ยืนยาวมากถึงขนาดมีเวลาจำอะไรแบบนี้นะ”
น้ำก้มหน้าลงมองรูปถ่ายในมือที่มีหยดน้ำตาน้ำตกอยู่ในความความสับสน “พี่ออม...ดรีม น้ำควรจะฉีกรูปใบนี้ทิ้งไปดีไหม? ตัดใจให้มันจบๆ ไปเลยดีไหม?”
พี่ออมค่อยๆก้าวเข้ามาโผกอดเอวน้ำเต็มสองมือ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น“ถ้าน้ำอยากจะฉีกรูปใบนี้ทิ้งจริงๆ น้ำคงไม่ดั้นด้นพาพี่กับดรีมมาที่นี่เพื่อมาถามความเห็นพวกพี่หรอก...จริงไหม?”
ดรีมเบะปากเล็กน้อยพลางส่ายหัว“พี่ออม! แบบนี้ดรีมว่าเื่ของน้ำกับพี่นัทน่ะ มันยังไม่จบจริงๆหรอก ดูทรงแล้วน่าจะยาว”
น้ำไม่ได้ตอบโต้คำพูดของดรีมก่อนจะหันไปมองพี่ออมด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนไป น้ำพึมพำด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย “พี่ออมนี่เก่งเนอะ! พี่ออมไม่เคยมีแฟนไม่เคยมีความรัก แต่ทำไมน้ำถึงรู้สึกว่าพี่ออมรู้จักความรักดีเหลือเกิน พี่รู้ลึกซึ้งมากกว่าน้ำเสียอีก”
น้ำเว้นจังหวะเล็กน้อย“น้ำเคยคิดมาเสมอว่า สิ่งที่พี่นัทมอบให้น้ำ สิ่งที่เขาบอกว่ารักน้ำ มันคือความรักที่แท้จริงแต่วันนี้...วันที่เต็มไปด้วยความเ็ปเข้ามาตอกย้ำใจน้ำตลอดเวลา น้ำถึงได้รู้ว่าน้ำเข้าใจผิดมาตลอดเลย”
อรกำลังนั่งจ้องมองรูปถ่ายรูปหนึ่งในมือถือของตัวเอง...เป็รูปถ่ายหน้าแรกไดอารี่ที่ตัวเธอเองมอบให้กับนัททั้งน้ำตาใน่เวลาที่เธอยังเรียนอยู่ในระดับม.ปลาย หลังจากที่เธอรับรู้ความจริงแล้วว่า พี่นัทชอบน้ำ...ไม่ใช่ตัวเธอ
หน้าแรกของไดอารี่เป็ภาพวาดด้วยดินสอกับลงสีไม้ลายเส้นง่ายๆของเด็กผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งในชุดนักเรียน ยืนใกล้ๆ ผู้ชายผมสั้นคนหนึ่งในชุดนักศึกษาตรงกลางคั่นด้วยหัวใจสีแดงดวงใหญ่มากที่ด้านล่างของเด็กผู้หญิงผมยาวเขียนชื่อกำกับไว้ว่า “อร” กับที่ด้านล่างมีชื่อเขียนไว้ว่า “พี่นัท”
อรพยายามซูมเข้าดูรูปวาดของตัวเองด้วยรอยยิ้มได้แต่พูดพึมพำ“พี่นัท...พี่นัทรู้ไหมคะว่าอรไม่เคยทำได้อย่างที่ตัวเองพูดแม้แต่วินาทีเดียว นับั้แ่อรให้ไดอารี่กับพี่นัทไปอร..อรยังคงคิดถึงพี่ ชอบพี่ รักพี่เหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาถึงห้าปีแล้วก็ตาม”
ภาพแห่งความทรงจำของแก๊งชะนี...หมีไม่ว่างในสมัยม.4 กลับมาอีกครั้งหนึ่ง...อร, น้ำและเก๋ในชุดนักเรียนประสานมือกันด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข“พวกเราขอสัญญาว่า...เราทั้งสามคนจะไม่ชอบผู้ชายคนเดียวกัน”
สีหน้าของน้ำดีขึ้นมากแล้วคำปลอบใจของพี่ออมกับดรีมทำให้น้ำรู้สึกดีขึ้นเริ่มมีรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอขึ้นมาบ้างแล้ว“น้ำนึกออกแล้วว่าจะพาพี่ออมกับดรีมไปที่ไหนดี”
คำพูดของน้ำทำให้ออมกับดรีมต้องหันมามองด้วยความสนใจ“คราวนี้จะพาพี่กับดรีมไปไหนอีกละจ๊ะน้องน้ำสุดสวยของพี่ออม”
“พี่ออมกับดรีมยังไม่รู้จักพี่ไข่เจียวเลยน้ำไม่อยากให้ดรีมคิดว่านายไข่เจียวเป็ชายโรคจิตอ่ะ เขาเป็ผู้ชายธรรดาๆ คนหนึ่งไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก น้ำคิดว่าไปร้านพี่ไข่เจียวกันเหอะจะได้รู้ทำความรู้จักกันจริงๆ สักที”
“แหม๋ๆๆพอพูดถึงพี่ไข่เจียวปุ๊บน้องน้ำของดรีมก็ตาสดใสเป็ประกายแถมยังสดชื่นขึ้นมาทันทีอ่ะ” ดรีมเอ่ยปากแซวทันที “ตอนนี้ดรีมอยากรู้แล้วสิว่าตานั่นมีอะไรดีนักหนาถึงได้มัดใจน้องน้ำของพวกเราได้ถึงขนาดนี้”
“เอ่อก็ดีเหมือนกันนะน้ำพี่ก็อยากทำความรู้จักไข่เจียวไว้หน่อยก็ดี พอมาคิดดูย้อนหลังแล้วน้ำก็ไปเที่ยวกับไข่เจียวหลายวัน เห็นรูปไปด้วยกันตั้งหลายที่แน่ะแล้วก็ทำให้น้ำสดใสขึ้นมาด้วย ไม่ค่อยเศร้าเหมือนวันแรกๆ แล้วพี่ว่านายคนนี้ก็คงไม่มีอะไรอย่างที่น้ำบอกอ่าแหละ”
“ดรีมเชื่อน้ำกับพี่ออมเหอะพี่ไข่เจียวไม่มีอะไรหรอก คุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ”
“ไปร้านตานั่นเหรอ?ไปก็ไป ความจริงดรีมก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน นึกไม่ออกอีกต่างหากกำลังเบื่อๆ เหมือนกันแหละ”