เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนของทหารที่ล้มลง ณิชากวัดแกว่งดาบเงินในมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำไอแสงสีทองของดาบแพรวพราวระยิบระยับราวเทพีมาเริงระบำ ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ร่างของนางในระยะประชิดได้ เืสีแดงสดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชุดเ้าสาวสีขาวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
เมื่อคุณชายใหญ่และคุณหนูรองกลับมาถึงคฤหาสน์ พร้อมรายงานสถานการณ์อันน่าอัปยศต่อเ้าตระกูลวรกุล ชายชราผู้ทรงอำนาจถึงกับลุกพรวดจากบัลลังก์ด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"อะไรนะ! พวกเ้าสามคน... ปล่อยให้ผู้หญิงคนเดียวอาละวาดจนทหารล้มตายไปหลายสิบคนแล้ว! แถมยังทำให้นางหนีรอดไปได้! นี่มันน่าขายหน้าเพียงใด!" เสียงตวาดของเ้าตระกูลวรกุลดังสนั่นก้องไปทั่วห้องโถง เหล่าลูกทั้งสามได้แต่ก้มคุกเข่าลง
บรรดาผู้นำจากอีกสี่ตระกูลที่ยังคงอยู่ในงานเลี้ยง ต่างซุบซิบนินทากันด้วยความสนุกสนานและสมน้ำหน้า บางคนถึงกับหัวเราะคิกคักออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ท่านเ้าตระกูลวรกุลช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้สะใภ้เก่งกาจถึงเพียงนี้"
"สงสัยคงต้องให้ทหารทั้งเมืองมาช่วยจับกระมัง" ผู้เฒ่ารัชโยธินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดสี
"นั่นสินะ หรือว่าต้องเชิญจอมเวทย์จากตระกูลเรามาช่วยปราบไหม?" ท่านหญิงวรางตกุลเสริมด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
เ้าตระกูลวรกุลกำมือแน่นจนสั่นเทา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว เขาตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความเสื่อมเสียมาสู่ตระกูลของตนอย่างใหญ่หลวง
"งานเลี้ยงเลิกแล้ว ข้าไม่ขอส่ง เชิญ!... พวกเ้า 3 คนตามข้ามา" เขาตวาดเสียงลั่นไล่แขก แล้วเดินจากไปพร้อมกับลูกทั้งสามคน เขาหันไปยังลูกน้องคนสนิท
"ประกาศให้ทั่วเมือง! ตั้งค่าตัวจับกุมนางณิชา! ใครก็ตามที่จับตัวนางมาได้ จะได้รับรางวัลอย่างงาม! สั่งทหารทุกหน่วยออกตามล่านางทันที! ข้า้าตัวนาง!"
คำสั่งของเ้าตระกูลวรกุลสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งเมือง ข่าวการอาละวาดของเ้าสาวในชุดเืและการตั้งค่าจับกุมแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างหวาดกลัวและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน การล่าครั้งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้น
เวลาล่วงเลยมาทั่วทั้งเมืองต่างอลหม่านเสียงประกาศจับดังไปทุกหนทุกแห่ง ณิชากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อเอาชีวิตรอด นางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและว่องไว ดาบเงินสีแสงทองในมือฟาดฟันเข้าใส่ทหารที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ยั้ง ไอพลังเวทย์ 1 ดาว เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกาย ยังคงปกป้องร่างของนางจากคมดาบและหอกที่พุ่งเข้ามา นางหลบหลีกการโจมตีได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นางะโข้ามหลังคาบ้าน วิ่งลัดเลาะตามตรอกซอกซอยแคบๆ อาศัยความมืดหลบหนีการตามล่าอย่างสุดกำลัง
"กี่คนแล้ว ข้าฟาดฟันไปกี่คนแล้ว" ณิชาพึมพำ แต่ยังไม่แม้แต่ชะงักในการตวัดดาบในมือ มีทหารของตระกูลวรกุลและทหารรับจ้างหลายคนที่เข้ามาหยุดนาง แต่พวกเขาก็ต่างลงไปนอนจมกองเื
ในมือเรียวเล็กจับด้ามดาบยาวอย่างมั่นคง ใบดาบสีเงินยวงบัดนี้แดงก่ำไปด้วยเืสดๆ ที่ยังคงหยดติ๋งๆ ลงสู่พื้นเป็ทางยาว สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนั้แ่ชายกระโปรงยาวลากดิน ไปจนถึงผ้าคลุมหน้าบางเบาที่ขาดวิ่นเป็ริ้วรอย บัดนี้กลับเคลือบไปด้วยคราบเืแห้งกรัง
ร่างในชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้กลับถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานของโลหิต แม้ร่างจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเื และอาภรณ์จะขาดรุ่งริ่ง แต่กลับมิอาจบดบังความงามสง่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบโลหิตนั้นได้ กลับกัน มันกลับขับเน้นให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ราวกับนางฟ้าที่ลงมาจาก์เพื่อพิพากษาโลกด้วยดาบแห่งความยุติธรรม
"นางอยู่ทางนั้น ไปๆ!"
เสียงฝีเท้าของทหารที่วิ่งไล่ตามดังกระชั้นชิดเข้ามาทุกที เหล่าคนผู้มาใหม่นั้นเป็จอมเวทย์ ดาบปะทะฟาดกวัดแกว่งกันเกิดเสียงแหลมดังท้องทั่ว แสงสะท้อนส่องประกายวูบวาบในความมืด นางรับมือเหล่าผู้มาใหม่ได้ยากยิ่งขึ้น จอมเวทย์ มีความแข็งแกร่งมากกว่าทหารธรรมดา หัวใจนางสูบฉีดเพื่อเร่งพลังเวทย์ แรงกายและพลังเวทย์ของนางถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว ณิชารู้ดีว่าหากถูกจับได้ นางจะต้องเผชิญกับความตายที่ทรมาน นางจึงต้องหนีต่อไป หนีเพื่ออิสรภาพ หนีเพื่อตามหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของบิดามารดา ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนนางก็หยุดไม่ได้
"บ้าเอ้ย ทำไมนางแข็งแกร่งเยี่ยงนี้ ข้าเป็จอมเวทย์นะ ทำไมหยุดนางไม่ได้สักกระบวนท่า"
"เ้ายังดี ลูกน้องในสังกัดข้าตายเป็เบื่อ ข้าห้ามไม่ให้คนธรรมดามาเกี่ยวข้องแล้ว ไปยังไงก็ตายเปล่า"
เสียงผู้ที่มาล่าณิชาแต่หนีรอดจากคมดาบของนางไปได้
หลังจากณิชาสังหารคนรวมเกินครึ่งร้อยแล้ว ทหารรับจ้างธรรมดาไม่กล้ามีส่วนร่วมในการจับกลุ่มณิชาอีก ตอนนี้ที่ตามจับกุมตัวณิชาจะเป็ทหารชั้นยอดของตระกูลวรกุล หรือ จอมเวทย์ของตระกูล ทหารชั้นยอดเป็ทหารที่เปิดปฏิกรณ์หัวใจได้ กลายเป็ทหารจอมเวทย์ ในแต่ละตระกูลใช้ทรัพยากรอันมหาศาลในการสร้างขึ้นมาสักคน แต่ละคนมีระดับ 1 ดาว แต่รอยสักวงแหวนพวกเขาเ่าั้ไม่มีที่ประทับลูกแก้วทำให้ไม่สามารถเป็จอมเวทย์ทวิลักษณ์ได้ ถ้าพวกเขาสามารถเป็ได้พวกเขาจะไม่ยอมเป็ทหารสังกัดของตระกูลใดทั้งสิ้น เพราะพวกเขามีทางเลือกที่ดีกว่า
"จอมเวทย์ใช่ว่าจะมีเยอะ เราจะไล่ตามนางได้จริงหรือ พี่ใหญ่" ทหารที่แอบอยู่ในเงา
"ข้าไม่คิดจะสู้แตกหักกับนางผู้นั้นอยู่แล้ว พยายามตัดแรงนางก็พอ"ทหารอีกคน
เสียงสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นี่คือ 'สอง' กับ 'มาวิน' ที่เคยนำณิชามายังตระกูลในวันแรก
"พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรือ" สอง' ถาม
"ผู้ที่จะสู้กับ จอมเวทย์ทวิลักษณ์ มีแต่ จอมเวทย์ทวิลักษณ์ เท่านั้น แต่มันจะหาได้ง่ายที่ไหนกัน จอมเวทย์ธรรมดาอย่างเราถ่วงเวลานางได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว"
จอมเวทย์ทวิลักษณ์นั้นหาได้ยากมาก มีแค่เหล่าชนชั้นสูงเท่านั้นที่เป็ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็ราคา ของแบบแปลนวงแหวน หรือลูกแก้วิญญาก็มีราคาสูงเฉียดฟ้าทั้งนั้น จอมเวทย์ทั่วไปสามารถฝึกฝนร่างกาย กินยาหรือสมุนไพร ก็สามารถยกระดับได้ ณิชาไม่รู้ชาที่นางดื่มตอนอยู่ในกระท่อมที่อาจารย์ให้นั้นมีมูลค่าสูงแค่ไหน
"โอ้ นั่นนางฆ่าไปกี่คนแล้วน่ะ ชุดนางสีแดงไปหมดแล้ว ใช่หญิงสาวในรถม้าเมื่อตอนนั้นแน่เหรอ" สองกล่าวอย่างหวาดผวา
"แปลก เมื่อครั้งก่อนข้ายังััพลังเวทย์นางไม่ได้เลย นางไปเป็จอมเวทย์ตอนไหนแค่ไม่กี่วัน" มาวินสงสัย
พลังเวทย์เกิดจากการสะสมพลังงานในปฏิกรณ์ แต่ก่อนที่ปฏิกรณ์ใช้งานได้นั้นมันต้องถูกกระตุ้นด้วยพลังเวทย์ก่อน คนทั่วไปการจะก้าวเป็จอมเวทย์ได้ต้องดูดซับพลังเวทย์จากแหล่งต่างๆในระยะยาวนานทั่วไปก็10ปี ส่วนณิชานางเป็คนธรรมดา แต่เพียงชาหนึ่งจอกของมทินาก็สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็จอมเวทย์ได้ สื่อให้ถึงว่ามันเป็สมบัติที่ล้ำค่ามากแค่ไหน ถ้าตีเป็ราคาก็ประเมินค่าไม่ได้ มันไม่ใช่ของที่เมืองนี้จะมีอยู่ ณิชาดื่มไปโดยไม่รู้เื่นี้และมทินาก็ไม่ได้พูดอะไร
ณ ตระกูลวรกุล
"ท่านพ่อ ข้าอยากได้ตัวนาง ท่านต้องช่วยข้านะ" คุณชายเจ็ดร้องไห้ฟูมฟายคุกเข่าขอร้องอ้อนวอน
"เฮ้อ...นางเป็จอมเวทย์ทวิลักษณ์ เกรงว่าจะไม่ง่าย" ผู้นำตระกูลวรกุลมองลูกของตนอย่างเอ็นดู
"ข้าไม่สน! ข้า้านาง! ท่านต้องทำทุกวิถีทาง!" คุณชายเจ็ดะโเสียงดัง น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความโกรธแค้นและเสียหน้า
เ้าตระกูลวรกุลถอนหายใจหนักหน่วง เขารู้ดีว่าลูกชายคนเล็กของตนนั้นเอาแต่ใจเพียงใด แต่การที่ณิชาเป็ถึงจอมเวทย์ทวิลักษณ์นั้นเป็เื่ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง พลังระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลวรกุลจะสามารถจัดการได้โดยง่าย หากไม่ระมัดระวัง อาจนำมาซึ่งความเสียหายที่คาดไม่ถึง
"ข้ารู้แล้ว" เ้าตระกูลวรกุลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำตัวนางมาให้เ้า แต่เ้าต้องสัญญาว่าจะสงบสติอารมณ์และเชื่อฟังข้าทุกอย่าง"
คุณชายเจ็ดเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยแววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวัง "ข้าสัญญา ท่านพ่อ ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง"
เ้าตระกูลวรกุลหันไปสั่งคนสนิท "ส่งคนไปสืบข่าวเกี่ยวกับจอมเวทย์ทวิลักษณ์ผู้นี้อย่างละเอียด ข้า้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนาง กำลังของนาง จุดอ่อนของนาง และที่สำคัญ... นางมีความเกี่ยวข้องกับใครอีกหรือไม่"
จากนั้นเขาก็หันไปมองคุณชายใหญ่และคุณหนูรองด้วยสายตาตำหนิ "พวกเ้าสองคนก็เช่นกัน จงออกไปตามหานางด้วยตัวเอง อย่าให้เื่นี้ลุกลามไปมากกว่านี้ หากจับตัวนางได้ จงนำนางมาให้ข้าโดยเร็วที่สุด"
คุณชายใหญ่และคุณหนูรองค้อมศีรษะรับคำสั่งด้วยความรู้สึกผิด พวกเขารู้ดีว่าการปล่อยให้ณิชาหลุดรอดได้นำมาซึ่งปัญหาใหญ่หลวงเพียงใด พวกเขาเดินออกไปรีบดำเนินการทันที
"ท่านพี่ ท่านคิดว่าเราควรทำอย่างไรดี?" คุณหนูรองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล "ท่านพ่อดูโกรธมาก และยังคงตามใจแต่น้องเจ็ด..."
คุณชายใหญ่ถอนหายใจ "ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ความผิดพลาดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก การที่ปล่อยให้นางหนีไปได้ ทำให้ตระกูลเราเสียหน้าอย่างมาก"
"แล้วท่านพ่อจะทำอย่างไรต่อไป?"
"ท่านพ่อสั่งให้ทหารทั้งเมืองออกตามล่า และตั้งค่าหัวนางไว้สูงมาก" คุณชายใหญ่ตอบ "แต่ข้ารู้สึกว่าทหารธรรมดาอาจจะไม่เพียงพอ นางเป็ถึงจอมเวทย์ทวิลักษณ์..."
คุณหนูรองพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็คิดเช่นนั้น พลังของนางแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกทหารทั่วไปจะรับมือได้"
"ข้ามีแผน" คุณชายใหญ่กล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าจะติดต่อกลุ่มทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียง พวกเขาอาจจะพอช่วยเราได้"
"ทหารรับจ้างหรือคะ? แต่พวกเขา..." คุณหนูรองแสดงความกังวล
"ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" คุณชายใหญ่ขัด "เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจับตัวนางกลับมาให้ได้"
ขณะเดียวกัน ณิชาก็ยังคงหลบหนีอย่างไม่ลดละ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แต่ความมุ่งมั่นที่จะตามหาบิดามารดายังคงเป็แรงผลักดันให้นางก้าวต่อไป นางอาศัยความมืดและซอกหลืบต่างๆ ในเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม แต่เสียงประกาศจับกุมที่ดังอยู่ทั่วทุกหนแห่งก็เป็เครื่องเตือนใจว่าเวลาของนางเหลือน้อยลงทุกที
นางััได้ถึงพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมกำลังไล่ตามมา ณิชารู้ว่าพวกนั้นไม่ใช่จอมเวทย์ธรรมดาอีกต่อไป พวกเขาคือจอมเวทย์ทวิลักษณ์... และการต่อสู้ครั้งต่อไปของนางอาจถึงชีวิต