ตอนที่ 3 ป้องกันไว้ก่อน (2)
กู้อวิ๋นหวงปล่อยนางแล้วลุกขึ้นยืน ชำเลืองมองใบหน้าเคร่งเครียดของกู้เจิ่น ทว่าไม่มีท่าทางเดือดดาลข่มขู่เหมือนอย่างเมื่อครู่แล้ว กู้อวิ๋นหวงยกมุมปากยิ้มเยาะ เดินมานั่งลงข้างกายหนิงหว่านโหรว กอดแขนนางไว้พร้อมพูดออดอ้อน “ท่านแม่ พวกนางน่าสงสารเหลือเกิน เราช่วยพวกนางกันนะเ้าคะ”
แววตาหนิงหว่านโหรววูบไหวเล็กน้อย ก่อนยิ้มถาม “หวงเอ๋อร์อยากช่วยพวกนางอย่างไรหรือ”
“เมืองหลวงกว้างใหญ่ออกปานนี้ จะตามหาบิดาของนาง เกรงว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะ ระหว่างนี้ไม่สู้ให้พวกนางติดตามหนิวหมอมอ[1]ดีหรือไม่เ้าคะ” พูดถึงตรงนี้ ดวงตากู้อวิ๋นหวงพลันเปล่งประกาย หันมองทางเจียงเย่ว์เหยา “เ้าทำงานเย็บปักเป็หรือไม่”
เจียงเย่ว์เหยาไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไรดี
กู้อวิ๋นหวงกลับเอ่ยขึ้นด้วยความผิดหวัง “พวกเ้าทำงานเย็บปักไม่เป็สินะ เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้แล้ว คงได้แต่ให้หนิวหมอมอจัดหาพวกงานหยาบ…”
“เรียนคุณหนู บ่าวเย็บปักเป็เ้าค่ะ” เฉินซื่อรีบตอบทันที
กู้อวิ๋นหวงมองหนิงหว่านโหรว “ท่านแม่…”
หนิงหว่านโหรวหันหน้าหากู้เจิ่น แววตาหม่นลง
กู้เจิ่นเอ่ยเสียงเ็าอย่างไม่เป็ธรรมชาตินัก “เื่ของเรือนส่วนหลัง เป็เ้าจัดการดูแลมาตลอด เ้าอยากจัดการเช่นไรก็จัดการตามนั้นเถอะ!”
“เช่นนั้นก็จัดการตามที่หวงเอ๋อร์บอกเถอะ ชุนหลานเ้าพาพวกนางไปหาหนิวหมอมอ” หนิงหว่านโหรวเอ่ยสั่ง
“เ้าค่ะ” ชุนหลานยอบกายคารวะแล้วเดินเข้ามา “เจียงฮูหยิน แม่นางเจียง เชิญตามบ่าวมาเ้าค่ะ”
เฉินซื่อกับเจียงเย่ว์เหยาคุกเข่าไม่ยอมขยับ ทั้งสองต่างมองไปทางกู้เจิ่นด้วยแววตาอดสู
ชุนหลานเห็นดังนั้นก็ยิ้มน้อยๆ “หนิวหมอมอเป็หัวหน้าหมอมอผู้ดูแลจวนส่วนหลัง นางเป็คนใจดี เจียงฮูหยิน แม่นางเจียง ไปกันเถอะเ้าค่ะ”
เจียงเย่ว์เหยาเห็นกู้เจิ่นไม่แสดงท่าทีอันใด ก็ได้แต่จำต้องประคองเฉินซื่อลุกขึ้น เดินโงนเงนตามชุนหลานไป
กู้อวิ๋นหวงเห็นเงาร่างของเจียงเย่ว์เหยาค่อยๆ ไกลออกไป มือที่กำไว้จึงคลายออก ก่อนจะกำหมัดแน่นอีกครั้ง สลับไปมาเช่นนี้อยู่หลายรอบถึงค่อยๆ ใจเย็นลง
“ข้ายังมีธุระต่อ มื้อค่ำฮูหยินไม่ต้องรอข้าแล้ว” กู้เจิ่นกวาดตามองกู้อวิ๋นหวงแวบหนึ่ง ครั้นพวกเจียงเย่ว์เหยาเดินไปไกลแล้วก็ลุกขึ้นจากไปเช่นกัน
หลังหนิงหว่านโหรวเห็นเขาเดินพ้นเรือนเสียงหนิงแล้ว จึงค่อยๆ เก็บสายตากลับมามองกู้อวิ๋นหวง มองดูแก้มซูบเซียวซีดขาวของนาง ก็เอานิ้วจิ้มหน้าผากของเ้าตัวอย่างปวดใจและโมโห “เ้านี่นะ ถูกท่านตาของเ้าตามใจจนชักเหลิงแล้วจริงๆ เอ่ยคำไม่รู้จักยั้งวาจา คำพูดอันใดล้วนกล้าพูดหมด”
กู้อวิ๋นหวงกุมหน้าผาก “ลูกไม่ได้พูดเหลวไหลเสียหน่อย”
“ยังจะบอกว่าไม่ได้พูดเหลวไหลอีกรึ” หนิงหว่านโหรวจ้องดวงตาทั้งคู่ของนาง “บอกว่าท่านพ่อตัวเองเลี้ยงดูอนุนอกเรือน นี่ไม่เรียกว่าพูดจาเหลวไหล แล้วอะไรถึงจะเรียกว่าพูดจาเหลวไหลกัน”
“เดิมทีเจียงเย่ว์เหยาอะไรนั่น ก็หน้าตาคล้ายท่านพ่อ…”
“พอแล้ว แม่เหนื่อยแล้ว แม่ขอกลับไปพักผ่อนก่อน อีกครึ่งเดือนก็จะครบรอบวันเกิดของย่าเ้าแล้ว เ้าช่วยทำตัวเรียบร้อยให้แม่หน่อยก็แล้วกัน” หนิงหว่านโหรวเตือนนางสองสามคำ ก่อนก้าวเดินออกไปอย่างคล่องแคล่ว ภายใต้การติดตามของซย่าเหอและชิวจวี๋
กู้อวิ๋นหวงมองดูแผ่นหลังเหยียดตรงของนาง หัวใจดวงหนึ่งที่กำลังตื่นเต้นเพราะการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง และรู้ว่าในที่สุดจุดเริ่มต้นก็ต่างไปจากชาติก่อนแล้ว ราวกับมีคนเอาน้ำเย็นมาราดรด พลันจับตัวเย็นเป็น้ำแข็งในชั่วพริบตา
“บ่าวเองก็คิดว่าคิ้วตาของแม่นางเจียงผู้นั้นมีส่วนคล้ายนายท่านอยู่หลายส่วนเหมือนกันเ้าค่ะ” เมื่อคนอื่นๆ ไปกันหมดแล้ว ชิงอวี้จึงพูดขึ้นเสียงเบา
แต่ท่านแม่ไม่เชื่อ
“เ้าหาคนลอบจับตาดูพวกนางสองแม่ลูกไว้” ครั้นกลับถึงเรือนชิงจื่อ กู้อวิ๋นหวงก็จับพู่กันเขียนตัวอักษร ‘โซ่ว[2]’ ที่มีรูปแบบต่างกันนับร้อยแบบ รอจนหมึกแห้งแล้วจึงหยิบขึ้นมายื่นให้ชิงอวี้ “นำของสิ่งนี้ไปให้หนิวหมอมอ บอกนางให้สั่งแม่ลูกตระกูลเจียงปักออกมาให้ได้ภายในครึ่งเดือน จวนอัครเสนาบดีไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ ถ้าพวกนางปักออกมาไม่ได้ ก็ให้พวกนางไสหัวไป”
เชิงอรรถ
^ หมอมอเป็นคำเรียกหญิงรับใช้ที่เป็นหญิงสูงวัย^ ตัวอักษรโซ่ว (寿) อักษรมงคล อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืนยาว