บทที่ 15 หนุ่มหล่อมาช่วยปลูกผัก
ระหว่างทางกลับบ้าน จางจิงจิงรู้สึกได้ว่าอากาศไม่ได้ร้อนอบอ้าว แม้แต่แสงแดดยังดูไม่แยงตาเหมือนเคย
ในใจรู้สึกเบิกบาน จึงเผลอฮัมเพลงออกมา
"เหมยหยางหยาง ซีหยางหยาง เฟยหยางหยาง..."
ฮั่วฉางชิงทำหน้างง "???"
กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงแล้ว คุณพ่อฮั่วกับคุณแม่ฮั่วไปกินข้าวที่ทำงาน ส่วนฮั่วฟางฟางก็ไม่้าเห็นหน้าเธอ ตอนเที่ยงจึงยอมกินข้าวที่โรงเรียน ดังนั้นที่บ้านจึงเหลือแค่เขากับเธอและลูกๆ อีกสามคน
จางจิงจิงพับแขนเสื้อเพื่อที่จะเข้าครัว แต่กลับถูกฮั่วฉางชิงเรียกไว้
"วันนี้ออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน"
ดวงตาของจางจิงจิงเป็ประกาย เธอหันไปมองฮั่วฉางชิง "คุณจะพาฉันไปเลี้ยงฉลองเหรอ?"
ฮั่วฉางชิงตอบรับเบาๆ "อืม" แล้วหันไปบอกลูกๆ ทั้งสามคนให้ไปล้างมือ
หลังจากเด็กๆ ล้างมือเสร็จแล้ว ทั้งห้าคนก็ออกจากบ้าน ร้านอาหารของรัฐบาลตั้งอยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก พอเข้าไปข้างใน ฮั่วฉางชิงก็สั่งอาหารสองอย่าง ผักสองอย่าง และซุปอีกหนึ่งอย่าง
เ้าตัวเล็กมองฮั่วฉางชิงแล้วก็หันไปมองจางจิงจิง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วถามขึ้นว่า "คุณป้าจาง เมื่อกี้ที่คุณป้าบอกว่าจะฉลอง หมายถึงฉลองเื่อะไรเหรอครับ?"
จางจิงจิงรู้สึกดีใจมาก เมื่อได้ยินเ้าตัวเล็กถาม เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบผมของเขา
"วันนี้ป้าได้งานที่สถานีวิทยุแล้วจ้ะ ต่อไปนี้ ป้าจะเป็ผู้ประกาศแล้วนะ ได้รับเงินเดือนด้วย"
ดวงตาของเ้าตัวเล็กเบิกกว้างทันที
"ผู้ประกาศ? หมายถึง ผู้ประกาศในวิทยุเหรอครับ?"
จางจิงจิงพยักหน้า "ใช่แล้ว ถูกต้อง"
"นั่นมันยอดไปเลย ต่อไปนี้คนทั้งประเทศจะได้ยินเสียงของคุณป้าแล้ว"
เ้าตัวเล็กนึกไม่ถึงว่าจางจิงจิงจะเก่งขนาดนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงชื่นชม พวกเขาทั้งสามคนก็เติบโตในชนบท ทำไมถึงไม่เก่งเหมือนคุณป้าจางนะ
"ใช่แล้ว ถูกต้องจ้ะ"
น้องสามพูดเพราะจัง น่ารักจริงๆ
ไม่นานอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟจนครบ
ครอบครัวห้าคนเริ่มลงมือทานข้าวพร้อมหน้า ฮั่วฉางชิงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เงยหน้าขึ้นก็สบตากับจางจิงจิงที่กำลังยิ้มให้เขา ทำให้เขารู้สึกไม่เป็ตัวขึ้นมาทันที
จางจิงจิงยิ่งรู้สึกว่าฮั่วฉางชิงเป็คนน่าคบหา แม้ว่าภายนอกจะดูดุร้าย แต่จริงๆ แล้วเป็คนละเอียดอ่อน เธอเพิ่งผ่านการสอบสัมภาษณ์ เขาก็ยังพาเธอออกมาเลี้ยงข้าวแบบนี้ เป็คนดีจริงๆ
จางจิงจิงทานข้าวไปพลางคีบกับข้าวให้เด็กๆ ทั้งสามคนไปพลาง กลัวว่าพวกเขาจะเขินอายไม่กล้าคีบ
น้องสามมองไปมองมา สักพักก็คีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ชามของจางจิงจิง
"ป้าจาง กินเนื้อครับ"
จางจิงจิงรู้สึกปลาบปลื้มใจ "ขอบคุณเสี่ยวฉวนจ๊ะ"
ในขณะเดียวกัน ตอนนี้ฮั่วฟางฟางกำลังจับมือจางจือจืออยู่ที่ห้องส่งวิทยุ แล้วระบายความอัดอั้นตันใจ
"พี่จือจือ พี่ไม่รู้หรอกว่านังจางจิงจิงนั่นมันน่ารังเกียจขนาดไหน แค่ทำอาหารเป็ก็แสดงท่าทางกับฉันแบบนั้น แล้วก็พี่ชายฉันอีก ไม่รู้โดนยัยนั่นป้อนน้ำยาอะไรถึงได้เข้าข้างยัยนั่นตลอด ฉันโมโหจนจะเป็บ้าอยู่แล้วเนี่ย!"
เห็นฮั่วฟางฟางเกลียดชังจางจิงจิงขนาดนี้ ในใจจางจือจือก็รู้สึกสะใจชอบกล
“แบบนั้นเธอก็เกินไปหน่อยแล้วนะ ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็น้องสะใภ้ของหล่อน ทำไมถึงทำกับหล่อนแบบนี้ล่ะ อีกอย่างการทำอาหารไม่ใช่สิ่งที่หล่อนควรทำอยู่แล้วเหรอ? ไม่ว่าจะภรรยาบ้านไหนก็ทำกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง? ว่าแต่ที่เธอบอกว่าพี่ชายเธอเข้าข้างหล่อน นี่เื่จริงหรือเปล่า?”
ในงานแต่งงาน จางจิงจิงทำให้ตระกูลฮั่วขายหน้าย่อยยับ ฮั่วฉางชิงจะไปให้สีหน้าดี ๆ กับหล่อนได้ยังไง? เื่นี้เธอนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
“จริงสิ วันนี้ฉันแค่พูดกับหล่อนสองสามประโยค พี่ชายก็มาว่าฉันแล้ว ทนไม่ไหวจริง ๆ พี่จือจือ ทำไมพี่ถึงยอมให้หล่อนมาแต่งงานแทนพี่ด้วยล่ะ? หรือว่าหล่อนขู่พี่ไว้?”
ฮั่วฟางฟางคิดมาตลอดว่าจางจือจือเหมาะสมกับพี่ชายของตัวเองมาก คิดว่าจางจือจือเต็มใจที่จะแต่งงานเข้ามา แต่จางจิงจิงน่าจะใช้วิธีสกปรกมาแย่งชิงการแต่งงานครั้งนี้ไป
และแน่นอนว่าจางจือจือไม่คิดจะอธิบายเื่เข้าใจผิดอันแสนสวยงามนี่หรอกนะ
เธอแสร้งทำเป็ก้มหน้าถอนหายใจ แสดงท่าทางจนปัญญา
“เฮ้อ ไม่พูดเื่นี้แล้วเถอะ เื่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
พอได้ยินแบบนั้นฮั่วฟางฟางก็จับมือจางจือจือทันที “พี่จือจือ พี่อย่ากังวลนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็จะถือว่าพี่เป็พี่สะใภ้ของฉันเสมอ ถ้าจางจิงจิงกล้ารังแกพี่ บอกฉันนะ ฉันจะจัดการหล่อนเอง!”
“ฟางฟาง เธอนี่เป็คนดีจริง ๆ ”
จางจือจือเผยสีหน้าซาบซึ้ง
“จริงสิ พี่จือจือ ยัยบ้านนอกนั่นยังบอกอีกว่าอยากเป็ผู้ประกาศ ฉันนี่ขำจะตาย ให้หล่อนก้มดูเงาตัวเองหน่อยเถอะ แค่กิริยามารยาทแบบนั้น ยังหวังงานดี ๆ แบบนี้อีก เพ้อเจ้อชัด ๆ”
จางจือจือเองยังคิดว่ามันไร้สาระเมื่อได้ยินฮั่วฟางฟางพูดแบบนี้ มันค่อนข้างอุกอาจจริงๆ
“เธออย่าพูดแบบนั้นสิ ถ้าคนในบ้านเธอได้ยินเข้าจะไม่ดีเอานะ”
“พี่กลัวอะไร? ฉันไม่ได้อยู่บ้านซะหน่อย คิดซะว่าฉันเล่าเื่ตลกให้ฟังก็แล้วกัน”
หลังจากที่ฮั่วฟางฟางพูดจบ ทั้งสองก็หัวเราะออกมา
กลับมาที่อีกด้านหนึ่ง เมื่อจางจิงจิงกินจนอิ่มแล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปากให้เด็ก ๆ ทั้งสาม จากนั้นฮั่วฉางชิงก็เดินไปจ่ายเงิน
หลังจากกลับถึงบ้าน จางจิงจิงก็หาจอบเล็ก ๆ อยู่ในห้องเก็บของพักใหญ่
“สหายฮั่ว บ้านเราไม่มีจอบอันใหญ่กว่านี้เหรอคะ?”
ฮั่วฉางชิงส่ายหัว “น่าจะไม่มีนะ”
จางจิงจิงทำเสียงจิ๊จ๊ะในปาก "ถ้างั้นคุณช่วยไปขอยืมจอบจากบ้านข้างๆ หน่อยสิ ฉันอยากจะพรวนดินตรงนี้น่ะ กะว่าจะปลูกผักสักหน่อย"
ฮั่วฉางชิงพยักหน้ารับ แล้วเดินไปหาป้าหวังที่บ้านข้างๆ เพื่อขอยืมจอบ
จางจิงจิงนั่งคิดว่ามีจอบอย่างเดียวก็คงไม่พอ คงต้องไปขอยืมเมล็ดพันธุ์ผักด้วย เพราะที่บ้านตระกูลฮั่วไม่มีใครปลูกผัก ของแบบนี้พวกเขาคงไม่มีติดบ้านแน่ๆ
ว่าแล้วเธอก็รีบเดินไปที่บ้านข้างๆ ทันที
"ผมยืมจอบมาให้แล้วนะ"
จางจิงจิงพยักหน้ารับ แล้วหันไปหาป้าหวังที่อยู่ในสวน
"ป้าหวังคะ ที่บ้านป้ามีเมล็ดพันธุ์ผักบ้างไหมคะ? ขอยืมหน่อยได้ไหมคะ? ไว้ฉันไปซื้อมาแล้วจะเอามาคืนให้นะคะ"
น้ำเสียงของจางจิงจิงสุภาพนุ่มนวลอย่างยิ่ง
ป้าหวังนิ่งไปครู่หนึ่ง "เธอจะเอาเมล็ดพันธุ์ผักเหรอ?"
"ค่ะ หนูอยากจะลองปลูกผักในสวนดูน่ะค่ะ"
ป้าหวังดูประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างรวดเร็วว่า "มีจ้ะ หนูอยากได้เมล็ดผักอะไรล่ะ?"
ว่าแล้วป้าหวังก็เดินเข้าไปในบ้าน หยิบถุงใบเล็กออกมา ข้างในเป็กระดาษหนังสือพิมพ์ที่พับเป็รูปสามเหลี่ยมหลายอัน ภายในบรรจุเมล็ดพันธุ์ผักเอาไว้ ส่วนด้านนอกเขียนชื่อกำกับไว้
จางจิงจิงมองดู ก่อนจะเอ่ยปากขอเมล็ดพันธุ์ผัก
"มะเขือเทศ พริก แตงกวา ถั่วฝักยาว แล้วก็ผักกาดขาว เอาแค่นี้ก็พอค่ะ ขออย่างละนิดหน่อยก็พอค่ะ"
จางจิงจิงคิดว่าจะแบ่งพื้นที่ปลูกผักให้ดี ปลูกทุกอย่างอย่างละนิดอย่างละหน่อยก็พอ
ป้าหวังแกะกระดาษหนังสือพิมพ์ออก หยิบเมล็ดพันธุ์ผักอย่างละเล็กละน้อยให้หญิงสาว
จางจิงจิงรับมาถือไว้อย่างทะนุถนอม
"ขอบคุณมากนะคะ"
"ไม่ต้องเอาอะไรมาคืนป้าหรอก ป้าเองก็ไม่ได้ใช้มันทำอะไรอยู่แล้ว เอาไปปลูกเถอะ"
จางจิงจิงรีบกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับฮั่วฉางชิง
หลังจากกลับมาถึง เธอ้าจะรับจอบจากมือของฮั่วฉางชิงมา แต่กลับถูกเขาปฏิเสธ
"แค่พรวนดินก็พอแล้วใช่ไหม?" ชายหนุ่มถาม
"ใช่แล้ว แค่จะพรวนให้ร่วนๆ หน่อยน่ะ"
"ผมทำเอง"
อยู่บ้านทั้งที เขาจะยอมปล่อยให้ผู้หญิงอย่างจางจิงจิงพรวนดินได้ยังไงกัน?
ฮั่วฉางชิงนั้นมีเรี่ยวแรงมาก ทำงานคล่องแคล่ว ไม่นานก็พรวนดินเสร็จ
จางจิงจิงเห็นแบบนั้นจึงขอให้เขาขุดหลุมเล็กๆ หลายหลุม จากนั้นก็โปรยเมล็ดพันธุ์ลงไป แล้วกลบดินฝังไว้