เช้าวันใหม่ค่ายทหารหวางซื่อคึกคักกว่าเดิมกำลังพลผู้ได้รับาเ็ทยอยกลับมาแล้วและได้รับข่าวดีเื่ครูฝึกคนใหม่จากแคว้นเหลียว ส่งผลให้ทุกคนกระตือรือร้นในการฝึกซ้อม่แรกเป็การทบทวนกฎระเบียบต่างๆ โดยนายกองเพ้งผู้มีพลังเสียงเท่าลำโพงงานวัด วิชาถัดมาจ่าสะอาดหรือจ่าฟานได้ปรากฏตัวเพื่อฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวแม่ไม้มวยไทย โดยเริ่มต้นจากท่าง่ายที่สุดคือการตีเข่าวิธีล้มคู่ต่อสู้ในระยะประชิดอันน่าเกรงขาม
“ใช้แรงส่งจากสะโพกกับสะเอวเล็งเป้าหมายที่หน้าท้องหรือลิ้นปี่”
“ยกขาสูงๆสิวะไอ้ผักปวยเล้ง! เด็กอายุสี่ขวบยังทำได้กว่าพวกเ้า”
ผู้ชายแคว้นเสียมขาดความแคล่วคล่องว่องไวแค่ท่าตีเข่าง่ายๆ ต่างพากันล้มกลิ้งล้มหงาย กล้ามเนื้อขาไม่มีเรี่ยวแรงต่างจากกล้ามเนื้อแขนซึ่งต้องใช้หวีผม ถักเปีย และส่องกระจกวันละหลายชั่วโมง ทำให้ครูฝึกจากแดนไกลเริ่มปวดกะโหลกงานหมูตู้แค่นี้ทำไมสอนยากเย็นนักหนา จ่าสะอาดคิดในใจพรุ่งนี้ต้องเปลี่ยนแผนเริ่มต้นจากท่าออกกำลังกายง่ายๆ ไปก่อน
ขณะที่ลูกน้องกำลังปวดเศียรเวียนเกล้ามนัสสำรวจทหารทุกนายด้วยความตั้งใจ เ้าตัวแบ่งทหารออกเป็สามกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกไม่มีความสามารถและไม่มีวินัยกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณสี่สิบเปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่สองมีวินัยแต่ดันไม่มีความสามารถกลุ่มนี้มีประมาณสี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่ากัน และกลุ่มสุดท้ายซึ่งมีทั้งวินัยและความสามารถกลุ่มนี้มีรวมกันแค่เพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทหารกลุ่มสุดท้ายสามารถออกรบแนวหน้าหมายถึงออกไปรบแล้วกลับมาที่ค่ายแบบมีชีวิต
“ทำไมทหารอ่อนหัดถึงเพียงนี้” มนัสหันมาสอบถามคนใกล้ตัว
“พวกเขาส่วนใหญ่เป็ลูกชาวไร่มาสมัครเพราะความอดอยากหิวโหย เป็ได้แค่ทหารเลวไร้ฝีมือ”
“ทหารหวางซื่อต้องออกรบนอกกำแพงควรเป็ทหารฝีมือดีเอาตัวรอดเก่งไม่ใช่หรือ”
“ข้าเองคิดเหมือนท่านเช่นกันแต่คนในวังหลวงกลับไม่คิดเช่นท่าน”
ข้อมูลจากนายกองทำให้มนัสปวดหัวหนักดูเหมือนที่นี่อาจมีปัญหาการเมืองภายใน หรือหวาดระแวงทหารฝ่ายเดียวกันซ่องสุมกำลังซึ่งเป็เื่ปรกติประเทศไทยเคยรบกันเองมาแล้วทว่าตัวเองจำเป็ต้องลืมเื่นี้ไปก่อน ตอนนี้การรับทหารใหม่และฝึกทหารสำคัญกว่าแม่ทัพหนุ่มใช้เวลาที่เหลือใน่เช้า หมดไปกับการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาจุกจิกรู้ตัวอีกทีปาเข้าไปเกือบเที่ยงวัน พยาธิที่อยู่ในท้องพากันส่งเสียงระงมจำเป็ต้องทำให้พวกมันอิ่มหมีพีมันเสียก่อน
มนัสเดินออกมาจากห้องทำงานในเรือนบัญชาการมุ่งตรงมายังเรือนอาหารเปิดโล่งหลังคามุงจาก อันเป็อาคารหลังเก่ายังไม่ได้ปลูกสร้างใหม่เห็นทหารรับจำนวนหนึ่งนำทีมโดยอาฟู่ ยืนหน้าเหี่ยวหน้าแห้งขณะโดนนายกองเพ้งต่อว่า
“เกิดอะไรขึ้น” ผู้มาใหม่รีบแถเข้ามาคั่นกลาง
“พ่อครัวหายตัวไปั้แ่เช้าอาหารกลางวันจะไม่มีเนื้อแพะอบแห้ง” นายกองตอบคำถามน้ำเสียงไม่พอใจมาก
“เ้าทำอาหารอย่างอื่นไม่ได้หรือ” มนัสหันมาถามอาฟู่
“ข้าทำผัดผักกาดขาวแล้วขอรับท่านแม่ทัพ”
“ผัดผักกาดขาวกับหมั่นโถว! ทหารจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาฝึกฝน พวกเ้าเคยมีความคิดกันบ้างไหม!”
ได้ยินชื่ออาหารนายกองเพ้งล้งเล้งอีกครั้งมนัสต้องเข้ามาห้ามบอกว่าอาฟู่ทำได้แค่นี้ พร้อมกับกลุ้มใจที่มีปัญหาด่วนเพิ่มเข้ามาปรกติพ่อครัวควบม้ามาที่ค่ายก่อนฟ้าแจ้ง ทำอาหารเช้าเสร็จกลับไปดูแลท่านแม่ที่บ้านแล้วมาที่ค่ายใหม่เพื่อทำอาหารมื้อกลางกับมื้อเย็น วันนี้พ่อครัวทำทุกอย่างเหมือนเดิมแต่หายตัวไปไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร
“เ้าส่งคนไปบ้านพ่อครัวหรือยัง”
“ข้าส่งอาเ้าไปดูแล้วขอรับคนที่ไปกับข้าในงานท่านแม่ทัพ”
อาฟู่ให้ข้อมูลค่อนข้างละเอียดชัดเจนมนัสนึกออกทันทีเด็กหนุ่มหัวฟูไม่ยอมถักเปีย หมอนี่เอาตัวรอดกลับมาถึงค่ายได้แน่นอนตัวเองต่างหากจะเอาตัวรอดด้วยวิธีใด เนื้อแพะอบแห้งช่วยเพิ่มสารอาหารสำคัญ กินแต่ผักกับแป้งจะเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ไหนระหว่างที่ตัวเองกำลังกลุ้มใจอยู่นั้นทหารรับใช้นายหนึ่งพูดเสียงดังมีคนเดินทางเข้ามา
บริเวณประตูทางเข้าค่ายทหารมีม้าเทียมเกวียนพร้อมสัมภาระจำนวนสองเล่ม เดินกุบๆ ผ่านป้ายขนาดใหญ่ใกล้ผุพังมุ่งตรงมายังเรือนอาหารหลังคามุงจาก บนเกวียนเล่มแรกมีชายชราผมสีดอกเลาทำหน้าที่บังคับม้าพร้อมกับหนุ่มๆ หลายคนเกวียนเล่มที่สองผู้ขับขี่เป็สาววัยกลางคนมีผู้โดยสารสาวสวยสองนางนั่งเคียงข้างกัน
“ท่านพี่…ข้ามีเื่อยากถาม”
หลินเส้าเฟยสวมเสื้อผ้ารัดกุมส่งยิ้มทักทายนางรีบกระโจนพรวดก่อนวิ่งเข้าหาท่านพี่ตัวเองทิ้งน้องสาวต่างสายเืไว้กับคนรับใช้สกุลมู่ซานท่ามกลางสายชื่นชมจากทหารหวางซื่อทุกราย และสายตางุนงงไม่เข้าใจจากท่านพี่ตัวเอง
“ท่านพี่กินอาหารกลางวันแล้วหรือ” ผู้เป็ภรรยาน้ำเสียงกังวานสดใส
“บังเอิญพ่อครัวไม่อยู่อาหารเสร็จช้าข้ากำลังจะกินเ้ามาร่วมวงด้วยสิ”ผู้เป็สามีน้ำเสียงออกจะงงๆ เล็กน้อย
“ข้ากินมาแล้วเชิญท่านพี่ตามสบาย” หลินเส้าเฟยหันมามองฝั่งขวา “อาฟู่…เ้าพาเพื่อนๆ มาช่วยข้าได้หรือไม่”
“ขอรับคุณหนู”
ขณะที่หลินเส้าเฟยกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาที่เกวียนทหารรับใช้สิบเอ็ดนายพากันแข่งวิ่งร้อยเมตร เพื่อแย่งชิงทำงานที่ที่ได้รับมอบหมายมนัสมองตามหลังสีหน้างุนงงแปลกใจ ภรรยาตัวเองรู้จักชื่อทหารรับใช้ทุกนาย ส่วนทหารรายอื่นพากันทักทายเมื่อนางเดินผ่านท่าทางให้ความเคารพนับถืออย่างออกนอกหน้า ยิ่งกว่าตัวเองซึ่งเป็ท่านแม่ทัพเสียด้วยซ้ำ
แล้วมนัสก็พลันนึกเื่สำคัญออกหลินเส้าเฟยเป็ลูกสาวแม่ทัพลู่ ทหารหวางซื่อย่อมรู้จักนางเป็อย่างดี
การปรากฏตัวของสาวตาสีน้ำตาลแบบปุบปับช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับผู้เป็สามี นางนำซุปซี่โครงแพะใส่ผักต้มมาฝากสามหม้อตั้งใจใช้เป็อาหารเย็นอันเป็มื้อหลักของทุกวัน บังเอิญเจออาเ้าควบม้าผ่านมาพอดีเมื่อทราบปัญหานางรีบเดินทางมาที่นี่ทันที และทำสำเร็จมาทันเวลาแบบจวนเจียนทุกคนในค่ายจึงได้กินซุปซี่โครงแพะกับหมั่นโถว
นางต้องขอบคุณน้องผิงกับท่านอาที่ช่วยเป็ธุระจัดทำอาหารรสเลิศ แล้วยังส่งคนในบ้านมาช่วยบริการถึงที่หลินเส้าเฟยอยากให้เง็กลู่กังมาช่วยเหลือปรากฏว่าวันนี้ต้องเก็บชาเขียวให้หมดทั้งไร่ จำเป็ต้องฉายเดี่ยวโดยไม่มีสาวใช้คู่กายครั้นเห็นแววตาผู้เป็สามีกำลังจ้องมอง สาวอายุเพิ่งเต็มยี่สิบเอ็ดเขินอายเล็กน้อยเขาไม่เคยมองนางแบบนี้มาก่อนสักครั้ง
เวลาเดียวกันมนัสทั้งแปลกใจรวมทั้งปลื้มใจ ที่จู่ๆ ภรรยาตัวเองเข้ามาช่วยแบบจวนเจียนตอนนี้เขานั่งกินอาหารร่วมกับนายกองเพ้ง ผู้ออกปากชมคุณหนูดีอย่างโน้นอย่างนี้ทุกสิบวินาทีต่อมาครู่เดียวจ่าสะอาดตามมาสมทบอีกราย
“ซุปซี่โครงแพะน่ากินมาก รสชาติคงหอมหวานเหมือนใบหน้าแม่ครัว” จ่าอาสุโสหมายถึงผิงมู่ซาน
“แม่ครัวก็มายืนอยู่โน่นยังไง”
นายกองเพ้งชี้มือมาที่สาวใช้วัยกลางคนจ่าสะอาดหันมาเห็นถึงกับสะดุ้ง เ้าตัวคว้าหมั่นโถวยัดใส่ปากทีเดียวครึ่งลูกพร้อมกับชวนคุยเื่ลูกสาวแม่ทัพเจิ้ง ผู้ยืนเปล่งประกายความงามของตัวเอง ขณะทำหน้าที่บัญชาการคนรับใช้สกุลมู่ซาน
“ท่านเพิ่งมาที่นี่คงยังไม่รู้” นายกองชวนคุยต่อ “แคว้นเสียมมีสาวงามจำนวนสามนาง ทุกนางอยู่ในเมืองเจียงหาว”
“จริงหรือ? นางเป็ใครบ้างท่านรู้หรือไม่” จ่าร่างตันเริ่มกระดี๊กระด๊าทันที
“คนแรกเหม่ยจูโรงละครหงส์เหยี่ยน คนที่สองผิงมู่ซานลูกสาวท่านแม่ทัพเจิ้ง และคนสุดท้ายคุณหนูหลิน”
“ข้าเคยเห็นครบทุกนางแล้วสูสีมากกินกันไม่ลงเชียวละท่าน”
ระหว่างนั่งฟังสองลูกน้องนินทาสาวงามจู่ๆ มนัสเกิดอาการหมั่นโถวติดคอ เขาไม่คิดโต้เถียงเื่เหม่ยจูหรือผิงมู่ซานทั้งสองรายสวยน่ารักมีของดีอวดชาวโลก แต่หลินเส้าเฟยภรรยาตัวเองคนนี้ นางสวยน่ารักจัดอยู่ในลำดับต้นๆก็จริง แต่คงไม่ถึงสามอันดับแรกของแคว้นแน่นอน โดยเฉพาะเื่รูปร่างนางเป็รองสาวอื่นไฉนนายกองเพ้งถึงได้พูดจาโป้ปดมดเท็จ
กำลังจะค้านบังเอิญสายตาแหลมคมของตัวเองเพ่งมองมายังลูกสาวคนสวยแม่ทัพเจิ้ง วันนี้ผิงมู่ซานสวมเครื่องแต่งกายค่อนข้างรัดกุมไม่มีทางทำอะไรตกหล่นเหมือนคืนพิธีส่งตัวเข้าหอ บังเอิญมนัสดันพบเจอเื่ขุ่นข้องหมองใจ
“พวกท่านเห็นเหมือนข้าเห็นหรือไม่” คนอารมณ์ไม่ดีเอ่ยถามน้ำเสียงขุ่นมัว
“ข้าเห็นผิงมู่ซานสุดยอดสาวงามแคว้นเสียม” จ่าสะอาดชิงตอบพร้อมส่งยิ้มหวานจ๋อย
“ไม่ใช่…อีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง”
“ท่านความจำเสื่อมหรือเปล่านั่นโจวซื่อไห่คนรับใช้ท่าน” นายกองเพ้งตอบบ้างพร้อมเหน็บแนมใส่
“ข้ารู้ว่ามันเป็ใคร…แต่ข้าอยากรู้มันไปอยู่ตรงนั้นทำไม”
คำพูดมนัสทำให้สองลูกน้องชะเง้อคอมองทั้งคู่เห็นเด็กหนุ่มจมูกโด่งหน้าตาดี แอบมายืนสิงร่างลูกสาวคนสวยแม่ทัพเจิ้งพร้อมกับช่วยทำงานท่าทางขยันขันแข็งผิดแปลกจากทุกวันที่เอาแต่นั่งนิ่งเป็พระประธาน
“โจวซื่อไห่คงอยากคอขาดท่านควรเตือนคนรับใช้ตัวเอง”นายกองเพ้งเกาหัวล้านขณะให้ความเห็น
“ทำอย่างกับมันจะฟังข้า”
ผู้เป็เ้านายเอาแต่ส่ายหัวไปมานึกในใจพ่อคุณอาจหาญเกินไปแล้ว ประเดี๋ยวจะไม่มีแผ่นดินให้อยู่ทั้งบ่าวทั้งนาย เวลาเดียวกับจ่าสะอาดขยับตัวเข้ามาชิดใกล้เพื่อกระซิบเื่สำคัญข้างหูเ้านายตัวเอง
“ตอนอยู่ในตรอกโลกีย์โจวซื่อไห่มองนางรำโรงละครตาเป็มัน”
ข้อมูลล่าสุดทำให้มนัสใหงายหลังเ้าตัวนึกย้อนวันเวลากลับไปทันที เขาเห็นเหม่ยจูเดินออกมาจากร้านขายชามีสาววัยรุ่นหน้าตีคอยเดินตามหลัง รูปร่างหน้าตาความสูงใกล้เคียงเง็กลู่กังแต่ออกจะมีน้ำมีนวลกว่ากันเล็กน้อย ตีความได้ว่าโจวซื่อไห่ชอบสาวสไตล์นี้ ไฉนวันนี้ถึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเล่นของสูงลูกน้องตัวแสบกำลังจะหาเื่ซวยมาให้
ทันใดนั้นเองทหารระดับสูงทั้งสามนายพากันลุกพรวดเบิ่งตาโตสีหน้าใ ข้างเกวียนเล่มหนึ่งห่างออกไปยี่สิบเมตรผิงมู่ซานผู้มีสะโพกงดงามที่สุดในแคว้น อยู่ดีๆ นางเกิดวูบไปเพราะยืนตากแดด ทำท่าหกล้มลงไปนอนเอกเขนกบนพื้นสกปรกให้บังเอิญโจวซื่อไห่พ่อเทพบุตร พุ่งเข้ามาประคองร่างเต่งตึงอย่างแแ่ พร้อมกับส่งยิ้มพระเอกหนังอินเดียให้ฝ่ายสาว
“โจวซื่อไห่! ไอ้เด็กนรก!”
ทหารหวางซื่อระดับสูงทั้งสามนายต่างอุทานคำพูดในใจเสียงดังมาก พร้อมทำหน้าตาอยากดื่มเืใครบางคน
หลังจากจัดการลากตัวสุดหล่อประจำค่ายกลับไปนั่งรวมกลุ่มทหารรับใช้เสร็จเรียบร้อย มนัสกับลูกน้องคู่ใจลงมือกินอาหารอีกครั้งบนโต๊ะตัวริมแยกต่างหากจากทหารลูกชาวไร่ ระหว่างนั้นเองมีการสนทนาถึงเื่ทั่วไป
“ข้าข้องใจมานานวานท่านช่วยชี้แจงที” จ่าสะอาดเหลียวมองเพื่อนร่วมงาน
“ท่านข้องใจสิ่งใดอย่างนั้นหรือ” นายกองเพ้งซดน้ำซุปขณะสนทนาโต้ตอบ
“เื่อาหารแคว้นเสียม” คนพูดมากเริ่มอธิบาย “มื้อเช้ากินโจ๊กใส่ถั่วทอดปลาทอดกลางวันหมั่นโถวกับเนื้อแพะอบแห้ง มื้อเย็นหมั่นโถวกับซุปซี่โครงแพะทำไมมีแต่อาหารน่าเบื่อไร้รสชาติ ที่ที่ข้าจากมากินดีอยู่ดีกว่านี้หลายเท่า”
ขณะที่ลูกน้องคนสนิทกำลังโม้ติดลมมนัสมองบนพร้อมเบ้ปากให้จากด้านหลัง ในใจนึกถึงอาหารการกินที่เชียงตุงให้เขากินหมั่นโถวคู่ผัดผักกาดขาวทุกวัน ยังดีเสียกว่าข้าวต้มกุ๊ย ผักกาดดอง และเต้าหู้ยี้คุณอย่าขี้โม้นักเลยจ่าเดี๋ยวจะเสียลับ
“ข้าว่าอาหารพวกนี้มีประโยชน์มื้อเช้าควรกินอะไรร้อนๆ ให้มีแรงสู้ลมหนาว มื้อกลางวันกินอะไรง่ายๆ เพื่อรองท้องส่วนมื้อเย็นเป็มื้อที่ดีที่สุดอร่อยที่สุด วันหลังข้าพาไปกินซุปตูเย่ข้างซอยโคมเขียวรับรองว่าท่านต้องลืมอาหารแคว้นเหลียว”
“ซุปตูเย่…ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”
“ซุปตูเย่คืออาหารจากแดน์กล่าวกันว่าผู้ใดได้กินครบสามสิบครั้ง เขาจะมีใบหน้างดงามปานเทพมู่เฉิน”
นายกองเพ้งอธิบายเหตุผลอย่างเอาจริงเอาจังทำเอาคนฟังอยากกินซุปอร่อยตามคำกล่าวอ้าง ทว่ามนัสกลับมีความคิดเห็นตรงกันข้ามนอกจากซุปซี่โครงแพะแล้วซุปอื่นไม่น่าไว้ใจ โดยเฉพาะซุปกระเพาะแพะรสชาติขมสนิททุกวันนี้ตัวเองยังขมกระพุ้งแก้มอยู่เลย รวมทั้งซุปที่แม่ทัพเจิ้งให้ดื่มก่อนส่งตัวเข้าหอเอ…รู้สึกจะชื่ออันไหหรือไหอันจำไม่ค่อยได้
ทันใดนั้นเองแม่ทัพหนุ่มสะดุ้งใเมื่อดันนึกถึงเื่สำคัญที่สุดขึ้นมา ที่ตัวเองกลายเป็ผู้ชายบ้ากามโรคจิต อาจเป็เพราะซุปไข่ลิงดำที่ดื่มเข้าไปแม่ทัพเจิ้งบอกว่าจะคึกคักสามวันสามคืน ต้องเป็เพราะซุปบ้าบอถ้วยนั้นแน่นอน
ชายหนุ่มเหลียวมองภรรยาตัวเองโดยตั้งใจนอกจากซุปสามหม้อใหญ่ๆ จากสกุลมู่ซาน หลินเส้าเฟยยังขนผักผลไม้มาฝากอีกกองพะเนิน นางยืนสั่งการให้อาฟู่กับผองเพื่อนช่วยกันลำเลียงบังเอิญสบตากันเข้านางรีบส่งยิ้มให้สามี
มนัสส่งยิ้มกลับคืนขณะคิดในใจไอ้ลิงดำมหากาฬเอ๋ย…เอ็งทำให้ข้าต้องปวดกระบาลรู้ตัวไหม!
เห็นภรรยาขยันทำงานเขาพาลยิ้มแฉ่งจนลูกน้องทั้งสองอดไม่ได้ที่จะหาเื่แซว ผู้เป็สามีไม่คิดโต้ตอบเอาแต่เงียบเฉย เมื่อผักผลไม้ทั้งหมดถูกย้ายมาเก็บในห้องครัวเกวียนเล่มที่สองว่างเปล่าเหลือเพียงสองสาวงามสอง มนัสรีบก้าวเท้าเข้าไปหาภรรยาแสนดีซึ่งยังไม่รู้ตัวเอาแต่คุยโม้กับน้องสาวร่วมสาบาน
หลินเส้าเฟยพูดมากเกินไปรู้สึกฝืดคอบนเกวียนมีกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำสะอาด จึงชวนน้องสาวขึ้นมาดื่มน้ำดับกระหายผิงมู่ซานสูงกว่าหลินเส้าเฟยหกเิเ นางะโขึ้นบนพื้นเกวียนได้อย่างสบายแต่พี่สาวนางขาสั้นกว่ากันไม่อาจทำได้ ระหว่างที่หลินเส้าเฟยงกๆ เงิ่นๆ ขึ้นเกวียนไม่ได้สามีตัวเองแอบมายืนหล่อบนท่อนไม้ขัดล้อเกวียน
ผู้เป็ภรรยาหันมาเห็นเข้าพาลใทว่าตัวเองต้องใตาเหลือกกว่าเดิม เมื่อท่านพี่ใช้สองมือแข็งแกร่งจับเอวคอดกิ่วแล้วออกแรงยกเรือนร่างผอมเพรียวขึ้นมาทั้งร่าง ปิ่นหยกบนหัวหลินเส้าเฟยพลัดร่วงหล่นพื้นท่านพี่ของนางรีบแสดงน้ำใจไมตรีอีกครั้ง เขาจึงไม่ได้เห็นใบหน้าแดงก่ำลามมาถึงต้นคอจากผู้เป็ภรรยาตัวเองและน้องสาวสุดที่รัก
“ขอบใจท่านพี่”
เ้าของปิ่นหยกพยายามเก็บอาการในใจใบหน้านางแดงน้อยกว่าเดิมแต่ยังไม่ปรกติ โชคดีสามีตัวเองตาบอดไม่ทันสังเกต เนื่องมาจากมีเื่สำคัญมากอยากคุยด้วยสมาธิจดจ่ออยู่กับเื่นั้นไม่คิดสนใจเื่อื่น
“เย็นนี้ข้าจะรีบกลับบ้านมีเื่อยากรบกวนเ้าทั้งคืน” แม่ทัพหนุ่มพูดจาอย่างฉะฉาน
“ทั้งคืนเชียวหรือ?” ภรรยาท่านแม่ทัพทำหน้าใสุดขีด
“ไม่ยาวนานขนาดนั้นเอาเป็ว่า…เอ่อ สักหนึ่งชั่วยามกำลังดี”
“หนึ่งชั่วยาม!” หลินเส้าเฟยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบกลับเสียงอ่อย “ข้าคิดว่าข้าพอไหว”
“เ้าต้องไหวอยู่แล้วเออนี่…เ้าอยากเข้าสุขาหรือไม่เดี๋ยวข้าพาไป” ฝ่ายสามีนึกเป็ห่วงกะทันหัน
“ข้าทำธุระเสร็จเรียบร้อย”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าจงกลับบ้านพักผ่อนข้าต้องขอตัวไปทำงานต่อ”
“เชิญท่านพี่” เ้าของตาสีน้ำตาลน้ำเสียงแปลกใจ “ท่านพี่…ท่านอยากทำสิ่งใด?”
ก่อนท่านแม่ทัพกับภรรยาจะแยกจากกันมนัสแย่งชิงปิ่นหยกสีเขียวจากมือหลินเส้าเฟย เขาใช้มือขวาบรรจงเสียบกลับคืนสู่มวยผมมือซ้ายช่วยจัดแต่งทรงกระทั่งดูดีดั่งเดิม ก่อนเดินจากมายังแอบจับพวงแก้มขาวเนียน
การกระทำของสามีส่งผลให้หลินเส้าเฟยละลายทั้งตัวลงมานั่งจมปุ๊กบนพื้นเกวียน เวลาเดียวกันผิงมู่ซานซึ่งตัวแดงเถือกลามมาถึงเนินอกกำลังคลานต่ำเข้ามาพบพี่สาวสุดที่รัก เพื่อพูดคุยเื่สำคัญรู้กันเฉพาะเราสามคน
“แผนการของท่านแม่ได้ผลข้าเขินแทนท่านพี่จนทำอะไรไม่ถูก”น้ำเสียงผิงมู่ซานง้องแง้งคล้ายดั่งแมวเหมียว
“ข้าเองก็คิดว่าได้ผล”
ผู้เป็ท่านพี่ตอบกลับแค่เพียงเท่านี้เนื่องจากตัวเองยังมีอาการตกตะลึงไม่หาย เห็นทหารหวางซื่อพากันแอบมองหลังเสาไม้ทำให้นางเขินอายกว่าเดิมทำตัวไม่ถูก โชคดีผิงมู่ซานเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ขบวนเกวียนเริ่มเคลื่อนพลได้อีกครั้งเมื่อม้าสองตัวเดินกุบๆ ผ่านป้ายขนาดใหญ่ใกล้ผุพัง น้องสาวสุดที่รักโผเข้ากอดเพื่อกระซิบเื่สำคัญ
“ท่านพี่กลับไปอาบน้ำแต่งตัวงามๆข้าจะให้สาวใช้นำซุปไหอันมาให้ท่าน”
-------------------------------
ปล.คืนนี้แหละ…ซุปไข่ลิงดำจะได้แผงฤทธิ์เดชอีกครั้ง