> เฟิร์ส
ที่เคยร่ำเรียนมาการตอบสนองต่อความเ็ปมิว่าทางกายหรือทางใจ ล้วนเกิดจากการทำงานของสมองสารสื่อประสาทถูกหลั่งออกมาเพื่อทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานอย่างเป็ระบบ
การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะสู้หรือหนี
อาการเจ็บวูบที่หน้าอกลำคอตีบตันกลืนลำบาก และน้ำตาไหลออกจากตา ล้วนอธิบายได้ด้วยกลไกการทำงานของสมอง
ความรู้สึกผูกพันก็ถูกอธิบายได้ด้วยหลักการทำงานของสารสื่อประสาท
ผมนั่งในห้องพักอาจารย์กอดตัวเองด้วยสองแขน และปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเหมือนกับที่กระแสธารแห่งความทรงจำไหลบ่า
เด็กห้อง 5 คนนั้นอีกแล้ว...
ผมตัดสินใจจอดรถมอเตอร์ไซค์ข้างทาง
เด็กผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ใต้ต้นหางนกยูงที่ตอนนั้นเหลือแค่กิ่งก้านแห้งๆ มองดูเหมือนปีศาจกางเล็บปกคลุมพื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำสายยาว ไอเย็น ๆลอยขึ้นจากผิวน้ำ ชวนให้นึกถึงฉากจากหนังสยองขวัญสักเื่
ผมเห็นภาพนี้ทุกเช้ายามขี่รถไปโรงเรียนั้แ่่ต้นเทอม ม.4 ซึ่งต้นหางนกยูงผลิดอกสีส้มสดแต้มประปรายด้วยสีเขียวของใบเล็ก ๆ แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนผิวน้ำมองดูน่าเป็มิตรกว่ายามนี้
เขามักยืนกอดอกเหม่อมองสายน้ำ
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเขายืนอยู่นานเพียงใดเพราะผมเพียงผ่านมาแล้วก็เลยไปโดยมิได้หยุดทักทาย
ภาพดังกล่าวเป็เสมือนเพื่อนยามเช้าของผมนานวันเข้าก็ส่งยิ้มให้ภาพภาพนั้น มันทำให้ผมสบายใจ พร้อมพบเจอเื่ราววุ่นวายในแต่ละวันจนกระทั่งถึงวันที่ผมตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในภาพนิ่ง และทำให้มันกลายเป็ภาพเคลื่อนไหวในเวลาต่อมา
เสียงเหยียบใบไม้แห้งทำให้คนตรงหน้าหันมามองเพียงแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปจ้องผิวน้ำดุจเดิม
ผมหยุดยืนข้างเขาเงียบๆ เวลาผ่านไปช้า ๆ ผมแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา
ใบหน้าคมเข้มจมูกโด่งรับกับสันกรามที่ได้รูป ริมฝีปากของเขาเหยียดออกเล็กน้อย เหมือนส่งยิ้มบางๆ ให้สายน้ำเบื้องหน้า
“เฟิร์สห้อง1 ใช่ไหม กูฟ่างห้อง 5”
“มึงรู้จักชื่อกูด้วย”
“อืมเฟิร์ส เมียไอ้อี ไม่ก็ผัวไอ้แรก”
อีกแล้ว ผมเบื่อคำขยายต่อท้ายชื่อของผมเหลือเกิน
ผมกับไอ้แรกรู้จักกันั้แ่เกิด ไม่สิรู้จักกันั้แ่ก่อนปฏิสนธิ ด้วยพ่อแม่ผมกับแม่ของมันเป็เพื่อนั้แ่สมัยเรียนแพทย์อย่าว่าแต่แม่ผมกับแม่มันเรียนมัธยมมาด้วยกัน ผมสงสัยว่าจริง ๆ แล้วพวกเขานัดกันท้องเพราะผมกับไอ้แรกอายุห่างกันเพียงสามเดือน
ถึงจะอ่อนกว่ามันแต่ตัวผมสูงกว่า ไอ้แรกหยุดการเจริญเติบโตั้แ่ ม.ปลาย จึงได้ความสูงมาแค่ 175 เิเ ส่วนผมสูง 182 เิเ แม้ไม่สูงเท่าไอ้อีที่ปาไปตั้ง188 แต่ผมก็ภูมิใจว่ามิใช่คนเตี้ยที่สุดของกลุ่ม
ผมกับไอ้แรกผูกพันราวพี่น้องคลอดตามกันมาเรียนด้วยกันั้แ่อยู่เนิร์สเซอรี คงชวนกันคลานชวนกันตั้งไข่จนชักชวนกันเลิกใส่แพมเพิร์สเมื่อเข้าอนุบาลหัดเตะบอลมาด้วยกันั้แ่เรียนชั้นประถม เห็นผมเป็ต้องเห็นไอ้แรกและถ้าเห็นไอ้แรกแน่นอนว่าต้องเจอะผม บางครั้งผมไม่แน่ใจว่าตนเป็ลูกบ้านไหนแน่เพราะผมอาศัยนอนบ้านมันบ่อยมาก หากก็ไม่มากไปกว่าที่มันมาขอนอนบ้านผม
เห็นตัวติดกันเพื่อน ๆ เลยล้อว่าผมกับไอ้แรกเป็แฟนกัน ความที่มันตัวเล็กซ้ำหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวจนเห็นเส้นเืที่แก้ม มองเผิน ๆ เหมือนแก้มสีชมพูระเรื่อตลอด มันจึงโดนล้อว่าเป็เมียแต่ก็ล้อได้ไม่นานหรอกครับ โดนไอ้แรกฟาดปากเสียเรียบ น้ำหนักหมัดน้ำหนักตีนของมันมิได้น่ารักเหมือนหน้าตานะครับ
พอขึ้น ม.1 ไอ้อีก็ย้ายมา
มันนอกจากชอบเตะบอลเหมือนพวกผมยังเรียนดีระดับแนวหน้า เดิมทีผมกับไอ้แรกมักจะถูกคัดเลือกเป็ตัวแทนแข่งขันวิชาการพอไอ้อีเข้ามาก็ครบทีม มิว่าจะแข่งสแคร็บเบิล โต้วาที ตอบปัญหาดาราศาสตร์ ตลอดจนเป็ตัวแทนเข้าค่ายธรรมะพวกผมเกาะกลุ่มกันไปอย่างเหนียวแน่น
นาน ๆ เข้ามีคนเปรยขึ้นว่าไอ้แรกโดนทิ้งเพราะผมเปลี่ยนใจเป็เมียไอ้อีแทน แน่นอนครับ ข่าวนี้ดังอยู่ได้ไม่นาน เพราะนอกจากไอ้แรกแล้วไอ้อีก็ร่วมลงแรงฟาดปากคนพูด อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ข่าวซาลงเพราะเราเริ่มโตกันแล้ว
อ้อลืมบอกไปว่าโรงเรียนของผมเป็โรงเรียนชายล้วนั้แ่อนุบาลถึง ม.3 พอขึ้น ม.4 ก็จะมีสาว ๆ เรียนร่วมด้วยกลายเป็สหศึกษาเพื่อนจากเคยห่าม ๆ ก็พลันเปลี่ยนเป็คนเรียบร้อย เรียบร้อยเสียจนไม่เหลือเวลาว่างมาสนใจหนุ่มๆ ด้วยกัน ด้วยบรรดาสาว ๆ นั้นน่าสนใจกว่าเยอะ
“กูว่ากูไม่ได้ยินนานละนะเื่ใครเป็ผัวเป็เมียกูเนี่ย มึงเพิ่งย้ายมาปีนี้ยังเสือกรู้อีก”
ผมว่าขำ ๆไม่ได้โกรธอะไรหรอกครับ ก็เื่มันไม่จริงอยู่แล้ว ใครอยากว่าก็ว่ากันไป
อีกอย่างที่ทำผมไม่แคร์เพราะพวกผมก็ฮอตในหมู่สาวๆ พอตัว โดยเฉพาะไอ้อี คทากรไม้หนึ่งของโรงเรียนที่นอกจากรุ่นพี่รุ่นเพื่อนจะกรี๊ดกร๊าด มันยังเป็ที่รู้จักดีของสาว ๆ ต่างโรงเรียนประเมินได้จากตอนไปเรียนกวดวิชา
“กูเห็นมึงมายืนตรงนี้ทุกวันทำไรเหรอวะ”
“ไม่ทำไรมายืนเฉย ๆ รอให้คนอยากรู้เข้ามาทัก มั้งนะ”
อ่าวนี่มึงว่ากูเสือกเปล่านิ ไอ้นี่ ชวนคุยดี ๆ มากวนตีนกูเฉย
“กูเปล่าว่ามึงนะ”
คิดอยู่ในใจยังเสือกรู้อีกมึงมีโทรจิตหรือ
“กูแค่เข้ากับคนอื่นยากทักคนอื่นก่อนไม่เป็ แต่กูดีใจนะเวลามีใครมาทักกู แล้วก็ ทักแล้วก็ทักอีกเรื่อย ๆได้นะ กูไม่ถือ”
ว่าแล้วมันก็ฉีกยิ้มกว้างผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แสงแดด อากาศหนาว ไอหมอก หรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ผมรู้เพียงว่าในใจมันวูบๆ อารมณ์เหมือนตกจากที่สูง มือสั่น ปากสั่น
ช่วยกูด้วยกูโดนแอทแทค
©©©