ยอดเชฟกระทะเหล็กผจญภัยต่างโลก The Crescent Moon Cafe

    บทที่ 3 : ขนมปังหวานแสนอร่อย?

     ใน'ชีวิตก่อน'ของอลันใช้เพียงมีดทำครัวเล่มเดียวสร้างตัวจากไม่มีอะไรเลยมาจนกระทั่ง ได้ครอบครอง'อาณาจักร'ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นกว่า 30 สาขาทั่วโลก ไม่ได้อาศัยเพียงโชคช่วย ชั่วชีวิตสี่สิบกว่าปี เรียกได้ว่าต่อสู้ดิ้นรนมาด้วยตัวเอง ในเวลานั้นการทำอาหารเพื่อแสวงหาชื่อเสียงโด่งดังเป็นสิ่งเดียวที่เขาสนใจ และทำให้เขาหลงตัวเอง แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป เขามีลูกสาวที่น่ารักที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูร่างกายหรือให้ลูกสาวมีชีวิตที่ดีขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องทำแน่นอน การทำอาหารแล้วเปิดร้านถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วน แต่สภาพร้านแบบนี้ยังใช้งานไม่ได้... อลันส่ายหัว "ยังดีที่มีโต้ะและเก้าอี้ไม้ที่พอใช้การได้สามชุดและมีพื้นที่กว้างขวาง งานแรกที่ต้องทำ คือต้องปรับปรุงสภาพร้านก่อน"เขามองภาพร้านตรงหน้า พลางมองหาวิธีแก้ปัญหา มันดูเหมือนกับ'ร้านอาหารสไตล์บาร์เหล้า'ที่เขาเคยเห็น สีโดยรวมของห้องอาหารเป็นสีน้ำตาลดีอยู่แล้ว เพียงแต่สีกระดำกระด่างไปหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหา ยังไงเขาก็มีฝีมือทางศิลปะที่เคยเรียนมาเพื่อตกแต่งอาหารมาก่อน วาดภาพบนกำแพงก็ได้ไม่ยากเลย บนเพดานมีโคมไฟเชิงเทียนสไตล์ยุโรปเก่าๆ อยู่แล้ว เพียงแค่หาเทียนมาจุดก็ใช้ได้ โต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมและเก้าอี้ไม้ที่เข้าคู่กันมีอยู่ 3 ชุด เก้าอี้ขาดไป 2 ตัว ไม่เป็นไร ทำเป็น'โต้ะสำหรับคู่รัก'ก็ได้ เคาน์เตอร์บาร์ยาวปิดครัวแค่หาเก้าอี้มาวางก็สามารถนั่งได้หลายคนในพริบตา สไตล์โดยรวมนั้นเรียบง่ายและมีบรรยากาศที่เข้ากันได้กับอาหารทุกประเภท แต่ระยะห่างระหว่างโต๊ะเยอะมากเพราะพื้นที่กว้างเกินไป 'ลูกค้าจะได้นั่งคุยโม้กันเสียงดัง โดยที่คนอื่นไม่รู้สึกว่าถูกรบกวนไงล่ะ' อลันหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้เสมอ หลังจากพึงพอใจกับภาพในหัวแล้วก็เริ่มทำความสะอาด พื้น โต้ะและที่นั่ง อย่างขยันขันแข็ง แม้ว่าจะต้องเดินลากขาไปอย่างไม่ถนัดนัก ทำๆ หยุดๆ แต่วิญญาณเชฟระดับ'มิชลิน'อย่างเขาจะไม่ยอมให้ร้านสกปรกแม้แต่น้อย เขาเคย'อาละวาด'ไล่ผู้ช่วยเชฟออกเกือบครึ่งร้านเพียงเพราะมีเส้นผมตกลงไปในซุปของลูกค้าคนหนึ่งค่อยๆ เก็บกวาดเศษกิ่งไม้ ปัดกวาดเช็ดถูอย่างละเอียดลออ พอทำเสร็จก็หมดแรงขาอ่อนนั่งลงหอบ"แฮ่ก... เฮ่อ... พอไหวละมั้ง! " อลันพอใจกับผลงานของเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังห่างไกลจากภาพมโนในฝันเจ็ดหมื่นปีแสงก็ตาม แต่ก็พอเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากกว่าเดิม ห้องครัวถูกทำความสะอาด โต้ะและเก้าอี้จัดวางเรียบร้อย มีโต้ะยาวมีโคมไฟให้แสงสว่าง อย่างน้อยๆ ก็น่าจะรับลูกค้าได้อลันมีความรู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นด้วยความเร่าร้อนราวกับได้ย้อนไปสมัยที่เพิ่งเริ่มเปิดร้านแรกของเขา ถึงแม้ว่าจะใช้ดาบต่อสู้อาบเลือดไม่ได้เพราะขาเจ็บ แต่เรี่ยวแรงยังมี สมัยที่เปิดร้านเขาสร้างโต๊ะและเก้าอี้ทุกตัวด้วยตัวเองด้วยซ้ำ ตอนนี้ทำไมจะทำไม่ได้กันล่ะ (รอก่อนเถอะ พวกมนุษย์ชนชั้นสูงจะต้องมาต่อแถวยาวเหยียด พวกเอลฟ์และคนแคระล้อมวงกันรอบหม้อไฟต้มยำ ปีศาจน้อยแย่งกันกินสเต๊กอย่างน่ารัก...)อลัน นึกเปรียบเทียบไปถึงร้านของตัวเองในลาสเวกัส ที่บรรดาดาราฮอลลีวูดและคนดังยังต้องต่อคิวยาวเป็นเดือนเพื่อจะได้นั่งกินอาหารในร้านของเขา ทันใดนั้นก็พบว่ามันน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิแต่เมื่อเดินไปที่ห้องเก็บของก็ต้องส่ายหัวอีกครั้ง อลันคนเดิมก่อนที่จะ ‘ตื่นขึ้น’ เป็นคนที่ไม่เคยแตะมีดทำครัวแม้แต่ครั้งเดียว ในห้องเก็บของจึงมีแค่ไข่สามฟอง เมล็ดธัญพืชแห้งๆ ที่เหลือก้นถุง เศษเนยครึ่งก้อน เกลือและน้ำตาลแดงหยาบๆ จำนวนหนึ่งที่เก็บไว้กินตอนเจ็บป่วยในความคิดของอลันมีแค่คำเดียวคือ 'ยากจน' ในฐานะเชฟอันดับหนึ่งเขาเคยมีห้องเก็บวัตถุดิบส่วนตัวขนาดยักษ์อยู่ที่บ้านของเขา รู้สึกรับไม่ได้กับสภาพที่เห็น คิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีทุนมาซื้อวัตถุดิบเข้าร้านได้ ก็ยังมองไม่เห็นทาง เขาอาจจะต้องไปรับจ้างเป็นพ่อครัวสักพักก่อนก็เป็นได้ จากนั้นไม่นาน เอลิน่าก็กลับมาพอดี ยิ้มแฉ่งหน้าบานส่งเสียงร่าเริง “กลับมาแล้วค่า” ทันทีที่ได้ยินเสียงอลันก็รีบเคลื่อนตัวไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ท้องฟ้าข้างนอกก็ใกล้มืดแล้ว "ป๊ะป๋ามารับเอลิน่าเหรอ? " เสียงเล็ก ๆ ของเอลิน่าดังขึ้น อลันเห็นเอลิน่าหอบขนมปังสีน้ำตาลเหลืองสองก้อนในมือ เงยหน้าขึ้นมองเขา ขนตายาวกะพริบขึ้นลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข และความประหลาดใจที่พ่อของเธอมารับเธอที่ประตูชั้นล่าง "ใช่ พ่อมารับเอลิน่าตัวน้อยของพ่อ" อลันยิ้มและจับเอลิน่าเข้ามาในอ้อมแขนของเขาแล้วกอดเธอเบา ๆ พฤกษ์รับห่อขนมปังมาถือ อยากจะให้ลูกสาวประหลาดใจ จับมือของเอลิน่าเข้าไปในบ้านแล้วพูดว่า "เข้าบ้านก่อนเถอะ"ขณะที่ทั้งสองเดินเข้ามาเอลิน่าก็อุทานว่า“นี่บ้านเราจริงๆ เหรอ?” เอลิน่ายืนอยู่ที่ประตูมองไปที่พื้นห้องที่สะอาดสะอ้าน เศษไม้ เศษอิฐกำแพง ขยะต่างๆ ถูกนำออกไปทิ้งนอกบ้านเรียบร้อย สลับกับมองไปที่อลัน แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา "ป๊ะป๋าหายดีแล้วเหรอคะ?” เอลิน่าเงยหน้าขึ้นมองอลันด้วยความตื่นเต้นสงสัยเพราะว่าพ่อของเธอที่เอาแต่ทำหน้าเศร้าหมดอาลัยตายอยาก ดูร่าเริงและอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรู้สึกว่าป๊ะป๋าของเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน"ใช่แล้วต่อไปนี้พ่อจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะทำให้เอลิน่าได้อยู่บ้านหลังใหญ่ และมีร้านอาหารที่สวยงาม พ่อจะทำอาหารอร่อย ๆ มากมายให้เอลิน่ากินทุกวันดีมั้ย" อลันพูดเบา ๆ อย่างอ่อนโยน "ดีจังเลย ป๊ะป๋า! " เอลิน่าใช้หัวคลอเคลียมือของอลัน อย่างมีความสุข“ยอดไปเลย! ตอนนี้เรานั่งกินข้าวข้างล่างกันได้แล้ว!”พูดยังไม่เสร็จ เอลิน่าวิ่งเข้าไปในบ้านจากนั้นนั่งลงที่โต๊ะอาหารที่เช็ดทำความสะอาดแล้วโบกมือให้อลัน "ป๊ะป๋า มานั่งกินขนมปังหวานกันเถอะ เอลิน่าหิวแล้ว” "ได้เลย" อลันยิ้มเรื่องกินย่อมสำคัญที่สุดอยู่แล้วอลันนั่งตรงข้ามกับเอลิน่ายื่นขนมปังหวานให้เอลิน่าแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "เรามากิน ขนมปังหวานโรยน้ำตาลสุดโปรดของเอลิน่ากันเถอะ " อลันมองไปที่ขนมปังชิ้นขนาดประมาณฝ่ามือของผู้ใหญ่โรยด้วยผงน้ำตาลหยาบบางๆ พูดว่า “ล้างมือก่อนกินข้าวด้วยสิลูก”ป๊ะป๋าวันนี้เปลี่ยนไปอย่างมากจริงๆ ปรกติแล้วเขาไม่เคยเข้มงวดกับเธอมาก่อนไม่ว่าเรื่องอะไร แต่เธอเคารพเขาเสมอมา เอลิน่าพยักหน้าลงแล้วเดินไปล้างมือที่ครัวอย่างว่าง่าย"กินแล้วนะคะ" เอลิน่าพูดอย่างร่าเริงแล้วถือขนมปังไว้ในมือ เธอเปิดปากเล็ก ๆ กัดคำหนึ่งจากนั้นก็เคี้ยวอย่างมีความสุขเหมือนหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อยกินขนม ซึ่งดู'น่ารักมาก'ในมุมมองของอลัน“อร่อยมากเหรอ?” อลันถามอย่างสงสัย ดูการกินของเอลิน่าทำให้รู้สึกอยากอาหารจริงๆ เขาอดไม่ได้ที่จะกัดคำหนึ่งบ้าง เแล้วเขาก็ตะลึง!
    .........................................
    error loadedCrescent Moon Inn (Alan House) Credit : Deviantart.com