บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์หรูในค่ำคืนนี้ดูครึกครื้นกว่าปกติ แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบจานอาหารค่ำมื้อหรูที่ 'พิม' ภรรยาคนสวยของผมตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาอย่างสุดฝีมือ สเต็กเนื้อวากิวเกรด A5 ย่างแบบมีเดียมแรร์ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายวางอยู่ตรงหน้าเราทุกคน ไวน์แดงปีลึกถูกรินใส่แก้วทรงสูงจนเกือบครึ่ง
"ทานเยอะๆ นะเอก ไม่ต้องเกรงใจ ถือซะว่าเป็งานเลี้ยงต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ จากพี่ก็แล้วกัน"
ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นในมาดของ 'พี่ชายใจดี' พลางพยักหน้าให้ 'เอก' ลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เอกดูประหม่าเล็กน้อยที่ต้องมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเ้านายและภรรยาของเ้านายในบรรยากาศที่เป็กันเองขนาดนี้ เขาอยู่ในชุดลำลองที่ดูสุภาพ แต่ผมสังเกตเห็นว่าสายตาของเขาแอบชำเลืองมองพิมเป็ระยะ
และก็ไม่แปลกที่เขาจะมอง... วันนี้พิมสวยจนน่าใจหาย เธอสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น คอเสื้อที่เว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มรำไรทุกครั้งที่เธอขยับตัวตักอาหารหรือรินไวน์ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอมันช่างยั่วยวนอารมณ์ชายหนุ่มกลัดมันอย่างเอกได้ดีนัก
"ขอบคุณครับนาย... เอ้อ ขอบคุณครับพี่ภานุ อาหารอร่อยมากครับ คุณพิมทำอาหารเก่งจริงๆ" เอกรีบยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะหันไปชมพิมด้วยรอยยิ้มเกรงใจ
"แหม ปากหวานจังเลยนะเรา ทานเยอะๆ ล่ะ ถ้าไม่อิ่มบอกพี่นะ เดี๋ยวพี่ทำเพิ่มให้" พิมยิ้มรับคำชมอย่างอารมณ์ดี เธอทำหน้าที่เ้าบ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คอยตักสลัดเติมให้เอก คอยถามไถ่เื่รสชาติอาหารอย่างเอาใจใส่
ผมนั่งจิบไวน์มองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ภายใต้ความเงียบสงบนี้ ผมกำลังสนุกกับการสังเกตปฏิกิริยาของเอก... ลูกน้องที่ผมเพิ่งเห็นว่ามันเย็ดเมียชาวบ้านอย่างดุเดือดเมื่อตอนกลางวัน มาตอนนี้กลับนั่งทำท่าทางเรียบร้อยสุภาพบุรุษต่อหน้าเมียผม
มึงนี่มันเสือซ่อนเล็บจริงๆ นะเอก... ผมคิดในใจพลางแกว่งแก้วไวน์เล่น
"ว่าแต่่นี้งานหนักหน่อยนะเอก โปรเจกต์ที่พัทยากำลังจะเริ่มแล้ว พี่คงต้องฝากเราดูหน้างานให้ละเอียดหน่อย" ผมชวนคุยเื่งานเพื่อดึงบรรยากาศให้ผ่อนคลายลง เอกรีบวางมีดส้อมแล้วตั้งใจฟังทันที
"ไม่ต้องห่วงครับนาย ผมเคลียร์ตารางงานไว้หมดแล้ว รับรองว่าจะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดครับ"
"ดีมาก... พี่ไว้ใจเราที่สุดนะรู้ไหม" ผมจ้องตาเขา เน้นเสียงหนักแน่นที่คำว่า 'ไว้ใจ' จนเอกต้องก้มหัวรับด้วยความซาบซึ้งใจ
เราคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมื้ออาหารจบลง พิมเริ่มเก็บจานชามบางส่วน ผมเห็นว่าเป็จังหวะที่เหมาะสมแล้วที่จะเริ่ม 'เกม' ของผมเสียที
"พิมครับ... ช่วยไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นมาให้หน่อยสิ ผมอยากดื่มอะไรเย็นๆ ล้างคอสักหน่อย ไวน์มันเริ่มจะเลี่ยนแล้ว" ผมหันไปบอกภรรยาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"ได้สิคะ รอแป๊บนึงนะ" พิมวางผ้าเช็ดปากลงแล้วลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในครัว ทิ้งให้ผมอยู่กับเอกตามลำพังสองต่อสอง
ทันทีที่แผ่นหลังบางของพิมลับสายตาไป บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไปทันที ผมวางแก้วไวน์ลงช้าๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว่ห้าง แล้วเปลี่ยนแววตาจากเ้านายผู้ใจดีเป็สายตาของผู้ที่กุมความลับบางอย่างเอาไว้
"เอก..." ผมเรียกชื่อเขาเสียงเรียบ
"ครับนาย?" เอกเงยหน้าขึ้นมองผม เตรียมพร้อมรับคำสั่ง
"เมื่อกลางวัน... สนุกไหม?"
คำถามสั้นๆ ของผมทำเอาเอกชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง "สนุก? หมายถึงเื่ลูกค้าชาวจีนเหรอครับ? ก็... ราบรื่นดีนะครับนาย"
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... ไม่ใช่เื่งานสิ พี่หมายถึง... ในห้องเก็บของหลังตึกน่ะ"
สิ้นเสียงของผม ใบหน้าของเอกซีดเผือดลงทันตาเห็น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใสุดขีด มือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นระริกจนเขาต้องรีบชักกลับไปซ่อนไว้ใต้โต๊ะ ริมฝีปากที่เคยพูดจาฉะฉานกลับอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"นะ... นาย... นายพูดเื่อะไรครับ... ผม... ผมไม่เข้าใจ..." เขาพยายามปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผากทั้งที่แอร์ในห้องเย็นเฉียบ
"ไม่ต้องมาตีลูกซื่อกับพี่หรอกเอก" ผมโน้มตัวไปข้างหน้า เท้าคางมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "พี่เห็นหมดทุกช็อต... ั้แ่ตอนที่เอ็งจับน้องจอยถลกกระโปรง ตอนที่เอ็งกระแทกควยใส่หีเขาเสียงดังตับๆ ไปจนถึงตอนที่เอ็งแตกใส่ปากเขา... ลีลาเด็ดไม่ใช่เล่นนี่หว่าเราน่ะ"
เอกหน้าถอดสี ราวกับิญญาหลุดออกจากร่าง เขาคงคิดว่าอนาคตการทำงานของเขาจบสิ้นแล้ว ความกลัวฉายชัดในแววตา เขาคงกลัวว่าผมจะไล่ออก หรือเอาเื่นี้ไปบอกผัวน้องจอย
"นะ... นายครับ... ผมขอโทษ... ผมผิดไปแล้ว... อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ... ผม..." เอกละล่ำละลัก ยกมือไหว้ปลกๆ ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ
"ใจเย็นๆ ไอ้น้องชาย" ผมยกมือห้าม ยิ้มกว้างกว่าเดิม "ใครบอกว่าพี่จะไล่เอ็งออก? หรือจะเอาเื่นี้ไปฟ้องใคร? พี่ไม่ได้ว่างขนาดนั้น"
เอกหยุดชะงัก มองหน้าผมด้วยความสับสน "นาย... นายไม่โกรธเหรอครับ? มัน... มันในเวลางาน... แถมจอยเขาก็มี..."
"มีผัวแล้ว... ใช่ พี่รู้" ผมต่อให้จบประโยค "แต่นั่นแหละที่ทำให้มันน่าตื่นเต้นไม่ใช่เหรอวะ? การได้เย็ดเมียชาวบ้าน... ได้เป็ชู้กับผู้หญิงที่มีเ้าของ... รสชาติมันคงดีพิลึกเลยสินะ ไม่งั้นเอ็งคงไม่ซอยยิกๆ ขนาดนั้นหรอก จริงไหม?"
ผมแกล้งเย้าแหย่ด้วยถ้อยคำหยาบโลน เพื่อทำลายกำแพง 'เ้านาย-ลูกน้อง' ลง เอกเริ่มหน้าแดงระเรื่อ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความอายที่ถูกจับได้และความโล่งใจที่ผมไม่เอาเื่
"คะ... ครับ... ก็... ก็ดีครับ" เอกตอบเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้าหลบสายตา
"ไม่ต้องอาย ผู้ชายเหมือนกัน พี่เข้าใจ" ผมหัวเราะร่า เอื้อมมือไปตบไหล่เขาเบาๆ "จริงๆ แล้วพี่อิจฉาเอ็งด้วยซ้ำ ที่ยังหนุ่มยังแน่น มีแรงเหลือเฟือขนาดทำให้ผู้หญิงร้องครางลั่นห้องเก็บของได้แบบนั้น มิน่าน้องจอยถึงติดใจยอมดูดควยให้จนเกลี้ยง"
เอกเริ่มยิ้มแห้งๆ ออกมาได้บ้างเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้ถือสาหาความจริงๆ ความตึงเครียดเริ่มคลายลง แต่เขายังไม่รู้ตัวเลยว่า... เขากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่ผมขุดล่อไว้
"เบียร์มาแล้วค่ะหนุ่มๆ คุยอะไรกันอยู่คะเนี่ย เสียงดังเชียว"
เสียงของพิมดังขัดจังหวะขึ้น เธอเดินกลับเข้ามาพร้อมกับถาดใส่เบียร์เย็นเจี๊ยบและแก้วแช่แข็ง เอกรีบดีดตัวนั่งตัวตรง ปั้นหน้าเรียบร้อยทันทีเหมือนเด็กที่เพิ่งโดนผู้ใหญ่จับได้ว่าทำผิด
"คุยเื่สมัยหนุ่มๆ น่ะพิม เอกมันเล่าเื่วีรกรรมให้ฟัง ตลกดี" ผมโกหกหน้าตาย รับแก้วเบียร์จากมือภรรยามาจิบ "ขอบใจมากจ้ะที่รัก"
พิมยิ้มหวาน รินเบียร์ให้เอก "ดื่มหน่อยนะคะแก้กระหาย ไม่ต้องเกรงใจพี่ภานุหรอกค่ะ แกใจดีจะตาย"
"ขะ... ขอบคุณครับคุณพิม" เอกรับแก้วไป มือไม้ยังสั่นเล็กน้อย สายตาของเขาแอบมองสำรวจเรือนร่างของพิมอีกครั้ง คราวนี้ผมสังเกตเห็นแววตาของเขาเปลี่ยนไป... มันมีความ 'กล้า' มากขึ้นหลังจากที่ผมเปิดประเด็นเื่เซ็กส์ไปเมื่อครู่ เหมือนสัญชาตญาณดิบของเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว
"พิมครับ คุณขึ้นไปเตรียมน้ำอุ่นให้ผมหน่อยได้ไหม เดี๋ยวคุยกับเอกเสร็จผมกะว่าจะแช่น้ำสักหน่อย" ผมหาเื่ไล่พิมออกไปอีกครั้ง เพื่อจะเริ่มบทสนทนาที่สำคัญที่สุด
"ได้ค่ะ เดี๋ยวพิมขึ้นไปผสม Bath Bomb ให้ด้วยนะคะ" พิมพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินนวยนาดขึ้นบันไดไป ทิ้งจังหวะสะโพกที่ส่ายไหวไปมาให้เรามองตาม
ผมรอจนเสียงฝีเท้าของพิมเงียบหายไปที่ชั้นบน แล้วจึงหันกลับมาจ้องหน้าเอกอีกครั้ง คราวนี้สายตาของผมจริงจังและเจาะลึกยิ่งกว่าเดิม
"เอก..."
"ครับนาย?" เอกวางแก้วเบียร์ลง รู้สึกได้ถึงความกดดันที่กลับมาอีกครั้ง
"เมื่อกี้เอ็งมองตูดเมียพี่ใช่ไหม?"
คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเอกสะดุ้งเฮือก แทบจะสำลักเบียร์ที่เพิ่งกลืนเข้าไป "ปะ... เปล่านะครับนาย! ผมไม่กล้า... ผมแค่..."
"ไม่ต้องปฏิเสธ กูเห็น" ผมเปลี่ยนสรรพนามเป็กันเองและหยาบคายขึ้นทันที เพื่อแสดงอำนาจและความดิบ "และกูก็ไม่โทษมึงด้วย พิมแม่งหุ่นดีชิบหาย ใครเห็นก็ต้องมองทั้งนั้นแหละ"
เอกเงียบกริบ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่นั่งก้มหน้ามองแก้วเบียร์
"มึงคิดว่าเมียกูสวยไหม?" ผมถามต่อ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนชวนคุยเื่ดินฟ้าอากาศ
"สวยครับ... คุณพิมสวยมากครับ สวยระดับดาราเลยครับ" เอกตอบตามความจริงแบบรักษามารยาท
"กูไม่ได้ถามเื่หน้าตา..." ผมขัดขึ้นเสียงเข้ม สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูกน้องหนุ่ม "กูถามถึง... หุ่น รูปร่าง เนื้อนมไข่... มึงว่าเมียกูน่าเย็ดไหม?"
"อะ... อะไรนะครับนาย?" เอกเบิกตากว้าง หูผึ่งเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เ้านายถามลูกน้องว่าเมียตัวเองน่าเย็ดไหมเนี่ยนะ?
"อย่าให้กูต้องถามซ้ำ บอกมาตามตรงแบบลูกผู้ชาย มึงเห็นหุ่นเมียกูแล้ว มึงรู้สึกยังไง? ควยมึงแข็งไหม?" ผมไล่ต้อนเขาด้วยคำถามที่หยาบโลนที่สุด บีบคั้นให้เขาเผยธาตุแท้ออกมา
เอกกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใบหน้าแดงก่ำ เหงื่อแตกพลั่ก เขาอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเจอกับสายตาคาดคั้นของผม ในที่สุดเขาก็ยอมจำนนต่อสัญชาตญาณตัวเอง
"ครับ... น่าเย็ดครับ... หุ่นคุณพิม... เอิ่ม... เซ็กซี่มากครับ นมใหญ่ เอวคอด ก้นงอน... เห็นแล้ว... มันขึ้นครับ" เอกสารภาพเสียงสั่น พูดยอมรับความจริงที่น่าละอายออกมา
ผมแสยะยิ้มอย่างพอใจ นี่แหละคำตอบที่ผมรอคอย "ดี... พูดตรงๆ แบบนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย แสดงว่ามึงก็ตาถึงใช้ได้"
ผมยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ ชะลอจังหวะให้เอกใจเต้นรัวเล่นๆ ก่อนจะโยนะเิลูกใหญ่ใส่เขา
"แล้วถ้ากูให้มึงเย็ดเมียกู... มึงจะเอาไหม?"
เพล้ง!
เสียงช้อนในมือเอกหล่นกระทบจานดังลั่น เขาอ้าปากค้าง มองหน้าผมเหมือนเห็นผี สมองของเขาคงกำลังประมวลผลอย่างหนักว่านี่คือเื่จริงหรือการล้อเล่น หรือเป็บททดสอบความซื่อสัตย์บ้าบออะไรสักอย่าง
"นะ... นาย... นายล้อเล่นใช่ไหมครับ? นี่เมียนายนะครับ... ผม... ผมไม่กล้า..."
"กูไม่ได้ถามว่ากล้าไม่กล้า กูถามว่า 'เอา' หรือ 'ไม่เอา'" ผมสวนกลับเสียงแข็ง กดดันเขาหนักขึ้น "ของดีระดับนางแบบมานอนแก้ผ้าอ้าขาให้ตรงหน้า มึงจะปล่อยให้หลุดมือเหรอวะ? หรือว่ามึงปอดแหก? ทีกับเมียชาวบ้านในห้องเก็บของมึงยังกล้าเอาเลย"
เอกนิ่งเงียบไป ลมหายใจเริ่มติดขัด สายตาของเขาฉายแววสับสนระหว่างความกลัวกับความกระสัน แต่เมื่อภาพเรือนร่างของพิมในชุดรัดรูปเมื่อกี้ลอยเข้ามาในหัว ผสมกับแรงยุจากผม ความ้าดิบเถื่อนในตัวผู้ชายวัยกลัดมันก็เริ่มเอาชนะเหตุผล
"ถ้า... ถ้านายอนุญาต... ผม... ผมก็เอาครับ" เขาตอบเสียงเบาหวิว แต่หนักแน่นในความหมาย "หุ่นแบบนั้น... ใครบ้างจะไม่อยากเอาครับ"
"ฮ่าๆๆๆ! เยี่ยม! ไอ้เชี่ยเอก มึงนี่มันซื่อสัตย์กับควยตัวเองดีจริงๆ กูชอบ!" ผมหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ ตบโต๊ะฉาดใหญ่จนเอกสะดุ้ง
"แต่... แต่นายพูดจริงเหรอครับ? นายจะให้ผม... เอากับคุณพิมจริงๆ เหรอ?" เอกถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ สายตาเริ่มมีความหวังริบหรี่ปนระแวง
"จริงสิวะ กูพูดคำไหนคำนั้น" ผมลุกขึ้นยืน เดินอ้อมไปยืนข้างหลังเก้าอี้ของเอก โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาเหมือนปีศาจที่กำลังยื่นพันธะสัญญาให้มนุษย์ "เดี๋ยวกูจะเปิดโอกาสให้มึง... กูจะแกล้งออกไปทำธุระข้างนอกสักพัก ทิ้งให้มึงอยู่กับพิมสองต่อสอง..."
"แล้ว... คุณพิมจะยอมเหรอครับ?"
"นั่นเป็หน้าที่ของมึง" ผมตอบเสียงเย็น "มึงมีดีกรีเย็ดจนเมียชาวบ้านติดใจไม่ใช่เหรอ? งัดลีลาของมึงออกมาใช้สิ จะลวนลาม จะตะล่อม หรือจะใช้กำลัง... กูไม่ว่า ขอแค่ให้มึงได้เย็ด จัดการได้ตามใจเลย"
เอกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำอนุญาตที่เหมือนตั๋วทองสู่์ (หรือนรก) เขาหันมามองหน้าผม แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น
"แต่จำไว้ข้อเดียว..." ผมกดเสียงต่ำ บีบไหล่เขาแน่นจนเจ็บ "ห้ามให้พิมรู้เด็ดขาดว่ากูรู้เห็นเป็ใจกับเื่นี้ มึงต้องทำให้มันเหมือนเป็อุบัติเหตุ เหมือนมึงตบะแตกเอง หรือพิมสมยอมเอง เข้าใจไหม?"
"ขะ... เข้าใจครับนาย" เอกรับคำเสียงสั่น
"ดี... งั้นเตรียมตัวให้พร้อม กูจะเริ่มแสดงละครแล้ว"
ผมตบไหล่เขาแรงๆ สองสามที ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิม ปรับสีหน้าให้เป็ปกติ จังหวะเดียวกับที่พิมเดินลงมาจากบันไดพอดี
"น้ำอุ่นพร้อมแล้วค่ะพี่ภานุ อ้าว... ทำไมหน้าเครียดๆ กันจังเลยคะ มีอะไรหรือเปล่า?" พิมถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นบรรยากาศแปลกๆ
"เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร พอดีพี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเอกสารสำคัญไว้ที่ออฟฟิศน่ะสิ ต้องรีบไปเอาเดี๋ยวนี้เลย พรุ่งนี้ต้องใช้ประชุมเช้าด้วย" ผมแกล้งทำหน้ายุ่ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกา
"อ้าว... ดึกป่านนี้แล้วนะคะ ให้คนรถไปเอาไม่ได้เหรอ?" พิมท้วง
"ไม่ได้จ้ะ มันอยู่ในตู้เซฟ พี่ต้องไปเปิดเอง" ผมลุกขึ้นยืน หยิบกุญแจรถ "เอก... นายรออยู่ที่นี่ก่อนนะ กินเบียร์ไปพลางๆ เดี๋ยวพี่รีบไปรีบกลับ ฝากดูความเรียบร้อยแป๊บนึง เผื่อมีลูกค้าโทรมาเบอร์ออฟฟิศที่โอนเข้ามือถือนาย"
"ดะ... ได้ครับนาย" เอกรับมุกผมทันที แม้เสียงจะยังสั่นๆ อยู่บ้าง
"พิมครับ ฝากดูแลแขกแป๊บนึงนะ ผมไปไม่นาน เดี๋ยวรีบกลับมา" ผมเดินเข้าไปหอมแก้มภรรยาเป็การบอกลา จมูกผมสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะส่งยิ้มให้เธอ... รอยยิ้มที่พิมไม่มีวันรู้ความหมายที่แท้จริงของมัน
"ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ" พิมรับคำอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ผมเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์ ขับเคลื่อนรถหรูออกจากประตูรั้วบ้านไป ทิ้งให้ภรรยาแสนสวยอยู่กับลูกน้องที่กำลังหิวกระหายเพียงลำพัง
เมื่อขับพ้นรั้วบ้านมาได้สักพัก ผมไม่ได้มุ่งหน้าไปออฟฟิศอย่างที่บอก แต่ผมกลับรถ เลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวข้างกำแพงหมู่บ้าน แล้วดับเครื่องยนต์ จากนั้นก็ค่อยๆ ย่องกลับมาที่รั้วบ้านตัวเองตรงจุดที่เป็มุมอับสายตา
หัวใจผมเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาพันล้าน คืนนี้... ผมจะไม่ได้เป็ผู้เล่นในสนาม แต่ผมจะเป็ผู้ชมกิตติมศักดิ์ ที่นั่งดูการแสดงสดที่เร้าใจที่สุดในชีวิต
ผมปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ข้างกำแพงที่กิ่งก้านยื่นเข้าไปใกล้หน้าต่างห้องรับแขกที่เป็กระจกใสบานใหญ่ ผ้าม่านถูกเปิดทิ้งไว้บางส่วน ทำให้มองเห็นภายในบ้านได้ชัดเจนราวกับจอภาพยนตร์
ในบ้านนั้น... เอกกำลังนั่งมองพิมที่กำลังเก็บแก้วไวน์... แววตาของมันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่ลูกน้องที่ซื่อสัตย์อีกต่อไป แต่มันคือสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาตให้ล่าเหยื่อ
และเหยื่อของมัน... ก็คือเมียสุดที่รักของผมเอง
"เริ่มเลยสิเอก... แสดงให้กูดูหน่อย ว่ามึงจะ 'เอา' เมียกูยังไง" ผมกระซิบกับตัวเองในความมืด ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองเข้าไปในบ้านด้วยความตื่นเต้นที่แทบจะะเิอก
ความมืดมิดของพุ่มไม้หนาทึบข้างกำแพงบ้านกลายเป็ป้อมปราการส่วนตัวของผม ยุงและแมลงกลางคืนที่บินว่อนไม่ได้สร้างความรำคาญให้ผมแม้แต่น้อย เพราะสมาธิทั้งหมดของผมถูกตรึงไว้ที่กรอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า ภายในห้องรับแขกที่สว่างไสวด้วยแสงไฟวอร์มไวท์ เปรียบเสมือนเวทีละครเวทีที่กำลังเปิดการแสดงรอบพิเศษ... รอบที่มีผู้ชมเพียงคนเดียวคือผม
ผมเห็น 'พิม' ภรรยาของผมเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร เธอคงแปลกใจที่เห็นผมไม่อยู่แล้ว แต่ด้วยความเป็คนมองโลกในแง่ดี เธอจึงหันไปพูดคุยกับ 'เอก' ด้วยรอยยิ้ม ผมไม่ได้ยินบทสนทนาชัดเจนนักเพราะกระจกเก็บเสียงอย่างดี แต่จากการอ่านปากและท่าทาง พิมคงกำลังถามว่าผมไปไหน หรือไม่ก็ชวนคุยตามมารยาทเ้าบ้านที่ดี
แต่เอก... ไอ้ลูกน้องตัวดีของผม ท่าทีของมันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
มันไม่ได้ลุกขึ้นยืนคุยด้วยความนอบน้อมเหมือนตอนที่ผมอยู่ แต่มันกลับนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สบายใจเฉิบ มือข้างหนึ่งถือแก้วเบียร์แกว่งไปมา สายตาของมันกวาดมองเรือนร่างของพิมอย่างเปิดเผยและหยาบคาย พิมเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขยับตัวถอยหลังเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มเจือจางลง กลายเป็สีหน้าแห่งความงุนงงและหวาดระแวง
"เอาเลยเอก... เข้าไปหามันเลย" ผมกระซิบสั่งการผ่านความมืด มือของผมล้วงเข้าไปในกางเกง จับกุมท่อนเอ็นที่เริ่มขยายตัวแข็งขึงขึ้นมารอรับความตื่นเต้น
เหมือนเอกจะได้ยินเสียงกระซิบของผม มันวางแก้วเบียร์ลงกระแทกโต๊ะดัง ปึก! แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พิมสะดุ้งเล็กน้อย เธอพยายามจะเดินเลี่ยงหนีไปทางห้องครัว แต่เอกไวกว่า มันก้าวสามขุมเข้าไปขวางทางเธอไว้ ร่างสูงใหญ่ของมันต้อนพิมจนถอยไปชนกับเคาน์เตอร์บาร์
ผมเห็นเอกยื่นมือออกไป... ไม่ใช่เพื่อไหว้ลา แต่เพื่อัั
มือหยาบกร้านของมันวางหมับลงบนไหล่เปลือยเปล่าของพิม ผิวขาวเนียนที่ผมทะนุถนอมถูกมือลูกน้องแปดเปื้อน พิมสะบัดไหล่หนีทันที สีหน้าของเธอฉายแววใและโกรธเกรี้ยว เธอคงกำลังต่อว่ามัน แต่เอกไม่สนใจ มันแสยะยิ้ม... รอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"ปล่อยฉันนะเอก! เธอเมาแล้วหรือไง!" ผมจินตนาการเสียงะโของพิมได้ชัดเจน
เอกไม่ตอบ แต่มันรุกคืบหนักขึ้น มันใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือพิมไว้แน่น แล้วกระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกกว้างของมัน พิมดิ้นรนสุดชีวิต มือข้างที่เป็อิสระฟาดลงไปที่หน้าอกและไหล่ของเอก แต่นั่นกลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบของมัน
แควก!
แม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่ภาพที่เห็นชัดเจนเต็มสองตา เอกกระชากคอเสื้อเดรสผ้าซาตินของพิมจนฉีกขาด ผ้าเนื้อดีที่ราคาแพงหูฉีกขาดวิ่นเผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างและชุดชั้นในลูกไม้สีดำที่ซ่อนอยู่ภายใน พิมกรีดร้อง ยกมือขึ้นปิดหน้าอกด้วยความอับอายและหวาดกลัว
วินาทีนั้น เืในกายผมสูบฉีดรุนแรงจนหน้ามืด นี่มัน... สุดยอด! ภาพภรรยาผู้สูงศักดิ์ อดีตนางแบบที่ใครๆ ต่างเกรงใจ กำลังยืนตัวสั่นงันงก เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ต่อหน้าลูกน้องกระจอกๆ ของผม มันช่างเป็ภาพที่วิปริตและงดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ผมรูดรั้งแก่นกายของตัวเองเร็วขึ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
เอกไม่ปล่อยให้พิมได้ตั้งตัว มันผลักเธอล้มลงไปบนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องรับแขก พิมพยายามจะลุกหนี แต่เอกกระโจนตามไปคร่อมทับร่างเธอไว้อย่างรวดเร็ว น้ำหนักตัวของผู้ชายวัยฉกรรจ์กดทับร่างบอบบางของเธอจนจมไปกับเบาะหนัง
"อย่านะ! ช่วยด้วย! พี่ภานุช่วยพิมด้วย!"
พิมคงกำลังะโเรียกชื่อผม... หารู้ไม่ว่า 'พี่ภานุ' ของเธอกำลังยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความกระสัน และกำลังสาวควยด้วยมือตัวเองอย่างเมามันอยู่ข้างหน้าต่างนี่เอง
เอกก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของพิมอย่างหิวกระหาย ผมเห็นหัวของมันผงกขึ้นลงตามแรงดูดเม้ม พิมสะบัดหน้าหนี ดิ้นพล่านเหมือนปลาถูกทุบ ขาเรียวสวยถีบไปมาพยายามถีบเอกให้ออกห่าง แต่มือหนาของเอกกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้าง... มันตะปบลงไปที่เต้าโตรูปงามที่โผล่พ้นเศษผ้าออกมา
มันขยำขยี้... บีบเฟ้นทรวงอกของเมียผมอย่างรุนแรงจนเนื้อล้นออกตามง่ามนิ้ว ไม่ใช่ััแห่งความรักแบบที่ผมทำ แต่เป็การััเพื่อแสดงอำนาจ เพื่อย่ำยี
"อ๊าาา... ฮือออ..." พิมร้องไห้ออกมา น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่นั่นไม่ได้ทำให้เอกหยุด กลับยิ่งทำให้มันได้ใจ
เอกกระชากบราเซียร์ลูกไม้สีดำจนขาดกระเด็น เต้านมคู่สวยเด้งผางออกมาสู่สายตา ยอดถันสีชมพูระเรื่อแข็งเป็ไตเพราะความใและอากาศเย็นจากแอร์ เอกไม่รอช้าก้มลงไปงับยอดอกนั้นทันที มันดูดดึงอย่างตะกละตะกลามเหมือนเด็กหิวนม แต่รุนแรงกว่าร้อยเท่า หัวของพิมสะบัดไปมาด้วยความเ็ประคนเสียวซ่านที่ถูกปลุกเร้าโดยไม่เต็มใจ
ผมมองดูปากของลูกน้องที่กำลังดูดนมเมียตัวเอง... ลิ้นของมันเลียวนรอบปานนมที่ผมเคยคนเดียว ความรู้สึกหวงแหนตีตื้นขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่มันถูกกลบด้วยคลื่นความตื่นเต้นที่โถมซัดเข้ามาแทนที่
เอามันเลยเอก... เย็ดมันเลย... ทำให้มันรู้รสชาติของสัตว์ป่า
เอกผละหน้าออกจากอกของพิม แล้วเลื่อนตัวลงต่ำ มันกระชากกระโปรงยาวของพิมถลกขึ้นไปกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและกางเกงในตัวจิ๋วสีดำที่เปียกชื้น... ใช่ ผมมั่นใจว่ามันเปียก ไม่ใช่เพราะพิมมีอารมณ์ร่วม แต่เพราะความกลัวและสัญชาตญาณร่างกายที่ตอบสนองต่อการถูกกระตุ้น
พิมพยายามหุบขาแน่น ขัดขืนปราการด่านสุดท้ายสุดชีวิต "ไม่! เอก อย่า! ฉันขอร้อง! พี่ภานุจะฆ่าแก!"
เอกเงยหน้าขึ้นมองพิม แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วพูดบางอย่างที่ทำให้พิมชะงัก ผมเดาว่ามันคงบอกว่า "ผัวคุณนั่นแหละที่เปิดทางให้ผม" หรือไม่ก็ "ร้องดังๆ สิ ผัวคุณจะได้ยิน"
เอกใช้เข่าแทรกกลางระหว่างขาเรียวของพิม แล้วออกแรงง้างมันออก พิมสู้แรงไม่ไหว ขาของเธอถูกจับแยกอ้ากว้างเป็รูปตัวเอ็ม เปิดเผยเนินเนื้อสาวอูมสวยต่อหน้าผู้รุกราน เอกไม่รอช้า มันกระชากแพนตี้ตัวน้อยจนขาดติดมือ แล้วเหวี่ยงทิ้งไปข้างโซฟา
ตอนนี้... พิมเปลือยเปล่าท่อนล่างโดยสมบูรณ์ กลีบเนื้อสีชมพูสดที่ปิดสนิทปรากฏแก่สายตา เอกจ้องมองมันเหมือนเห็นขุมทรัพย์ ก่อนจะถ่มน้ำลาย ถุย! ลงบนฝ่ามือตัวเอง แล้วป้ายลงไปที่ร่องสวาทของพิมอย่างหยาบคายเพื่อหล่อลื่น
"กรี๊ดดด! ไม่! ขยะแขยง! เอามือสกปรกของแกออกไป!"
พิมกรีดร้องลั่นเมื่อเจอน้ำลายสกปรกป้ายลงบนของสงวน แต่เอกไม่สนใจ มันควักท่อนเอ็นขนาดมหึมาออกมาจากกางเกง ควยของมันดำเมี่ยม เส้นเืปูดโปน หัวบานแดงก่ำ ชี้ชันผงาดพร้อมรบ ขนาดของมัน... ผมต้องยอมรับความจริงข้อนี้... มันใหญ่กว่าของผมเกือบเท่าตัว
หัวใจผมเต้นระรัวจนแทบะเิ เมื่อเห็นอาวุธร้ายนั้นจ่ออยู่ที่ปากถ้ำของเมียรัก
เอกจับท่อนลำของมันถูไถไปตามร่องหีของพิม ลากขึ้นลากลงให้น้ำลายและน้ำหล่อลื่นเคลือบจนทั่ว พิมบิดเกร็งร่างกายหนีััหยาบโลนนั้น หน้าท้องแบนราบของเธอหดเกร็ง
"เสียบมันเลย! เสียบเข้าไป!" ผมคำรามในลำคอ มือสาวควยตัวเองเร็วยิก
เอกจับเอวพิมไว้แน่น แล้วกดส่วนหัวบานใหญ่ของมันกระแทกเข้าไปที่ปากทางรัก ปึ้ก!
"กรี๊ดดดดดดด!!"
พิมกรีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเฮือก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป เพราะความใหญ่โตที่เกินขนาดและความไม่พร้อมของร่างกายทำให้การสอดใส่เป็ไปอย่างยากลำบาก เอกไม่ปรานี มันไม่ออมแรง มันดันสะโพกกระแทกเข้ามาอีกครั้ง
สวบ!
คราวนี้มันเข้าไปได้ครึ่งลำ พิมร้องไห้โฮ พยายามดันหน้าท้องเอกออก แต่ไร้ผล เอกกัดฟันกรอด คำรามต่ำ แล้วกระแทกเปรี้ยงสุดท้าย ปั่ก!
มิดด้าม...
ท่อนเนื้อยาวเหยียดของเอกจมหายเข้าไปในร่างของพิมจนสุดโคน หน้าขาของมันกระแทกกับก้นของพิมดังสนั่น ผมเห็นพิมอ้าปากค้าง ตาเหลือกโพลง ตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสตั๊ฟ ความคับแน่นที่เธอได้รับคงเหมือนถูกท่อนซุงผ่าร่าง
"อึก... อื้อ... เจ็บ... พิมเจ็บ... เอาออกไป..." เสียงของพิมแ่ลงกลายเป็เสียงสะอื้น
เอกไม่รอให้พิมปรับตัว มันเริ่มขยับเอวทันที จังหวะแรกๆ เนิบช้าแต่หนักหน่วง มันดึงควยออกมาจนเกือบหลุด แล้วกระแทกสวนกลับเข้าไปเน้นๆ ตับ! ตับ!
ทุกจังหวะที่มันกระแทก ร่างของพิมสั่นคลอนไปตามแรงส่ง หน้าอกคู่สวยกระเพื่อมไหวรุนแรง เอกก้มลงไปดูดนมพิมอีกครั้ง มือบีบเคล้นเอวคอด ร่างกายของมันปกคลุมร่างของพิมไว้เกือบมิด
"อ๊าาา... อึก... อื้อออ..."
จากเสียงร้องเ็ป เริ่มเจือปนด้วยเสียงครางกระเส่าตามธรรมชาติของร่างกาย ร่างกายมนุษย์มันซื่อสัตย์เสมอ แม้จิตใจจะต่อต้าน แต่เมื่อถูกกระตุ้นจุดััซ้ำๆ โดยเฉพาะด้วยแท่งเนื้อที่มีขนาดมหึมาแบบนั้น ความเสียวซ่านย่อมเกิดขึ้น
เอกเริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง พับ พับ พับ ถี่กระชั้น มันจับขาพิมพาดบ่าข้างหนึ่งเพื่อให้สอดใส่ได้ลึกขึ้น ท่านี้ทำให้ผมเห็นจังหวะการเข้าออกได้อย่างชัดเจน ควยสีเข้มผลุบหายเข้าไปในร่องเนื้อสีชมพูที่ตอนนี้เริ่มแดงก่ำจากการเสียดสี น้ำหล่อลื่นผสมน้ำลายไหลเยิ้มออกมาเป็ฟองขาวๆ ทุกครั้งที่มันกระแทก
"ซี๊ดดด... คุณพิม... หีแน่นชิบหาย... แน่นกว่าอีจอยอีก... โอ้ววว..." เอกครางอย่างสุขสม
พิมเริ่มควบคุมเสียงตัวเองไม่ได้ "อ๊ะ... อ๊า... เจ็บ... แต่มัน... อื้อออ... ลึก... มันลึก... อ๊ายยย..."
ผมยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความหึงหวงมันมอดไหม้ไปหมดแล้ว เหลือแต่ความตื่นเต้นระดับวิกฤต ผมมองดูเมียตัวเอง... ผู้หญิงที่ผมเคารพให้เกียรติ กำลังถูกลูกน้องของผม 'ทะลวง' รูหีอย่างป่าเถื่อน มันไม่สนใจความรู้สึกของเธอ มันสนแค่ความมันส์ของตัวเอง
และที่น่าใยิ่งกว่าคือ... พิมเริ่มตอบสนอง มือที่เคยผลักไส ตอนนี้เปลี่ยนมาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเอก ขาอีกข้างเกี่ยวรัดเอวสอบของเอกไว้แน่น สะโพกกลมกลึงเริ่มขยับสวนจังหวะการกระแทกของชายชู้
"เย็ดเลย... เย็ดเมียกูให้พังไปเลย!" ผมสบถออกมาเสียงพร่า มือของผมขยับรูดรั้งแก่นกายตัวเองรัวเร็ว สายตาจ้องเขม็งไปที่จุดเชื่อมต่อระหว่างขาของพิมที่กำลังถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง
เอกจับพลิกร่างพิมให้คว่ำหน้าลง พิมร้องประท้วง "ไม่... อย่าท่านี้... อ๊าาา..." แต่เอกไม่ฟัง มันกดหัวพิมลงกับพนักโซฟา ยกสะโพกเธอให้ลอยสูงขึ้นในท่าโก้งโค้ง ท่าที่แสนอัปยศแต่เปิดเปลือยทุกอย่างให้ผมเห็นชัดเจนที่สุด
ก้นขาวๆ สองลูกกระเพื่อมไหว เอกถ่มน้ำลายใส่มืออีกครั้ง ป้ายลงที่ร่องก้นแล้วจับท่อนควยสอดใส่เข้าไปจากด้านหลัง สวบ! ปึก!
"กรี๊ดดดด! ลึก! มันลึกไป! จุก! พิมจุก!" พิมหวีดร้อง หน้าแนบกับเบาะโซฟา
เอกไม่ปรานี มันจับเอวพิมไว้มั่นเหมือนคีมเหล็ก แล้วซอยสะโพกยิกๆ ตับ ตับ ตับ ตับ! แรงกระแทกส่งผลให้ตัวพิมไถลไปข้างหน้า แต่เอกก็ดึงกลับมารับแรงกระแทกใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไข่ดันของเอกตีกับก้นพิมดัง แปะ แปะ แปะ เสียงหยาบโลนนี้ดังก้องไปทั่วห้องรับแขกอันหรูหรา ภาพลักษณ์ไฮโซผู้ดีของพิมถูกทำลายย่อยยับ ตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรจากเครื่องระบายความใคร่ที่มีชีวิต
"เรียกชื่อกู... เรียกชื่อผัวใหม่มึง!" เอกตะคอกสั่ง พร้อมกับฟาดฝ่ามือลงบนก้นงามงอนของพิม เพียะ!
"อ๊าาา... เจ็บ... ฮือออ..."
"เรียก! ไม่เรียกกูไม่หยุด!" มันกระแทกเน้นๆ เข้าไปที่จุดเสียว
"อ๊าาา... เอก... คุณเอก... เบาๆ... อื้อออ... เสียว... พิมเสียว!"
ในที่สุดพิมก็ยอมสยบ เธอร้องครางชื่อลูกน้องของผมออกมาเต็มปากเต็มคำ ร่างกายของเธอบิดเร่ารับแรงกระแทกอย่างสมบูรณ์แบบ ความอับอายถูกแทนที่ด้วยราคะจริตที่ถูกปลุกปั่น
ผมมองดูฉากร่วมเพศอันดุเดือดนั้นด้วยความอิ่มเอมใจ น้ำกามในกายผมเดือดพล่านจวนเจียนจะะเิเต็มที แต่ผมยัง... ผมยังไม่อยากเสร็จตอนนี้ ผมอยากดูต่อ... อยากดูว่าเอกจะพาพิมดำดิ่งลงไปได้ลึกแค่ไหน
เอกจับพิมพลิกตัวกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันจับขาเธอพาดบ่าทั้งสองข้างในท่าอุ้มแตง เปิดอ้าความสาวจนกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านี้ทำให้ควยของมันเข้าไปลึกจนชนมดลูก พิมตาเหลือกค้าง ปากอ้ากว้างไร้เสียงร้อง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่า
มันโหมกระหน่ำแทงไม่ยั้ง บดขยี้ความเป็ชายใส่ความสาวของนายหญิงอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีคำว่าเกรงใจเ้านายหลงเหลืออยู่แล้ว มีแต่ความหื่นกระหายของเพศผู้ที่้าผสมพันธุ์
"โอ้ววว... แน่น... แน่นชิบหาย... พิม... หีมึงแม่งสุดยอด..." เอกคำราม
พิมผวากอดคอเอกแน่น เล็บจิกเข้าที่หลังคอ "อ๊า... แรงอีก... เอก... แรงอีก... จะเสร็จ... พิมจะเสร็จ... กรี๊ดดด..."
ภาพที่พิมร้องขอให้ลูกน้องผมเย็ดเธอแรงๆ เป็ภาพที่บาดตาบาดใจแต่ก็ปลุกเร้าอารมณ์ผมถึงขีดสุด ผมแทบจะทนไม่ไหว อยากจะพังกระจกเข้าไปร่วมวงด้วยเดี๋ยวนี้ แต่ผมต้องอดทน... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
ผมเฝ้ามองดูการร่วมเพศที่ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น เอกดูเหมือนจะมีพลังเหลือเฟือ มันเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อยๆ ทั้งยืนเย็ดข้างโซฟา ทั้งลากพิมลงมาเย็ดที่พื้นพรม ทุกที่ที่มันผ่านไป เต็มไปด้วยเสียงครางและกลิ่นคาวโลกีย์
นี่แหละ... คือสิ่งที่ผม้า รอยมลทินบนผ้าขาว... รอยย่ำยีที่งดงามที่สุด
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมตัวสำหรับฉากต่อไป... ฉากที่ผมจะเข้าไป 'เก็บเกี่ยว' ผลผลิตจากความวิปริตครั้งนี้