สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 118 เมาค้าง

            หลี่ไหวฺอวี้คิดว่าหมิงเป่าจูคงกระหายและกำลังหาน้ำดื่มจึงโอบเอวนางไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง พาเดินออกมายังลานเรือน

            ทว่าธรณีประตูสูงกว่าไหสุราอยู่หลายส่วนสำหรับหมิงเป่าจูในตอนนี้ คงเปรียบได้กับการปีนขึ้นฟ้า

            แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

            “ฮือ...” จู่ๆหมิงเป่าจูก็ครวญครางออกมา

            “เป็นอะไรรึ”หลี่ไหวฺอวี้รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ชนถูกตรงไหนหรือเปล่า”

            ขณะก้มลงไปตรวจสอบก็ได้ยินหมิงเป่าจูงึมงำออกมา “ข้าเหาะขึ้นไปไม่ได้!”

            น้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจอย่างถึงที่สุด

            “…”

            หลี่ไหวฺอวี้อดขำไม่ได้จริงๆ“เจ้าเป็นถึงเทพธิดาแห่งเก้าชั้นฟ้า ไฉนจะเหาะขึ้นไปไม่ได้เล่า ต้องได้แน่ เจ้าลองดูอีกที”

            หมดกัน ดูท่าตนเองก็เหมือนจะเมาไปกับนางด้วย

            เขาใช้สองมือประคองเอวบางของหมิงเป่าจูไว้ออกแรงยกตัวนางขึ้นเล็กน้อย ขณะที่หมิงเป่าจูกำลังจะก้าวขาออกไปอีกครั้ง เขาก็ยกตัวนางขึ้นข้ามธรณีประตูไปได้ในที่สุด

            จังหวะที่เท้าแตะพื้นคนในอ้อมแขนก็กล่าวด้วยความยินดีปรีดา “เจ้ามีคุณูปการช่วยให้ข้าเลื่อนขั้น ตัวข้าผู้เป็นเทพสวรรค์ขอแต่งตั้งเจ้า...แต่งตั้งเจ้า...แต่งตั้งเจ้าให้เป็นคนเลี้ยงอาชาสวรรค์[1]!”

            เขาไม่โกรธ ไม่โกรธ...

            หลี่ไหวฺอวี้ปลอบใจตัวเองเขากลัวว่าตัวเองจะพลั้งมือตีแม่หนูน้อยที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ตายจริงๆ

            อีกอย่าง เขาก็ไม่รู้ว่าเหตุใดตัวเองถึงได้คาดหวังกับคำพูดที่นางจะแต่งตั้งตำแหน่งให้!

            หลังจากฝ่าด่านอุปสรรคพาคนมาถึงข้างโอ่งน้ำได้แล้วหมิงเป่าจูก็โน้มตัวลงมา จะเอาหน้าทิ่มเข้าไปในโอ่ง โชคดีที่แม้เขาจะบาดเจ็บ แต่แขนยังมีกำลังมากพอที่จะรัดเอวนางไว้หาไม่แล้วนางก็คงจะลงไปในน้ำทั้งตัวจริงๆ

            “อดทนหน่อยรอต้มก่อนค่อยดื่ม”

            น้ำในฤดูใบไม้ร่วงเย็นเฉียบยิ่งสำหรับสตรีด้วยแล้ว แม้ภายนอกจะดูแข็งแรงอย่างไร แต่ร่างกายก็ไม่ควรรับความเย็นมากเกินไปมิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบไปชั่วชีวิต

            ใครจะรู้ว่าหลังจากหมิงเป่าจูเมาแล้วพละกำลังจะเหลือล้นอย่างน่าประหลาด นางโก่งตัวจนเหมือนกุ้งตัวหนึ่ง หลี่ไหวฺอวี้ทำได้เพียงโอบเอวของนางไว้แน่นหาไม่ แล้วร่างทั้งร่างของนางคงลงไปในโอ่งน้ำจริงๆ

            หมิงเป่าจูรู้สึกเหมือนว่าตนเองเข้าไปอยู่ในวัดแห่งหนึ่งรอบตัวมีแต่เสียงพระสวดมนต์ไม่หยุด เสียงดังหึ่งๆ ดังจนนางปวดหัว

            อยากออกไปแต่ก็ออกไปไหนไม่ได้นางจำได้ว่าตนเองเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง ว่าแต่หาอะไรล่ะ? โอ นางนึกออกแล้ว!

            หมิงเป่าจูเมาจนเลอะเลือนแยกแยะสิ่งต่างๆ ไม่ออก ไม่มีสติสตัง แต่ในสายตาหลี่ไหวฺอวี้กลับเป็นอีกภาพหนึ่ง

            “หลี่ไหวฺอวี้!หลี่! ไหวฺ! อวี้!”

            หมิงเป่าจูเกาะอยู่ขอบโอ่งศีรษะเกือบจะจุ่มลงไปอยู่รอมร่อ พลางตะโกนเรียกไปที่ผิวน้ำ

            ตะโกนอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับมาถามหลี่ไหวฺอวี้ว่า“เจ้าเห็นหลี่ไหวฺอวี้บ้างหรือไม่”

            “…” เขาไม่เห็น

            หมิงเป่าจูไม่ได้รอฟังคำตอบจากเขาจริงๆแต่หันศีรษะกลับไปอีกครา “ไฉนเขาถึงชอบทำให้ผู้อื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย ทั้งที่ตนเองยังบาดเจ็บอยู่แท้ๆ!”

            หลี่ไหวฺอวี้รู้สึกหวั่นไหวถึงนางจะเมาจนกู่ไม่กลับ แต่ยังคงเป็นห่วงเป็นใยอาการบาดเจ็บของเขา

            “คนซื่อบื้ออย่างเขาเดินไปไกลหน่อยก็หลงทิศไปไม่ถูกแล้ว หากกลับมาไม่ได้จะทำเช่นไร”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ไหวฺอวี้หายวับไปทันตาในครัวเมื่อตอนกลางวันใครกันที่เพิ่งชมว่าเขาฉลาดปราดเปรื่อง

            “ปากก็จัดไม่เคยไว้หน้าคน หากไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้อื่นข้างนอก ถึงขั้นลงไม้ลงมือขึ้นมาจะทำอย่างไร”

            สีหน้าของหลี่ไหวฺอวี้ครึ้มลงอีกส่วนเขามิเคยทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น ใช้เหตุผลในการพูดคุยเสมอ อีกอย่าง หากจะลงไม้ลงมือเขาเคยกลัวใครด้วยหรือ ไม่รู้ว่านางจะกังวลอะไรนักหนา

            “ที่สำคัญคือเขาจนไม่มีเงินติดตัว อยู่ข้างนอกคนเดียวจะกินอะไร จะอยู่ที่ไหน”

            หลี่ไหวฺอวี้หน้าดำทะมึนจนถึงที่สุดแล้วดำราวกับถ่าน แต่กลับโต้แย้งไม่ได้ ก็เขาจนจริงๆ!

            “หลี่ไหวฺอวี้!เจ้าอยู่ที่ใดกันแน่! ทั้งหมดเป็นเพราะข้าเอง หากไม่เพราะข้า เจ้าคงไม่ต้องมาบาดเจ็บแบบนี้!”ขณะเอ่ยวาจา เสียงสะอึกสะอื้นก็ยิ่งดังขึ้น

            เพียงประโยคเดียวเท่านั้นก็ทำให้สีหน้าถมึงทึงราวกับคลื่นลมแปรปรวนของเขากลับมาเป็นปกติ

            เขาออกแรงพยุงคนให้ยืนขึ้นตรึงไหล่ของนางให้หันกลับมา จ้องมองนางอย่างจริงจังก่อนเอ่ยว่า “ข้าอยู่นี่”

            บางทีอาจเป็นเพราะผ่านการร้องไห้มาดวงตาของหมิงเป่าจูในค่ำคืนนี้จึงสุกใสเป็นพิเศษ ราวกับบ่อน้ำใสแจ๋วสงบนิ่ง นางจ้องมองเงาเลือนรางตรงหน้าพลางกะพริบตาถี่ๆกะพริบแล้วกะพริบอีกจนน้ำตาค่อยๆ เหือดแห้งไป

            “ขี้เหร่ชะมัด”หลังจากนั้นครู่ใหญ่ นางก็เอ่ยปาก

            ช่างน่าอดสูยิ่งนัก!เป็นความอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวง!

            หลี่ไหวฺอวี้ไม่เคยสนใจเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของตนเองในทางกลับกัน เมื่อก่อนเวลาที่ใครๆ ชมว่าเขามีรูปโฉมงดงาม เขากลับรู้สึกโกรธ เพราะคนเหล่านั้นไม่เคยมองเห็นข้อดีอื่นๆในตัวเขาเลย

            แต่พอถูกหมิงเป่าจูปฏิเสธเรื่องรูปโฉมถึงแม้จะรู้ว่านางไม่ได้สติ ก็ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง

            “หมิงเป่าจู!”หลี่ไหวฺอวี้บดกรามกรอด

            ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าแม้จะเมามาย แต่หมิงเป่าจูก็ยังคงประเมินสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

            นางปิดเปลือกตาลงค่อยๆ ทิ้งศีรษะลงบนลาดไหล่หลี่ไหวฺอวี้ แล้วหลับไปในทันที ก่อนที่จะถูกกัดตาย

            หลี่ไหวฺอวี้สูดหายใจเข้าออกลึกๆผ่อนคลายอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ของตนเองลง จากนั้นก็อุ้มช้อนร่างของนางขึ้นมา ดูท่าแล้วคงไม่ได้อยากดื่มน้ำจริงๆ

            หลังจากอุ้มคนไปที่ห้องฝั่งตะวันออกแล้วหลี่ไหวฺอวี้กลัวว่านางจะหนาว จึงตั้งใจห่มผ้าห่มให้ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวออกไป ก็เห็นหมิงเป่าจูพลิกตัวเตะผ้าห่มออกดูดปากแจ๊บๆ สองสามครั้งก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

            ดูเหมือนว่าเขาคงถอนหายใจจนหมดปอดไปแล้วในคืนนี้เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้นางอีกครั้ง กดข้อเท้านางไว้ใต้ผ้าห่มครู่หนึ่ง จนกระทั่งนางนอนนิ่งแล้วจึงลุกออกไป

            เดินมาถึงห้องโถงก็โน้มตัวลงตบๆใบหน้าของหมิงเป่าอวี้เบาๆ ปลุกให้เขาตื่น “เป่าอวี้ ตื่นได้แล้ว กลับไปนอนที่ห้อง”

            อันที่จริงหมิงเป่าอวี้ดื่มไปเพียงนิดเดียวเพียงแต่คออ่อน ฟุบหลับบนโต๊ะอยู่สักพัก ตอนนี้จึงฟื้นตัวได้ดีกว่าพี่สาวของตนเอง

            หลี่ไหวฺอวี้เรียกอยู่สามครั้งเขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปที่โต๊ะอย่างสะลึมสะลือ

            พอตั้งสติได้ก็เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆเห็นว่าไม่มีใครสักคน จึงถามว่า “พี่ไหวฺอวี้ พี่สาวข้าเล่า”

            “พี่สาวเจ้าหลับไปแล้วเจ้าก็รีบเข้านอนเถอะ” หลี่ไหวฺอวี้พูดพลางลุกขึ้นยืน

            “อ้อ”

            หมิงเป่าอวี้ลุกขึ้นอย่างยากลำบากซวนเซเล็กน้อย หลี่ไหวฺอวี้เอื้อมมือไปพยุง จากนั้นเขาก็เดินโซซัดโซเซไปยังห้องฝั่งตะวันตก

            ในห้องโถงเหลือเพียงหลี่ไหวฺอวี้คนเดียวเขาจ้องมองสภาพระเนระนาดบนโต๊ะอาหารอย่างกลัดกลุ้ม ช่างเถอะ เขาเป็นคนเจ็บ อย่างไรก็มีเหตุผลไม่ต้องเก็บกวาด

            เขาไม่เดินตามกลับไปที่ห้องแต่กลับเลือกที่จะนั่งลง หยิบจอกสุราที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งขึ้นมาจิบเบาๆ รสชาติหอมหวานนุ่มนวลยิ่งกว่าสุราบรรณาการเสียอีก

            แต่สุดท้ายแล้วเขายังคงจำถ้อยคำกำชับของหมิงเป่าจูได้ก่อนแผลจะหายห้ามดื่มสุรา ดังนั้นจึงทำได้แค่ลิ้มรสชาติแล้ววางจอกของนางลง

            ราตรีนั้นสองพี่น้องหลับสนิทเป็นพิเศษและหลับสบายตลอดทั้งคืน

            มีเพียงหลี่ไหวฺอวี้ที่หลับไม่สนิทพลิกตัวกระสับกระส่ายตลอดเวลา เพราะฝันร้าย

            ในฝันเหมือนว่าเขาเดินอยู่บนก้อนเมฆทันใดนั้นก็มีอาชาฝูงหนึ่งห้อตะบึงไล่กวดอยู่ด้านหลัง แม้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่ไม่อาจยืนรอให้โดนเหยียบตายได้จึงได้แต่วิ่งหนีสุดชีวิต

            ทว่าฝูงอาชากลับยิ่งเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆวิ่งไปวิ่งมา อาชาจ่าฝูงก็เอ่ยปากกับเขาว่า “เจ้าจะวิ่งไปไย กลับไปเติมหญ้าเดี๋ยวนี้เจ้าคนเลี้ยงอาชาสวรรค์!”

            รุ่งเช้าหมิงเป่าจูตื่นขึ้นมานอกจากอาการปวดหัวเพียงเล็กน้อย ร่างกายกลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

            ในทางกลับกัน หลี่ไหวฺอวี้ในห้องฝั่งตะวันตกกลับนั่งเหม่อบนเตียงด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

            “พี่ไหวฺอวี้ท่านเป็นอะไรไป”

            หมิงเป่าอวี้ตื่นแล้วเขาก็ปวดหัวเหมือนพี่สาว พอเห็นหลี่ไหวฺอวี้นั่งไม่กระดิกอยู่บนเตียง ก็ถามด้วยความประหลาดใจอย่างอดไม่ได้

            เขาจำได้ว่าพี่ไหวฺอวี้มิได้ดื่มสุราเมื่อคืนเหตุไฉนถึงดูอ่อนเปลี้ยกว่าคนดื่มสุราอย่างเขาอีกเล่า


    เชิงอรรถ

    [1] คนเลี้ยงอาชาสวรรค์(弼马温) เป็นฉายาหนึ่งของซุนอู้คง(ซุนหงอคง) จากนวนิยายเรื่องบันทึกการเดินทางสู่ชมพูทวีป หรือซีโหยวจี้ (西游记) การขึ้นไปบนสวรรค์ครั้งแรก เทียนตี้(เง็กเซียน) ให้คำมั่นว่าจะแต่งตั้งเขาให้เป็นเทพขั้นสูง (上神) แต่กลับให้เพียงแค่ตำแหน่งปี้หม่าเวินหรือคนเลี้ยงอาชาสวรรค์ซึ่งเป็นเทพชั้นต่ำที่สุด ภายหลังเมื่อซุนอู้คงรู้เข้าก็โกรธจัดทำลายคอกอาชาสวรรค์ ปล่อยให้พวกมันอาละวาดไปทั่วเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า ดังนั้นฉายานี้จึงมักเป็นชื่อที่ศัตรูเรียกซุนอู้คงเพื่อเป็นการเย้ยหยัน

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730