ค่ำคืนวันหยุดกลางเดือนมิถุนายนยังคงเปียกชุ่มไปด้วยสายฝนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงมืดสนิท ปล่อยหยาดน้ำเย็นหยดลงมาไม่ขาดสายเสียงฝนพรำกระทบหลังคาและพื้นถนนเป็จังหวะซ้ำๆ ชวนให้รู้สึกเงียบเหงาสำหรับหลายคน นี่อาจเป็เพียงค่ำคืนที่เปียกปอนน่ารำคาญ แต่สำหรับ ร.ต.ท. รชานนท์หรือหมวดนนท์เสียงฝนและไอเย็นกลับตอกย้ำความร้าวรานที่กัดกินอยู่ข้างใน... ความสูญเสียที่หนักอึ้งเกินกว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ใดๆจะลบเลือนมันทำได้เพียงช่วยกดทับความรู้สึกเ็ปไว้ภายใต้ความมึนเมาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
"เอาเหล้ามาอีกขวด"
เสียงทุ้มแหบพร่าสั่งบาร์เทนเดอร์ลอดออกมาแววตาของเขาขุ่นมัว จ้องมองของเหลวสีอำพันในแก้ว แต่ไม่ได้เห็นภาพสะท้อนใดๆนอกจากความว่างเปล่าในใจตัวเอง ยังไม่ทันที่บาร์เทนเดอร์จะหยิบเหล้าส่งให้หมวดนนท์มีเสียงหนึ่งเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
"พอเถอะหมวด วันนี้เอาแค่นี้ก่อน"
"อย่ามายุ่ง!"เขาตวาดสวนออกไปเสียงดังโดยไม่หันไปมองชายอีกคนที่เดินมาเคียงข้างชายคนแรก รีบเอ่ยขึ้น
"ผู้หมวดครับ นี่ผู้กองหินนะครับ..."
"ไม่เป็ไรหรอกจ่า" ชายที่ชื่อผู้กองหินเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อนรชานนท์หันกลับไปจ้องแก้วเหล้าในมือ ไม่สนใจผู้มาใหม่อย่างผู้กองหิน
ผู้กองหินมองสภาพรุ่นน้องนายตำรวจที่เคยมีแววตามุ่งมั่นตอนนี้กลับขุ่นมัวและว่างเปล่า ลึกๆแล้วเขารู้สึกเหมือนตัวเองมีส่วนผิดที่ดึงรชานนท์กลับมาเผชิญกับความทรงจำอันโหดร้ายในเมืองหลวงแห่งนี้
"เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวพี่กินเป็เพื่อนเอ็งเอง" ผู้กองหินเอ่ยพร้อมเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างรชานนท์ก่อนจะหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์
"เพิ่มให้พี่แก้วหนึ่ง"
ผู้กองหินกระดกเหล้ารวดเดียวหมดแก้วความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ไหลลามไปทั่วลำคอ ก่อนจะแผดเผาลงสู่กระเพาะ
"นนท์เอ้ย เอ็งอย่าจมอยู่กับความเมามายเลยวะพี่เข้าใจนะว่าเื่ที่เอ็งเจอ มันหนักหนาเกินกว่าใครจะรับได้" ผู้กองหินเอ่ย พลางหันไปมองรชานนท์ที่ยังคงนิ่งเงียบแววตาของเขาฉายแววเศร้าสลด
"พี่เสียดายฝีมือเอ็ง อยากให้เอ็งมาช่วยงานไม่อยากมานั่งจมอยู่กับขวดเหล้าแบบนี้”
"ผมจะทำอะไรได้ ขนาดลูกเมีย ผมยังปกป้องไม่ได้เลย" รชานนท์เอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาเอ่อล้นไหลรินลงข้างแก้ม
"ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็ใคร ผมยังทำอะไรมันไม่ได้เลยพี่" สิ้นประโยค รชานนท์ก้มหน้าร้องไห้สะอื้นกำแก้วเหล้าแน่นราวกับจะบีบให้แตกคามือ ผู้กองหินจ้องมองรุ่นน้องนิ่งงันอยากจะพูดอะไรสักคำ แต่กลับจุกอยู่ในลำคอ รชานนท์กระดกเหล้าหมดแก้วก่อนจะคว้าขวดที่เหลือมากระดกซ้ำ
ผู้กองหินมองสภาพรุ่นน้องที่เมามายไม่ได้สติอยู่ตรงหน้าถอนหายใจยาวเหยียดภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ผลักดันให้รชานนท์มาถึงจุดนี้ฉายชัดในความทรงจำ...
รชานนท์นายตำรวจหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ หลังจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ยังอำเภอชายแดนทางภาคตะวันออกพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่ขึ้นชื่อเื่แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติทั้งบ่อนการพนัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์บางครั้งยังลักลอบเข้ามาก่ออาชญากรรมในฝั่งไทย โดยมีเครือข่ายในประเทศคอยช่วยเหลือ
ด้วยความมุ่งมั่นและไฟแรงรชานนท์ในขณะนั้นได้ทุ่มเทกำลังทั้งหมดในการปราบปราม โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ผู้กองหินยังจำวันที่รชานนท์เพิ่งย้ายมาใหม่ๆแล้วประกาศกร้าวในวงเหล้าว่า 'ตราบใดที่ผมอยู่ที่นี่ พวกมันต้องไม่มีที่ยืน!' ได้ดีการกระทำอันเด็ดเดี่ยวของเขาส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาโดยตรงอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากกระทบต่อผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่มรชานนท์ตกเป็เป้าของการข่มขู่และถูกหมายหัวจนกระทั่งเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตเขามาถึง...
วันนั้นเป็วันเสาร์ในฤดูร้อนเมื่อปีก่อนผู้กองหินลาราชการไปเยี่ยมรชานนท์ หลังทราบข่าวว่าเขากำลังถูกสอบสวนทางวินัยกรณีนำกำลังบุกค้นสำนักงานนักการเมืองท้องถิ่นโดยพลการ
ผู้กองหินขับรถเก๋งคู่ใจมาถึงหน้าบ้านพักของรชานนท์ในเวลาใกล้เที่ยงยังไม่ทันที่รถจะจอดสนิทดี ประตูบ้านไม้สองชั้นก็เปิดออก พร้อมเสียงทักทาย
"สวัสดีครับพี่หิน"
"เออๆ สวัสดี" ผู้กองหินรับไหว้ พลางมองบ้านพักหลังเก่า
"จริงๆ เขาต้องรื้อแล้วล่ะครับ เพราะเขาสร้างห้องแถวใหม่ไว้ให้แล้ว" รชานนท์เอ่ย
"ยังสภาพดีอยู่เลยนี่หว่า" ผู้กองหินก้าวเดินสำรวจ
"ผมเห็นว่ามันยังพออยู่ได้ ก็เลยซ่อมแซมแล้วขอเข้ามาอยู่ผมพาดารินมาอยู่ด้วย เลยอยากแยกมาอยู่เดี่ยวๆ" ผู้กองหินพยักหน้ารับ
"เชิญพี่หินไปนั่งที่ซุ้มไม้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำเย็นมาให้"
"เห้ยๆ ไม่ต้องหรอก เอ็งมานั่งคุยกับพี่ดีกว่า"
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ทำอะไรประตูบ้านก็เปิดออกอีกครั้ง
"สวัสดีค่าพี่หิน" เสียงหวานใสพร้อมร่างหญิงสาวในชุดคลุมท้องปรากฏตัวขึ้นในมือประคองถาดน้ำมาด้วย
"โธ่ริน พี่บอกแล้วไง เดี๋ยวพี่ไปหยิบเอง" รชานนท์รีบเข้าไปประคองภรรยา มือหนึ่งคว้าถาดอีกมือโอบดารินให้มานั่งที่ม้านั่ง ผู้กองหินมองไปที่ดารินและเอ่ยถาม
"จะคลอดเมื่อไหร่"
"เห็นหมอบอกว่าน่าจะเดือนหน้านี้แหละค่ะ" ดารินตอบพร้อมลูบท้องเบาๆ
ผู้กองหินอมยิ้มแล้วหันไปแซวรชานนท์ "ตอนเอ็งบอกว่าเมียเอ็งท้องเนี่ย พี่หัวเราะลั่นเลย... ก็เห็นแต่งกันมาหลายปีดารินไม่ท้องซักทีนึกว่าไอ้รชานนท์ มันจะไม่มีน้ำยาซะแล้ว"
รชานนท์ยิ้มออกมาเบาๆ ผู้กองหินมองแล้วพูดว่า "เออ ยังยิ้มได้นี่หว่า"
รชานนท์เม้มปากแน่น ถามผู้กองหิน "เออ พี่กินข้าวมาหรือยัง"
"ยังเลย มีอะไรกินบ้างล่ะ"
"ไม่มีหรอกพี่ พอดีตั้งใจว่าจะพาพี่ไปกินร้านอาหารใกล้ๆ นี่เอง"
ผู้กองหินพยักหน้าอย่างเข้าใจ รชานนท์พูดเสริม "พอดีรินใกล้คลอดเต็มทีแล้วครับ ผมเลยอยากให้เขาพักผ่อนเยอะๆไม่ต้องเหนื่อยเื่กับข้าว ส่วนใหญ่อาศัยสั่งจากร้านประจำร้านนั้นแหละครับ"
เขาเหลือบตามองพร้อมกับบุ้ยปากเล็กน้อยไปทางร้านอาหารที่อยู่เลยไปตามถนนซึ่งมุ่งหน้าไปทางสถานีตำรวจผู้กองหินมองตามไป เห็นเป็ร้านอาหารชั้นเดียวตั้งอยู่ริมทางใต้ร่มเงาของต้นกระถินเทพาสูงใหญ่สองสามต้นที่ยืนเด่นอยู่หน้าร้าน
"เออ ก็ดี จะได้นั่งคุยกับเอ็งได้นานๆ หน่อย ดารินจะได้พักผ่อน" ผู้กองหินพูดพลางลุกขึ้น "พาดารินไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ไปรอที่รถ"
ผู้กองหินและรชานนท์มาถึงร้านอาหารเมื่อได้ที่นั่งและสั่งอาหารแล้ว ผู้กองหินเอ่ยถาม "เื่ที่เอ็งบุกรังของไอ้ สจ. นั่น มันเป็อย่างไรวะ"
รชานนท์เม้มปากแน่น เบือนหน้ามองออกไปนอกร้านสีหน้าเคร่งเครียด "พี่หินรู้ไหมครับว่าตำรวจที่นี่รับเงินพวกโจร" ผู้กองหินนิ่งเงียบ
"ก่อนหน้านี้ผมเสียลูกน้องไปสองคน คนแรกหายไปเฉยๆสัญญาณสุดท้ายหายไปใกล้ๆ ชายแดน ผ่านมาสามเดือนแล้วยังหาตัวไม่เจออีกคนก็ที่โดนยิงถล่มตายคาที่เมื่อสัปดาห์ก่อนสุดท้ายถูกกล่าวหาว่าหักหลังกันในเื่ค้ายา..."
"ลูกน้องผมมันมีเมียมีลูก อีกคนก็กำลังจะแต่งงาน" รชานนท์กล่าวเสียงเครือ
"พี่หินก็รู้ว่าที่นี่มันเป็อย่างไร ตอนพี่หินยังอยู่ ผมทำงานสนุกมากแต่หลังพี่ถูกสั่งย้าย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป"
"จริงๆ ผมถูกสั่งย้ายด่วนตามพี่หินไปแต่พอสืบรู้ว่าใครมันทำร้ายลูกน้องผม ผมเลยอยู่เฉยไม่ได้"
"ผมก็เลยจะไปเล่นงานมัน ผมไม่ได้บอกผู้กำกับ เพราะถ้าบอกไป ไอ้ สจ. นั่นมันก็จะรู้"
“เอ็งก็เลยบุกไปสำนักงานมันเหรอคนเดียวเนี้ยนะ” ผู้กองหินถามแทรกเข้ามา “ไอ้ สจ. นั่นมันไม่ใช่ธรรมดาพี่เคยเตือนเอ็งแล้วเื่ความเหี้ยมของมัน”
รชานนท์ก้มหน้านิ่ง ความเงียบเข้ามาครอบงำผู้กองหินถอนหายใจยาว แล้วมองไปรอบๆ “ทำไมแถวๆ บ้านพักมันเงียบๆ วะวันหยุดอย่างนี้น่าจะมีคนอยู่นะ”
รชานนท์เงยหน้ามองไปทางบ้านพัก ห้องแถวใกล้ๆปิดประตูหน้าต่างเงียบ รถยนต์แทบไม่มี ที่มีก็จอดอยู่ไกลๆผิดปกติจากวันหยุดทั่วไปที่มักมีเด็กๆ วิ่งเล่นและบ้านต่างๆ มักจะเปิดโล่งรชานนท์หันไปสบตากับผู้กองหิน
ทันใดนั้น เสียงรถกระบะดังลั่นมาจากทางโรงพักวิ่งผ่านหน้าร้านมุ่งไปยังบ้านพักของรชานนท์อย่างรวดเร็ว
รชานนท์พุ่งออกไปทันที ตามด้วยผู้กองหินทั้งคู่วิ่งตรงไปทางบ้านพัก รถกระบะจอดกะทันหันหน้าบ้าน ชายฉกรรจ์ 2 คนบนท้ายรถประทับปืนM16 และ AK รัวยิงใส่บ้านทันที
อีกคนลงจากรถที่ติดเครื่องอยู่จุดะเิเพลิงขว้างเข้าบ้าน
“ดาริน!” รชานนท์ะโสุดเสียงวิ่งเข้าหารถกระบะคนร้ายที่อยู่ห่างราวสองร้อยเมตรเสียงะโทำให้พวกมันหยุดยิงบ้าน หันปืนมารัวใส่เขาแทน
ทั้งรชานนท์และผู้กองหินพุ่งหลบเข้าโคนไม้ผู้กองหินชักปืนพกประจำตัวยิงสวนไป พวกมันะโหลบหลังรถ
รชานนท์ห่วงดารินเขาตะปบมือไปข้างเอวหวังจะชักปืนออกต่อสู้แล้วก็ทำหน้าผิดหวังเนื่องจากเขาถูกผู้กำกับสั่งยึดปืนหลังก่อเหตุบุกเข้าสำนักงานของสจ.คู่กรณี
เขาพยายามหาจังหวะพุ่งออกไปแต่ะุปืนจากผู้ร้ายทั้ง 3 กดหัวเขาให้มอบอยู่หลังโคนไม้ ผู้กองหินกังวลว่า รชานนท์จะหุนหันเสี่ยงชีวิตวิ่งออกไปเลยยิงต่อสู้กับพวกมันอย่างระมัดระวัง บางจังหวะต้องก้มมอบทำให้ยิงต่อสู้ไม่ต่อเนื่อง
จังหวะนั้นเมื่อเห็นว่าทั้งผู้กองและรชานนท์มอบนิ่ง หนึ่งในคนร้ายยิง M16 มาทางพวกเขาเพื่อกดให้มอบอยู่อย่างนั้นอีกคนอาศัยรถบังตัวขว้างะเิเพลิงเข้าบ้านซ้ำ อีกคนระดมยิงใส่บ้านไฟโหมรุนแรงเพราะเป็บ้านไม้
“ดารินนนนนน!”
รชานนท์ะโอย่างบ้าคลั่ง ผู้กองหินเห็นท่าไม่ดียิงสวนไปทั้งที่ยังหลบอยู่ ะุนัดหนึ่งถูกไหล่คนร้ายที่ยิง M16 ทำให้มันเซถอยการยิงหยุดชะงัก
รชานนท์ได้จังหวะพุ่งตัวออกไปขณะที่ผู้กองหินเงยหน้าเล็งปืนไปยังคนร้ายที่กำลังตั้งหลักจะยิง M16 ใส่รชานนท์
“เปรี้ยงงงงงง!”
เสียงปืนพกดังลั่น ร่างคนร้ายกระตุกหงายหลังสิ้นใจตายคาที่ อีก 2 คนใรีบลนลานะโขึ้นรถขับหนีไปผู้กองหินยิงตามจนหมดแม็กกาซีน แต่ไม่ได้ผลรถกระบะหายไปอย่างรวดเร็ว
รชานนท์วิ่งไปที่ประตูบ้าน แต่ไฟโหมแรงทำให้เขาเข้าไม่ได้
“ดารินนนนนน!”
เขาะโเรียกเมียรัก แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เขาวนเวียนหาทางเข้าบ้านสุดท้ายตัดสินใจถีบหน้าต่างกระจกให้แตกแล้วปีนเข้าไป
“เห้ยไอ้นนท์!” ผู้กองหินห้ามไม่ทัน รชานนท์หายเข้าไปในควันไฟเขารออยู่อึดใจ ตัดสินใจตามเข้าไปทางหน้าต่างบานที่รชานนท์ปีนเมื่อเข้ามาภายในบ้าน ควันไฟทำให้เขาสำลักจึงรีบก้มตัวลงต่ำแล้วกวาดสายตามองหาดารินและรชานนท์
“ดารินนนนนน!” เสียงรชานนท์ร้องเรียกชื่อเมียรักแข่งกับเปลวไฟที่กำลังโหมไหม้เสียงร้องนั้นดังก้องมาจากห้องโถง
ผู้กองหินขยับตัววิ่งไปยังทิศทางของรชานนท์เมื่อมาถึงภาพที่เห็นคือ รชานนท์กำลังกอดร่างดารินที่เืท่วมตัวะโร้องไห้แทบขาดใจ
ไฟกำลังลามเข้ามา ผู้กองจึงแย่งร่างดารินมาอุ้มะโเรียกสติ “ไอ้นนท์ มึงอยากตายรึไงวะ!” ผู้กองหินอุ้มร่างดารินปีนออกทางหน้าต่างรชานนท์ตามออกมา เมื่อพ้นรัศมีไฟ ผู้กองวางร่างดารินลงบนพื้นถนนหน้าบ้านรชานนท์พุ่งเข้ารับ แนบหน้ากับใบหน้าภรรยา น้ำตาไหลพรั่งพรู
“ดาริน….” เขาเรียกซ้ำๆแต่ดารินนิ่งสนิทไร้ลมหายใจ ดวงตาปิดลงครึ่งหนึ่งไม่ตอบสนองต่อสิ่งใดๆเืไหลจากาแที่เกิดจากคมะุอยู่หลายจุด ชุดคลุมท้องชุ่มโชกไปด้วยเืเปลวไฟจากเพลิงที่กำลังเผาไหม้เรือนไม้หลังนั้นลุกโชนผู้กองหินยืนมองภาพนั้นนิ่งงัน เนิ่นนาน
"นักการเมืองชื่อดังรอดพ้นคดีฆาตกรรมภรรยาอย่างน่ากังขาหลังพยานหลักฐานสำคัญหายไป คาดมีการใช้เส้นสายอิทธิพลมืด..." เสียงแว่วจากทีวีในร้านเหล้าดังขึ้นดึงผู้กองหินกลับสู่ปัจจุบัน เขาเหลือบมองรชานนท์ที่เมาหมดสติฟุบคาโต๊ะไปแล้ว
ผู้กองหินถอนหายใจยาว รู้สึกหนักอึ้งในอกไม่ใช่แค่สงสาร แต่ยังมีความหวังลึกๆ ว่าจะดึงคนเก่งอย่างรชานนท์กลับมาช่วยคลี่คลายคดีมืดที่เขากำลังเจออยู่ได้
“จ่า พาผู้หมวดกลับบ้านเถอะ” จ่าพยุงรชานนท์ไปยังรถผู้กองหินมองตามไปด้วยสายตาที่ซับซ้อน ยากจะบรรยาย