Chapter 8.2
………………………………………..
เช้าของวันเดินทาง
เจมม่านัดหมายกับยาริสให้ล้อหมุนเดินทางตอน9 โมงเช้าที่หน้าออฟฟิศ เพราะเธอจะขับรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่ทำงานวันนี้เธอออกบ้านมาล่วงหน้า จึงทำให้เธอมาถึงหน้าออฟฟิศก่อนยาริส เธอแต่งตัวสบาย ๆในวันเดินทาง ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวสวย
เมื่อยาริสมาถึงแล้วเขาก็อดยิ้มไม่ได้ที่เห็นเจมม่าในลุคสบาย ๆ แต่งตัวน่ารักยิ่งใส่กางเกงลำลองขาสั้นแล้ว ทำให้เธอดูตัวสูงโปร่ง หุ่นเพรียวมากกว่าเดิม
“มอนิ่งครับคุณพี่ พร้อมออกเดินทางหรือยังครับ”
“โอเคจ๊ะ ไปกันเลยมั้ยจะได้ถึงที่หมู่บ้านตอนบ่าย ๆ ฉันไม่อยากไปถึงค่ำ ๆ น่ะ”
“ครับ แต่ว่าวันนี้อากาศครึ้ม ๆ จังเลยนะครับสงสัยฝนจะตกแน่เลย” ยาริสพูดแล้วหันไปมองเจมม่า เธอกำลังเงยหน้ามองท้องฟ้านิ่ง ๆแล้วพูดขึ้นมาว่า
“ใช่ ..... เหมือนฝนจะตกหนักเลยล่ะ”
เมื่อเห็นว่าฝนกำลังตั้งเค้ามาแล้วทั้งเจมม่าและยาริสจึงรีบขึ้นรถและออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเคอมูสทันที
หลังจากขับรถมาอย่างยาวนานกว่า3 ชั่วโมงที่ไม่ได้จอดแวะพักที่ไหน ทั้งคู่ก็เจอฝนตกหนักน้ำฝนที่เทกระหน่ำใส่กระจกหน้าด้านรถ ทำให้การขับขี่ต้องชะลอตัวลงและจำเป็ต้องหาที่จอดพัก เพราะขืนฝืนขับต่อไปคงได้เกิดอุบัติเหตุแน่ แล้วยาริสก็เห็นไฟกระพริบของจุดพักรถที่มีปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งเขาจึงเลี้ยวเข้าไปจอด
“เราจอดพักตรงนี้สักครู่จนกว่าฝนจะซาแล้วกันนะครับ”
“อื่มม คงต้องเป็อย่างงั้นแหล่ะ ก็ดีเหมือนกันนะนายจะได้พักบ้าง”
“ตรงนั้นมีกาแฟขายด้วยครับ เอรสเพรสโซ่สักแก้วมั้ยครับผมจะออกไปซื้อเหมือนกัน”
“อื้ม หวานน้อยแก้วหนึ่งนะมีขนมอะไรก็ฝากซื้อมาด้วยละกัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”
“แหม ไม่ต้องหรอกน่า ผมจ่ายได้”ยาริสยิ้มหวานแล้วเปิดประตูรีบวิ่งออกไปที่ร้านกาแฟทันทีเพื่อที่จะได้กาแฟร้อนสักแก้วมาเอาใจเจมม่า
ระหว่างอยู่ในรถเจมม่าก็นึกกังวลเื่สภาพอากาศที่หมู่บ้านเคอมูสจึงกดโทรศัพท์ไปถามสถานการณ์จากโทนี่
“ตู๊ด ตู๊ด ........ ครับ ว่าไงครับ”
“เอ่อ .... ที่หมู่บ้านฝนตกมั้ยคะ”
“ตอนนี้หรอ ยังไม่ตกครับ แต่คืนนี้น่าจะตกแน่นอนเพราะอากาศชื้นมาั้แ่เมื่อวานแล้ว ว่าแต่ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนแล้วครับ”
“น่าจะครึ่งทางแล้วค่ะ แต่ฝนตกหนักมากฉันกับน้องเลยจอดแวะพักจนกว่าฝนจะหยุดน่ะค่ะ”
“ครับ น่าจะถึงก่อน 5 โมงเย็นยังไงก็เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” พอวางสายเสร็จเจมม่าก็นึกแปลกใจว่าการคุยกับคุณโทนี่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกเลยที่ดูเป็ปกติที่สุด ไม่ชวนทะเลาะกัน
เธอรอยาริสอยู่สักพักเพราะมีลูกค้ามาแวะจอดพักที่ปั้มนี้เยอะเนื่องจากฝนตกร้านกาแฟเลยหนาแน่นไปด้วยผู้คน จู่ ๆ เธอก็นึกถึงสเต็กเนื้อแรร์ขึ้นมาใจก็ภาวนาว่าหากไปถึงที่หมู่บ้านนั้น คงจะสักมื้อบ้างที่พวกเขาจะดูแลเธอด้วยอาหารชั้นเลิศนี้
“ตึก” เสียงเปิดประตูรถ
“ได้แล้วคร้าบบ กาแฟอุ่น ๆ หอมกรุ่นจากเครื่องชง”ยาริสกลับเข้ามาในรถพอดี พร้อมกับยื่นกาแฟและถุงขนมคุกกี้หลากรสให้
“ขอบคุณนะ ท่าทางจะอร่อยนะเนี่ย”
“ผมว่าฝนเริ่มเบาลงแล้วนะครับ เราค่อย ๆขับไปต่อดีมั้ยครับ”
“อ่ะ โอเค เดี๋ยวฉันช่วยดูทางให้ด้วยแล้วกัน”
เจมม่ากับยาริสออกเดินทางต่อท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมา แต่เมื่อเทียบกับ่แรกที่ตกหนักครั้งนี้ถือว่าขับต่อไปได้สบายมาก เพราะมองเห็นทางข้างหน้าชัดขึ้นแล้วสุดท้ายด้วยเวลาที่เร่งรีบอยากให้ถึงที่หมู่บ้านไว ๆบวกกับฝนตกที่ทำให้ขับรถได้ช้าลง เจมม่าจึงไม่ได้บอกให้ยาริสแวะปั้มที่มีร้านกาแฟของคุณลุงคนนั้นเธอคิดว่าไว้ตอนขากลับค่อยแวะมาแล้วกัน
เขาทั้งสองคนมาถึงที่หมู่บ้านเคอมูสในเวลา4 โมงเย็นอย่างปลอดภัย ตลอดทั้งการเดินทางออกจากปั้มน้ำมันฝนยังคงตกปรอย ๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านก็ยังมีสายฝนรอต้อนรับเขาพร้อมทีมค้นหาสมุนไพร
“สวัสดีครับ ที่นี่ฝนตกั้แ่บ่ายแล้วครับเดินทางมาลำบากมั้ยครับ” ชายคนหนึ่งวิ่งมาที่ประตูรถพร้อมกางร่มให้กับเจมม่าและอีกสองสามคนก็รีบมาช่วยขนของย้ายเข้าไปในที่พักให้
“สวัสดีครับคุณเจมมาเรีย”โทนี่กล่าวต้อนรับพร้อมกับเชิญทั้งเจมม่าและยาริสเข้าไปที่ห้องรับรองแขก
.................
ณ ห้องรับแขก
เจมม่าและยาริสเดินตามโทนี่เข้ามาที่ห้องรับแขกแล้วนั่งลงบนเบาะโซฟาสีน้ำเงิน ตรงโต๊ะหน้าโซฟาที่มีแก้วน้ำชาชงเสร็จใหม่ส่งกลิ่นหอมจนรู้ได้เลยว่านี่คือชาเห็ดทรัพเฟิล
“คืองี้นะครับ เนื่องจากว่าวันนี้ฝนตกหนักและพยากรณ์อากาศบอกว่าพรุ่งนี้ก็จะมีฝนตกบริเวณนี้เกือบ 90% ยังไงพรุ่งนี้ก็เดินทางเข้าไปในป่ายังไม่ได้ครับ”
“ถ้ามันไม่ตกเยอะจนเกินไปเราก็เข้าไปไม่ได้หรือครับ” ยาริสแย้งขึ้นมา
“เส้นทางที่เราเดินเข้าไปมันค่อนข้างลึกและการเดินป่าตอนฝนตกมันลำบากและอันตรายมาก ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่านะครับ”
“ยังไงพวกเราก็ต้องมาดูโรงเรือนของสมุนไพรของพวกคุณด้วยอยู่ดีถ้ายังไม่เข้าป่าไปพรุ่งนี้ฉันกับคุณยาริสจะขอศึกษาสมุนไพรจากที่นี่ก่อนละกันค่ะ”
“ได้เลยครับทางเรามีสมุนไพรพื้นเมืองที่ใช้เป็ยารักษาโรคพื้นบ้านหลายสายพันธุ์เผื่อพวกคุณ้านำไปวิจัยต่อ”
“ว่าแต่โรงเรือนอยู่ไกลมั้ยครับ” ยาริสถาม “ผมอยากจะสำรวจหมู่บ้านด้วยว่ามีอะไรบ้าง นาน ๆ ทีจะได้ออกมานอกเมืองน่ะครับ”
“นายยังอยู่ที่นี่อีกตั้งสองสามวันนิรอให้ฝนหยุดตกค่อยขับรถเที่ยวหมู่บ้านก็ได้” เจมม่าบอกกับยาริสพร้อมกับเอามือตบที่ไหล่เบา ๆ เพราะดูยาริสกระตือรือร้นจนเกินไป
“เขตพื้นที่ของหมู่บ้านเคอมูสกว้างหลายกิโลเลยครับถ้าว่างจากงานของเรา ขับรถเล่นชมชีวิตการเป็อยู่ได้ตามสะดวกเลยครับหรือให้คนที่หมู่บ้านของเราพาทัวร์ก็ได้นะครับ” โทนี่ยิ้มต้อนรับอย่างเชื้อเชิญ
“ดีเลยครับ ผมเป็เด็กที่เกิดในเมือง โตในเมืองไม่เคยรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวบ้านเลยครับ”
“ครับหมู่บ้านชนบทมันจะมีเสน่ห์ที่ชาวเมืองกรุงคาดไม่ถึงเลยล่ะเอาเป็ว่าตอนนี้พวกคุณสองคนกลับไปพักผ่อนในห้องที่เราเตรียมไว้ให้ก่อนแล้วเดี๋ยวตอนค่ำ ค่อยออกมาทานอาหารเย็นนะครับส่วนคุณเจมม่าผมมีธุระจะคุยด้วยนิดหน่อย ขอเชิญอยู่ต่อสักครู่นะครับ”
หลังจากที่ยาริสเดินกลับไปที่ห้องพักกับคนนำทางแล้วก็เหลือเจมม่ากับโทนี่เพียงสองคน แต่เพียงแค่ครู่เดียวก็มีกลุ่มคนอีกจำนวน 4 คนเข้ามาคุยด้วย ซึ่ง 4 คนนั้นก็เป็กลุ่มคนครั้งก่อนที่เจมม่ามาที่หมู่บ้านนี้ครั้งแรก
“มีเื่อะไรจะคุยกับฉันคะ”
“สวัสดีจ๊ะ ครั้งก่อนไม่ได้แนะนำตัวเลย ป้าชื่อแซม นะ ป้าขอดูแผลหนูหน่อยได้มั้ยจ๊ะ”
“เอ่อ ... ตอนนี้แผลหายสนิทแล้วค่ะแต่จะดูก็ได้ค่ะ” แล้วเจมม่าก็เปิดเสื้อตรงหัวไหล่ให้กับป้าแซมดู
“โอ้ ... แค่เพียงเดือนเดียวรอยเขี้ยวฝังลึกขนาดนั้น แผลหายแบบไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเลย”ป้าแซมหันหน้าไปมองทุกคนอย่างตกตะลึง
ทุกคนในกลุ่มเริ่มแน่ใจแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรได้แต่ทิ้งความสงสัยไว้ให้กับเจมม่าเช่นเดิม แล้วป้าแซมก็ดึงปกเสื้อขึ้นให้เจมม่า
“เราแค่ดูเพราะเป็ห่วงน่ะจ๊ะหนูกลับไปพักผ่อนก่อน แล้วเดี๋ยวทางเราเตรียมอาหารค่ำเสร็จจะให้คนไปเรียกมานะ”
“แค่นี้เองหรอคะ”
ป้าแซมได้เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าส่วนโทนี่ก็ให้คนลูกน้องอีกคนเดินไปส่งเจมม่าที่ห้องพัก
“เรายังพูดอะไรตอนนี้ไม่ได้หรอก ....ต้องรอให้ถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวงก่อนขืนพูดอะไรไปแม่หนูจะใและอาจจะหนีกลับไปก็ได้”
..........................................................