บทที่ 25 เจียงอี้สร้างความแค้นกับลูกชายผู้อำนวยการโรงงานทอผ้า!
เมื่อวานนี้เธอจะปฏิเสธนาฬิกาที่โจวจวินฉิงให้ทำไม?
ต่อให้โจวจวินฉิงรวยแค่ไหน เขาก็ใส่นาฬิกาได้ทีละเรือน ซื้อมาเยอะแยะเก็บไว้เฉย ๆ ไม่ได้ใช้ นาฬิกามันก็คงจะขึ้นฝุ่นเป็แน่?
เจียงอี้ลงจากรถโดยหลบผู้คน รีบเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกซอกซอย จนแน่ใจว่าไม่มีใคร จึงค่อย ๆ ยกลังใบใหญ่ลงมา
พี่น้องฉินเหรินอี้กับฉินหลิงรออยู่ที่หน้าโรงงานทอผ้าแต่เช้า พอเห็นเจียงอี้โผล่มาจากตรอกก็เหมือนเห็นญาติ รีบวิ่งเข้ามาถาม “น้องสาว ในที่สุดเธอก็มา วันนี้นำเหลียงผีมาด้วยกี่ที่?”
“หนึ่งพันที่”
“อย่างนั้น ขอฉันเพิ่มได้ไหม?” ดวงตาฉินเหรินอี้เต็มไปด้วยความดีใจ “น้องสาว ขอบคุณมากเลยนะ เมื่อวานห้าร้อยที่ขายหมดเกลี้ยง แม้แต่ซาลาเปาที่เหลือตอนเที่ยงก็ขายจนหมด”
นี่เป็ข้อเสนอที่เจียงอี้ให้ไว้ ซาลาเปาที่ค้างคืนรสชาติไม่ดีก็ขายไม่ได้ เจียงอี้จึงให้เขาขายถูกกว่าราคาปกติหนึ่งส่วน ขายพร้อมกับเหลียงผี อย่างน้อยก็ไม่ขาดทุน
เมื่อวานนี้ เจียงอี้คาดเดาจากสถานการณ์แถว ๆ โรงงานทอผ้าแล้วว่าธุรกิจน่าจะไปได้ดี เธอจึงเตรียมของมาเยอะ วันนี้จึงพยักหน้าตกลง “ให้พี่แปดร้อยที่ พรุ่งนี้จะรับเท่าไหร่ บอกล่วงหน้าแล้วจ่ายเงินเต็มจำนวนด้วย”
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา” ฉินเหรินอี้ยืนยันอย่างหนักแน่น น้องสาวคนนี้ให้โอกาสเขาทำมาหากิน เขาจะไปคิดเล็กคิดน้อยเื่เวลาจ่ายเงินทำไม?
ฉินหลิงเองก็กล่าวขอบคุณไม่หยุด
ตอนที่กำลังจะเปิดตะกร้า เจียงอี้ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย "พี่ชายฉิน พี่พาคนอื่นมาด้วยเหรอ?"
"หืม? ไม่มีนะ แค่ฉันกับน้องสาว" ฉินเหรินอี้ดูเหมือนจะสับสน
แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มสามถึงสี่คนที่ดูไม่น่าไว้วางใจเดินตรงเข้ามาเขาก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว นี่คงเป็เพราะเมื่อวานเขากับน้องสาวขายเหลียงผีได้ดี ทำให้คนอื่นอิจฉา
ฉินเหรินอี้ยืนขวางหน้าเจียงอี้และน้องสาวของตัวเองทันที พร้อมกับเร่งเร้าพวกเธอ "น้องสาว รีบไปเร็ว! ฉินหลิงเธอก็ไปกับน้องสาวด้วย!"
"ไปไหน พวกฉันตั้งใจมาคุยกับพวกเธอโดยเฉพาะ คิดจะไปไหนโดยไม่ถามฉันก่อนรึไง?"
ชายหนุ่มกลุ่มนั้นเดินเข้ามาล้อมเจียงอี้และตะกร้าที่อยู่ตรงหน้าเธอเอาไว้ พวกเขามีท่าทางก้าวร้าว
"พี่ชายฉิน ไม่ต้องหรอกค่ะ"
เจียงอี้ดูใจเย็น เธอปฏิเสธข้อเสนอของฉินเหรินอี้และมองไปที่พวกเขาอย่างเฉยเมย "ไม่ได้อยากคุยกันเหรอ ข้างนอกคนเยอะไป ไปคุยกันในตรอกดีกว่า"
"โอ้ น้องสาวเข้าใจอะไรง่าย ๆ หน่อยนะ" ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ค่อยฉลาด เจียงอี้ตอบตกลงอย่างง่ายดาย พวกเขาไม่สงสัยอะไรเลย แถมยังเดินนำหน้าไปอีก
พี่ชายน้องสาวตระกูลฉินต่างก็กังวล รีบคว้าแขนเจียงอี้เอาไว้ แต่เจียงอี้กลับส่งสายตาบอกพวกเขาว่า ‘ใจเย็น ๆ’ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเธอ้าทำอะไร จึงทำได้เพียงเดินตามไปอย่างลังเล
"ฉันก็ไม่อยากทำอะไรพวกเธอมาก แค่เอาเหลียงผีที่พวกเธอขายนั่นแหละ มายื่นให้ฉันซะ..."
เมื่อหยุดยืน ชายหนุ่มที่เป็หัวหน้าก็พูดเสียงดัง พอสังเกตดูดี ๆ ก็เห็นว่าหน้าตาเขาก็ดูตรงไปตรงมา แต่เสียดายที่ดันทำเื่เลว ๆ
"ได้สิ มานี่สิ" เจียงอี้พยักหน้า ตอบตกลงทันที
ชายหนุ่มถึงกับอึ้งไป เขาพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เด็กสาวคนนี้ก็ตอบตกลงแล้ว นี่มันเื่ดีนี่ เขาก้าวเท้ายาว ๆ เดินเข้าหาเจียงอี้
"ฉันบอกว่า..."
"รอแป๊บ" เจียงอี้พุ่งเข้าไปหา จับชายหนุ่มทุ่มลงกับพื้นจนมึนงงไป
เธอไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว หันไปจัดการอีกสามคนที่เหลือที่ตามมาทั้งหมด รวบรวมพวกเขามากองรวมกัน จากนั้นเจียงอี้จึงปรบมือ "เอาละ ตอนนี้นายพูดได้แล้ว"
จนกระทั่งนอนราบไปกับพื้น พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
พี่ชายน้องสาวตระกูลฉินที่ยืนดูอยู่ด้านข้างต่างก็ตาค้างไปเช่นกัน
ตอนนี้คุณฉินเหรินอี้ก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมยัยหนูนี่ถึงกล้ามาขายของอยู่หน้าโรงงานทอผ้าคนเดียว แถมเจอคนหาเื่ก็ไม่กลัวเลย ที่แท้ไม่ใช่สาวน้อยที่้าคนดูแล แต่เป็ขาใหญ่นี่เอง!
“ว่าไง จะพูดไหม?” เจียงอี้เห็นพวกนั้นไม่ยอมปริปาก เธอก็ก้มลงแล้วตบหน้าเด็กหนุ่มที่กร่างที่สุดเบา ๆ “ใครใช้ให้พวกนายมา แล้วทำไมไม่พูด!”
จินเถี่ยยังคงมึนงง ไม่คิดว่าตัวเองยังพูดไม่จบก็ถูกเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ต่อยจนปราชัยแบบน่าอับอายเช่นนี้ แล้วต่อไปเขาจะเอาหน้าไปมองลูกน้องยังไง?
“พี่เถี่ย!”
ชายหนุ่มอีกหลายคนก็ค่อนข้างกลัว แต่กลับซื่อสัตย์ต่อกัน พวกเขามาล้อมหน้าล้อมหลัง แล้วจ้องเจียงอี้ด้วยสายตาเป็ปรปักษ์ พร้อมกับพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“เธอจะทำอะไร บอกไว้ก่อนเลยนะ พ่อของพี่เถี่ยเป็ถึงผู้อำนวยการโรงงานทอผ้า ที่บ้านมีเขาเป็ลูกชายคนเดียว ถ้าเธอกล้าทำอะไรเขา ปู่ย่าตายายของเขาไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่!”
“หยุดพูดได้แล้ว!”
จินเถี่ยรีบเอามือปิดหน้า มันน่าอับอายเกินไปแล้ว!
เจียงอี้ขมวดคิ้ว นี่มันหมายความว่าไง? ชายหนุ่มที่เป็หัวโจกพวกนี้เป็ถึงลูกชายผู้อำนวยการโรงงานทอผ้า?
ทำไมถึงไม่เหมือนที่เธอคิดไว้ จากท่าทางขี้ขลาดตาขาว พวกขยะสังคมที่ขู่คนอื่นยังต้องลากปู่ย่าตายายมาอ้าง เห็นได้ชัดว่าเป็เศษสวะที่เอาแต่รอวันตายไม่เอาไหนแท้ ๆ มีบ้านรวยขนาดนั้น ทำไมถึงมาแย่งขายเหลียงผีของเธอ?
"นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย! พูดมาสิ ไม่งั้นฉันไปฟ้องพ่อแม่นายแน่ แล้วค่อยดู ฉันจะให้คนทั้งโรงงานผ้าได้เห็นกัน ว่าลูกชายท่านผู้อำนวยการโรงงานเนี่ย ดักปล้นชาวบ้านยังไง!"
"เออ แล้วก็ต้องไปบอกตายายนายด้วย ให้พวกเขาดูซิว่า หลายรักคนเดียว โตมาทำตัวเป็ขโมยขโจรอยู่ข้างนอกแบบนี้นี่เอง"
คำพูดพวกนี้ทำให้จินเถี่ยสะดุ้งไปทั้งตัว เขาจ้องเขม็งใส่เจียงอี้ด้วยความโกรธ แต่ก็ยังปากแข็งไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา
จะให้เขาพูดอะไรล่ะ? เขาก็แค่จะมาทำเก่งเท่านั้นเอง อีกอย่างเขาก็ไม่ได้จะปล้นจริง ๆ สักหน่อย ตั้งใจจะจ่ายเงินอยู่แล้วเชียว แต่ก็โดนซ้อมซะก่อนจะทันได้พูดอะไร
ทั้งคู่นั้นกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ทันใดนั้นเองก็มีเด็กผู้ชายสองคนวิ่งเข้ามา คนหนึ่งตัวโต อีกคนตัวเล็ก ทั้งคู่ะโด้วยความร้อนใจว่า "พี่เถี่ย! อย่าเพิ่งทะเลาะกัน"
พอลองมองไปยังต้นเสียง จินเถี่ยถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ เขาตวาดใส่เฮ่อชิงอีว่า "ไอ้เด็กเวร นายมาทำอะไรที่นี่? ไม่มีอะไรเกี่ยวกับนายทั้งนั้น ไสหัวไปไกล ๆ เลย!"
เด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าก็คือเฮ่อชิงอีนั่นเอง เขาวิ่งมาถึงตรงหน้าเจียงอี้ แล้วโค้งคำนับให้เธอ
"พี่สาวครับ ผมขอโทษ พี่จินเถี่ยเขาแค่้าช่วยผมกับน้องชายเท่านั้นครับ เมื่อวานนี้เขาบอกว่าเห็นคนมาขายของที่นี่ บอกว่าขายดีมาก กำลังรุ่ง เขาเลยอยากจะมาถามว่าพอจะมีของแบ่งให้พวกเราไปขายบ้างไหมครับ เขาไม่ได้จะปล้นไปเป็ของตัวเองนะครับ เขาทำเพื่อให้พวกเราได้มีข้าวกิน"
"พี่สาวครับ อย่าตีพี่จินเถี่ยเลย ถ้าจะตีก็ตีผมเถอะ ผมทนได้" เฮ่อจิงอีน้องชายวัย 8 ขวบ พูดขึ้น น้ำตาคลอเบ้า เขามองเจียงอี้ด้วยแววตาอ้อนวอน
แม้จะหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่เด็กน้อยทั้งสองก็ยังคงยืนปกป้องจินเถี่ยที่ตัวใหญ่กว่าเอาไว้ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่เหลืออยู่ไม่สนใจความกลัวอีกต่อไป พวกเขารีบเข้าไปดึงเด็กน้อยทั้งสองออกไปในทันที
เจียงอี้พึ่งเข้าใจ "อ้อ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะ ฉันถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ ที่แท้ก็เป็เพราะเื่นี้เอง"
เธอโบกมือให้เด็กทั้งสองคน จากนั้น เจียงอี้ก็เดินเข้าไปหา แล้วเตะจินเถี่ยที่นอนแกล้งตายอยู่ที่พื้น "เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ฉันจำได้ว่าแค่ฉันอยากจะไป ฉันก็ต้องได้รับอนุญาตจากนายก่อนงั้นเหรอ?"
จินเถี่ยถูกเตะแต่ก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา
น่าอายจริง ๆ น่าอายจนแทบจะเอาหน้าไปมุดดินอยู่แล้ว เขาอุตส่าห์สาบานว่าจะปกป้องเ้าเด็กสองคนบ้านนี้ให้ได้ แต่ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะถูกยัยปีศาจร้ายคนนี้ทำลายลงจนหมดสิ้น
เขาเกลียด! ชาตินี้เขากับยัยปีศาจคนนี้จะไม่มีวันเป็เพื่อนกันอย่างแน่นอน!
…
**เพิ่มเติมจากผู้เขียน**
จินเถี่ยเชิดหน้าขึ้น ในเมื่อเขาเป็ลูกชายคนเดียวของผู้อำนวยการโรงงานใหญ่โตแบบนี้ เขากับองค์รัชทายาทจะมีอะไรต่างกัน
ฮือ ๆ ต่างสิ ก็องค์รัชทายาทไม่มีทางถูกยัยปีศาจรังแกแบบเขาไงล่ะ! ฉันเกลียดจริง ๆ!