บทที่22.เหยาเหยาคุยกับต้นไม้
“ท่านพ่อท่านแม่ดูซิเ้าก่ะผักกับผลไม้เหยาเหยาปะลังปราณน้อยลงแล้ว” นิ้วขาวๆแต่สั้นและอวบอ้วนชี้ไปที่ผักปราณในแปลงที่นางหว่านไว้เมื่อวานนี้ให้ท่านพ่อท่านแม่ดู
“อืมจริงด้วยสิพ่อว่าพลังปราณขนาดนี้น่าจะเป็พลังปราณระดับขั้นต้น แต่เท่านั้นก็พอแล้วล่ะนะหากเอาไปขายก็ไม่เป็ที่สะดุดตานักหรอกเพราะพืชสมุนไพรปราณส่วนใหญ่ก็มีระดับเพียงขั้นต้นเช่นกัน”ลู่ฮันกล่าวทั้งมองดูผักของบุตรสาวอย่างพิจารณา
“ใช่แล้วอีกทั้งผักของเ้าก็หอมสดชื่นมากอีกด้วยนะเหยาเอ๋อร์”เฟยเฟยกล่าวขึ้นอย่างเห็นด้วยกับสามี พร้อมทั้งสูดกลิ่นผักปราณิญญาหอมๆที่โชยกลิ่นมาอ่อนๆ
“เหยาเอ๋อร์เก่งมากเลยลูก”เสียงเอ่ยชมพร้อมทั้งสายตาภาคภูมิใจที่ส่งมาทำให้บุตรสาว
“กิ กิ เหยาเหยาเก่งที่สูดดด”เ้าตัวน้อยกล่าวตอบท่านพ่ออย่างไม่คิดถ่อมตัวสักนิดพร้อมทั้งยิ้มรับคำชมจนแก้มขึ้นเป็ก้อนกลมๆ ขาวป่องน่าบีบยิ้มจนตาหยีปิดโค้งลงเป็รูปเหมือนพระจันทร์เสี้ยวดูแล้วยามเติบโตขึ้นคงไม่แคล้วจะมีคนต้องใจละลายเพราะรอยยิ้มเช่นนี้มากมายเป็แน่
“จ้าๆ เ้าเก่งที่สุดเลย”เฟยเฟยทนไม่ไหวต้องยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มของบุตรสาวเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
“อีก 3 วันเ้าปักก็จะโตแล้วเช่นนั้นเราก็เอาไปขายได้แล้วใช้มั้ยเ้าก๊ะ”เสียงใสเอ่ยถามขึ้น นางอยากเอาผักปราณไปขายเต็มทีแล้ว อยากหาเงินเยอะๆ
“ใช่แล้วล่ะเหยาเอ๋อร์เดียววันนี้พ่อจะลองเข้าไปในเมืองเพื่อสอบถามเื่ที่ทางที่จะไปขายของก่อนแล้วจะได้ไปแจ้งท่านผู้นำกู้เื่ผักปราณด้วยเลย”
ลู่ฮันกล่าวขึ้น อย่างไรก็ต้องแจ้งเื่ที่บ้านเขาปลูกผักปราณขายให้ท่านผู้นำกู้ได้รับรู้ด้วยเพราะส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านป่าหยกปราณเลือกปลูกสมุนไพรปราณขายเกือบทั้งหมดจึงมีการจัดสรรให้ปลูกขายกันคนละชนิดจะได้ไม่แย่งตลาดกันและหากบ้านเขาไม่ปลูกสมุนไพรก็ต้องแจ้งว่าจะปลูกสิ่งใดเพื่อที่ต่อไปภายหน้าจะได้ไม่เป็การปลูกของขายที่ซ้ำกันภายในหมู่บ้านนั้นเอง
ลู่ฮันเดินเข้าไปในบ้านเพื่อตามบุตรชายคนโตให้ออกไปในเมืองกับเขาด้วยกันจากนั้นก็ไปหาเ้ากูกูกับเ้าจูจูที่คอกม้า ตอนนี้เ้าม้าสองตัวนี้ช่างฉลาดยิ่งนักเพียงเห็นลู่ฮันเดินเข้าไปพวกมันก็ร้องฮรี่ๆๆ ราวกับว่าดีใจมากมายแล้วก่อนพวกมันทั้งสองตัวจะพากันเดินออกมารอต้องประตูคอกม้าเพื่อรอให้เ้านายเปิดประตูให้
“พวกเ้านี้ช่างฉลาดจริงๆนับว่าไม่เสียดายน้ำผึ้งที่ให้พวกเ้ากินแล้ว”
ฮรี่ๆๆเ้าสองตัวร้องตอบรับราวกับฟังที่ลู่ฮันกล่าวด้วยรู้เื่เมื่อลู่ฮันกับลู่จื่อขับรถม้าออกไปแล้วเหยาเหยาจึงเริ่มเอาต้นกล้าซีหงซือ(มะเขือเทศ) กับผลไม้ทั้งสามชนิดลงดินปลูกโดยมีพี่รองและท่านปู่มาคอยช่วยส่วนท่านแม่เข้าไปทำอาหารเพิ่มไว้รอท่านพ่อกับพี่ใหญ่กลับมากิน
“เหยาเอ๋อร์จะเอาเ้าต้นนี้ไปปลูกตรงที่ใดเล่า”ท่านปู่ลู่เฉิงถามขึ้นขณะที่มือก็มีต้นเงาะหรือที่คนที่นี่เรียกว่าต้นลูกขนอยู่ในมือ
“ปลูกตรงที่ริมรั้วข้างแปลงปักเ้าก่ะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวปู่เอาไปลงดินให้”
“เหยาเอ๋อร์แล้วเ้านี่เล่าจะให้ปลูกที่ตรงใด”
“ปลูกตรงข้างๆต้นอิงฮวาเ้าก่ะพี่รอง”
“ได้ๆ ตรงนี้นะ” ลู่หยางรับคำน้องสาวแล้วลงมือขุดดินเพื่อลงต้นกล้าผลไม้ทันที
ไม่นานสามคนปู่หลานก็ช่วยกันลงปลูกต้นผลไม้และซีหงซือกันเสร็จจากนั้นเหยาเหยาก็วิ่งไปที่ต้นอิงฮวาข้างบ้านที่ดูแล้วน่าจะเป็ต้นไม้เก่าแก่มานานหลายสิบปีทีเดียวยืนอยู่ใต้ตนสักพักก็โอบแขนน้อยๆ กอดลำต้นของต้นอิงฮวา(ซากุระ)เอาไว้
‘เหยาเหยาขอฝากท่านปู่อิงฮวาดูแลต้นผลไม้ที่ปลูกอยู่ข้างๆให้ด้วยนะเ้าคะ’ เหยาเหยาบอกกล่าวภายในใจนางเพียงแค่้าบอกกล่าวแก่ต้นไม้ที่อยู่มาก่อนเพียงเท่านั้นโดยไม่ได้คาดคิดว่าจะได้รับเสียงตอบรับกลับมาจากต้นไม้ตรงหน้าด้วย
‘ได้เลยนังหนูนายน้อย’ น้ำเสียงที่ตอบกลับมาราวกับชายชราทั้งใจดีและอ่อนโยน
‘หื้ม ใครพูดกับเหยาเหยาน่ะ’ เ้าตัวน้อยงุนงงได้แต่มองซ้ายมองขวาก่อนจะวางคางแปะไปกับลำต้นอิงฮวาทั้งที่มือยังคงโอบกอดต้นไม้ไว้ไม่ปล่อย
‘นี่ไม่ใช่เสียงท่านปู่ลู่เฉิงนี่นา’
‘เป็ข้าเองต้นอิงฮวาอย่างไรเล่า’
‘อู้หูยยยเราคุยกันได้ด้วยหรือเ้าคะ’
‘ย่อมได้แน่นอนในเมื่อท่านถือครองจิติญญาแห่งพฤกษาดังนั้นก็จะสามารถพูดคุยสื่อสารกับต้นไม้ดอกไม้ได้ทุกชนิด’
‘สุดยอดเลยเ้าค่ะแต่เมื่อกี้ท่านปู่อิงฮวาเรียกเหยาเหยาว่านายน้อยหรือเ้าคะ’
‘ใช่แล้วตอนนี้เื่ที่นายน้อยถือกำเนิดพลังธาตุพฤกษาเป็ที่เล่าลือกันไปทั่วผืนป่าแผ่ขยายขจรขจายไปทั่วทุกป่าของแคว้นโจวแล้ว’
‘แล้วทำไม่ได้เป็นายหญิงแต่เป็นายน้อยล่ะเ้าคะ’
‘เอ่อเื่นี้ข้าก็ไม่รู้เช่นกันก็เรียกๆ ตามกันมาอีกทีนะ’ น้ำเสียงชราที่ฟังดูเลิ่กลั่กของต้นอิงฮวาทำให้เหยาเหยาแอบหัวเราะอย่างซุกซนที่แกล้งคนแก่ได้
‘คิก คิกจะเรียกเช่นไรก็ได้เ้าค่ะ ข้าไม่ว่าหรอกอย่างไรก็ฝากดูแลต้นไม้ให้ด้วยนะเ้าคะ’
‘ได้ๆนังหนูนายน้อยข้าจะดูแลให้เอง’
"เหยาเหยานั้นเ้าทำอันใดอยู่หรือ”พี่รองเอ่ยถามเมื่อเห็นน้องสาวเอาแต่วางคางแปะที่ลำต้นอิงฮวาแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอยโดยมีท่านปู่ลู่เฉิงเดินมาดูหลานทั้งสองด้วย
“คุยกับต้นไม้อยู่เ้าค่ะพี่รอง”เมื่อได้ยินพี่ชายคนรองเอ่ยถามก็ผละออกจากต้นอิงฮวาแล้วหันมาตอบเสียงใส
“หื้มคุยได้หรือ”ลู่หยางเอ่ยถามขึ้นอย่างใกับความสามารถของน้องสาว
“คุยได้เ้าค่ะ ข้าฝากฝังให้ท่านปู่อิงฮวาดูแลต้นผลไม้ให้เหยาเหยาด้วยเจ้าค่ะ”
“เื่จริงหรือเหยาเอ๋อร์”ท่านปู่ลู่เฉิงเองก็ตื่นเต้นเมื่อได้ยินเช่นกันความสามารถเช่นนี้์ชางเอ็นดูหลานสาวของเขายิ่งนัก
“จริงเ้าค่ะท่านปู่ท่านปู่อิงฮวาบอกว่าเหยาเหยามีจิติญญาแห่งพฤกษาแล้วตอนนี้ต้นไม้ทู๊กกกต้นก็รู้จักเหยาเหยาไปทั่วทั้งดินแดนแคว้นโจวแล้วเ้าค่ะ ฮิฮิ”เหยาเหยาเอ่ยตอบพร้อมทั้งปิดปากหัวเราะชอบใจโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อกี้ตนเองพูดชัดทุกคำแล้ว
“ช่างเป็เื่ที่วิเศษอันใดเช่นนี้”ท่านปู่เฉิงคิดพร้อมทั้งตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องรีบฟื้นฟูพลังให้กลับมาเต็มสิบส่วนเพื่อที่จะได้ปกป้องดูแลหลานๆทั้งสามที่มีพร์มากมายเช่นนี้ให้ได้
ปลายยามซื่อ (09.00 – 10.59) เ้าม้ากูกูและเ้าจูจูก็ลากรถม้ากลับมา ลู่หยางที่ได้ยินเสียงรถม้ามาที่หน้าบ้านก็รีบวิ่งไปเปิดประตูรั้วไม้ไผ่อย่างรวดเร็วการมาครั้งนี้ท่านผู้นำกู้มีบุรุษอีกคนหนึ่งอายุพอๆหรืออาจจะมากกว่าท่านพ่อของเหยาเหยาแต่งกายดูภูมิฐานด้วยผ้าไหมเนื้อดีติดตามมาด้วยเนื่องจากตอนที่ลู่ฮันแวะไปบอกกล่าวเื่จะทำการค้าโดยขายผักปราณนั้นท่านผู้นำกู้และแขกของท่านผู้นำที่มาเยือนก็ใมากเช่นกันจนไม่อาจทำเพียงแค่ฟังเฉยๆได้จึงขอติดตามมาถึงบ้านสกุลเซี่ยให้เห็นกับตาตนเองว่าเป็เื่จริง….