ลู่ปิงหยวนเดินกลับขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองพูดกับตัวเองว่า โอกาสหน้าหากได้พบองค์ชายแปด คงต้องท้วงติงพระองค์เสียหน่อยว่าไม่ควรมอบของล้ำค่าเช่นนี้ กับน้องสาวของเขาอีกเด็ดขาด ขนมแค่ไม่กี่ชิ้นแรกกับปิ่นปักผมราคาแพงดูอย่างไรก็ไม่ สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดเื่องค์ชายแปดอยู่นั้นมีเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดมา ส่งเสียงดังตึงๆพอเขาหันหลังกลับไปมองก็พบเข้ากับเทียนห้าว สีหน้าของเด็กหนุ่มไม่สู้ดีนักลู่ปิงหยวนจึงรีบร้องถามอย่างเป็ห่วง
"ั้แ่เมื่อวานเ้าหายไปไหนมา"
“สายที่ข้าวางไว้ที่เมืองซีฉีรายงานกลับมาว่าเกาหยางเ้าคนวางเพลิง จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าเดินทางไปที่เมืองซีฉีเพื่อตามหาแต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็หาไม่เจอ จึงรีบกลับมารายงานคุณชายขอรับ”
ลู่ปิงหยวนได้ยินดังนั้นก็เริ่มรู้สึกร้อนใจชายหนุ่มเดินวนไปวนมา ใช้ความคิดอยู่หลายตลบ พยายามค่อยๆเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดเดาความเป็ไปได้ว่าน่าจะมีคนรู้เื่ที่เทียนห้าวตามหาตัวเกาหยางทำให้ผู้บงการกลัวว่าจะถูกจับได้ถึงกับส่งคนไปฆ่าปิดปาก
หากเื่เป็ดังที่ชายหนุ่มคาดเดาเกาหยางอาจถูกฆ่าตายไปแล้วก็ได้ ชายหนุ่มพยายามระงับความโกรธที่ประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป ทำให้เื่ออกมาเป็เช่นนี้
เทียนห้าวเห็นว่าลู่ปิงหยวนมีสีหน้าเคร่งเครียดและเงียบไปนานจึงเอ่ยถามขึ้น “พวกเราจะทำอย่างไร..ต่อไปดีขอรับ”
“เ้าสั่งให้คนของเ้าตามหาต่อไปต่อให้กลายเป็ศพก็ต้องหาให้เจอ” พูดจบชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้ไม้หยิบถุงเงินออกมาส่งให้เทียนห้าว เพื่อให้เก็บเอาไว้เป็ค่าใช้จ่าย
ผ่านเข้าสู่วสันตฤดูบริเวณระเบียงด้านหน้าหอสดับเมฆา ไม่สามารถนั่งเรียนได้อีกจำเป็ต้องย้ายเข้าไปเรียนด้านในแทน ลู่ปิงหยวนสั่งให้บ่าวรับใช้ยกอุปกรณ์การเรียนเข้าไปในตัวเรือน
เด็กๆ สกุลชิวเข้ามาภายในตัวเรือนก็ต้องตกตะลึงกับการตกแต่งที่วิจิตรงดงาม พื้นไม้เคลือบเงาไร้รอยฝุ่นเลื่อยสายตาจากพื้นก็พบเข้ากับตู้โชว์ขนาดใหญ่ มีสิ่งของแปลกตามากมายยิ่งก่อให้เกิดความอยากรู้ อยากเห็น พากันเดินชมรอบๆ อย่างตื่นเต้น
ตู้กระจกทุกบานถูกคล้องด้วยกุญแจไม่สามารถนำเอาสิ่งของจากด้านในออกมาชื่นชม ทว่าแค่ได้เห็นก็นับว่าเป็บุญตาแล้วของในตู้โชว์เหล่านี้ไม่อาจประเมินมูลค่าออกมาได้
เครื่องเคลือบมีทั้งแจกันทรงสูงวาดลวดลายดอกโบตั๋น ชุดจานชามใบใหญ่ลายนกยูง เตาอังมือให้ความอบอุ่นถูกห่อหุ้มด้วยขนสัตว์สีขาว ราวกับสีของหิมะฝาเปิดปิดใส่ถ่านร้อนถูกล็อกด้วยอัญมณีสีอำพัน
สูงขึ้นไปอีกชั้นมีสร้อยคอทำจากกระดูกสัตว์ดาบวงพระจันทร์ส่องแสงแวววับ ล้วนแล้วเป็ของโบราณหาชมได้ยากสมบัติบางชิ้นสวยงามเสียจนไม่อยากเชื่อว่าภายในเรือนไม้เก่าแก่หลังนี้จะมีสิ่งของล้ำค่ามากมายซ่อนอยู่
ลู่ปิงหยวนเดินลงมาจากชั้นสองเห็นทุกคนกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จึงเรียกให้มารวมกลุ่มกันที่เชิงบันไดพร้อมกล่าวสั้นๆ “พวกเ้าทั้งหมด...ตามข้าขึ้นมา”
พอขึ้นมาบนชั้นสองชิวหนิงอันใช้สายตามองสำรวจไปทั่วบริเวณ พบว่าบนเรือนชั้นสองถูกแบ่งออกเป็ช่องๆวางตู้ไม้มีตำรามากมายใส่ไว้จนเต็มทุกช่องด้านซ้ายมือชิดมุมห้องมีโต๊ะหนังสือวางอยู่ ด้านข้างโต๊ะหนังสือมีตั่งไม้ตัวยาวปูด้วยเบาะหนารองนั่งพร้อมกับหมอนอิงเอาไว้เอนกายพักผ่อน
ถัดออกไปมีระเบียงยื่นออกไปด้านนอกที่ราวระเบียงทำเป็ม้านั่งตัวยาว สามารถออกไปนั่งเล่นฟังเสียงลมเสียงนกกลางวันเงยหน้ามองดูก้อนเมฆลอยบนท้องฟ้า ยามค่ำคืนชมจันทร์ไปพร้อมกับหมู่ดาวพลางพาย
มิน่าเล่าท่านพี่ปิงหยวนถึงได้ชอบอยู่บนชั้นสองความสงบเงียบที่ได้ยินมีเพียงเสียงลมกับเสียงนกน้อยััสายลมที่พัดมาผ่านผิวเนื้อแ่เบาช่วยให้เกิดสมาธิได้ไม่อยากเหมาะกับการนั่งอ่านตำรา
ชั้นวางตำราสูงจนท่วมหัว มีตำราจำนวนมากถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบ ลู่ปิงหยวนสั่งให้ชิวเสี่ยงรุ่ย ยกบันไดเล็กไปวางพาดกับตู้เก็บตำรา และให้ปีนขึ้นไปหยิบคัมภีร์เมิ่งจื่อเล่มที่อยู่บนสุดลงมาจากนั้นก็สั่งให้ทุกคนเดินลงมาที่ชั้นล่าง
เนื่องจากตำรามีเพียงเล่มเดียวลู่ปิงหยวนจึงให้ทุกคนนั่งรวมกัน แล้วคัดคัมภีร์ออกมาคนละเล่มชิวเสี่ยงรุ่ยได้ยินดังนั้นก็ร้องโอดครวญ “คุณชายลู่คัมภีร์เล่มหนาขนาดนี้กว่าจะคัดเสร็จ มือข้าไม่หักก่อนหรือ”
ลู่ปิงหยวนยกยิ้มที่มุมปากแล้วจึงอธิบายถึงเหตุผลว่าเหตุใดเขาถึงบอกให้ทุกคนคัดลอก
“คัมภีร์เมิ่งจื่อประกอบไปด้วยปรัชญาการปกครองและปรัชญาชีวิตได้เสริมการเน้นย้ำ ถึงความสำคัญของเมตตาธรรมที่เป็การเสริมแิหลักของขงจื่อกล่าวคือคนเรานั้นมีความดีเป็พื้นฐานโดยธรรมชาติถ้าข้าให้พวกเ้าอ่านจบเล่มไม่นานพวกเ้าก็ลืม แต่หากพวกเ้าคัดเก็บไว้ เมื่ออยากทบทวนก็ยังสามารถนำกลับมาอ่านใหม่ได้อีกครั้งข้าจะให้เวลาพวกเ้าครึ่งเดือน ต้องคัดออกมาให้สวยงามถูกต้องและเป็ระเบียบมิเช่นนั้นข้าจะให้คัดใหม่”
ทุกคนเดินกลับลงมา จัดเตรียมอุปกรณ์ขยับโต๊ะนั่งล้อมวงกัน เปิดตำราทีละหน้า ตั้งใจคัดลอกคัมภีร์ ตามคำสั่งของลู่ปิงหยวน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้พบหน้าท่านอาจารย์น้อยลงลู่ปิงหยวนมักเก็บตัวอยู่บนชั้นสองจะได้พบหน้าผู้เป็อาจารย์มีแค่่เวลาเดียวคือ่พักกินข้าวมื้อกลางวันเท่านั้น
ลู่ปิงหยวนเงียบขรึมไม่พูดไม่จาจนมารดารู้สึกไม่สบายใจเอ่ยถามเื่ใดเขาก็ตอบเพียงสั้นๆ แบบขอไปที่เวลากินข้าวชิวหย่งเล่อมักแอบมองเขาอยู่บ่อยครั้งสีหน้าชายหนุ่มเรียบนิ่งก็จริง ทว่าแววตาคล้ายกับมีเื่ให้ครุ่นคิดอยู่ภายใน
ั้แ่วันที่นางโดนดุเื่ขององค์ชายแปดนางก็ไม่กล้าสูงหน้าเขาเท่าไหร่นัก จึงไม่กล้าเป็ฝ่ายชวนพูดคุย ทั้งๆที่นางอยากจะสนทนากับเขาใจจะขาด
วันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่เงียบๆ ชิวหนิงอันเห็นว่า ลู่ปิงหยวนหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากแสดงให้เห็นว่าเขากินข้าวอิ่มแล้ว นางจึงเอ่ยถามลู่ปิงหยวนขึ้น“ท่านพี่ปิงหยวนเ้าคะ น้องมีเื่สงสัยอยากถามไม่ทราบว่าท่านพี่จะอนุญาตหรือไม่”
ชายหนุ่มหันหน้ามองไปตามเสียง แล้วพยักหน้า“ได้สิ เ้ามีเื่ใดสงสัย ก็ถามมาได้เลย”
“ท่านพี่มีเื่ไม่สบายใจหรือเปล่าเ้าคะ่นี้ท่านพี่ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีพวกเราทุกคนล้วนเป็ห่วง...หากท่านพี่มีเื่ใดก็ควรพูดออกมาไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ท่านพี่เป็เช่นนี้รู้หรือไม่ว่าทำให้ท่านป้าเป็ห่วง”
สิ้นคำหญิงสาวก็เดินเข้าไปหาย่อตัวคุกเข่าลงนั่งข้างๆชายหนุ่ม ดวงหน้าจิ้มลิ้มเผยรอยยิ้มกว้าง ชิวหนิงอันกะพริบตาถี่ๆดวงตากลมโตของหญิงสาวมีแววสดใสน่ารัก
ทำเอาลู่ปิงหยวนตั้งรับไม่ทันน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวาน รวมถึงท่าทางที่นางแสดงออกอย่างใกล้ชิดสนิทสนมชายหนุ่มรู้สึกว่าลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เืในกายพลันร้อนวูบวาบ
ลู่ปิงหยวนกลัวตัวเองจะเสียอาการ จึงแสร้งเบือนหน้าหนีรีบหันกลับไปให้ความสนใจกับมารดาแทน“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง...ลูกสบายดี เพียงแต่่นี้ลูกกำลังตั้งใจศึกษาเส้นทางในการเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ และอ่านบันทึกของท่านพ่อ ลูกต้องขออภัยท่านแม่ที่ทำให้ท่านเป็ห่วง”
ลู่ฮูหยินหันมายิ้มน้อยๆ สายตาที่ทอดมองบุตรชายเต็มไปด้วยความห่วงใย“ใฝ่หาความรู้เป็เื่ที่ดี...แต่อย่าหักโหมจนเสียสุขภาพแม่เห็นเ้าไม่ค่อยพูดจา กินอาหารก็น้อยลงทุกวัน แม่จึงอดเป็ห่วงเ้าไม่ได้”
“ลูกรู้ตัวแล้วขอรับ...ว่าทำผิดไปต่อไปจะไม่ทำให้ ท่านแม่ต้องเป็ห่วง” ชายหนุ่มหันกลับมาหาชิวหนิงอันที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ พูดกับนางอย่างอ่อนโยน
“เด็กน้อยเริ่มโตเป็ผู้ใหญ่แล้วสินะถึงได้รู้จักใส่ใจผู้อื่น”
“ท่านพี่ปิงหยวนรู้ตัวไหมเ้าคะว่าท่านเป็บุรุษที่ใจดีที่สุด ข้าย่อมใส่ใจท่านมากกว่าผู้ใดข้าอยากให้ท่านพี่ยิ้มให้มากหน่อย เวลาท่านยิ้ม...ท่านหล่อที่สุดในโลกเลยเ้าคะ”
ชิวหนิงอันพูดโพล่งออกมาอย่างไม่ทันคิดหญิงสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าคำพูดของตน ทำให้หัวใจที่เคยเยียบเย็นดังก้อนน้ำแข็งได้ถูกคำพูดประโยคสั้นๆของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าหลอมละลายเป็สายธาราไปในชั่วพริบตา
ลู่ปิงหยวนหน้าแดงหูแดง เก็บซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่อยู่ชายหนุ่มผู้ไม่เคยถูกชื่นชมต่อหน้าแบบตรงไปตรงมาเช่นนี้จากอิสตรีมาก่อนน้ำเสียงอ่อนหวานสดใสของนาง ยิ่งก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก ว่าควรเรียกขานความรู้สึกนี้เช่นไร
อีกฟากฝั่งของโต๊ะกินข้าว มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาอย่างอาฆาตพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างสุดกำลัง หากไม่เกรงใจว่าที่นี่เป็จวนสกุลลู่ชิวหย่งเล่อคงลุกขึ้นไปกระชากหัวนังน้องสาวตัวดีมาตบปากให้สาแก่ใจที่มันบังอาจพูดจาให้ท่าผู้ชายที่นางคิดไปเองฝ่ายเดียวว่าตนเองนั้นเป็เ้าข้าวเ้าของ
ชิวหย่งเล่อเจ็บแน่นที่หน้าอกจนแทบจะกระอักออกมาเป็เื เพราะลู่ปิงหยวนแสดงอาการตอบรับออกมาอย่างไม่รู้ตัวใบหน้าชายหนุ่มแดงก่ำ ก้มหน้าแอบยิ้มด้วยความเขินอาย
ท่าทางยินดีเช่นนี้เขาไม่เคยแสดงออกกับผู้ใดเลยแม้แต่ครั้งเดียว เห็นทีวันนี้เมื่อกลับถึงจวนสกุลชิว นางจะต้องสั่งสอนนังน้องสาวตัวดีให้รู้ตัวเสียบ้างว่า บุรุษผู้นี้มีเ้าของแล้ว!
เย็นวันนั้นเมื่อกลับมาถึงจวนสกุลชิวพอดีกลับเป็เวลาอาหารเย็น ฮูหยินรองยังไม่กลับนายท่านชิวไปงานเลี้ยงวันเกิดที่จวนท่านราชเลขาธิการมู่ กว่าจะกลับก็คงดึกดื่นค่อนคืนเวลานี้มีเพียงฮูหยินใหญ่ ที่นั่งร่วมโต๊ะกินข้าว นางไต่ถามเื่เรียนจากบุตรชายและบุตรสาวอย่างใส่ใจ
ฮูหยินใหญ่ไม่ได้เอ่ยปากถามหรือพูดคุยกับชิวหนิงอัน หญิงสาวจึงนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวฟังสามแม่ลูกสนทนากันพอทุกคนกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับเรือนของตนเอง
ชิวหนิงอันพึ่งอาบน้ำเสร็จก็มานั่งให้จิงหลัวหวีผมให้ จิงหลัวเห็นนายน้อยหญิงของนาง สีหน้าไม่ค่อยดีนักจึงถามขึ้นด้วยความห่วงใย
“วันนี้มีเื่อะไร...หรือเปล่าเ้าคะ”
“จิงหลัว...ข้าอยากโตไวๆจะได้ออกไปช่วยงานท่านแม่บ้าง นางออกจากจวนั้แ่เช้ากว่าจะกลับก็มืดค่ำข้าอยากให้ท่านแม่ได้พักผ่อนบ้าง”
“คุณหนูอย่าพึ่งใจร้อน ไปเลยเ้าคะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม บ่าวเชื่อว่านายหญิง ต้องให้คุณหนูเข้าไปดูแลกิจการแน่นอน”
ทันใดนั้นก็มีเสียงคนผลักประตูห้องเข้ามาอย่างแรงเมื่อหันไปก็เห็นว่าเป็ชิวหย่งเล่อเดินเข้ามา ใบหน้างามบิดเบี้ยวแววตาดุร้ายคล้ายกับสัตว์ป่าที่รอจังหวะขย้ำเหยื่อ
******
k.p.stom ฝากถึงนักอ่าน
ฝากกด ‘ติดตาม’ ‘กดหัวใจ’ เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกด ‘เก็บเข้าชั้น’ ไว้จะได้ไม่พลาดนิยายตอนใหม่จ้า
***อัพนิยาย 1ตอนเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน (จนจบค่ะ)***