บทที่ 29 จะสนิทหรือไม่... ไม่สำคัญ
ซูชิ่นคิดไว้สวยหรู แต่ไม่ใช่ทุกเื่ที่จะเป็ไปตามใจนาง
นางรื้อค้นห้องของเฉิงโจวซื่อแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งยังไปรื้อค้นทางฝั่งบ้านรองอีกรอบ แต่ก็ยังหาโฉนดของบ้านหลังนี้ไม่เจอ
นึกไม่ถึงเลยว่าเฉิงโจวซื่อจะเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อนของ!
ซูชิ่นกลอกตาอย่างหงุดหงิด ได้แต่ยอมรับชะตากรรมและรับมือกับคนตระกูลเฉิงต่อไป ทว่าคนที่ต้องรับมือคือคนตระกูลเฉิงต่างหาก
เมื่อเหลือบมองคนไม่กี่คนที่นอนระเกะระกะอยู่ในลานบ้าน ซูชิ่นก็หายตัวเข้าไปในมิติวิเศษ
ทันทีที่เข้าไป นางก็เห็นโจวโจวและเยว่เยว่ร้องไห้อย่างน่าเวทนา เืไก่ที่ทาไว้ก่อนหน้านี้ถูกน้ำตาชะล้างจนใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยคราบเื ดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งกว่าตอนที่เืไหลออกทั้งเจ็ดทวารเสียอีก
พอเห็นซูชิ่นเข้ามา เด็กน้อยทั้งสองก็วิ่งถลาเข้าไปกอดขาคนละข้างไว้แน่น
ซูชิ่นเห็นพวกเขาร้องไห้อย่างน่าสงสาร จึงไม่ถือสาเื่ที่พวกเขานำน้ำตาและน้ำมูกมาเลอะเทอะบนเสื้อผ้าของนาง
"เกิดอะไรขึ้น? แม่ไม่ได้เป็อะไรเสียหน่อย?"
โจวโจวร้องไห้พลางกล่าวว่า "ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านปู่บอกว่าข้ากับน้องสาวไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของเขา แง!"
เยว่เยว่ก็ร้องไห้โฮตามไปด้วย
ซูชิ่นถูกทั้งสองคนส่งเสียงดังจนหูอื้อ พอทนไม่ไหวจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกไปปิดปากพวกเขาไว้อย่างไร้ความปรานี
"อื้อ อื้อ อื้อ"
"เอาล่ะ เลิกร้องก่อน ฟังแม่พูดให้จบแล้วค่อยร้องได้หรือไม่?"
เด็กน้อยมองซูชิ่นน้ำตาคลอเบ้า พลางพยักหน้าสะอึกสะอื้น
ซูชิ่นลากพวกเขาไปที่บ่อน้ำพุวิเศษ ตักน้ำมาเช็ดหน้าให้สะอาด
การใช้น้ำพุวิเศษล้างหน้านั้นฟุ่มเฟือยเกินไป ซูชิ่นไม่กล้าตักออกมามากนัก จึงใช้เพียงกระบวยเล็ก ๆ ชุบผ้าเช็ดหน้าให้เปียก
น้ำพุวิเศษมีประสิทธิภาพดีทั้งการดื่มและทาภายนอก พอเด็กน้อยทั้งสองเช็ดหน้าเสร็จ ใบหน้าก็ไม่แดงเท่าเดิม แม้แต่เปลือกตาที่บวมก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นซูชิ่นก็ลากเด็ก ๆ ให้นั่งลงบนผืนหญ้าด้านข้าง ใช้มือเท้าคางแล้วถามว่า "ท่านปู่ของพวกเ้าดีกับพวกเ้ามากหรือ?"
เด็กน้อยทั้งสองส่ายหน้า
"แล้วดีกับท่านพ่อของพวกเ้ามากหรือ?"
เด็กน้อยทั้งสองยังคงส่ายหน้า
"หรือพวกเ้าคิดว่า เขาสามารถเป็ที่พึ่งให้พวกเ้าได้?"
เด็กน้อยทั้งสองก็ยังคงส่ายหน้า
"ดังนั้นการที่เขาจะเป็ปู่แท้ ๆ ของพวกเ้าหรือไม่ มันมีความแตกต่างที่ใด?" ซูชิ่นผายมือ
เด็กน้อยทั้งสอง "..."
"พวกเ้าจำไว้ การคบคนต้องดูที่ใจ คนที่ทำไม่ดีกับพวกเ้า ต่อให้มีความสัมพันธ์ทางสายเืใกล้ชิดเพียงใด พวกเ้าก็ต้องอยู่ห่างจากเขาให้ไกล ส่วนคนที่จริงใจและดีต่อพวกเ้า ต่อให้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ เลย พวกเ้าก็ต้องดีตอบ เพราะความดีเช่นนี้หาได้ยาก จึงควรค่าแก่การที่พวกเ้าจะรักษาไว้" ซูชิ่นใช้นิ้วเคาะหน้าผากของทั้งคู่คนละที
เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าอย่างเข้าใจระคนไม่เข้าใจ
"แล้วตอนนี้พวกเ้ายังอยากจะร้องไห้อีกหรือไม่?" ซูชิ่นมองพวกเขาด้วยท่าทางสงบนิ่ง
เด็กน้อยหันมองหน้ากัน แล้วส่ายหน้าอย่างเขินอาย
จะร้องไห้ทำไมกัน คนอย่างท่านปู่ที่ถึงขั้นจะจุดไฟเผาพวกเขาให้ตาย หากยังร้องไห้อีกก็โง่เกินไปแล้ว
อืม... เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งจะทำตัวโง่ไปจริง ๆ
เด็กน้อยเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา จึงไม่กล้าเงยหน้ามองซูชิ่น
"พวกเ้าจำไว้แค่สิ่งที่ตระกูลเฉิงทำกับท่านพ่อ ท่านแม่ และตัวพวกเ้าเอง ต่อให้พวกเขาเป็ญาติแท้ ๆ ก็ไม่คู่ควรให้พวกเ้าทำดีด้วย!" ซูชิ่นยื่นมือไปลูบหัวพวกเขา
"ท่านแม่ พวกเราจำได้แล้ว" เด็กน้อยทั้งสองเงยหน้าขึ้น แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
แล้วซูชิ่นก็กล่าวกับโจวโจวว่า "เ้าเป็คนฉลาด หลายเื่ไม่จำเป็ต้องให้ผู้ใหญ่พูดให้ชัดเจน เ้าก็เข้าใจได้ ต่อไปจงดูแลน้องสาวให้มาก สอนเหตุผลให้นางบ่อย ๆ อย่าให้นางถูกใครหลอกเอาได้"
โจวโจวพยักหน้าอย่างจริงจัง
"ท่านแม่ ท่านกำลังบอกว่าข้าไม่ฉลาดเท่าพี่ชายใช่หรือไม่เ้าคะ?" เยว่เยว่ไม่พอใจ จึงทำปากยื่น
ซูชิ่นคิดในใจว่า เด็กคนนี้ก็ไม่ได้โง่ สามารถฟังความนัยของนางออก แต่เพื่อไม่ให้เด็กหญิงเสียความมั่นใจ นางจึงกลั้นยิ้มแล้วกล่าวว่า "แม่หมายความว่า เ้าเป็เด็กผู้หญิง จำเป็ต้องได้รับการปกป้องจากพี่ชาย มีพี่ชายอยู่ เ้าไม่ต้องกังวลเื่อื่น"
โจวโจวกล่าวอย่างเป็งานเป็การว่า "ใช่แล้ว หน้าที่ของพี่ชายคือปกป้องน้องสาว อืม และต้องปกป้องท่านแม่ด้วย!"
สามแม่ลูกอยู่ในมิติวิเศษจนกระทั่งได้ยินเสียงไก่ขันจึงออกมา
ในเวลานี้ คนตระกูลเฉิงยังไม่ตื่น ซูชิ่นจึงยกม้านั่งตัวเล็กมาสามตัว ก่อนจะพาลูก ๆ มานั่งลงในลานบ้าน
เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง เฉิงโจวซื่อก็ตื่นขึ้นในที่สุด และทันทีที่ลืมตา นางก็ลนลานคลำคอและศีรษะของตนเองเป็อันดับแรก เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างยังติดกันดีอยู่ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
แต่ตอนที่กำลังจะลุกขึ้น กลับเห็นแม่ลูกซูชิ่นนั่งเท้าคางมองนางอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงใหงายหลังกลับไปทันที
ปึ่ก!
ท้ายทอยของเฉิงโจวซื่อกระแทกเข้ากับแผ่นหินสีเขียว เจ็บจนเกือบจะร้องออกมา แต่ต้องกัดฟันอดทนไว้
"พอเถอะ เลิกแสร้งทำได้แล้ว ข้าเห็นหมดแล้ว" ซูชิ่นหัวเราะเยาะ
โจวโจวก็กล่าวว่า "ใช่ ข้าก็เห็น ท่านย่าตื่นแล้ว"
เยว่เยว่มองท่านแม่แล้วมองพี่ชาย ก่อนจะพูดตามเหมือนนกแก้วว่า "ข้าเห็นท่านตื่นแล้วเ้าค่ะ"
หัวใจของเฉิงโจวซื่อเต้นรัว แต่ยังคงฝืนแสร้งตาย หลอกตัวเองว่าขอเพียงนางแสร้งทำต่อไป ซูชิ่นก็คงทำอะไรนางไม่ได้ เพียงแต่นึกไม่ถึงว่า จะมีน้ำเย็นจัดถังหนึ่งราดลงมาบนหัวจนทำให้นางสะดุ้งโหยง แต่ก็ยังกัดฟันนอนนิ่งอยู่บนพื้น
"พอได้แล้ว เลิกแสร้งตายเสียที รีบลุกขึ้นไปทำกับข้าว วุ่นวายมาทั้งคืนพวกเ้าไม่หิวหรือ? หากเ้ายังไม่ลุกขึ้นมา อีกเดี๋ยวข้าหิวจัด จะบิดหัวเ้ามาเป็กับแกล้มเหล้าเสีย" ซูชิ่นมือหนึ่งถือถังน้ำ อีกมือเท้าเอว พลางใช้เท้าเขี่ยตัวนาง
"อย่า อย่า อย่า ข้าลุกแล้ว ๆ" เฉิงโจวซื่อใรีบลืมตาขึ้น
ซูชิ่นพยักหน้า แล้วหันไปตักน้ำมาอีกครึ่งถังราดลงบนหัวของเฉิงเหลียนเซียง และอีกครึ่งถังราดลงบนหัวของหลี่ซื่อ
ทั้งสองคนถูกน้ำราดจนตื่น ในตอนแรกยังคงงุนงง แต่พอเห็นใบหน้าของซูชิ่นก็ตื่นเต็มตาในทันที ขณะที่กำลังจะกรีดร้องก็ถูกซูชิ่นพูดขัดขึ้นอย่างเ็าว่า "กลืนเสียงกลับลงไปเดี๋ยวนี้!"
ทั้งสองคนรีบใช้มือปิดปาก แล้วกลืนเสียงกรีดร้องกลับลงไปอย่างยากลำบาก
"รีบไปช่วยกันทำกับข้าว ข้าหิวแล้ว" ซูชิ่นโยนถังน้ำลงบนพื้น พลางหาวหวอดหนึ่งที
ทั้งสามคนตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกโชกก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในห้องครัว แล้วปิดประตูห้องครัวเสียงดังทันที
เมื่อแน่ใจว่าตนเองปลอดภัยชั่วคราว เฉิงโจวซื่อก็ไม่เกรงใจ นางยื่นมือไปหยิกหลี่ซื่อทันควัน
"เป็เพราะเ้าที่เสนอความคิดแย่ ๆ ตอนนี้เป็อย่างไร พวกเราเดือดร้อนใหญ่แล้ว! เ้าทำพวกเราxิบหาย เ้าตัวกาลกิณี เ้าคนชั้นต่ำ ข้าจะบีบคอเ้าให้ตาย!"
หลี่ซื่อรีบหลบเลี่ยง
เฉิงโจวซื่อเห็นนางกล้าหลบก็ยิ่งโกรธจนทนไม่ไหว พุ่งเข้าไปกระชากตัวหลี่ซื่อแล้วทุบตีแทน
เมื่อก่อนเพื่อประจบเฉิงโจวซื่อ หลี่ซื่อจึงสวมบทบาทเป็ลูกสะใภ้ที่แสนดี แม้ในใจจะรังเกียจเฉิงโจวซื่อ แต่ก็พูดจาหวานหูและรู้จักเอาใจ จนเป็ที่โปรดปรานของเฉิงโจวซื่อ
ทว่าในตอนนี้ หลี่ซื่อคิดจากใจจริงว่า ตนเองคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงไม่คิดที่จะเคารพหรือยอมให้เฉิงโจวซื่อเหมือนแต่ก่อน เมื่อเห็นเฉิงโจวซื่อจะตีตนเอง นางก็ฮึดสู้และลงมือตีกลับเช่นกัน